- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปปลูกพืชวิเศษในยุคดวงดาว
- บทที่ 30
บทที่ 30
บทที่ 30
บทที่ 30
‘พวกนายรีบๆ โตหน่อยนะ รอให้พวกนายโตแล้วถึงจะทำเงินให้นายหญิงได้!’
‘ใช่แล้วใช่แล้ว ไม่ใช่แค่ต้องรีบโต แต่ต้องออกผลให้เยอะๆ ด้วย...’
‘ต้องเป็นผลที่สวยๆ นะ ผลที่ไม่สวยไม่อร่อย มนุษย์ไม่ต้องการหรอก!’
‘พอนานหญิงมีเงินแล้วจะได้ซื้อเมล็ดพันธุ์เยอะๆ ปลูกต้นไม้เยอะๆ แล้วพวกเราก็จะมีเพื่อนเยอะแยะเลย!’
สตรอเบอร์รี่ในไร่: ...ไม่อยากยอมรับว่าพวกแกเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับพวกเราเลย
ดีนะที่ซูลั่วไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้นถ้าได้ยินคำพูดพวกนี้เข้า ต้องทั้งขำทั้งโมโหแน่ๆ
มีอย่างที่ไหนกันที่เผ่าพันธุ์ตัวเองเร่งให้พวกเดียวกันออกผลไม้เพื่อหาเงินให้มนุษย์?
ไม่รักพวกพ้องเลยสักนิด!
...แต่พอคิดว่าคนที่พูดคำพวกนี้เป็นภูตสตรอเบอร์รี่แล้ว... ก็ดูไม่แปลกเท่าไหร่
ในขณะที่เหล่าภูตสตรอเบอร์รี่กำลังร่ายยาวเร่งให้พวกพ้องโตเร็วๆ ทันใดนั้นก็มีเงาดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นไม่ไกล
แต่ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน และไม่มีแสงสว่างรอบๆ เลย ทำให้เงาดำขนาดใหญ่นี้กลมกลืนกับยามค่ำคืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย
อืม...แต่ภูตสตรอเบอร์รี่ไม่ใช่คน
พืชที่หยั่งรากลงในดินย่อมมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมกว่ามนุษย์ โดยเฉพาะการได้ยิน
นอกจากนี้ ภูตสตรอเบอร์รี่ยังเป็นพืชวิญญาณ พวกมันจึงมีสัมผัสที่เฉียบคมยิ่งกว่า
ดังนั้น ก่อนที่เงาดำขนาดใหญ่จะมาถึง ก็มีภูตสตรอเบอร์รี่ตัวหนึ่งที่พบความผิดปกติเข้า
‘พวกนายได้ยินเสียงอะไรบ้างไหม?’
‘ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน เสียงดังมากเลย...’
‘พวกนายดูเร็ว! ทางนั้น... ไม่ใช่สิ! ทางนั้น ทางนั้นทางนั้น!’
‘...พูดซ้ายขวาไม่ได้เหรอ? ทางนั้นคือทางไหนกันแน่?’
‘ข้างหลัง! ตรงข้างหลังพวกนายเลย! ฉันเห็นสัตว์ประหลาดเยอะแยะเลย...’
‘สัตว์ประหลาด... ฮืออ เสี่ยวชีไม่อยากเห็นสัตว์ประหลาด...’
‘...’
ในที่สุด เสี่ยวอีที่ดูน่าเชื่อถือที่สุดก็ยืนขึ้น มันพยายามยืดกิ่งก้านออกมาจนถึงหน้าดอกอิ่นถังต้นหนึ่ง
‘พี่ชิงหลง! ข้างนอกมีสัตว์ประหลาดเยอะแยะเลย!’
...
ในห้องพัก ชิงหลงที่ถูกเสี่ยวอีปลุกให้ตื่นรู้สึกสับสนอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่นาน ชิงหลงก็รับรู้ถึงสภาพแวดล้อมภายนอกผ่านดอกอิ่นถังที่ปลูกอยู่ข้างบ้าน และมองเห็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักจำนวนมหาศาล จากนั้นมันก็รีบปลุกซูลั่ว
หลังจากซูลั่วได้ยินว่ามีสัตว์ประหลาดอยู่ข้างนอก เธอรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ แต่ก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้อง
เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน ก้อนเหล็กจึงเข้าสู่โหมดพักตัว แต่โปรแกรมการรับรู้ของหุ่นยนต์ก็ยังคงตรวจจับการเคลื่อนไหวของซูลั่วได้
“นายหญิง? ดึกขนาดนี้แล้วจะออกไปข้างนอกเหรอ?”
ซูลั่วยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไร จึงไม่สามารถอธิบายให้ก้อนเหล็กฟังได้ เธอทำได้เพียงสั่งให้ก้อนเหล็กอยู่ในโหมดสแตนด์บายในห้องพัก ส่วนตัวเองก็เปิดประตูออกไป
เมื่อเธอรู้ข่าวและออกมาจากบ้าน กองทัพเผ่าแมลงขนาดใหญ่ก็กำลังจะเข้ามาใกล้แล้ว
ซูลั่วรีบวิ่งไปที่ไร่นา แล้วถอนภูตสตรอเบอร์รี่ออกมาทันที จากนั้นก็ยัดใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วรีบหลบไปในเงามืดด้านหลังบ้าน ก่อนที่เผ่าแมลงจะสังเกตเห็นเธอ
เธอมองสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายสัตว์ประหลาดจากต่างดาวกลุ่มนี้ แล้วขมวดคิ้ว... นี่คือเผ่าแมลงแห่งอวกาศเหรอ?
ตามหลักแล้ว เมื่อเผ่าแมลงบุกดาวเคราะห์ของมนุษย์ กองทัพอวกาศย่อมต้องส่งคนมาคุ้มครอง แต่ตอนนี้เธอยังไม่เห็นเงาของใครเลย
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซูลั่วก็หยิบสมองกลออกมา
ยังไม่ทันที่เธอจะค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เธอก็ได้รับคำเตือนฉุกเฉินจากทางการอวกาศแล้ว
“การตรวจจับพิกัดแสดงว่าคุณอยู่ในดาวเคราะห์ C5030 ตอนนี้กองทัพเผ่าแมลงกำลังโจมตีดาวเคราะห์ดังกล่าว ทุกท่านโปรดเตรียมพร้อมป้องกัน อย่ากระทำการใดๆ ที่ไม่จำเป็น และรอการช่วยเหลือ”
ซูลั่วมองข้อความนี้ แล้วมองไปยังเผ่าแมลงที่อยู่ไม่ไกลนัก เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
รอการช่วยเหลือเหรอ?
กลัวว่าจะเป็นการรอให้คนมาเก็บศพมากกว่า!
แม้แต่ ‘มนุษย์ต่างดาว’ อย่างเธอก็ยังรู้ว่าดาวเคราะห์แต่ละดวงมีกองทัพประจำการอยู่ ซึ่งมีหน้าที่ในการให้การสนับสนุนอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน (ส่วนใหญ่คือการบุกรุกของเผ่าแมลง)
และข่าวจากทางกองทัพย่อมต้องรวดเร็วกว่าคนธรรมดาอย่างพวกเขามาก ตอนนี้เวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว การช่วยเหลือยังไม่มา แล้วจะให้เธอหวังพึ่งคนอื่นได้อีกเหรอ?
อย่าเลย เธอไม่ได้ใจกว้างขนาดนั้น
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดตอนนี้คือการที่เธอเก็บของแล้วรีบออกไปจากที่นี่ทันที แม้ว่าเผ่าแมลงจะเคลื่อนที่เร็ว แต่การอยู่ที่นี่ก็เท่ากับรอความตาย สู้รีบไปก่อนดีกว่า
แต่เธอไปได้ แล้วครอบครัวป้าจางล่ะจะทำอย่างไร?
ซูลั่วคิดว่าตัวเองอยู่ในยุควันสิ้นโลกมานาน เห็นการพลัดพรากจากกันมามากมายจนจิตใจด้านชาลง... แต่จางฮวาเป็นคนแรกที่ช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถหลังจากที่เธอมาถึงโลกนี้
ในเมื่อมีความสามารถ ซูลั่วก็ทำใจปล่อยให้เรื่องผ่านไปไม่ได้แน่นอน
นอกจากนี้ เธอยังมีสตรอเบอร์รี่จำนวนมหาศาลที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ตามคำอธิบายเกี่ยวกับเผ่าแมลงที่เธอได้เห็นบนอินเทอร์เน็ตในช่วงเวลานี้ ต่อให้เผ่าแมลงถูกขับไล่ไป สตรอเบอร์รี่จำนวนมหาศาลของเธอก็ต้องหายไปอย่างแน่นอน
เพราะเผ่าแมลงมีพลังทำลายล้างสูงมาก และยังชอบทำลายล้างเป็นพิเศษอีกด้วย
ทุกที่ที่เผ่าแมลงผ่านไป เหมือนกับตั๊กแตนบุกเข้าทำลายล้าง ทุกอย่างที่กินได้ก็กินหมด ทุกอย่างที่กินไม่ได้ก็ทำลายจนหมดสิ้น
เมื่อคิดว่าสตรอเบอร์รี่ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวได้ในไม่ช้ากำลังจะถูกทำลาย ซูลั่วก็รู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซูลั่วก็หยิบเมล็ดพันธุ์จำนวนมากออกมา ปลายนิ้วของเธอมีพลังงานธาตุไม้ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว...
...
ในเวลาเดียวกัน อันหมิงก็กำลังนำกองทัพมุ่งหน้าไปยังพื้นที่เพาะปลูกอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นจำนวนจุดแสงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็รู้สึกร้อนใจอย่างมาก
ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังพื้นที่เพาะปลูกทันที
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แต่คนอื่นๆ ที่ถือเครื่องตรวจจับเผ่าแมลงก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจเช่นกัน
“ผู้พันครับ จำนวนเผ่าแมลงในพื้นที่เพาะปลูก A และพื้นที่เพาะปลูก C มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ”
แม้จะยังไม่ถึงที่หมาย แต่เมื่อดูการกระจายตัวโดยรวมของเผ่าแมลงแล้ว อันหมิงก็ออกคำสั่งกับทุกคนทันที
เพียงแค่ยานอวกาศถึงที่หมาย พวกเขาก็ปฏิบัติการได้ทันที
ใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีที่ยาวนานราวกับหนึ่งปีในความรู้สึก ในที่สุดยานอวกาศของทหารที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดก็มาถึงพื้นที่เพาะปลูกแล้ว
ผู้จัดการทั้งสองของพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับข่าวแล้วก็รออยู่ที่นี่นานแล้ว
อันหมิงนำนักรบดวงดาวหลายร้อยคนขึ้นยานอวกาศของทหารอีกลำหนึ่ง และเตรียมมุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่เพาะปลูก C เพราะพวกเขาเห็นว่าเผ่าแมลงในพื้นที่ C มีจำนวนมากที่สุด ดังนั้นอันหมิงจึงนำคนไปด้วยตัวเองเพื่อต่อสู้กับเผ่าแมลง
สำหรับพื้นที่เพาะปลูกอีกสองแห่ง อันหมิงก็จัดให้คนอีกส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือกองทัพที่ประจำการอยู่ด้วยเช่นกัน แต่มีจำนวนคนน้อยกว่าบนยานอวกาศของเขาอย่างเห็นได้ชัด
พูดแล้วก็น่าขำ พื้นที่เพาะปลูก C มีคนมากที่สุดและเผ่าแมลงมากที่สุด แต่กองทัพที่ประจำการอยู่ในพื้นที่เพาะปลูกกลับไปรวมตัวกันอยู่ที่พื้นที่เพาะปลูก B และพื้นที่เพาะปลูก A
ถ้าไม่ใช่เพราะยังมีภารกิจต้องทำ อันหมิงคงอยากจะด่าคนที่บัญชาการกองทัพที่ประจำการอยู่จนเลือดตกยางออกไปแล้ว
“ผู้พันครับ ทุกคนพร้อมแล้วครับ ออกเดินทางได้เลย”