- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปปลูกพืชวิเศษในยุคดวงดาว
- บทที่ 100
บทที่ 100
บทที่ 100
บทที่ 100
【ได้เลยครับ สตรีมเมอร์ไว้ใจได้】
【ฮ่าๆๆๆๆๆ รอราชามังกรกินไปอ้วกไป】
【ไม่ๆๆ ห้ามอ้วกนะ ถ้าอ้วกคือการสิ้นเปลืองอาหาร ระวังโดนร้องเรียนแล้วปรับเงินนะ】
...
เห็นข้อความสุดท้าย ชิวหรงเลิกคิ้วเล็กน้อย “แน่นอนว่าไม่อ้วก ผมจะฝืนกลืนลงไปให้ได้ ยังไงก็ไม่ยอมให้โดนปรับเงินหรอก”
“ผมซื้อหัวไชเท้ามาตั้งเยอะก็เพื่อหาอันที่ผมพอจะกินได้…ส่วนอันอื่นก็ไม่ทิ้งให้เสียเปล่านะ ผมจะนำไปแจกเป็นรางวัลให้กับผู้โชคดี”
พอได้ยินว่าไม่เพียงแต่จะได้ดูเรื่องสนุกๆ แต่ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับผักอีกด้วย บรรดาผู้ชมต่างก็ตื่นเต้นกันใหญ่
เรื่องที่ต้องกินหัวไชเท้า 10 จินเป็นบทลงโทษ ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 5 วันที่แล้ว...
เรื่องนี้สรุปง่ายๆ ก็คือ เขาเดิมพันแพ้การแข่งขันเกม PK กับสตรีมเมอร์อีกคน แต่ดันถูกอีกฝ่ายเล่นคำ
ตอนแรกอีกฝ่ายบอกให้เขาเป็นคนเลือกตัวละคร PK แล้วก็บอกอีกว่าต้องใช้ตัวละครสายซัพพอร์ตเท่านั้น
แต่ชิวหรงเป็นผู้เล่นสายโจมตีโดยเฉพาะ จะไปเล่นตัวละครประเภทนี้เป็นได้ยังไง?
แต่ถึงเขาจะไม่เป็น แต่อีกฝ่ายก็เป็น!
อีกฝ่ายคือสุดยอดผู้เล่นตัวละครสายซัพพอร์ตในเกมนี้ ชิวหรงจึงพ่ายแพ้อย่างน่าเจ็บใจ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้โกรธ เพราะเขากับอีกฝ่ายเป็นเพื่อนเก่ากันแล้ว ทั้งคู่ชอบแกล้งกันอยู่บ่อยๆ อีกอย่างการ PK ครั้งนี้ก็เพื่อสร้างสีสันให้กับรายการเท่านั้น ไม่ใช่การ PK อย่างจริงจัง แพ้ชนะก็ไม่สำคัญ
แต่สิ่งที่ทำให้ชิวหรงรู้สึกแย่ที่สุดก็คือ เมื่อตอนที่พูดถึงบทลงโทษสำหรับผู้แพ้ เขากล่าวโอ้อวดว่า: “ถ้าผมแพ้ ผมจะกินหัวไชเท้า 10 จิน ภายในสามวัน!”
ชิวหรงสตรีมในแพลตฟอร์มนี้มาเกือบ 5 ปีแล้ว ทุกคนที่รู้จักเขาจะรู้ว่าอาหารที่เขาเกลียดที่สุดคือหัวไชเท้า
การที่จะให้เขากินหัวไชเท้าสักคำนั้นยากยิ่งกว่าการขึ้นสวรรค์เสียอีก
ยังจำได้ว่าในงานเลี้ยงของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งครั้งก่อน อาหารจานแรกคือยำหัวไชเท้า ชิวหรงยอมอดตายดีกว่าที่จะแตะต้องมัน พอเห็นหัวไชเท้าเท่านั้นแหละ ใบหน้าของเขาก็เขียวขึ้นมาทันที
ด้วยเหตุนี้เอง สตรีมเมอร์หลายคนจึงล้อเขาว่าชาติที่แล้วต้องเป็นกระต่ายที่กินหัวไชเท้าจนเบื่อแล้ว ชาตินี้ถึงได้เกลียดมันขนาดนี้
คำพูดที่พูดออกไปเมื่อตอนนั้นเหมือนน้ำที่ไหลเข้าไปในสมอง แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ถึงจะเสียใจก็กลับคำไม่ได้
เวลาที่ต้องทำตามสัญญาคือหนึ่งสัปดาห์หลังจากจบการ PK ดังนั้นในหนึ่งสัปดาห์นี้ ชิวหรงจึงใช้เวลามากมายเพื่อตามหาหัวไชเท้า
โดยเฉพาะหัวไชเท้าที่ไม่มีกลิ่นหัวไชเท้า
แต่เหมือนกับที่ซูลั่วเคยบ่นเอาไว้ หัวไชเท้าที่ไม่มีกลิ่นหัวไชเท้ามันจะยังเรียกว่าหัวไชเท้าได้ยังไง?
ดังนั้นเขาจึงตามหาตามร้านขายหัวไชเท้าเกือบทุกร้านในตลาด แต่ก็ยังไม่เจออันที่ถูกใจ ส่วนใหญ่พอซื้อมาแล้วกินเข้าไปก็จะอ้วกออกมา
นี่เป็นเหตุผลที่เมื่อชิวหรงเห็นร้านของซูลั่วแล้ว จึงไม่สนใจราคาและสั่งซื้อทันที
ยังไงเขาก็ไม่ได้ขาดแคลนเงิน แค่อยากทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นหน่อยก็พอ
เขาเห็นว่าร้านนี้เป็นของนักเพาะปลูก และหัวไชเท้าก็เป็นหัวไชเท้าหวาน ซึ่งเป็นชนิดที่เขากินแล้วไม่รู้สึกแย่ที่สุด แถมหัวไชเท้าหวานนี้ยังเป็นผักเกรดพิเศษอีกด้วย ยังไงรสชาติก็คงไม่แย่เกินไปนัก เขาจึงสั่งซื้ออย่างไม่ลังเล
หากหัวไชเท้าจากร้านนี้ยังใช้ไม่ได้อีก เขาก็ไม่มีเวลาไปซื้อจากร้านอื่นแล้ว เพราะอีกสองวันเขาจะต้องทำตามสัญญาแล้ว
ชิวหรงยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวล สุดท้ายก็เลิกคิดไปเลย ยังไงคำพูดที่พูดออกไปแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ แม้จะต้องร้องไห้ไปด้วยก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ชิวหรงไม่รู้ว่าเมื่อเขาเปิดเผยประวัติการซื้อของ เนื่องจากไม่ได้ปิดบังราคาเอาไว้ จึงทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างมาก
หัวไชเท้าทั่วไปในตลาดมีราคาอยู่ที่ 100-120 เหรียญดาวต่อ 100 กรัม หากซื้อ 10 จินก็จะอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 เหรียญดาว แต่ผู้ชมบางคนตาดีเห็นว่ามีคำสั่งซื้อที่ใช้เงินไปกว่า 20,000 กว่าเหรียญดาว...นี่ซื้อหัวไชเท้าที่ฝังทองมาหรือไง?
มีคนถามเรื่องหัวไชเท้าแพง แต่เพราะชิวหรงกำลังเข้าสู่เกมถัดไป บรรดาข้อความจึงกำลังพูดคุยกันเรื่องเกม
ดังนั้นข้อความที่สอบถามจึงถูกเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วและไม่มีคนเห็นมากนัก
ส่วนชิวหรงก็กำลังตั้งใจเล่นเกมอยู่ จึงไม่เห็นมันอย่างแน่นอน ทำให้เรื่องหัวไชเท้าแพงถูกระงับไปชั่วคราว
...
...
เวลาผ่านไปสองวันให้หลัง
ในช่วงสองวันมานี้ บางคนรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าเหมือนเป็นปี แต่บางคนก็รู้สึกว่ามันผ่านไปเร็วเหมือนเสี้ยววินาที
เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา ซูลั่วก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนว่าพัสดุที่เธอส่งไปได้รับการเซ็นรับแล้ว
อีกฝ่ายยังไม่ได้ให้คะแนนหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ ซูลั่วจึงยังไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร และข้อความที่เธอส่งไปครั้งก่อนอีกฝ่ายก็ไม่ได้ตอบกลับมา เธอจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ยังไงเธอก็รู้ดีที่สุดว่าหัวไชเท้าของตัวเองเป็นยังไง
นอกจากนี้ ซูลั่วก็พบว่าวันนี้โชคดีเป็นพิเศษ
ตอนเช้าที่เธอตื่นขึ้นมาพบว่าได้รับคำสั่งซื้อ 5 รายการ มีหนึ่งรายการที่สั่งซื้อมาตั้งแต่ตอนเที่ยงคืนเมื่อคืน เธอหลับไปแล้วจึงไม่ทันได้เห็น
นอกจากนี้ ตอนบ่ายก็ได้รับคำสั่งซื้ออีก 2 รายการ
รวมแล้วมี 7 รายการ มี 2 รายการที่สั่ง 1 จิน 1 รายการสั่ง 300 กรัม 1 รายการสั่ง 200 กรัม และที่เหลืออีก 3 รายการสั่งรายการละ 100 กรัม
คำสั่งซื้อทั้ง 7 รายการรวมน้ำหนักได้ 1,800 กรัม รายได้ 9,000 เหรียญดาว
ตอนแรกซูลั่วยังไม่ค่อยชินกับวิธีการขายแบบ 100 กรัมในยุคดวงดาวนี้ เพราะ 100 กรัมก็เท่ากับหัวไชเท้าหวานแค่สี่ห้าหัวเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะราคาสูง การขายแบบนี้ก็ขาดทุน เพราะค่าส่งก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย
ตอนนี้ร้านยังไม่เป็นที่นิยม คำสั่งซื้อน้อย ซูลั่วจึงยังไม่สามารถทำสัญญาส่งสินค้าแบบเหมากับบริษัทขนส่งได้ เพราะเธอไม่มีของที่ต้องขนส่งมากขนาดนั้น ดังนั้นต้นทุนการขนส่งแบบเดี่ยวจึงค่อนข้างสูง
เมื่อธุรกิจดีขึ้นแล้ว เธอจึงจะพิจารณาไปเจรจาเรื่องการร่วมมือกับบริษัทขนส่ง
และวันนี้ เธอยังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำอีก
ก่อนหน้านี้ นอกเหนือจากการเช่าพื้นที่เพาะปลูกในปัจจุบันแล้ว เธอยังเช่าพื้นที่เพาะปลูกในเขต C อีกสองแห่งด้วย
แต่ในหนึ่งเดือนนี้ พื้นที่เพาะปลูกทั้งสองแห่งนั้นถูกปล่อยทิ้งร้างไป เพราะระยะทางระหว่างพื้นที่เพาะปลูกทั้งสองแห่งค่อนข้างไกล เธอคนเดียวไม่สามารถเดินทางไปดูแลได้ทุกวัน
และถึงแม้ว่าจะใช้เวลาเพาะปลูกจนได้ผลผลิตแล้ว แต่เพราะเธอไม่ได้อยู่ที่นั่น ถ้าเกิดอะไรขึ้น เธอก็ไม่สามารถไปจัดการได้ทัน
เธอคงไม่สามารถใช้บุญคุณที่มีอยู่ไปรบกวนป้าจางได้ทุกเรื่องหรอกใช่ไหม?
แต่ตอนนี้เธอมีสโนว์บอลแล้ว ซูลั่วจึงตั้งใจจะให้สโนว์บอลไปทำงานที่พื้นที่เพาะปลูกในเขต C ในตอนกลางวัน ยังไงมันก็เคลื่อนที่เร็ว การเดินทางที่เธอต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง มันใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น
เมื่อมีความคิดนี้ ซูลั่วก็เริ่มฝึกให้สโนว์บอลใช้หุ่นยนต์
สโนว์บอลสมกับเป็นสัตว์ต่างเผ่าพันธุ์ที่สามารถเข้าใจคำพูดของมนุษย์ได้ ความสามารถในการเรียนรู้ของมันนั้นแข็งแกร่งมาก มันเรียนรู้วิธีการใช้หุ่นยนต์ได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากที่มันเรียนรู้วิธีการใช้หุ่นยนต์แล้ว ซูลั่วก็นำหุ่นยนต์เกษตรที่มีฟังก์ชันน้อยกว่าตัวเก่าไปไว้ที่เขต C เพื่อให้สโนว์บอลใช้
แบบนี้มันก็แค่ต้องคอยดูการทำงานของหุ่นยนต์ และคอยระวังคนอื่นไปด้วยก็พอแล้ว
แน่นอน เพื่อป้องกันไว้ก่อน ซูลั่วก็จะกลับไปดูเป็นระยะๆ
หลังจากการเตรียมการทั้งหมด ซูลั่วกับสโนว์บอลก็พากันนำหุ่นยนต์และเมล็ดพันธุ์กลับไปที่พื้นที่เพาะปลูกแปลงที่ 5 ในเขต C