เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 165

บทที่ 165

บทที่ 165


บทที่ 165

“ฉันเข้าใจค่ะว่านี่เป็นความลับ พวกคุณไม่จำเป็นต้องพูดรายละเอียดมากเกินไป แต่ขอแค่ทิศทางกว้าง ๆ ก็พอ… หรือไม่ก็บอกฉันมาเลยว่าในชิปนั้นอาจจะมีอะไรก็ได้” ซูลั่วถอยคนละก้าวเพื่อให้พวกเขาเลือก

จริง ๆ แล้วเธอก็อยากรู้ตั้งแต่แรกว่าในชิปมีอะไร แต่คิดว่าอีกฝ่ายคงยอมรับได้ยาก เลยเสนอว่าจะขอรู้รายละเอียดภารกิจก่อน จากนั้นก็ค่อยถอยกลับมาอย่างอื่นแทน

นี่ก็เหมือนกับเวลาที่คนอื่นไม่อนุญาตให้คุณเปิดหน้าต่าง แต่พอคุณบอกว่าจะรื้อหลังคาออกไปเลย อีกฝ่ายก็คงจะยอมให้เปิดหน้าต่างแล้ว

“คุณซูยังไม่ได้ดูชิปเลยเหรอครับ” ตู้เทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เขานึกว่าใครก็ตามที่ได้ชิปไปจะต้องทนความเย้ายวนไม่ได้แล้วลองเปิดดูแล้วเสียอีก

ซูลั่วส่ายหน้าเล็กน้อย “แน่นอนว่าไม่ค่ะ กลัวว่าถ้าดูแล้วเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นจะทำยังไงคะ? พวกคุณแค่บอกในสิ่งที่บอกได้เพื่อให้ฉันสบายใจก็พอแล้วค่ะ”

แม้จะพูดอย่างนั้น แต่ในใจของซูลั่วกลับไม่ได้คิดอย่างเดียวกัน

เธอไม่เปิดดูไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น แต่เป็นเพราะกลัวว่าในชิปจะมีไวรัสฝังไว้ เผื่อว่าตัวชิปไม่ได้มีปัญหาแต่ของข้างในมีปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็ ตอนนั้นคงเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นที่ทำให้ต้องตายจริง ๆ แล้ว

โลกก่อนหน้านี้ของเธอยังมีไวรัสหลายชนิดที่สร้างความปั่นป่วนให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของมนุษย์เพื่อหากำไรได้เลย นี่คือยุคดวงดาวที่เทคโนโลยีก้าวหน้ากว่ามาก เธอยิ่งไม่สามารถรับประกันได้ว่าข้างในจะไม่มีของแปลก ๆ อยู่

อีกอย่าง ถึงแม้จะไม่มีไวรัส ในชิปที่สำคัญขนาดนี้ส่วนใหญ่น่าจะมีข้อมูลที่เข้ารหัสไว้… เธอไม่ได้เป็นบุคลากรด้านเทคนิคที่เก่งกาจอะไร จะไปแกะรหัสได้อย่างไร

แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้ที่นี่จะเป็นเพียงชิปที่ใช้เก็บข้อมูลเท่านั้น ไม่มีไวรัสและไม่มีการเข้ารหัสใด ๆ...

แต่แล้วไงล่ะ?

ยังไงเธอก็ไม่มีตาทิพย์ ไม่เห็นว่าข้างในมีอะไรอยู่ และไม่มีทางที่จะเสี่ยงโดยเด็ดขาด

แต่ในสายตาของอีกฝ่าย คำพูดของเธอในครั้งนี้กลับแตกต่างออกไปเล็กน้อย

เธอมีชิป สามารถเปิดดูได้แต่ไม่ได้เปิดดู ก็สามารถพิสูจน์ได้จากอีกมุมหนึ่งว่าเธอไม่ได้สนใจมัน ดังนั้นถึงแม้จะเปิดเผยเนื้อหาภายในก็ไม่เป็นไร

สำหรับความระมัดระวังของซูลั่ว ตู้เทียนและเวินจื่อหรงเข้าใจได้ดี เพราะไม่มีใครอยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องไม่ดีบางอย่างโดยไม่มีเหตุผล

“ข้างในนี้มีรายชื่อกับข้อมูลการวิจัยอยู่” ตู้เทียนพูดจบก็หุบปากทันที เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถพูดอะไรต่อได้แล้ว

ส่วนเวินจื่อหรงก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่คำพูดของเขาก็ไม่ใช่อะไรนอกจากการปลอบโยนซูลั่ว และบอกว่าเรื่องนี้จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเธออย่างแน่นอน

ซูลั่วตั้งใจที่จะล้วงข้อมูล แต่อีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนโง่

ตู้เทียนแค่บอกว่ามีรายชื่อและข้อมูลการวิจัยอยู่ ซูลั่วก็คงเดาอะไรไม่ออก

รายชื่ออาจจะหมายถึงรายชื่อสมาชิกขององค์กรที่นักรบคนนี้เป็นสายลับอยู่… แต่ก็ไม่รู้ว่าองค์กรนี้ทำอะไร?

ก็ยังไม่รู้อยู่ดี

ข้อมูลการวิจัยก็เช่นกัน ถ้าไม่รู้ทิศทางการวิจัย พูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์

แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยอมบอกตามที่เธอร้องขอแล้ว และเวินจื่อหรงก็เปลี่ยนเรื่องแล้ว ดังนั้นซูลั่วจึงไม่ได้คะยั้นคะยออะไรอีก เพียงแต่ตอนที่ส่งมอบชิป เธอก็ได้สอบถามถึงสถานการณ์ของนักรบ ‘สายลับ’ คนนั้น

“ผมขอขอบคุณคุณซูแทนนักรบท่านนั้นสำหรับความเป็นห่วงครับ…” ตอนนี้พวกเขาได้ชิปที่สำคัญที่สุดมาอยู่ในมือแล้ว แถมคำพูดที่ซูลั่วแสดงความห่วงใยนักรบยังทำให้เขารู้สึกประทับใจ ดังนั้นตู้เทียนจึงผ่อนคลายลงไม่น้อย “แม้จะยังอยู่ในอาการโคม่า แต่เขาก็มีอาการที่ดีขึ้นมากแล้ว น่าจะฟื้นตัวได้ในไม่ช้าครับ”

“ก็ดีแล้วค่ะ…” ซูลั่วถอนหายใจโล่งอก จากนั้นก็ยิ้มออกมา “จริงสิ ตอนที่ฉันเจอชิปนี้ ยังเจอเสื้อแขนยาวลายทางสีดำเทาด้วยค่ะ เพราะกลัวคนอื่นจะเจอ ฉันก็เลยทำลายมันทิ้งไปแล้ว…ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ”

ตู้เทียนกับเวินจื่อหรงต่างก็นิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นเวินจื่อหรงก็กลับมามีสติและมองเธออย่างลึกซึ้ง

“ไม่เป็นไรครับ”

“ไม่เป็นไรก็ดีค่ะ” พูดจบ เธอก็ยืนขึ้น และอีกสองคนเห็นดังนั้นก็ยืนขึ้นเช่นกัน

พวกเขาทั้งสามคนเข้าใจดีว่าเธอกำลังจะ ‘ขับไล่แขก’ แล้ว

ก่อนจากไป ตู้เทียนบอกว่าครั้งนี้เธอช่วยไว้เยอะมาก ในอนาคตถ้ามีปัญหาอะไรก็สามารถขอความช่วยเหลือจากกองทัพที่เจ็ดได้ตลอดเวลา… แม้ว่าคำพูดทำนองนี้เธอจะได้ยินมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่จริงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมา

พอคนไปหมดแล้ว ซูลั่วก็รู้สึกง่วงขึ้นมาเล็กน้อย

ในระหว่างที่เดินกลับห้อง เธอก็ยังคงครุ่นคิดอยู่…

สโนว์บอลเคยบอกกับเธอถึงช่วงเวลาที่รังกระต่ายของมันถูก ‘รุกราน’

หลังจากนั้น ซูลั่วก็ตรวจสอบปฏิทิน และพบว่าวันนั้นตรงกับวันที่มีการประมูลพอดี…

และที่งานประมูลนั้นเอง ตอนที่เธอไปเอาอาหารเย็นที่ชั้นใต้ดิน เธอก็ได้เห็นชายคนหนึ่งที่มีอารมณ์และท่าทางแปลก ๆ อย่างมาก

หลังจากนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้น

ในตอนนั้น ซูลั่วสงสัยชายที่มีท่าทางแปลก ๆ คนนี้เป็นคนแรก เพราะเส้นทางที่เขาเดินไปเป็นพื้นที่ด้านหลังที่เฉพาะเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้

ทั้งไฟและเสียงระเบิดก็เกิดขึ้นที่พื้นที่ด้านหลัง

แน่นอนว่านี่เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น

เพราะผู้ชายคนนี้ดูเหมือนจะเป็นพวกเดียวกับคนที่ลักพาตัวจินฉิวฉิว เขาไม่มีเหตุผลที่จะทำเรื่องแบบนี้

บางทีเขาอาจจะแค่ไปดูสถานการณ์ของจินฉิวฉิวที่ด้านหลังก็ได้?

ซึ่งก็สามารถอธิบายได้

แต่เมื่อนำข้อมูลที่รู้ในตอนนี้มารวมกัน หากคนนี้คือนักรบสายลับ ทุกอย่างก็สามารถอธิบายได้เช่นกัน

เขาระเบิดสถานที่ประมูล เพราะเขาต้องการช่วยจินฉิวฉิว

แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น แต่เห็นได้ชัดว่าเขาทำไม่สำเร็จ ไม่อย่างนั้นคงไม่ถึงคราวที่เธอได้ช่วยจินฉิวฉิว

และผู้ชายคนนั้นก็สวมเสื้อแขนยาวลายทางสีดำเทาในวันนั้น… ตอนแรกเธอก็แค่พูดออกไปลอย ๆ ไม่คิดว่าเวินจื่อหรงจะยอมรับจริง ๆ

เมื่อรู้ว่าผู้ชายคนนั้นกับนักรบสายลับคือคนเดียวกัน ข้อมูลที่เธอรู้ก็เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย

คิดไปคิดมา ซูลั่วก็หาวออกมา ความง่วงครอบงำ ทำให้ความคิดทั้งหมดค่อย ๆ เลือนหายไป…

เทรนด์ยอดนิยมของเครือข่ายดวงดาว:

อันดับ 1: #สตอเบอร์รีพืชวิญญาณกลับมาวางขายอีกครั้ง!#

อันดับ 2: #คุณมั่นใจว่าจะแย่งสตอเบอร์รีได้ไหม?#

อันดับ 3: #ผักผลไม้สี่ฤดู#

“เพื่อน คืนนี้มีความหวังมั้ยวะ”

“หวังบ้าอะไรล่ะ คนหลายสิบล้านคนทั่วทั้งอวกาศจ้องจะแย่งสตอเบอร์รีกันอยู่ ถ้าแย่งได้นะจะถ่ายทอดสดตีลังกาบนดาดฟ้าให้ดูเลย!”

ในพริบตาเดียวก็ผ่านไปห้าวัน

จากการพัฒนาของตลาด ร้านค้ามากมายได้พบกับนักเพาะปลูกหรือนักเพาะปลูกวิญญานที่เป็นคู่ค้าที่เหมาะสมแล้ว

แต่ไม่ว่าจะมีร้านค้ามากมายแค่ไหน ก็ยังคงมีเพียงร้านเดียวที่สามารถครองตำแหน่งยอดนิยมได้ทันทีที่นำสินค้ามาวางขาย

หลายคนสงสัยว่าเบื้องหลังของนักเพาะปลูกวิญญาณของร้านนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นทำไมถึงได้ครองอันดับยอดนิยมได้บ่อยขนาดนี้…

ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นที่ยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้ยอดนิยมแต่ไม่สำเร็จเลย แม้แต่ทางการของดวงดาวก็ไม่สามารถอนุญาตให้ร้านค้าส่วนตัวปรากฏในสายตาของสาธารณชนบ่อยครั้งขนาดนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง ซูลั่วในฐานะเจ้าของร้านก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมากเช่นกัน เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีเบื้องหลังแปลก ๆ ตามที่ทุกคนลือกันเลยแม้แต่น้อย

จบบทที่ บทที่ 165

คัดลอกลิงก์แล้ว