เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1 The student of a poor family

Chapter 1 The student of a poor family

Chapter 1 The student of a poor family


Chapter 1 The student of a poor family

ผู้แปล C

หลังพระอาทิตย์อัสดง ในเมืองชานซิตี้ได้ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดขนาดใหญ่

ดวงดาวบนท้องฟ้าช่างดูเล็กเหมือนดังเช่นฝุ่นผงธุลี

ภูเขาสูงตั้งตระหง่านถูกแสงยามอาทิตย์อัสดงตกกระทบ เรืองแสงคล้ายสายรุ้ง

มันช่างเป็นฉากที่งดงามเสียนี่กระไร

ณ ป้อมยามที่18

หนิงเถาเหน็บจดหมายตอบรับไว้ในกระเป๋ากางเกงของเขาและเดินออกมาทางป้อมยาม

ด้านหลังของเขาเป็นตึกเรียนที่สวยงามและ

ด้านหน้าของเขาเป็นถนนหน้าทางเข้าโรงเรียน

“พ่อครับ แม่ครับ ผมจะไม่ทําให้พ่อกับแม่ผิดหวัง

ผมจะไปมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือของชานซิตี้พรุ่งนี้

และเริ่มฝึกงานที่นั่นครับ” หนิงเถาพึมพํากับตัวเอง

เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ราวกับว่าข้างบนนั้น เขาได้เห็นหน้าพ่อแม่ซึ่ง

พวกเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสี่ปีก่อนอีกครั้ง

ขณะนั่นเองรถยนต์BMW 745Li ขับมาจอดช้าๆหน้าประตูโรงเรียน

เมื่อไฟส่องที่ป้ายทะเบียนรถ หนิงเถาจําได้ทันทีว่านี่เป็นรถของหยางไฮ

หยางไฮเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขา ซึ่งวันๆไม่ทําอะไร

พึ่งพาแต่ครอบครัวที่ร่ํารวยของเขาไปวันๆ

หนิงเถาเพียงแค่ชายตามองที่รถก่อนที่จะมองไปยังตึกเรียน

อย่างไรก็ตาม รถBMW 745Li ขับมาหยุดข้างๆหนิงเถา หน้าต่างรถเลื่อนเปิดลง

หยางไฮในทรงโมฮอกนั่นเอง เขามองมายังหนิงเถอด้วยรอยยิ้ม “ไง หนิงเถา

เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเก่ากันไง ทําไมไม่ทักทายตอนเจอกันหน่อยละ?”

เขาถามหนิงเถา

หนิงเถาเพีย

แค่ยิ้มอ่อนที่มุมปากและตอบกลับหยางไฮไปว่า “ไง หยางไฮ

กําลังจะออกไปเที่ยวข้างนอกหรอ?”

ขณะนั้นเองผู้หญิงที่นั่งข้างหยางไฮ

หันมาซบที่อกของหยางไฮและพูดกับเขาด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “ไฮ ทําไมต้องไปทักทาย

รปภ.ด้วยอ่ะ? ไปกันเถอะ”

“เขาไม่ใช่รปภ. แต่เขาเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยมคนนึงในชั้นเรียนของผมเลยละ

แต่ตั้งแต่ที่พ่อแม่เขาตายจากอุบัติเหตุรถยนต์

โรงเรียนก็เลยให้เขาทํางานเพื่อหาเลี้ยงตัวเองเล็กๆน้อยๆละ”

หยางไฮอธิบายด้วยน้ําเสียงแปลกๆ “ฉันพูดถูกมั้ยหนิงเถา?”

หนิงเถาไม่ได้พูดอะไรออกมาภายนอกเขาดูเหมือนนิ่งสงบ แต่ลึกเข้าไปในใจ

เขายังคงมีบาดแผลที่เหมือนรอยแผลเป็นจากเหตุการณ์นั้นอยู่เสมอ

แต่หลังจากสี่ปีที่เขาใช้ชีวิตคนเดียวโดยปราศจากพ่อและแม่

เขาจึงเรียนรู้ที่จะเก็บงําอารมณ์ความรู้สึกของเขาไว้ให้อยู่เพียงในใจเขาเท่านั้น

ผู้หญิงคนนั้นชําเลืองมองมาที่หนิงเถาแวบนึงและหันไปพูดกันหยางไฮว่า

“ฉันหิวมากเลยอ่ะไฮเมื่อไหร่เราจะไปทานข้าวกันสักที?”

ความเป็นจริงแล้วหนิงเถารู้จักผู้หญิงคนนี้เธอคือถังหลิง

ลูกสาวของผู้อํานวยการของสํานักงานด้านการเรียนการสอน

ซึ่งเธอทํางานอยู่ฝ่ายธุรการของมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือขอ

งชานซิตี้

ปี๊ด! ปี๊ด!

เสียงแตรจากรถด้านหลังของหยางไฮดังขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้น หยางไฮก็ยังไม่สะทกสะท้านและยังคงพูดติดตลกกับหนิงเถาต่อว่า

“หนิงเถา ทําพิธีสดุดีทหารให้ฉันหน่อยสิฉันอยากรู้สึกเหมือนตัวเองกําลังไปสนามรบ”

รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของหนิงเถา

“คุณต้องเป็นผู้ชํานาญการด้านพลปืนใหญ่ที่น่าอัศจรรย์เป็นแน่โดยคุณจะยิงโดนเป้าหมาย

ทุกครั้งอย่างแน่นอน” หนิงเถายกยอหยางไฮ

หยางไฮพอใจกับคําพูดนั้นเป็นอย่างมากจึงหัวเราะออกมาอย่างดัง

หนิงเถาชะโงกหน้าเข้าไปในรถและกระซิบบอกหยางไฮว่า “ฉันรู้จักร้านอาหารญี่ปุ่นดีๆ

ที่อยู่แถวถนนลิเบอร์เรตติ้ง ดูมีคลาสมากๆ แฟนของคุณจะต้องชอบมัน”

รอยยิ้มเขินอายจองถังหลิงผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอในขณะที่เธอได้ยินคําว่า

“แฟนของคุณ”

หนิงเถาชะโงกหน้าไปที่กระซิบข้างหูหยางไฮอีกครั้งและพูดด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยว่า “

มีโรงแรมอยู่ถัดจากร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยนะ ที่นั้นเต็มไปด้วยของที่น่าสนใจ

คุณจะได้รู้แก่นแท้ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นเลยละ”

“จริงหรอ?” ตาของหยางไฮเป็นประกายขึ้นมา

“จริงสิ.....ใครโกหกคุณขอให้เป็นหมาเลย”

หนิงเถาพูดพร้อมยืนตรงและวันทยาหัตถ์ให้แก่หยางไฮ

หยางไฮยิ้มและพูดว่า “นายนี่เป็นเพื่อนที่ยอดเยี่ยมสําหรับฉันจริงๆ ไว้เจอกัน”

BMW 745Li เร่งความเร็วออกประตูโรงเรียนไป

หลังจากนั้น หนิงเถาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดเบอร์

ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงผู้ชายดังขึ้นจากโทรศัพท์“สวัสดีครับ

ไม่ทราบว่านี่ใครโทรมาครับ?”

“ผอ.ถังครับ ผมเห็นผู้ชายคนนึงออกจากโรงเรียนไปกับลูกสาวคุณ

ผู้ชายคนนั้นเป็นไม่ได้เรื่องเลยครับ ผมได้ยินมาว่า

เขาเคยทําเด็กผู้หญิงคนนึงท้องต่อมาจึงพาเด็กคนนั้นไปทําแท้งครับ

ตอนนี้เขาจะพาลูกสาวคุณไปร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งใกล้ๆนั้นมีโรงแรมเลิฟตั้งอยู่

ผมแนะนําว่าคุณนํานักเรียนที่เก่งด้านกีฬาสักคนที่ที่อยู่ตามนี้นะครับ...78

ถนนลิเบอร์เรตติ้ง ส่วนผมเป็นใครงั้นหรอครับ?

ผมเป็นนักเรียนธรรมดาคนนึงของคุณนั้นแหละผมคือ.......ช่างมันเถอะครับ

อย่าถามว่าผมเป็นใครเอาเป็นว่า ทําตามที่ผมบอกนะครับ” เขาพูดด้วยน้ําเสียงเข้มครึม

และวางสายโทรศัพท์ไป

“ฉันคือเหลยเฟิงผู้เสียสละ” หนิงเถาพูดกับตัวเอง

เหลยเฟิง (จีน: 雷

; พินอิน: Léi Fēng; 18 ธันวาคม ค.ศ. 1940 - 15 สิงหาคม ค.ศ. 1962)

เป็นทหารในสังกัดกองทัพปลดแอกประชาชนของสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นลูกกําพร้าจากจังหวัดฉางชา มณฑลหูหนาน และเข้าร่วมเป็นยุวสมาชิก

พรรคคอมมิวนิสต์จีน สมัครเข้าเป็นทหารพลาธิการในกองทัพปลดแอกประชาชนตั้งแต่อายุ 20 ปีและประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ด้วยวัยเพียง 21 ปี[1]

ภายหลังการเสียชีวิต ชื่อและภาพลักษณ์ของเหลยเฟิงถูกพรรคคอมมิวนิสต์จีนนํามาใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อในฐานะ ประชาชนจีนตัวอย่าง

ผู้สมถะ ทุ่มเท และอุทิศตนให้กับแนวทางของเหมา เจ๋อตง [2] มีการตีพิมพ์สมุดบันทึกประจําวันของเหลยเฟิง ที่เขียนชื่นชมแนวคิดของเหมา เจ๋อตง

ผู้นําพรรคคอมมิวนิสต์อย่างกว้างขวาง

BMW 745Li ของหยางไฮขับมาจอดตรงสี่แยกไฟแดงซึ่งใกล้จะไฟเขียวเต็มที

ขณะที่ไฟเขียวฉายขึ้นมารถหยางไฮเร่งความเร็ว ทันใดนั้นเอง

สุนัขตัวสีดําวิ่งข้ามถนนมาด้วยความเร็ว หยางไฮไม่หยุดรถจึงชนสุนัขตัวนั้นเข้าอย่างจัง

ปัง!

“วู้วว....”

เสียงควรญครางด้วยความเจ็บปวดของสุนัขตัวนั้นดังขึ้นทันทีเมื่อถูกชนเข้ากับรถของหย

างไฮ มันกระเด็นลอยขึ้นไปกลางอากาศ

หยางไฮจอดรถอย่างรวดเร็วและลงมาเช็คความเสียหายของรถ

เขาพบว่ารถไม่ได้เสียหายอะไรมากเขาสบถเล็กน้อยแล้วจึงขึ้นรถขับออกไป

สุนัขตัวนั้นกําลังจะตายอยู่บนถนน

รถบนท้องถนนเพียงแค่ขับผ่านไปมาแต่ไม่มีวี่แววใครที่จะสนใจมันเลย

หนิงเถาเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวรู้สึกสงสารมันเป็นอย่างมาก

จึงรีบวิ่งออกมากจากประตูและมุ่งหน้าไปที่เจ้าหมาอย่างรวดเร็ว

“อยากตายรึไงว่ะ?” เสียงคนขับรถตะโกนออกมา

เนื่องจากหนิงเถาวิ่งออกถนนมาโดยไม่ทันสังเกตรถที่วิ่งผ่านไปมาเลย

หนิงเถาเพิกเฉยต่อคําด่าของคนขับรถคนนั้น

เขาเพียงแค่เข้าไปอุ้มเจ้าหมาออกจากทางขับรถนํามันมาไว้ข้างทาง

เมื่อมองอย่างถี่ถวนแล้วเจ้าหมาตัวนี้ดูมีอะไรที่พิเศษเล็กน้อยคือ

มันเหมือนลูกครึ่งดัชชุนและครึ่งหมีเท็ดดี้มันดูผอม

ขนแลดูนุ่มแถมยังมีตาสีเขียวที่สวยมากแต่เมื่อมองเลื่อนลงไปที่ขาพบว่าขาขวาของมัน

หักและมีเลือดออก

เมื่อเขาเห็นแววจาอันน่าสงสารของมัน เขาไม่สามารถทนที่เห็นมันตายไปแบบนี้ได้

เขาจึงอุ้มมันกลับมาที่โรงเรียน

ขอร้องเพื่อนร่วมงานของเขาว่าเขาจะนํามันไปไว้ที่ห้องใต้ดินที่อยู่ใต้ห้องทดลอง

ในห้องใต้ดินนี้มีโต๊ะเก้าอี้และอุปกรณ์ทดลองที่ถูกทิ้งร้างไว้มากมาย

และตรงมุมเล็กๆของห้องตรงนั้น หนิงเถาอาศัยอยู่ที่นี่ เขามีหน้าที่ซ่อมโต๊ะ

เก้าอี้ที่พังด้วยเหตุนี้

เขาจึงนําห้องเล็กๆแห่งนี้เป็นห้องทํางานเนื่องจากสะดวกในการทําความสะอาด

ห้องเล็กๆนี้อัดแน่นไปด้วยหนังสือและยา

หนิงเถาวางเจ้าหมาดําไว้บนโต๊ะต่อมาเขาจึงนํา

ยาฆ่าเชื้อมาทําความสะอาดแผลของเจ้าหมา

ยาฆ่าเชื้ออาจจะเป็นเหตุทําให้เกิดความเจ็บปวดได้แต่เจ้าหมาดําก็ยังคงนอนแน่นิ่ง

เสมือนว่าไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดแต่อย่างใด

“เก่งมากเจ้าหมา ทําไมเจ้าถึงออกมาข้างนอกคนเดียว?”

เจ้าหมาดําจ้องมายังหนิงเถา ตาสีเขียวเข้มของมันดูน่าลึกลับชอบกล

“เจ้าหมาที่น่าสงสารกระดูกแกหักหลายส่วนเลยนะแกต้องอดทนหน่อยนะ

ฉันไม่มียาสลบให้แกนะแต่ฉันต้องจัดกระดูกให้เข้าที่ต่อจากนั้นจึงใส่เฝือกให้ขาแก”

เมื่อพูดจบเขาจึงเริ่มทําการรักษาเจ้าหมากล่าวได้ว่า เจ้าหมาดําตัวนี้เป็นคนไข้ (ตัว)

คนแรกของหนิงเถาเลยก็ว่าได้โดยระหว่างทําการจัดกระดูกอยู่นั้น

เขาก็เบี่ยงเบนความสนใจเจ้าหมาโดยการพูดกับมันไปเรื่อยๆ

หนิงเถาลูบหัวเจ้าหมาดําพร้อมยิ้มออกมา “ด้วยความยินดี

มันเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่จะต้องรักษาและช่วยเหลือผู้ที่กําลังจะตาย”

แต่ทันใดนั้นเอง เจ้าหมาดําแว้งกัดไปยังข้อมือของหนิงเถา

“โอ้ยยยย!!” ฟันของเจ้าหมาทะลุเข้าผิวหนังหนิงเถาความเจ็บปวดแล่นเข้ามา

ผ่านทุกโสตประสาททั่วร่างกายของหนิงเถา เขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

เจ้าหมาดําอ้าปากและคลายออกจากข้อมือหนิงเถา

ต่อมามันจึงกลิ้งและกระโดลงจากโต๊ะโดยใช้สี่ขายืน

เลือดสีแดงไหลออกมาจากข้อมือหนิงเถาหยดลงบนพื้น

เขาดูช็อคและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนิงเถาคว้าม้านั่งแล้วปาไปที่หัวของเจ้าหมา

“เจ้าหมาบ้า!! ฉันพึ่งช่วยชีวิตแกไปนะกล้าดียังไงมากัดฉัน ฉันจะฆ่าแก!!!!”

เจ้าหมาดําพุ่งไปยังประตูซึ่งเร็วกว่าสุนัขทั่วๆไป

หนิงเถายืนขึ้นอย่างตะลึงงัน

“วู้ววววว...” เจ้าหมาดํามองกลับมาที่หนิงเถาแวบนึงและวิ่งออกประตูไป

หนิงเถาพยายามที่จะไล่ตามมัน แต่จู่ๆ เขาก็รู้สึกเวียนศีรษะในที่สุด

สติของเขาหลุดหายไปพร้อมร่างกายของเขาที่ล้มลงบนพื้นห้อง........

“ตุ๊บ”

จบบทที่ Chapter 1 The student of a poor family

คัดลอกลิงก์แล้ว