เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 การเปิดตัวของเหล่าฮันเตอร์ฝึกหัด (3)

ตอนที่ 10 การเปิดตัวของเหล่าฮันเตอร์ฝึกหัด (3)

ตอนที่ 10 การเปิดตัวของเหล่าฮันเตอร์ฝึกหัด (3)


อะไรคือคำนิยามที่แท้จริงของคำว่า ‘ตัวเอก’?

มันก็แตกต่างกันไปในแต่ละคนแต่ถ้าจะให้ฉันนิยามมันหละก็ ฉันได้นิยามมันไว้ว่ามันเป็นพวกคนที่เห็นแกตัวคนที่เติบโตขึ้นโดยการกลืนกินพลังงานของโลกทั้งใบด้วยตัวของพวกมันเอง

มากไปกว่านั้นตอนนี้มันยุคศตวรรษที่ 21 แล้วมันไม่มี ‘วิกฤต’ อะไรที่ต้องการให้ตัวเอกมาคอยจัดการด้วยซ้ำ

พวกเขามันก็แค่ตัวละครเก่า ๆ เชย ๆ

ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่พวกเขาตาย แฟนของเขาจะตาย ครอบครัวพวกเขาจะตาย เพื่อนของเขาจะตาย หรือไม่ก็เพื่อนร่วมงานของเขาก็จะตาย

แล้วในทุกวันนี้หละ?

มันไม่มีอะไรแบบนั้นแล้ว

ทุกวันนี้พวกตัวเอกนั้นจะรู้แม่งทุกอย่าง ไม่แม้จะรู้จักคำว่ากับอันตรายด้วยซ้ำไป และอยู่เหนือกว่าทุก ๆ สิ่งด้วยพลังที่มากกว่าที่ตัวร้ายมี

อย่างไรก็ตามตัวเอกสองคนที่ฉันได้ล่าไปมันช่างอ่อนแอเกินกว่าที่จะพวกมันเรียกว่าเป็นตัวเอก

หนึ่งในนั้นเป็นแค่ ‘บทฝึกสอน’ และอีกคนก็เป็นเพราะฉันโชคดีพอที่ได้ล่ามันตอนที่มันถูกปิดผนึกอยู่

แล้วงั้น

อะไรคือตัวเอกที่พึ่งจะเริ่มต้นอารัมภบทของพวกเขาหละ?

[2…1…0]

[การเดินทางเสร็จสมบูรณ์]

[คุณคือฮันเตอร์คนที่มาโจมตียอดภูเขาหิมะเพาโลเนีย]

[ตัวเอกคนนี้คือ อียอนจุนที่มีเลเวลเท่ากับ 63]

‘บ้าน่า...’

“มาฟังสรุปอย่างย่อ ๆ เกี่ยวกับแผนการในดันเจี้ยนนี้กันก่อน”

ลองคิดเกี่ยวกับมันดู

เลเวลของตัวเอกคนแรกที่ฉันได้ล่าไปคือ 33

ไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งของเขา การเคลื่อนไหวและการควบคุมของเขาก็มากพอแล้วที่จะทำให้ฉันประทับใจเมื่อได้เห็นมาเป็นครั้งแรก

การร่ายรำเพลงดาบของเขามีระดับอย่างน้อยก็แรงค์ A และจะเป็นยังไงถ้าเขาได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มประสิทธิภาพ?

เขามีระดับอย่างน้อย ๆ ก็แรงค์ D และมานาที่ปล่อยออกมาของเขาสามารถเทียบได้กับแรงค์ C

แต่ยังไม่หมดเท่านั้นตัวเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเร็วที่สุดยอดพอ ๆ กับ ‘เทคนิค’ ที่เพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาด้วย ‘พรสวรรค์’ และควบคุมจังหวะการต่อสู่ด้วย ‘การตัดสินใจ’ ที่เฉียบคม

ทั้งหมดทั้งมวลของสิ่งเหล่านี้แสดงเป็นเลเวลที่เทียบได้เท่ากับพวกยอดมนุษย์แรงค์ A บนโลกที่ใช้พลังในระดับแรงค์ D

แล้วมันเกี่ยวยังไงกับอียอนจุนหละ?

กับอียอนจุนคนที่เกิดและเติบโตขึ้นบนโลกจะมีเทคนิค พรสวรรค์ และการตัดสินใจยังไง?

แม้จะผ่านการประเมินว่าเป็นแรงค์ C มันแสดงว่าเขามีการควบคุมร่างกายที่สมบูรณ์แบบถึงแม้ว่าเขาจะถึงปลุกพลังขึ้นมาอย่างนั้นนะหรือ?

ในวันนั้นที่ฉันได้เอาชนะมอนสเตอร์แรงค์ B

ทั้ง ๆ อย่างนั้นมันก็เป็นแค่ความแข็งแกร่งที่มีเป็นแค่ความดุร้ายของสัตว์ป่าที่แรงค์ B เท่านั้น

การเคลื่อนไหวของมันช่างเรียบง่ายและฉันไม่แม้แต่จะต้องระวังตัวเลยด้วยซ้ำเพราะว่ามันไม่มีทักษะอะไรเลย

พูดได้อีกอย่างก็คือมันก็เป็นแค่สัตว์โง่ๆ

นี้หมายความว่าเขาไม่ต่างไปจากตัวเอกแรงค์ C เลย

แต่ถึงแม้ว่าฉันจะสามารถฆ่าเขาได้ก็ตาม

มันก็ยังมีปัญหาอยู่อีกหนึ่งอย่าง

ฉันจะฆ่าเขาได้อย่างไร?

แม้กระทั้งในตอนนี้ตากล้องสามคนก็กำลังตามติดมาจากด้านหลังและโดรนทั้งเจ็ดลำก็กำลังบินอยู่บนอากาศ

พวกมันแต่ละกำลังแสดงใบหน้าของผู้มีแนวโน้มทุก ๆ คน แล้วฉันจะไปแอบเชือดเขาได้ยังไงกันเนี่ย?

ด้านของของอียอนจุนขนาบไปด้วยจางฮยอนซอกคนที่เป็นยอดมนุษย์แรงค์ S

พูดแบบตรงไปตรงมาเลยว่าถ้าฉันสู้กับเขาในตอนนี้ด้วยการใช้อุปกรณ์พวกนี้ฉันมั่นใจ 100% เลยว่าฉันจะแพ้อย่างแน่นอน

นี้มันทำให้ฉันกำลังจะเป็นบ้า

การบรรยายสรุปสิ้นสุดลงในตอนที่ฉันกำลังทุกข์ทรมานไปกับความคิดต่าง ๆ

“ถ้างั้นก็มาเริ่มกันเลยเถอะ”

ในทันทีที่จางฮยอนซอกได้พูด ปาตี้นี้ก็ได้เริ่มที่จะเข้าสู่ส่วนแรกของดันเจี้ยน

..............................................................

14 คน ทั้งฮันเตอร์อาวุโสและคนที่ปรารถนาจะเป็นฮันเตอร์

และก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่นำผู้นำของกลุ่มนี้นอกจากจางฮยอนซอกนั้นเองที่เป็นผู้นำกลุ่ม

เขาเป็นฮันเตอร์แรงค์ S ที่มีทักษะการโจมตีระยะไกลและเป็นฮันเตอร์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด

สามสิบปีก่อนในตอนที่มอนสเตอร์ตัวแรกได้ปรากฏตัวขึ้นมา เหล่าฮันเตอร์คือคนที่ได้รับผลประโยชน์โดยการสร้างชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้น

เพราะว่าพวกเขาคือความหวังของมนุษยชาติ

แต่ในตอนนี้กลับเป็นฮันเตอร์ที่หน้าตาดีพร้อมด้วยทักษะที่ดีที่ได้รับชื่อเสียงไปแทน

ถึงแม้ว่าทั้งหมดทั้งมวลที่พวกเขาได้ทำจริง ๆ ก็แค่ปรากฏตัวบนทีวี ผู้คนก็ยังคงสรรเสริญพวกเขาเสมือนว่าคนพวกนี้เป็นฮีโร่

และนี้คือสิ่งที่มันเป็น

ที่ดันเจี้ยนยอดภูเขาหิมะเพาโลเนียแรงค์ C ในตอนนี้กำลังได้รับการถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งโลกและมันก็ได้ดึงดูดความสนใจจากประเทศอื่น ๆ เป็นอย่างดีเพราะว่ามีหน้าใหม่สองคนที่เป็นที่โต้เถียงกันอย่างเป็นวงกว้างในตอนนี้

หนึ่งคือลูกสาวคนโตของตระกูลคอสแตนตินีคนที่ได้ปลุกพลังขึ้นมาเป็นยอดมนุษย์แรงค์ D ด้วยวัยเพียง 14 ปี

และอีกคนคืออียอนจุนคนที่ใช้ทั้งชีวิตของเขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาแต่แล้วอยู่ ๆ ก็สามารถปลุกพลังยอดมนุษย์ในระดับแรงค์ C ขึ้นมาได้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและความขยันหมั่นเพียร

ผู้ชมคนที่อายุเท่ากับหรือมากกว่า 19 ปีสามารถดูไลฟ์การถ่ายทอดสดได้โดยการคลิ๊กไปที่แถบต่าง ๆ ที่แสดงกล้องตั้งแต่ตัวที่ 1 ถึง ตัวที่ 7

มันไม่น่าประหลาดใจที่อียองจุนและเซเลสเต้มีเรตติ้งสูงที่สุด

เหตุผลนั้นง่ายมาก

อียองจุนนั้นเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มีอัตราการดูดซับอีเทอร์ที่ 0% และได้รับการปลุกพลังขึ้นมาเป็นยอดมนุษย์

และเซเลสเต้คนที่ได้ดึงดูดความสนใจของทั้งโลกด้วยการปรากฎตัวด้วยรูปลักษณ์ที่แสนงดงามจนไปถึงจุดที่ว่าเธอได้กลายมาเป็นคนดังเพราะมัน

พูดตามตรงท่ามกลางเด็กฝึกทั้งเจ็ดคนทักษะของเซเลสเต้นั้นอยู่แค่ระดับปานกลาง

เธอได้ถูกสังเกตเห็นเนื่องมากจากการเธอได้ปลุกพลังตั้งแต่อายุยังน้อย แต่มันก็มีแรงค์ D จำนวนนับไม่ถ้วนที่ได้ปลุกพลังก่อนที่พวกเขาจะอายุ 20 ปี

มีสัตว์ประหลาดเป็นร้อยคนที่มีพลังพิเศษไม่ว่าจะเป็นการวิ่งด้วยความเร็วสูงและมีแม้กระทั้งคนที่มีพลังจิตที่หาได้ยาก

ในขณะที่ยอดมนุษย์อีกห้าคนที่เหลือมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมแตกต่างกันไปอียอนจุนและเซเลสเต้มีความแข็งแกร่งที่ธรรมดาทั่ว ๆ ไป

‘หืมม เหมือนที่คาด เราได้ผู้ชมจำนวนมากที่ช่อง 1’

จางฮยอนซอกยิ้มออกมาอย่างเงียบ ๆ ในตอนที่เขามองไปที่จำนวนที่กำลังเพิ่มขึ้นบนแผ่นบาง ๆ ที่แนบมาที่ข้อมือของเขา

ถ้าจะมีหนึ่งสิ่งที่สาธารณะไม่ได้รับรู้ก็คงจะเป็นที่ว่ามันมีการแยกช่องกันจริง ๆ ระหว่างช่องธรรมดาและทางของ ‘ฮันเตอร์ทางการ’

แม้ว่ามันจะเป็นแค่การเปิดตัวของเหล่าเด็กฝึก จำนวนของช่องที่เกี่ยวข้องของช่องทางการฮันเตอร์จะไม่ถูกเปิดเผยไปสู่สาธารณะและได้รับการนับจำนวนผู้ชมแยกจากกันโดยที่ผู้ชมจำนวนมากที่สุดได้ไปรวมกันอยู่ที่ช่องของอียอนจุนและจางฮยอนซอก

เหตุผลนั้นแสนธรรมดา

คนธรรมดาที่สามารถแก้ปัญหาของการปลุกพลังพิเศษผ่าน ‘ความอุสาหะ’ กับความช่วยเหลือของกิลด์

ดังนั้นจึงมีฮันเตอร์ชื่อดัง กิลด์มาสเตอร์ นักการเมือง และนักโฆษณาท่ามกลางคนดูทั้งหลายคนที่มีความอยากรู้และต้องการเปิดเผยความลับเหล่านั้นออกมา

ในขณะที่จำนวนของผู้ชมในช่องทางสาธารณะได้รับความสนใจกระจาย ๆ กันไปมันดูเป็นเรื่องธรรมชาติที่กลุ่มเจ้าหน้าที่หรือคนที่เกี่ยวข้องจะไปรวมกันอยู่ที่ช่องส่วนตัวของอียอนจุน

แต่...

[นี่จางฮยอนซอกมันเป็นอะไรมากรึป่าวหวะ?]

[ทำไมมันดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่ตื่นเต้นที่สุดในเมื่อนี้มันเป็นการเปิดตัวของเหล่าเด็กฝึกนิ?]

[อ่า เขาดูปวกเปียกจริงๆ]

[อะไรนะ? TT TT โอ้ปปาของฉันเท่ที่สุดนะ TT TT ]

จางฮยอนซอกมักเป็นที่นิยมเสมอมาแต่ก็หาได้ยากที่เขาจะได้รับความสนใจเช่นนี้ในตอนที่เขาล่าแบบโซโล่

ในความเป็นจริงจางฮยอนซอกมีประสบการณ์น้อยนิดแม้ว่าเขาจะเป็นแรงค์ระดับสูงก็ตามมันเลยทำให้เขาตื่นเต้นพอ ๆ กันกับเหล่าเด็กฝึกเลยทีเดียว

เขามักจะโอ้อวดสถานะของเขาเป็นประจำทำเหมือนกับว่าตนเองเป็นฮันเตอร์อาวุโสโดยการแสดงบทบาทของการช่วยสนับสนุนเด็กฝึก

ทักษะของเขาคือ ‘แส้ประกายแสง’ พลังพิเศษที่น่าสะพรึงกลัวที่ซึ่งเขาสามารถควงอีเทอร์สีแดงจากบนมือทั้งสองข้างได้อย่างอิสระเพื่อที่จะตัดลงไปที่ศัตรูในครั้งเดียว

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นพลังที่น่าจับตามองมากที่สุดท่ามกลางแรงค์ D ถึง A แต่ในพื้นที่นี้แต่เจ้าหน้าที่ทางการทั้งหลายก็ไม่ได้สนใจที่จะมองไปที่เขา

พวกเขาเหล่านี้ก็เป็นแรงค์ S ด้วยตัวพวกเขาเองอยู่แล้วหรือไม่ก็เป็นคนที่ต้องติดต่อกับแรงค์ S เป็นประจำทุก ๆ วัน

พวกเขาเลยไม่สนใจในทักษะหรือแรงค์ของจางฮยอนซอก

ความสนใจของพวกเขามุ่งตรงไปที่อียอนจุน

แต่เนื่องจากการแสดงออกที่มากเกินไปของจากฮยอนซอกเจ้าหน้าที่ทางการหลายคนย่อมเริ่มที่จะมองไปที่ฮันเตอร์คนอื่นแทนอย่างเป็นธรรมชาติ

และก็ยังมีฮันเตอร์อีกคนที่โดดเด่นออกมา

มันคือเซเลสเต้

เซเลสเต้มียอดผู้ชมน้อยที่สุดท่ามกลางผู้มีแนวโน้มทั้งเจ็ดเพราะว่าเจ้าหน้าที่ค่อนข้างมั่นใจว่าเธอจะต้องทำงานให้กับซาลวาเทอร์เร่ คอสแตนตินีในอนาคตไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ยังไม่รวมถึงว่ามันมีอะไรที่ต้องมาวิเคราะห์จากเธออีกในเมื่อเธอเป็นยอดมนุษย์ที่มีพลังเสริมความแข็งแกร่งธรรมดาทั่วไปไม่ใช่หรอ?

ทุก ๆ คนรู้ว่าเธอเป็นฮันเตอร์ที่มีพรสวรรค์แต่แล้วมันยังไงหละ

ยังไงก็มีฮันเตอร์อีกหลายคนที่ดีเทียบเท่าหรือไม่ก็ดีกว่าเธออยู่แล้ว

ดังนั้นแล้วอะไรก็ตาที่พวกเขาสังเกตเห็นตอนนี้ไม่ใช่พลังพิเศษของเซเลสเต้แต่เป็นพรสวรรค์โดยกำเนิดของเธอ

[โอ้วมายก็อต คุณเห็นนั้นไหม]

ใครบางคนได้โพสข้อความในหน้าต่างช่องแชทส่วนตัว

[ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะจัดการกับสปริงวูฟได้ขด้วยวิธีนั้น]

สปริงวูฟ

การโจมตีของมันเป็นการขวนสี่ครั้งโดยการตะปบอย่างรวดเร็วไปด้านหน้ามันยากที่จะตอบสนองด้วยปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์ดังมันเป็นจึงเป็นธรรมดาที่จะหลบมันโดยการก้าวไปด้านข้าง

ฮันเตอร์ฝึกหัดคนอื่น ๆ ก็ได้รับการฝึกฝนด้วยฮันเตอร์อาวุโสที่เป็นคู่ของพวกเขาล่วงหน้าแล้วดังนั้นพวกเขาได้จดจำรูปแบบการโจมตีของมอนสเตอร์ต่าง ๆ เอาไว้

แต่แม้ว่าจะรู้จุดอ่อนของสปริงวูฟมันก็ยังยากที่จะเอามันมาใช้ให้เป็นประโยชน์

แต่ในทางตรงกันข้ามกับอะไรก็ตามที่ถูกสอนโดยฮันเตอร์อาวุโสคนอื่นเซเลสเต้ได้ก้าวถอยหลังแทนการหลบไปด้านข้าง

การก้าวถอยหลังต่อกรกับมอนสเตอร์ที่กำลังตะครุบใส่เนี่ยนะ?

โดยปกติแล้วมันคงเป็นฆ่าตัวตาย

มันทำให้พวกเขาประหลาดใจทั้ง ๆ ที่มันควรจะเป็นอย่างนั้นแต่เซเลสเต้คำนวณระยะการโจมตีของสปริงวูฟได้อย่างแม่นยำและเหวี่ยงดาบของเธอในทันทีเพี่อที่จะตัดคอของมันโดยที่ไม่ได้ก้าวไปด้านข้างเพื่อหลบการโจมตี

มันก็น่าประหลาดใจพออยู่แล้วที่ความสามารถเสริมแกร่งร่างกายระดับแรงค์ D สามารถเขาชนะสปริงวูปแรงค์ D ได้ด้วยตัวคนเดียวและกระบวนการทั้งหมดก็แสนเรียบง่ายนี่ก็ทำให้มันน่าชื่นชมเพียงพอแล้วหละ

แต่พวกเขาประหลาดใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

พรสวรรค์ของเธอนั้นยอดเยี่ยมและถ้าเธอได้เรียนรู้อย่างครบถ้วนล่วงหน้ามันย่อมเป็นธรรมดาที่ผลลัพธ์จะเป็นแบบนี้

อย่างไรก็ตามวิธีการที่เธอใช้จัดการกับมอนสเตอร์ที่ปรากฎตัวขึ้นมาหลังจากนั้นก็พอแล้วที่จะสร้างความประหลาดใจให้กับฮันเตอร์อีกหลาย ๆ คน

[ฮูว นั้นคือวิธีที่เธอใช้จัดการกับมันหรือเนี่ย? นี่มันไม่ผิดปกติไปหน่อยหรอ]

[หืมม..ยอดเยี่ยมมันมีวิธีแบบนี้ด้วยนี้เองแต่มันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนที่ตาเห็น คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะหลบมันพ้น?]

มันไม่เหมือนกับคู่หูดูโออียอนจุนและจางฮยอนซอกที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมทั้งคู่ มีแค่เซเลสเต้เท่านั้นที่ได้รับความสนใจจากทั้งหมดสองคน

ในความเป็นจริง

ยูซอดัมได้ใช้ดาบอีเทอร์ของเขาโดยปราศจากการเคลือบอีเทอร์ไว้และใช้ปืนพกในมือซ้ายของเขาเป็นบางครั้งสำหรับการยิงเตือน

การสนับสนุนจากยูซอดัมมีบางครั้งที่ดึงดูดสายตาของผู้ชมธรรมดาที่กำลังมองไปที่เซเลสเต้ในตอนนี้อยู่เช่นกัน

[อะไรนะ? ชายคนนั้นคือใครอะ? ทักษะการยิงของเขาไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะ]

[ฮันเตอร์ทุกคนต้องทำแบบนี้ได้อยู่แล้วถึงจะได้กลายมาเป็นฮันเตอร์ได้]

[5555555]

[คนข้างบนนะ นายเคยยินได้ปืนจริง ๆ สักครั้งบ้างไหม?]

[มันไม่เกี่ยวกันเลย นายมันไอ้โง่ นายไม่เห็นมันรึไง? การยิงของเขายิงได้ตรงจังหวะโคตร ๆ]

ก็เหมือนอย่างที่ผู้ชี้ให้เห็นเรื่องจังหวะการยิงของซอดัม

มันไม่สำคัญว่าปืนพกจะอ่อนแอแค่ไหนก็ตามยังไงซะมอนสเตอร์ที่มีขนาดเล็กก็ยังคงถูกดันถอยกลับไปอยู่ดี

เหมือนในจังหวะก่อนที่มันจะตีโดนเซเลสเต้หรือในตอนที่พวกมันสองหรือสามตัวมารวมตัวกัน หรือไม่ก็เมื่อเธอถูกพันธนาการ

และถ้ามันไม่ใช่เหตุการณ์ที่อันตรายร้ายแรงจริง ๆ ปืนพกของเขาก็ยังคงใช้งานได้เป็นอย่างดี

มีหลายครั้งที่เซเลสเต้สามารถที่จะจัดการตอบโต้ศัตรูในทางที่ไม่น่าจะเป็นไปได้แม้ว่ามันดูเหมือนว่าเขาจะต้องยิงปืนพกไปก็ตาม

บางจังหวะยูซอดัมก็จะนิ่งเชยคล้ายกับว่าเขารู้ว่าเซเลสเต้จะป้องกันมันได้สำเร็จ

ผู้ชมหลาย ๆ คนเริ่มที่จะสังเกตเห็นซอดัมเมื่อเขามาดูช่องของเซเลสเต้

สถานที่นี้อย่างมากที่สุดก็เป็นแค่ดันเจี้ยนแรงค์ C

ภายใต้สถานการณ์ธรรมดา ๆ ทั่วไปมันนับเป็นแค่ดันเจี้ยนระดับต่ำที่ไม่มีใครใส่ใจกับมัน

แต่ถ้ามันมีฮันเตอร์คนที่สู้กับมอนสเตอร์โดยอาศัยความได้เปรียบของจุดเล็กจุดน้อยที่ไม่มีแม้กระทั้งการจดบันทึกลงบนฐานข้อมูลของมอนสเตอร์หละ?

มันย่อมเป็นธรรมชาติที่จะได้รับความสนใจ

ในตอนแรกมันได้รับความสนใจเพียงเล็กน้อย

และอินเตอร์เน็ตก็เริ่มที่จะรับรู้ถึงบางอย่างที่ไม่ปกติ

[มีอะไรบางอย่างผิดปกติกับฮุกสไปเดอร์ในทุกวันนี้หรือยังไงนะ?]

[โอ้ม่าย นั้นไม่ใช่เลือดของวอเทอร์ดริฟเตอร์หรือยังไง? มันใช้ในการขัดขวางประสาทรับกลิ่นของแมงมุงได้ด้วยหรือเนี่ย]

มันไม่เป็นไรถ้าคุณจะไม่ได้มีสมองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยข้อมูลของมอนสเตอร์แรงค์ D ทุก ๆ ตัว

ถ้าคุณเป็นยอดมนุษย์แรงค์ S คุณสามารถล้มมันได้ด้วยการยกนิ้วเพียงนิ้วเดียว

[ไม่ดิ? ไม่ใช่ว่าการก้าวครั้งที่ 36 ของสปริงวูฟมันเป็นแค่การกระโดดแบบสุ่ม ๆ อย่างนั้นหรือ?]

[เขารู้ได้อย่างไรว่าจะต้องยิงจังหวะไหน?]

[เขาเล็งปืนไปที่จุดนั้นเหมือนกันว่าเขารู้ล่วงหน้าว่ามันจะต้องทำแบบนั้นแน่นอนเลยอะ]

อย่างงั้นก็เถอะจะเป็นยังไงถ้าหากคุณมีข้อมูลของมอนสเตอร์ทุก ๆ  ตัวในดันเจี้ยนไม่ใช่หนึ่งหรือสองตัว?

และจะเป็นอย่างไรถ้าคนคนนั้นเป็นฮันเตอร์ผ่านศึกที่มีประสบการณ์ยาวนานถึง 15 ปี?

งั้นแล้วฮันเตอร์นรกแตกคนนี้ที่ต้องสู้รบในสนามรบเป็นเวลา 15 ปี โดยปราศจากพลังพิเศษสักนิดเดียวจะต้องเกาะติดไปรอบ ๆ สนามรบโดยไร้ซึ่งพลังอย่างนั้นหรือ?

เพื่อที่จะเผชิญหน้ากับขุมกำลังที่ทรงพลัง อะไรหละที่จะเป็นวิธีการที่ฮันเตอร์คนที่ไม่มีพลังพิเศษคนนี้จะใช้?

แล้วก็มันไม่ใช่แค่เขา

ท่ามกลางทั้ง 17 คนที่มารวมกันที่นี่ประสิทธิภาพทางร่างกายของยูซอดัมนั้นต่ำที่สุด

เพราะถึงแม้ว่าจะมีตากล้องสามคนที่ตามเข้าด้วยแต่คนพวกนั้นก็มีความแข็งแกร่งที่สูงกว่าในระดับแรงค์ E

อย่างไรก็ดีพวกผู้ชมตาพากันพูดไม่ออก

กับความจริงที่ว่ายูซอดัมนั้นแสดงประสิทธิภาพได้เหนือยิ่งกว่ายอดมนุษย์คนอื่นซะอีก

มันหาได้ยากเป็นอย่างมากที่จะเห็นเขาอัดอีเทอร์เขาสู่ดาบอีเทอร์ของเขาและเหวี่ยงมันอย่างรวดเร็ว หรือไม่ว่าจะเป็นในตอนที่เขาป้องกันการเคลื่อนที่ของศัตรูได้อย่างสมบูรณ์โดยการใช้แค่ปืนพกระดับต่ำที่ไม่แม้กระทั้งจะถูกใช้งานโดยฮันเตอร์ผ่านศึกคนอื่น ๆ

การเคลื่อนไหวที่ดูช่างแสนง่ายดายโดยที่ไม่มีความอลังการใด ๆ

แต่มันด้วยความเรียบง่ายอันเป็นธรรมชาตินี้เองที่ทำให้มันดูสวยงาม

[ชายคนนั้น เขาคือยูซอดัม]

[ฉันเคยได้ยินชื่อของเขานะ]

[ไม่ใช่ว่าเขาคือฮันเตอร์คนที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้อย่างยาวนานโดยที่เป็นแค่แรงค์ F อย่างนั้นหรือ?]

[หะ นั้นอะนะการเคลื่อนไหวของแรงค์ F ?]

ถึงแม้ว่าจะมีคนทั่วไปในสาธารชนจำนวนมากที่เมื่อเร็วนี้ได้เห็นยูซอดัมผ่านคลิปวิดีโอไวรัลแต่กลับมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่รู้ว่ายูซอดัมนั้นเป็นฮันเตอร์

เพราะว่าพวกเขาไม่รู้สึกว่ามันคุ้มค่าพอที่จะให้ความสนใจกับแรงค์ F แต่เพราะเจ้าคลิปวิดีโอตัวนั้นได้ช่วยใช้พวกเขาเปลี่ยนใจไปไม่มากก็น้อย

ถ้าเพียงแค่คุณเป็นฮันเตอร์ที่สามารถมีชีวิตรอดมาได้ยาวนานถึง 15 ปีโดยที่เป็นแค่แรงค์ F พร้อมทั้งยังไม่มีพลังพิเศษใด ๆ เลยด้วยซ้ำ

[อ้า ฉันจำได้แล้ว เขาเป็นฮันเตอร์ที่ใช้เวลาสามปีในการสำรวจเฮลเกตนั้น]

ถ้าคุณเป็นฮันเตอร์คนที่ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างที่แม้กระทั้งฮันเตอร์แรงค์ S ยังไม่กล้าที่จะทำมัน

ผู้ชมหลายคนได้เริ่มทยอยที่จะเปลี่ยนช่อง

ผู้ชมปกติทั่วไปยังคงโฟกัสไปที่อียอนจุนแต่เหล่าเจ้าหน้าที่ฮันเตอร์ได้กำลังเริ่มดูเซเลสเต้ไปเรียบร้อยแล้ว

“นี่มันอะไรกัน?”

มองไปที่จำนวนผู้ชมที่แสดงบนข้อมือของเขา ยูซอดัมเอียงหัวของเขา

ถึงแม้ว่าเขาจะเคยได้นำเด็กฝึกหลายคนในอดีตที่ผ่านมา ระบบพวกนี้ก็ยังคงไม่ทำให้เขาคุ้นเคยกันมันเพราะในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมามันไม่มีการถ่ายทอดสดเหมือนอย่างครั้งนี้

มันเริ่มเป็นไปอย่างช้า ๆ จำนวนของ ‘กลุ่มก้อนความสนใจ’ ของคนที่กำลังมองไปเซเลสเต้ได้เริ่มที่จะเพิ่มขึ้นจากหลักสิบไปสู่หลักร้อยแต่ถึงอย่างนั้นซอดัมกลับความสนใจกับมันเพียงเล็กน้อย

เขาค่อนข้างที่จะให้ความสนใจไปกับอียอนจุนซะมากกว่า

และในทันทีทันใดนั้นเองอียอนจุนได้ปล่อยพลังของเขาออกไปอย่างรุนแรงและกระโดดไปที่ฝูงมอนสเตอร์

เขาทำตัวประมาทได้สมกับเป็นเด็กฝึกจริง ๆ

‘มีอะไรผิดปกติกับเขาป่าวเนี่ย? หรือว่าเขาบ้าไปแล้ว?’

รวดเร็วทันใจกับสิ่งที่ฉันกำลังคิด

[ตัวเอกอียอนจุนได้รับทักษะเป็นจุดสนใจ (A)]

[แฮชแท็กอันใหม่ ‘#ถ่ายทอดสด’ จะได้รับการเพิ่มเข้าไปในตัวเอกอียอนจุน]

[แฮชแท็กโดยรวมของตัวเอกอียอนจุนได้รับการเปลี่ยนแปลง]

#โดป_ยา_จน_แข็งแกร่ง_ระดับ_ฮันเตอร์_แรงค์ S_ถ่ายทอดสด

#ฟิวชั่น_แฟนตาซี    #ยา    #ขมขื่น   #คอมมาดี้

#เติบโต_อย่าง_รวดเร็ว    #ถ่ายทอดสด

‘...เฮ นี้มันห่าอะไรกันครับเนี่ย?’

จบบทที่ ตอนที่ 10 การเปิดตัวของเหล่าฮันเตอร์ฝึกหัด (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว