- หน้าแรก
- ระบบปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 032 ระดมยิงให้สิ้นซาก สำนักหลัวเทียนล่มสลาย
บทที่ 032 ระดมยิงให้สิ้นซาก สำนักหลัวเทียนล่มสลาย
บทที่ 032 ระดมยิงให้สิ้นซาก สำนักหลัวเทียนล่มสลาย
ผู้ฝึกตนจำนวนมากที่มุงดูอยู่ หลังจากเห็นจี้หยก 30 ชิ้นนั้น ในใจก็เกิดความรู้สึกเสียใจขึ้นมา
การต่อสู้ระดับสูงเช่นนี้ เป็นสิ่งที่พวกเขาจะสามารถมุงดูได้งั้นหรือ?
หากอีกสักครู่เหลิ่งเหยียนหรานเกิดพลาดพลั้ง โยนจี้หยกชิ้นหนึ่งพลาดเป้ามาทางพวกเขา!
นั่นคงได้ลองลิ้มรสความตายกันจริงๆ แล้ว!
แม้แต่ค่ายกลพิทักษ์นิกายของสำนักหลัวเทียน ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่สำนักใหญ่แห่งดินแดนเหนือ ก็ยังถูกการโจมตีครั้งนั้นทำลายจนเกือบแหลกละเอียด พวกเขาไม่คิดว่าตนเองจะสามารถต้านทานการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของศิลาจารึกสวรรค์นั้นได้!
แต่ตอนนี้ผู้ที่ตื่นตระหนกที่สุด เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่พวกเขา
แต่เป็นเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสจำนวนมากบนลานกว้างของสำนักหลัวเทียน!
แม้กระทั่งนักพรตหยางชุน ทุกคนต่างตกใจจนหน้าเขียวเมื่อเห็นจี้หยก 30 ชิ้นปรากฏขึ้น!
การโจมตีที่พวกเขาต้องทุ่มสุดกำลังอาศัยมหาค่ายกลของสำนักจึงจะต้านทานได้ ยังมีอีก 30 ครั้งงั้นหรือ?
นี่จะสู้ได้อย่างไร หากเป็นเรื่องจริง นี่มันคือการสังหารหมู่ชัดๆ!
การสังหารหมู่ที่ไม่มีข้อกังขาใดๆ!
“เป็นไปไม่ได้ จี้หยกนั่นล้ำค่าเพียงใด แฝงไว้ด้วยการโจมตีสุดกำลังของขอบเขตบุปผาดับสูญขั้นที่เก้า จะมีมากขนาดนี้ได้อย่างไร”
"เจ้าต้องกำลังขู่ขวัญแน่ๆ ของพวกนี้เป็นของปลอม เป็นของปลอมทั้งหมด..."
"ฆ่าเจ้าซะ ขอเพียงเจ้าตายทุกอย่างก็จบสิ้น!"
เมื่อนักพรตหลัวอู่เห็นจี้หยก 30 ชิ้นปรากฏขึ้น เขาก็แทบจะคลุ้มคลั่ง แม้ปากจะตั้งคำถามว่าจี้หยกของเหลิ่งเหยียนหรานเป็นของปลอม แต่เหงื่อเย็นบนหน้าผากก็ไหลลงมาตามแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
"ฝ่ามืออรหันต์หลัวเทียน!"
"เพลงดาบหลอมโลหิต!"
"ระเบิดมารเสวียนหมิง!"
ในชั่วพริบตา วิธีเดียวที่นักพรตหลัวอู่นึกออกคือการกำจัดเหลิ่งเหยียนหรานที่อยู่ตรงหน้า เช่นนั้นแล้วอันตรายทั้งหมดก็จะหมดไป!
เขาอยากจะเห็นนักว่าเหลิ่งเหยียนหรานซึ่งอยู่ในขอบเขตประจักษ์แจ้งจะสามารถใช้อาวุธวิเศษป้องกันระดับสวรรค์นั้นได้นานแค่ไหน!
เขาปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดที่ตนเองฝึกฝนมาพุ่งเข้าใส่เหลิ่งเหยียนหรานในคราวเดียว
แต่เหลิ่งเหยียนหรานกลับไม่แม้แต่จะชายตามองเขาเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ต้นจนจบ สำหรับค่ายกลป้องกันที่ท่านอาจารย์มอบให้ นางมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
โดยไม่สนใจนักพรตหลัวอู่ที่คลุ้มคลั่ง เหลิ่งเหยียนหรานเพียงใช้นิ้วดีดจี้หยกที่บรรจุพลังศักดิ์สิทธิ์ศิลาจารึกสวรรค์ทีละชิ้นๆ ไปยังยอดเขาของสำนักหลัวเทียน!
และเมื่อจี้หยกทีละชิ้นๆ ลอยออกไป ระเบิดออก ก่อตัวเป็นศิลาจารึกสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวเช่นเดียวกับเมื่อครู่ ทุกคนต่างตกตะลึง!
เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ!
จี้หยก 30 ชิ้นนี้ เป็นของจริงทั้งหมด!
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในเหมือนกับจี้หยกชิ้นก่อนหน้าทุกประการ พลังทำลายล้างก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย!
ศิลาจารึกสวรรค์ 30 องค์รวมตัวกันอยู่เหนือยอดเขาหลัวเทียน แต่ละองค์สูงถึง 3,000 จ้าง ในชั่วพริบตา บดบังฟ้าดิน แสงอาทิตย์ที่มีอยู่น้อยนิดก็ถูกศิลาจารึกสวรรค์บดบังจนหมดสิ้น สำนักหลัวเทียนถูกปกคลุมด้วยเงาขนาดมหึมา!
"หนี เร็วเข้า!"
"ผู้อาวุโส รีบปลดค่ายกลพิทักษ์นิกาย ปล่อยพวกเราออกไป!"
"นี่ไม่ใช่สิ่งที่กำลังคนจะสามารถต้านทานได้ ปล่อยข้าออกไปเร็ว!"
"ข้าไม่อยากตาย ข้าไม่อยากตาย ข้ายังมีอนาคตที่สดใสรออยู่ ปล่อยข้าไปเร็ว!!!"
ในชั่วพริบตา ภายในสำหนักหลัวเทียนก็เกิดความโกลาหลวุ่นวาย ศิษย์ทุกคนต่างพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อหลบหนีออกจากที่นี่ หลบหนีจากเขตแดนครอบคลุมของศิลาจารึกสวรรค์ทั้ง 30 แท่ง!
แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสก็ไม่เว้น ในทันทีที่ศิลาจารึกสวรรค์ปรากฏขึ้น พวกเขาตอบสนองได้เร็วกว่าศิษย์เสียอีก พวกเขารีบปลดค่ายกลพิทักษ์นิกายในทันที และใช้ความเร็วที่สุดในชีวิตหนีอย่างสุดกำลัง เพื่อที่จะหนีออกจากที่นี่ให้ไกลที่สุด!
และในบรรดาผู้ที่วิ่งเร็วที่สุด ก็คือนักพรตหยางชุนขอบเขตบุปผาดับสูญ!
ตลอดทางนักพรตหยางชุนถึงกับไม่มีเวลาหลบหลีกซ้ายขวา พุ่งชนศิษย์สำนักหลัวเทียนที่กำลังหนีตายอย่างตื่นตระหนกสองสามคนจนกลายเป็นหมอกโลหิต!
"บึ้ม————"
"บึ้ม————"
พร้อมกับเสียงดังสนั่น ศิลาจารึกสวรรค์ 30 องค์ก็พุ่งลงมาด้านล่างอย่างไม่อาจต้านทาน!
“ครืนๆ————”
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่อง แผ่นดินในรัศมี 500 ลี้สั่นสะเทือนไม่หยุดหย่อน รอยแยกนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นบนพื้นดิน
จนกระทั่งศิลาจารึกสวรรค์ทั้ง 30 แท่งตกลงมาโดยสมบูรณ์ โดยมีเนินเขาของสำหนักหลัวเทียนเป็นศูนย์กลาง เขตแดนกว่าร้อยลี้ล้วนถูกทุบจนราบเป็นหน้ากลอง เหลือเพียงศิลาจารึกสวรรค์ที่ส่งกลิ่นอายปราณสังหารอันหนาแน่นและแผ่แรงกดดันมหาศาลออกมาทีละแท่ง!
เทือกเขาและป่าไม้แต่เดิม พลันกลายเป็นกองศิลาจารึกสวรรค์ที่กินเขตแดนกว้างถึงร้อยลี้!
ส่วนศิษย์และผู้อาวุโสของสำนักหลัวเทียน ก็ไม่มีผู้ใดสามารถรอดชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ได้!
มีเพียงนักพรตหยางชุน ที่บินโซซัดโซเซอยู่กลางอากาศ ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด เมื่อครู่เขาใช้ทักษะลับ จึงสามารถหลบการโจมตีของศิลาจารึกสวรรค์ได้อย่างหวุดหวิด
แต่เมื่อศิลาจารึกสวรรค์ 30 องค์ตกลงมา เพียงแค่แรงกระแทกก็เกือบทำให้ร่างกายของเขาแหลกสลาย บัดนี้ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลน่าสะพรึงกลัว ดูน่าสมเพชยิ่งนัก!
“นี่...”
"สำนักหลัวเทียน หายไปแล้ว?"
"พูดไร้สาระ พลังศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัว 30 สายถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน ต่อให้มีสำนักหลัวเทียน 10 แห่ง 100 แห่ง ก็คงต้านทานไม่ไหวหรอก!"
"สำนักหลัวเทียน... ถูกล้างสำนักจริงๆ ด้วย!!!"
“ซี้ด โชคดีที่เราหลบมาไกลพอ เมื่อครู่ข้าผู้เฒ่าเห็นผู้ฝึกตนที่ไม่ใช่คนของสำหนักหลัวเทียนจำนวนไม่น้อย ก็ตายอยู่ในเขตแดนร้อยลี้นั้นด้วย!”
"อยากจะเข้าไปใกล้ๆ เพื่อหาโอกาสเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ แต่ตอนนี้ กลับหาแม้แต่ศพก็ไม่เจอ..."
ในชั่วพริบตา ทุกคนต่างมองดูศิลาจารึกสวรรค์ทั้ง 30 แท่งภายในเขตแดนร้อยลี้ด้วยความตัวสั่นเทา ผู้ที่มีสภาพจิตใจอ่อนแอหน่อย ถึงกับสลบไปแล้ว
นอกจากการล่มสลายของสำนักหลัวเทียนแล้ว ยังมีผู้ฝึกตนอิสระจำนวนมากที่ต้องการเข้ามาหาผลประโยชน์ในระยะใกล้ ก็ต้องตายไปอย่างไม่เลือกหน้าภายใต้การระเบิดนั้นด้วย!
"จริงสิ เมื่อครู่ข้าเห็นนักพรตหลัวอู่ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของเขากับเหลิ่งเหยียนหราน!"
"ไม่รู้ว่าผลเป็นอย่างไรบ้าง!"
“คงไม่ใช่ว่าหลังจากทำลายสำนักหลัวเทียนแล้ว เหลิ่งเหยียนหรานก็ตายด้วยน้ำมือของนักพรตหลัวอู่ด้วยหรอกนะ!”
ทันใดนั้นมีคนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เมื่อครู่ทุกคนต่างจดจ่ออยู่กับพลังศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวทั้ง 30 สาย จนไม่มีเวลาดูการโจมตีของนักพรตหลัวอู่ที่มีต่อเหลิ่งเหยียนหราน!
เมื่อได้ยินคนเตือนสติ ทุกคนก็หันกลับไปมองเหลิ่งเหยียนหรานและนักพรตหลัวอู่อีกครั้ง
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ เหลิ่งเหยียนหรานยังคงยืนอยู่ที่นั่นด้วยใบหน้าเย็นชา ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย โล่ป้องกันนั้นปกป้องนางไว้อย่างแน่นหนา
เห็นได้ชัดว่า พลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามสายเมื่อครู่นี้ ไม่ได้ทำลายโล่ป้องกันนี้!
"นางมาร!!!"
"เจ้ามันนางมารร้าย!!!"
"ตาย! ตายซะเถอะ!"
หลังจากนักพรตหลัวอู่นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาก็คลุ้มคลั่งอย่างสมบูรณ์ พลังวิญญาณทั้งหมดระเบิดออกมา ทำให้มวยผมของเขากระจายออก ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าบิดเบี้ยว
“วันนี้ข้าจะดูสิว่าเจ้าจะสามารถรับการระเบิดตัวเองของประมุขขอบเขตบุปผาดับสูญขั้นที่ห้าอย่างข้าได้หรือไม่!!!”
นักพรตหลัวอู่ตะโกนลั่น แสดงท่าทีพร้อมตาย
เมื่อเห็นดังนั้น เหลิ่งเหยียนหรานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย วางมือลงบนถุงเก็บของที่เอว หากค่ายกลป้องกันไม่สามารถต้านทานการระเบิดตัวเองของยอดฝีมือขอบเขตบุปผาดับสูญได้ นางก็จะใช้วงเวทเคลื่อนย้ายหนีไปก่อนในทันที!
แต่นักพรตหลัวอู่หลังจากตะโกนลั่นแล้ว กลับหันหลังกลับอย่างกะทันหัน และใช้ความเร็วที่สุดในชีวิตหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเหลิ่งเหยียนหราน!
“หา???”