- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปปลูกพืชวิเศษในยุคดวงดาว
- บทที่ 360
บทที่ 360
บทที่ 360
บทที่ 360
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังคงรับมือกับปริมาณข้อความมหาศาลจากระบบหลังร้านของร้านผักผลไม้สี่ฤดูไม่ไหวอยู่ดี
เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขายังใหม่กับงานจึงยังไม่ชำนาญนัก อีกเหตุผลหนึ่งก็คือจำนวนข้อความมันมากเกินไปจริงๆ
หลังจากได้สัมผัสกับข้อมูลเบื้องหลังของร้านผักผลไม้สี่ฤดูอย่างแท้จริงแล้ว แม้ว่าคนทั้งห้าคนจะเคยผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แต่ก็ยังคงรู้สึกตกใจอย่างมาก
ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมร้านผักผลไม้สี่ฤดูถึงได้ถูกตำหนิเรื่อง ‘ความเร็วในการตอบข้อความที่ช้ามาก’ ซึ่งดูเหมือนจะไม่สำคัญแต่ก็เป็นประเด็นมาตลอด
ก่อนที่พวกเขาห้าคนจะมา ร้านนี้มีเพียงนักเพาะปลูกวิญญาณและผู้จัดการแซ่เจิ้งเพียงสองคนเท่านั้น ถึงแม้จะมีระบบตอบกลับอัตโนมัติด้วย AI แต่ทั้งสองคนก็ไม่สามารถจัดการตอบข้อความจำนวนมากมายขนาดนี้ได้ในขณะที่ยังต้องบริหารร้านค้าไปด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความเข้าใจของพวกเขา นักเพาะปลูกวิญญาณส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการทำฟาร์ม นั่นหมายความว่างานส่วนใหญ่ควรเป็นความรับผิดชอบของผู้จัดการเจิ้ง ซึ่งงานที่สองคนยังทำไม่เสร็จ คนเดียวจะทำได้ยังไง
…แม้ว่าจริงๆ แล้วซูลั่วไม่ได้ทำฟาร์มทุกวัน แต่การคาดเดาของพวกเขาก็ใกล้เคียงกับความจริงมากแล้ว
นอกเหนือจากความรู้สึกท่วมท้นของคนทั้งห้าแล้ว คนภายนอกก็สังเกตเห็นว่าความเร็วในการตอบข้อความของร้านผักผลไม้สี่ฤดูดูเหมือนจะเร็วขึ้นมาก เดิมทีต้องรอเกือบครึ่งวันจึงจะได้คำตอบ ตอนนี้ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาทีก็ได้รับข้อความแล้ว
ในตอนแรกทุกคนยังไม่ทันสังเกตเห็นอะไร จนกระทั่งมีคนพบว่าชื่อของพนักงานบริการลูกค้าของร้านผักผลไม้สี่ฤดูดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอีกหลายคน เมื่อนำมารวมกับข้อมูลการรับสมัครงานที่เห็นก่อนหน้านี้ ทุกคนก็สามารถคาดเดาได้อย่างง่ายดายว่าร้านผักผลไม้สี่ฤดูน่าจะรับคนเพิ่มแล้ว
เหมือนกับแพลตฟอร์มบางแพลตฟอร์มในอดีต พนักงานบริการลูกค้าแต่ละคนจะมีชื่อกำกับแตกต่างกันไป โดยซูลั่วมีชื่อว่า [เถ้าแก่] และผู้จัดการเจิ้งมีชื่อว่า [เจิ้ง]
ส่วนชื่อพนักงานบริการลูกค้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่ หลังจากทุกคนรวมรวมสถิติแล้วพบว่ามีทั้งหมดห้าคน
ลักษณะร่วมกันของพนักงานบริการลูกค้าทั้งห้าคนนี้คือ ภาษาที่ใช้จะกระชับและรัดกุมมาก สามารถใช้คำเดียวตอบได้ก็จะไม่ใช้สองคำ และยังสามารถถ่ายทอดความหมายทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นี่อาจไม่ใช่เรื่องที่ควรพูดถึงนัก จนกระทั่งวันหนึ่งมีบัญชีหนึ่งได้โพสต์ภาพหน้าจอข้อความที่ยาวเหยียด
ซึ่งภาพหน้าจอนั้นคือบทสนทนาระหว่างเจ้าของบัญชีกับพนักงานบริการลูกค้า
เจ้าของบัญชีดื่มเหล้าจนเมาเพราะอกหัก แล้วในสภาพมึนเมาก็เผลอส่งข้อความไปที่ช่องแชทของร้านผักผลไม้สี่ฤดู แทนที่จะเป็นช่องแชทของเพื่อนสนิท และเริ่มร้องไห้คร่ำครวญ
ในสถานการณ์เช่นนี้ ปกติแล้วพนักงานบริการลูกค้าก็แค่ไม่ต้องสนใจ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน
แต่พนักงานบริการลูกค้าคนนี้ไม่เพียงแต่ตอบกลับเท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้หญิงสาวผู้คลั่งรักที่อกหักและเสียใจจนแทบสิ้นสติได้สติกลับคืนมา และยังได้แฟนคลับแบบไร้สมองเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
ในขณะที่ทุกคนกำลังติดตามเรื่องราวอย่างสนุกสนาน ก็มีบางคนจับประเด็นสำคัญบางอย่างได้จากบทสนทนาในภาพหน้าจอ
บทสนทนาที่หนึ่ง:
[พุดดิ้งหมีน้อย]: สามปีนะ! เราคบกันมาสามปีแล้ว! สุดท้ายเขาก็ไปคบกับน้องสาวเถ้าแก่เพื่อเลื่อนตำแหน่งแล้วทิ้งฉันไป! ไอ้พวกเลว ฮือๆๆ…
[พนักงานบริการลูกค้า-ปลาน้อย]: …
[พนักงานบริการลูกค้า-ปลาน้อย]: เอ่อ ขอถามหน่อยได้ไหมคะ บริษัทของไอ้เลวที่ลูกค้าพูดถึงใช่บริษัท xx หรือเปล่าคะ?
[พุดดิ้งหมีน้อย]: ใช่…
[พนักงานบริการลูกค้า-ปลาน้อย]: คุณอย่าเพิ่งเสียใจไปเลยค่ะ ฉันรู้จักเถ้าแก่ของบริษัทนี้ดี เขามีลูกชายคนเดียว ไม่มีน้องสาวหรอก~
บทสนทนาที่สอง:
[พุดดิ้งหมีน้อย]: คุณเรียนจบจากลู่เจียน่า (มหาวิทยาลัยชั้นนำในดาวจักรพรรดิ) เหรอ เก่งจัง…
[พนักงานบริการลูกค้า-ปลาน้อย]: จริงๆ แล้วลู่เจียน่าก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอกค่ะ แล้วฉันเองก็เคยโดนหักหลังมาก่อนเหมือนกันนะ
[พุดดิ้งหมีน้อย]: จริงเหรอ?
[พนักงานบริการลูกค้า-ปลาน้อย]: ใช่ค่ะ แต่ธุรกิจที่ไอ้เลวคนนั้นทำอยู่ทั้งหมดเป็นธุรกิจที่ฉันเป็นคนดูแลเองมากับมือ ดังนั้นหลังจากที่มันหักหลังฉัน ฉันก็เตะมันออกจากตำแหน่งทันที หลังจากนั้นมันก็คิดจะเริ่มธุรกิจของตัวเอง แต่เรื่องบังเอิญคือ โครงการบางอย่างของมันดันมาทับซ้อนกับของฉัน… แล้วมันก็เลยเริ่มต้นธุรกิจไม่สำเร็จเลย แถมยังมีหนี้สินกองโตจนถึงตอนนี้ก็ยังใช้หนี้ไม่หมดเลย
[พนักงานบริการลูกค้า-ปลาน้อย]: บนโลกนี้ยังมีผู้คนดีๆ อีกมากมายนะคะ เปลี่ยนใหม่ดีกว่า การที่จะต้องมาเศร้าเสียใจเพราะไอ้เลวคนหนึ่ง สู้ทำให้ตัวเองเก่งขึ้นดีกว่าค่ะ แล้วคุณจะพบว่าการทำธุรกิจมันมีความสุขมากจริงๆ นะ~
…
…
ชื่อจริงของ [พนักงานบริการลูกค้า-ปลาน้อย] คือ อวี๋โยว
เธอคือผู้หญิงที่เขียนใน ‘คำตอบ’ ว่าเธอไม่ขาดเงิน และมาหางานทำเพื่อฆ่าเวลา
เนื่องจากภาพหน้าจอนี้ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง ซูลั่วและผู้จัดการเจิ้ง รวมถึงตัวอวี๋โยวเองก็ได้เห็นภาพหน้าจอนี้
แม้ว่าในตอนแรกเจ้าของบัญชีอาจจะแค่ต้องการขอบคุณอวี๋โยวที่ทำให้เธอได้สติ หรืออาจจะต้องการใช้เรื่องนี้เพื่อเตือนใจและกระตุ้นตัวเองให้ตั้งใจทำธุรกิจในอนาคต เธอก็ไม่คาดคิดว่าโพสต์ในซิงป๋อที่เธอโพสต์อย่างไม่ตั้งใจจะมีคนให้ความสนใจมากขนาดนี้ แต่โพสต์นี้ก็ส่งผลกระทบและสร้างหัวข้อถกเถียงไม่น้อยให้กับร้านผักผลไม้สี่ฤดูและตัวอวี๋โยวเอง
แม้ว่าคำพูดของอวี๋โยวในภาพหน้าจอจะไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนัก และก่อนที่บางคนจะตัดตอนคำพูดที่สำคัญออกไป หลายคนก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นถูกต้องแล้ว
แต่เมื่อมีคนนำไปตีความในแง่ร้าย คำพูดปกติของเขาก็ถูกเน้นออกมา ทำให้ดูมีความหมายที่แตกต่างออกไป
ตัวอย่างเช่น ตั้งแต่ ‘ฉันรู้จักเถ้าแก่ของบริษัท xx’ ไปจนถึง ‘จริงๆ แล้วลู่เจียน่าก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก’ และ ‘หลังจากที่มันหักหลังฉัน ฉันก็เตะมันออกจากตำแหน่งทันที’ ‘โครงการของมันทับซ้อนกับของฉัน แล้วมันก็เริ่มต้นธุรกิจไม่สำเร็จ’…
ถ้าดูแยกกันก็ไม่มีอะไร แต่พอมีคนตัดต่อภาพหน้าจอเฉพาะคำพูดเหล่านี้ทั้งหมดออกมา หลายคนก็รู้สึกว่าอวี๋โยวพูดจาหยิ่งยโสและน่ารังเกียจ บอกว่าสมควรแล้วที่เธอจะโดนหักหลัง
บางคนก็คิดว่าอวี๋โยวโกหก
พวกเขาคิดว่า ถ้าอวี๋โยวมีความสามารถขนาดนั้น รู้จักเถ้าแก่คนนั้นคนนี้ และมีอำนาจในธุรกิจถึงขั้นไล่อดีตแฟนออกไปได้ ทำไมถึงยังต้องมาเป็นแค่พนักงานบริการลูกค้าในร้านค้าออนไลน์ธรรมดาๆ ด้วย?
ในบรรดาคนที่คิดว่าอวี๋โยวโกหก มีทั้งคนที่ใช้คำพูดรุนแรงและคนที่คิดว่าถึงแม้เธอจะโกหก แต่ก็อาจจะทำไปเพื่อปลอบใจหญิงสาวที่อกหัก ดังนั้นการโกหกจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้…
หญิงสาวเจ้าของไอดีพุดดิ้งหมีน้อยก็ไม่คาดคิดว่าภาพหน้าจอที่เธอโพสต์อย่างไม่ตั้งใจจะก่อให้เกิดการถกเถียงมากมายขนาดนี้ เธอจึงรีบลบโพสต์ในซิงป๋อออก แต่ภาพที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ตก็มีนับพันนับหมื่นรูปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเธอได้ลบโพสต์เดิมไปแล้ว บางคนก็ได้ยินข้อมูลที่ถูกบิดเบือนและเข้ามาดู แต่ไม่เห็นภาพต้นฉบับเดิม จึงทำได้แค่เชื่อคำบรรยายที่ถูกตัดตอนหรือภาพที่ถูกแก้ไขโดยมีเจตนาร้าย และคิดว่าอวี๋โยวเป็นคนชอบโอ้อวดและโกหกเป็นนิสัย
จากนั้นคนที่ชอบก่อเรื่องก็เริ่มออกมาด่าอวี๋โยวตามกระแส แม้ว่าเจ้าของบัญชีพุดดิ้งหมีน้อยจะออกมาปฏิเสธและแก้ข่าวก็ไม่เป็นผล
เมื่อเรื่องราวพัฒนามาถึงจุดนี้ ก็เริ่มมีคนเริ่มสร้างความขัดแย้งระหว่างมหาวิทยาลัยลู่เจียน่าและร้านผักผลไม้สี่ฤดู เพราะตอนนี้อวี๋โยวเป็นพนักงานของร้านผักผลไม้สี่ฤดู การกระทำและคำพูดของเขาก็มีผลกระทบต่อร้านผักผลไม้สี่ฤดูไม่น้อย