- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปปลูกพืชวิเศษในยุคดวงดาว
- บทที่ 155
บทที่ 155
บทที่ 155
บทที่ 155
พูดตามตรง ในตอนนี้สมาคมต่าง ๆ รู้สึกขอบคุณคนสองคนมากที่สุด
คนหนึ่งคือเถ้าแก่นักเพาะปลูกวิญญานแห่งผักผลไม้สี่ฤดู
อีกคนหนึ่งคือผู้จัดการสมาคมที่อนุญาตให้นักเพาะปลูกวิญญานคนนี้ออกมาเปิดร้านขายผลไม้จากพืชวิญญาณของตัวเองได้
ถ้าไม่ใช่เพราะคนสองคนนี้ พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับพวกที่หาผลประโยชน์จากสมาคมได้อย่างไร เพราะกฎไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามอำเภอใจ ถ้าเปลี่ยนก็กลัวว่าทุกคนจะคิดไปต่าง ๆ นานา มีทั้งคนที่หาผลประโยชน์และคนที่บริสุทธิ์ใจ พวกเขาไม่สามารถไปกระทบกับนักเพาะปลูกที่มีคุณธรรมปกติได้ ตอนนี้ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้ว ถือเป็นเรื่องดีมาก!
……
ซูลั่วที่ไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็นเป้าหมายที่สมาคมใหญ่ต่าง ๆ รู้สึกขอบคุณอยู่ กำลังเลือกที่ดินอยู่ที่ศูนย์บริการ...พูดให้ถูกก็คือการเช่าที่ดิน
นับตั้งแต่ภูตสตอเบอร์รีบอกเธอว่าพวกมันต้องการที่ดินที่ใหญ่ขึ้น ซูลั่วก็เลยบอกเสี่ยวเล่อให้ช่วยจับตาดูที่ดินใกล้บ้านของเธอให้หน่อย พอได้ยินแบบนี้เสี่ยวเล่อก็รู้ว่าตัวเองจะได้เงินแล้ว ก็เลยรีบตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
แต่ก็อย่างที่ซูลั่วเคยบอกไปก่อนหน้านี้ว่าบริเวณที่เธอเลือกนั้นมีคนเช่าไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีที่ว่างในทันที จนกระทั่งเช้าวันนี้ ซูลั่วได้รับข้อความจากเสี่ยวเล่อว่าที่ดินหมายเลข 149 และ 158 กำลังจะถูกยกเลิกการเช่า ถ้าเธอสนใจให้รีบไปเช่าไว้ก่อนจะได้ไม่ถูกคนอื่นแย่งไป
การจัดเรียงของที่ดินบริเวณพื้นที่เพาะปลูก B มีดังนี้—
141-142-143...148-149-150(เช่าแล้ว)
151-152-153...158-159(เช่าแล้ว)-150
ที่ดินหมายเลข 149 อยู่ทางทิศเหนือของที่ดินหมายเลข 159 พอดี และข้าง ๆ ก็คือที่ดินหมายเลข 150 ที่ซูลั่วเพิ่งซื้อไปเมื่อไม่นานมานี้ ตำแหน่งนี้ไม่สามารถใช้คำว่า ‘ใกล้’ มาอธิบายได้แล้ว ถ้าหากทำถนนเชื่อมกัน ที่ดินทั้งสองผืนก็สามารถรวมเป็นผืนเดียวกันได้เลย
สำหรับที่ดินหมายเลข 158 ก็เช่นกัน อยู่ติดกับที่ดินหมายเลข 159
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมถึงถูกยกเลิกการเช่า แต่ซูลั่วก็ยังรีบไปที่ศูนย์บริการทันที พูดตามตรง ถ้าไม่กลัวว่าจะทำให้คนอื่นตกใจและสโนว์บอลยังอยู่ในช่วงผลัดขน เธอก็อยากจะขี่กระต่ายไปที่นั่นโดยตรงเลยด้วยซ้ำ
ตอนนี้เป็นเวลาที่เสี่ยวเล่อเข้างานพอดี ซูลั่วจึงรีบไปทำเรื่องทันที
……
ที่ดินหมายเลข 149 เหมือนกับที่ดินหมายเลข 150 ที่เป็นที่ดินขนาดกลาง แต่ที่ดินหมายเลข 149 เป็นที่ดินมาตรฐานกลาง ดังนั้นขนาดจึงอยู่ที่สองพันตารางเมตรพอดี ซึ่งจะเล็กกว่าที่ดินหมายเลข 150 อยู่ร้อยตารางเมตร
ตามหลักแล้ว เมื่อขนาดเล็กลงราคาก็ควรจะถูกลงด้วย แต่เนื่องจากกระแสการขึ้นราคาของที่ดินก่อนหน้านี้ยังไม่หายไป ประกอบกับช่วงนี้อาหารจากพืชวิญญาณได้เขย่าตลาด ทำให้ตลาดคึกคักขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นราคาที่ดินจึงไม่ลดลง แต่กลับมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นด้วยซ้ำ
ที่ดินหมายเลข 149 ที่ดินขนาดกลางสองพันตารางเมตร มีค่าเช่ารายเดือนคือหกแสนสองหมื่นเหรียญดาว โดยต้องเช่าอย่างน้อยสามเดือน
ที่ดินหมายเลข 158 ที่ดินขนาดเล็กห้าร้อยตารางเมตร มีค่าเช่ารายเดือนคือสองแสนสี่หมื่นเหรียญดาว โดยต้องเช่าอย่างน้อยหกเดือน
ซูลั่วเช่าโดยไม่ลังเลเลย และเช่าเป็นเวลาห้าปีทั้งสองแปลง เพราะตอนนี้ที่ดินราคาขึ้นและไม่มีส่วนลด ซูลั่วจึงต้องจ่ายเงินทั้งหมด 51.5 ล้านเหรียญดาว และจ่ายเป็นเงินสดทั้งหมด
ตอนจ่ายเงิน ไม่ใช่แค่เสี่ยวเล่อที่ตกใจ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็อิจฉาจนตาแดงก่ำ และยิ่งอิจฉาเสี่ยวเล่อเข้าไปใหญ่ นี่มันเงินห้าสิบกว่าล้านนะ! แถมยังเป็นเงินห้าสิบกว่าล้านที่จ่ายทั้งหมดในครั้งเดียวด้วย!
แม้ว่าเสี่ยวเล่อจะไม่ได้ทำอะไรในเดือนนี้ และขอลาหยุดหนึ่งเดือน เธอก็ยังจะได้เงินอย่างน้อยสองแสนกว่า ซึ่งใครจะไม่ตาร้อนบ้างล่ะ? แต่พวกเขาก็ทำได้แค่แสดงความอิจฉาเท่านั้น เพราะดูจากท่าทางแล้วคนพวกนี้คงรู้จักกัน ต่อให้พวกเขาอยากจะดึงตัวไปก็คงไม่สามารถทำได้
เพราะซูลั่วจ่ายเงินเร็ว เสี่ยวเล่อจึงรีบเร่งให้เบื้องบนตรวจสอบ...ตามปกติแล้วการตรวจสอบแบบนี้ไม่สามารถเร่งได้ เพราะมีเรื่องให้ตรวจสอบมากมายในแต่ละวัน และมีงานที่ค้างอยู่เยอะขนาดนั้น ก็ต้องทำตามลำดับก่อนหลังอยู่แล้ว แต่พอได้ยินว่าเป็นเศรษฐีที่เช่าที่ดินเป็นเงินสด ผู้รับผิดชอบการตรวจสอบก็ไม่ได้พูดอะไรมาก รีบเรียกดูข้อมูลการทำธุรกรรมของที่ดินทั้งสองแปลงอย่างรวดเร็ว กวาดตาดูคร่าว ๆ เมื่อไม่มีปัญหาอะไรก็อนุมัติทันที
เพียงแค่หนึ่งถึงสองนาที ซูลั่วก็พบว่าที่ดินในชื่อของตัวเองเพิ่มขึ้นมาอีกสองแปลงแล้ว ซูลั่วพอใจกับประสิทธิภาพนี้มาก จากนั้นก็ถามเสี่ยวเล่อว่าทำไมที่ดินสองแปลงนี้ถึงว่างลงกะทันหัน
ตามปกติแล้วเรื่องแบบนี้ถึงแม้จะไม่ใช่ความลับ แต่เจ้าหน้าที่ทั่วไปก็ไม่ชอบพูด...แต่ก็ต้องดูว่าใครเป็นคนถาม ในเมื่อซูลั่วเป็นคนถาม เสี่ยวเล่อก็ย่อมบอกทุกอย่างที่เธอรู้โดยไม่ปิดบัง
“ที่ดินสองแปลงนี้เดิมทีสมาคมนักเพาะปลูกเช่าไว้ให้นักเพาะปลูก แต่ช่วงนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงถูกยกเลิกการเช่า...แถมยังยกเลิกไปเยอะเลยด้วย” เสี่ยวเล่อรู้เพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ เธอก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก
ถ้าเป็นคนธรรมดาหรือบริษัททั่วไปที่ยกเลิกการเช่าที่ดินจำนวนมากขนาดนี้ โซนเพาะปลูกก็คงไม่ยอม แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น และสมาคมนักเพาะปลูกก็เป็นหนึ่งในข้อยกเว้นนั้น สมาคมก็เหมือนกับพวกเขาที่เป็นหน่วยงานราชการในยุคดวงดาว อีกทั้งสมาคมยังเช่าที่ดินจำนวนมากในแต่ละปี และผู้ที่ได้รับที่ดิน (นักเพาะปลูกหรือนักเพาะปลูกวิญญาณ) ก็ไม่คงที่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการยกเลิกการเช่า
ครั้งนี้ที่แปลกคือมีการยกเลิกการเช่าพร้อมกันถึงยี่สิบกว่าแปลง และยกเลิกแม้กระทั่งที่ดินในพื้นที่ A ถึงเจ็ดแปดแปลง นี่จึงเป็นสิ่งที่เสี่ยวเล่อรู้สึกว่ามันไม่ปกติ
ซูลั่วก็จำได้ว่าเจ้าของที่ดินสองแปลงนี้เป็นนักเพาะปลูก และที่ดินของนักเพาะปลูกส่วนใหญ่ก็เป็นของสมาคมที่เช่ามาแล้วให้พวกเขาใช้ฟรี ดังนั้นสิ่งที่เสี่ยวเล่อพูดก็เป็นเรื่องจริง ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสมาคม แต่เธอก็ได้ที่ดินที่ตัวเองต้องการแล้ว ถือเป็นเรื่องดี
“ฉันมีอีกคำถามค่ะ ที่ดินที่อยู่ติดกันสามารถเชื่อมต่อกันได้ไหมคะ?” ซูลั่วเตรียมจะให้ที่ดินหมายเลข 149 กับภูตสตอเบอร์รีด้วย ดังนั้นถ้าหากเชื่อมต่อกันได้ ก็จะทำให้พวกมันเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องให้หุ่นยนต์พาไปพามาทุกครั้ง
“เรื่องนี้...” เสี่ยวเล่อมีท่าทีลำบากใจเล็กน้อย “ขอโทษด้วยนะคะ เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตงานของฉัน ฉันไม่ทราบค่ะ แต่คุณสามารถไปถามหัวหน้าทีมตกแต่งได้เลย ถ้าเขาบอกว่าไม่มีปัญหา ก็แสดงว่าทำได้ค่ะ”
หัวหน้าทีมตกแต่งก็คือคนเดียวกับที่ซูลั่วเคยให้ช่วยติดตั้งเสาไฟถนนเมื่อครั้งก่อน เขาพูดน้อยแต่ทำงานดี ซูลั่วค่อนข้างชอบเขา ดังนั้นเมื่อเสี่ยวเล่อบอกแบบนั้น เธอก็รีบไปหาเขาทันที
เพราะเรื่องติดตั้งเสาไฟถนนยังไม่นานเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็ยังจำเธอได้ พอเห็นเธอก็ทักทายก่อน ซูลั่วก็ทักทายกลับ จากนั้นก็เข้าเรื่องทันที “สวัสดีค่ะ ฉันอยากจะถามว่าที่ดินที่อยู่ติดกันสามารถเชื่อมต่อกันได้ไหมคะ?”
หัวหน้าทีมตกแต่งอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามว่าที่ดินสองแปลงไหน ซูลั่วก็บอกหมายเลขที่ดินทั้งสองแปลงไป
“ทำได้ครับ แต่ต้องใช้เงินเพิ่มหน่อย” พูดจบ เขาก็เริ่มอธิบายแผนและราคาให้ซูลั่วฟัง
อันดับแรก การเชื่อมต่อกันจำเป็นต้องเปลี่ยนม่านป้องกัน เพราะม่านเดิมเล็กเกินไป แม้ว่ามันจะมีความยืดหยุ่นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่สามารถขยายขนาดให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าได้โดยตรง และค่าใช้จ่ายในการซื้อม่านป้องกัน ซูลั่วก็ต้องเป็นคนจ่ายเอง