เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 ภารกิจสำหรับการล่าครั้งแรก (2)

ตอนที่ 3 ภารกิจสำหรับการล่าครั้งแรก (2)

ตอนที่ 3 ภารกิจสำหรับการล่าครั้งแรก (2)


“นี้มันต้องเป็นปาฏิหาริย์แน่เลยครับ”

ฉันผงกหัวอย่างเงียบๆให้กับคำพูดของหมอ

“เนื้องอกที่แปลกประหลาดที่รัดรอบหัวใจของคุณ...มันได้หายไปแล้วเหมือนกันว่ามันไม่เคยมีมาก่อนเลยครับ”

หมอกล่าวต่ออย่างตื่นเต้นในขณะที่กำลังเช็ดแว่นตา

“มันอาจจะมีความหวังก็ได้ครับ สำหรับตอนนี้ถ้าเราได้ทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง บางที่อีกไม่กี่...”

“ไม่ดีกว่าครับ”

ฉันรู้อยู่แล้วว่าการฝ่าตัดหัวใจที่จะทำมันไม่จำเป็นเลย

ไม่ซะทีเดียว! มันอาจจะมีประโยชน์ แต่มันจะมีความหมายอะไรหละ?

[อายุขัยคงเหลือ : 329 วัน 20 ชั่วโมง 37 นาที]

เพราะฉันมีทางที่ดีกว่าเรียบร้อยแล้ว

“ถ้างั้นก็ โชคดีนะครับ”

ฉันรีบออกมาจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วและสูดอากาศที่เย็นสบาย

“สูดดดดด”

ฉันพยายามที่จะรับอากาศที่สดชื่นแต่อากาศในเมืองมันช่างสกปรกเสียเหลือเกิน

แต่มันก็ยังดี

หัวใจฉันได้เต้นอย่างเป็นอิสระแล้ว

ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็นแค่ฝัน

ฝันว่าถูกอัญเชิญไปในโลกแปลกๆและได้ต่อสู้กับกลาดิเอเตอร์ที่ทรงพลังที่เรียกว่าตัวเอก

อย่างไรก็ตาม

มันไม่ใช่ความฝัน

ฉันรู้ได้ในทันทีหลังจากที่ตื่นขึ้นพร้อมกับอุปกรณ์ต่างๆที่วางเรียงรายอยู่ในห้อง ในสภาพดูคล้ายกับร่างกายฉันเมื่อก่อน

ความรู้สึกสดชื่นได้เพิ่มขึ้นภายในตัวฉันก่อนที่ฉันจะคิดได้ว่าราคาที่ต้องเสียไปสำหรับมันเป็นเท่าไหร

ตอนนี้ไม่ว่าฉันจะวิ่งมากเท่าไหร ออกกำลังกายมาเท่าไหร หัวใจของฉันก็ไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว

ไม่สิ มันดีกว่าที่จะบอกว่ารู้สึกดียิ่งกว่าเมื่อก่อนซะอีก

[อายุขัยของคุณได้ถูกยืดออกไปและสภาวะหัวใจของคุณได้ถูกหยุดแล้ว]

[เมื่ออายุขัยของคุณสิ้นสุดลงสภาวะหัวใจของคุณจะกลับมาอีกครั้ง]

คำพูดของผู้หญิงที่ฉันเรียกเธอว่า ‘คุณลูกค้า’ ทำให้ฉันสงบลง

สำหรับตอนนี้ฉันสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกหนึ่งปีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้สิ้นสุดซะหน่อยนิ

ชื่อ : ยูซอดัม (LV.19)

ความแข็งแกร่ง: 17

ความอึด: 17

ความว่องไว: 18

พลังงาน: 1

มานา: 1

พรสวรรค์

ความชำนาญดาบ (A+)

สัญชาตญาณ (A)

นักแม่นปืน (C)

การล่า (D)

การทำอาหาร(D-)

ทักษะ

นักล่าตัวเอก LV.1

เป็นเรื่องจริงที่ความสามารถของฉันได้เพิ่มขึ้น

มันช่วยไม่ได้ทำได้แต่ต้องยอมรับเพราะว่าหน้าต่างสถานะได้แสดงทุกสิ่งอย่างคล้ายกับที่แสดงผลในเกมส์

วิทยาศาสตร์ยุคใหม่สามารถทำแบบนี้ได้เหมือนกันแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่อาจแสดงได้ละเอียดเท่านี้

มีบางอย่างที่สะดุดตาออกมา ‘LV.19’

ตามคำอธิบายของ ‘คุณลูกค้า’ เลเวลคือเกณฑ์ศักยภาพสูงสุดที่มนุษย์คนนั้นสามารถไปถึงได้

<ค่าสถานะทั้งหมดไม่สามารถสูงเกินกว่าระดับเลเวลได้>

<ในทางตรงกันข้าม เลเวลของคุณก็คือขีดจำกัดของคุณนั้นเอง>

<คุณสามารถเพิ่มเลเวลของคุณและเพิ่มขีดจำกัดของสถานะได้โดยการล่าเหล่าตัวเอก>

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือฉันมีเลเวลแค่ 17 ก่อนหน้าที่จะล่ากิลิเทนเดอร์ ดังนั้นมันจึงเพิ่มขีดจำกัดฉันขึ้นมาสองหลังการล่า

อาจเป็นไปได้ว่าฉันแข็งแกร่งกว่าเมื่อตอนที่ฉันอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดซะอีก

“งั้นแล้วความหมายของเลเวล 19 คืออะไร”

<ผู้ชายที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่โดยทั่วไปแล้วจะมีเลเวลอยู่ที่ 10 ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาเหรียญทองของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในอดีตจะอยู่ที่ 15 ถึง 16>

‘อืม’

ถ้าเป็นในกรณีนี้ มันไม่ได้หมายความว่าในตัวฉันในอดีตเป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่มนุษย์ธรรมดางั้นหรือ?

ฉันยังทำใจเชื่อมันไม่ลง ฉันก็แค่แรงค์ F เองนะ

การมีอยู่ของพลังพิเศษนี้มันทรงพลังมากเกินไปจริง ๆ

‘พรสวรรค์ชำนาญดาบ...’

การมีชีวิตอยู่ทั้งที่ชีวิตของฉันที่ปราศจากพรศวรรค์ในตอนนี้ฉันได้มันมาแล้ว

แล้วมันก็เป็นความชำนาญดาบสะด้วย

ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดหัวใจของฉันรู้สึกเหมือนได้รับการเติมเต็ม

อย่างไรก็ตาม คุณลูกค้าได้กล่าวว่าที่ตัวฉันในตอนนี้ยังมีความแข็งแกร่งของร่างกายไม่พอที่จะดูดซับความชำนาญดาบของกิลิเทนเดอร์ แต่นั้นไม่ได้สำคัญอะไร

ในความเป็นจริงการที่ได้รับพรสวรรค์ที่ดีในตอนนี้สิที่สำคัญกว่า

“แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกับชายที่ฉันได้ฆ่าไป?”

<การตายอย่างถาวร ตอนนี้กฎแห่งกรรมที่โลกโน้นกำลังกลับสภาวะสู่ปกติ>

เหล่าตัวเอกเป็นหนึ่งคนที่ฝืนบังคับกฎแห่งกรรมให้มอบพรให้กับตนเองจากโลกของพวกเขา

นี่เป็นเหตุผลที่ครั้งหนึ่ง คุณลูกค้าได้อธิบายว่าทำไมโลกหลาย ๆ ใบจึงได้ล่มสลาย

<ตรวจสอบบาปที่กิลิเทนเดอร์ได้กระทำ>

[ฆาตกรรม,ข่มขู่,แบลกเมล์,กรรโชกทรัพย์,ซุ่มโจมตี และ...]

“….ฉันมีความรู้สึกว่านี้น่าจะไม่ใช่การล้อเล่นแล้วหละ”

<แน่นอนไม่ใช่ตัวเอกทุกคนที่จะทำร้ายโลกของตนเอง>

<แต่เหล่าตัวเอกเกือบทั้งหมดได้บิดเบือนเหตุและผลทำให้โลกหลายใบได้ถูกทำลายจากกระบวนการเหล่านั้น>

“นั้นทำให้ฉันมีข้อแก้ตัวที่ดีเลย”

ถ้ายังไงฉันก็ต้องไปฆ่าการที่ไปฆ่าคนเลวมันจะทำให้ฉันรู้สึกผิดน้อยลงไหมหละ?

..............................................................

ฉันต้องการที่จะรับ ‘ภารกิจ’ ไปในทันทีเลยแต่มีบางอย่างที่ฉันต้องจัดการก่อนหน้านั้น

อย่างแรกฉันต้องได้อุปกรณ์ใหม่

การต่อสู้ในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ของฉันเกือบทั้งหมดและมันจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซ่ม

ในระหว่างนี้ก็มีไม่กี่อย่างที่จะต้องทำ

ต้องตรวจสอบความสามารถใหม่ระดับ A+ และฝึกฝนร่างกายที่เสื่อมลงจากปัญหาด้านหัวใจในไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

<ตอนนี้คุณคือแรงค์ F แต่เมื่อคุณพัฒนาพรสวรรค์ที่ได้รับอย่างเต็มที่คุณจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้>

<และความสามารถที่อยู่แรงค์ C ขึ้นไป พวกคุณจัดมันอยู่ในขอบเขตของอัจฉริยะ เหมือนที่คุณเรียกมัน>

ฉันเคยได้ยินเหมือนกับที่ว่าฉันเป็นอัจฉริยะเมื่อมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการยิงปืน

แน่นอนทักษะการยิงปืนมีประโยชน์แต่ถ้าคุณคิดว่ามันพอแล้วในอุตสาหกรรมฮันเตอร์บอกได้เลยว่ามันไม่พอ

ปืนไม่ได้สร้างความเสียหายจำนวนมากเมื่อเทียบกับพลังพิเศษ

แต่มันแตกต่างกันออกไปถ้าเป็นความชำนาญดาบ

ดาบอีเทอร์เป็นอาวุธที่สามารถล่ามอนสเตอร์ได้อย่างแน่นอนเหมือนพลังพิเศษและมันเป็นการจับคู่ที่ดีที่สุดเมื่อจับกับฮันเตอร์ที่มีความสามารถที่แข็งแกร่ง

ฉันมันก็แค่มนุษย์ธรรมดาดังนั้นจึงฉันต้องใช้ดาบอีเทอร์แม้ว่ามันจะเป็นอาวุธระยะประชิดก็ตาม

‘แล้วถ้าความชำนาญดาบนี้เป็นของจริงละก็’

ฉันได้พบกับยิมเก่าๆที่มีชื่อเรียกว่า ‘กึมกังยิม’

ตั้งแต่ปีที่สามในการล่าของฉันนี่เป็นสถานที่ที่ฉันมาและมันก็เป็นที่ที่คนหลายคนที่ปรารถนาที่จะเป็นฮันเตอร์ได้หลั่งเลือดและเหงื่อออกมา

มันเป็นที่ที่คนที่มีร่างกายแข็งแรงหลายๆคนได้มาเยือนเพราะว่าผู้อำนวยการของที่นี่ได้พัฒนาวิธีการในการควบคุมร่ายกายให้มีชำนาญมากขึ้น แต่ตอนนี้มีไม่กี่คนแล้วที่มาเยือนเพราะว่าวิธีการนั้นมันได้กลายเป็นวิธิการทั่วๆไปแล้ว

มันก็ไม่น่าแปลกใจ

ถึงแม้ว่าผู้อำนวยการจะเก่งกว่าในเรื่องจากฝึกฝนร่างกายมากกว่าคนอื่นๆแต่ถึงอย่างนั้นความสามารถของเขาก็ไม่เกินไปกว่าแรงค์ C

แม้ว่ามันจะเป็นความจริงที่แค่นี้มันก็ดีพอแล้วแต่เนื่องจากการเกิดขึ้นของยิมจำนวนมากที่บริหารโดยฮันเตอร์เกษียณอายุแรง A ที่แข็งแกร่งในตอนนี้ ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นที่ต้องมาที่นี้อีกแล้ว

“หืม! นั้นซอดัมใช่ไหมนะ?”

ยิมนี้เต็มไปด้วยชายหนุ่มกล้ามแน่นที่เต็มไปด้วยเหงื่อและหนึ่งในนั้น เป็นเทรนเนอร์ที่มีร่างกายใหญ่ยักษ์ที่จำฉันได้และเข้ามาหาฉัน

“แกออกมาจากโรงพยาบาลนั้นแล้วหรือ?”

“ใช่”

“แกรู้สึกดีขึ้นกว่าครั้งล่าสุดที่ข้าเจอใช่ไหม? ในตอนนั้นแกเกือบจะ...แก...อยู่ในสภาพที่เลวร้ายมากเลย”

เทรนเนอร์ของยิมนี้เคยไปเยี่ยมฉันพร้อมกับผู้อำนวยการที่โรงพยาบาลแต่ที่พวกเขาจำได้คือสภาพฉันที่ใกล้จะตายแล้วดังนั้นมันก็ไม่แปลกที่เขาจะสงสัยที่ฉันว่าฉันมาทำอะไรที่นี้

“มันโอเค ฉันดีขึ้นเกือบจนก็จะหายขาดแล้วหละ”

มันไม่ได้ดีกว่าแต่มันก็คล้ายกันแล้ว

“แล้วผู้อำนวยการเป็นยังไงบ้าง?”

“มี ‘เด็กฝึก’ อยู่ในออฟฟิศของผู้อำนวยการในตอนนี้นะ แกต้องการจะไปดูไหมหละ?”

“เด็กฝึก?”

พวกที่อยากจะเป็นฮันเตอร์จะถูกเรียกว่าเด็กฝึก

ฉันขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้แต่มันน่าสนใจที่ยังมีคนในตอนนี้ที่ยังมองหาผู้อำนวยการคิมอยู่

“ยังงั้นก็ไปกันเลย”

ในตอนที่ฉันเคาะประตูออฟฟิศของผู้อำนวยการฉันได้ยินเสียงที่คุ้นเคย

เมื่อเข้ามาในห้องฉันเห็นหัวล้านๆของผู้อำนวยการคิมและเด็กสาวชาวยุโรปกับผมสีบลอนด์สลวยกำลังดื่มกาแฟสำเร็จรูปจากถ้วยกาแฟกระดาษ

“อ่า ยูซอดัม! แกออกจากโรงพยาบาลแล้วหรอ? ทำไมแกไม่ฉันหละ?”

“ฉันพึงจะออกเมื่อวานนี้เอง ดีซะอีก ออกจากโรงพยาบาลได้โดยไม่ต้องมีดราม่าเกิดขึ้น”

มันจะไม่มีดราม่าเกิดขึ้นถ้าฉันไม่บอกให้เลยสักคน

“เด็กสาวคนนี้...?”

“แกน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับคอสแตนตินี แฟมมิลี่ ในอิตาลี ในเรื่องชื่อเสียงสำหรับความสามารถด้านการใช้ดาบของพวกเขา”

“ใช่ ฉันเคยได้ยินมัน”

“เธอคือลูกสาวคนโตของตละกูล เธอชื่อ...”

“เซเลสเต้ คอสแตนตินี”

เซเลสเต้? ฉันประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อตละกูลของเธอ

“เธอคือลูกสาวของคุณซัลวาเทอร์เร่ คอสแตนตินี”

“ใช่ แกรู้จักเขาหรอ?”

ใช่ฉันรู้จัก

ถึงแม้ว่าฮันเตอร์ชาวอิตาลีคนนี้ ซัลวาเทอร์เร่ จะเป็นฮันเตอร์แรงค์ S ในตอนนี้ ฉันมีความประทับใจที่ดีกับเขาเพราะเขาเคยดูแลฉันเป็นอย่างดีในฐานะแรงค์ F

“แกรู้ไหม ฉันเคยสอนเทคนิคด้านร่างกายบางอย่างให้กับเขาด้วยละนะในอดีต หลังจากเขาเรียนไปจากฉันเขาบอกว่าเขาได้รู้แจ้ง ดังนั้นเขาเลยส่งลูกสาวของเขามาทัศนศึกษาอะไรประมาณนี้นะ”

แล้วเขาก็ยักไหล่และถอนหายใจออกมา

“มันคือเหตุผลที่ว่าทำไมจึงจะเธอจึงจะมาอยู่ที่นี้สักสองสามเดือน และพูดตรง ๆ เลยนะ ฉันก็ไม่มีอะไรจะสอนเธอแล้ว”

“อะไรนะ?”

“แกรู้ใช่ไหม! ว่าสาวน้อยคนนี้ เธอนะเป็นอัจฉริยะตอนนี้เธออายุแค่ 17 ปีเอง แต่มีความแข็งแกร่งในระดับแรงค์ D แล้วเช่นเดียวกับความสามารถด้านร่างกายของเธอ”

‘...นั้นมันบ้ามาก’

แรงค์ D ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี

มีไม่กี่ครั้งเท่านั้นแหละที่กรณีแบบนี้จะเกิดขึ้น

พวกเขาถูกเรียกว่าอัจฉริยะ

ด้วยความสัจจริงฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากความประหลาดใจ

“แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังเป็นคนสุภาพมาก ตอนที่ฉันสอนเธอบางอย่างเธอจะพยักหน้าและเรียนอย่างจริงจัง ฉันแม้กระทั้งให้เธอสู้กับคนอื่นแต่พูดตามตรงแกรู้ใช่ไหมว่าฉันหมายความว่าอะไร บางทีเธออาจจะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีอะไรมากไปกว่านี้แล้วที่เธอจะสามารถเรียนรู้ได้จากที่นี้แม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรออกมาก็ตาม”

“เยี่ยม...”

มันแน่นอนอยู่แล้ว

คอสแตนตินี แฟมมิลี่ จะต้องมีคนที่มีความสามารถระดับแรงค์ A และปรมาจารย์ดาบหลาย ๆ คนในตระกูลอยู่แล้ว

เทรนเนอร์แรงค์ D กับ ผู้อำนวยการแรงค์ C มันเพียงพอสำหรับเธอที่จะฝึกฝนที่นี่แต่มันจะไม่ประโยชน์อะไรกับเธอเลยถ้าผู้ฝึกสอนที่นี่อ่อนแอ่กว่าพวกคนที่มีประสบการณ์สูงกว่าที่บ้านของเธอ

ซัลวาเทอร์เร่ดูเหมือนว่าจะส่งเซเลสเต้มาที่เกาหลีใต้เพียงเพราะความทรงจำของเขาเกี่ยวกับวิธีการสอนของผู้อำนวยการคิมแต่หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนไปแล้วในตอนนี้

เธอจะไม่ได้อะไรจากที่นี้ด้วยซ้ำ

นี้เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเซเลสเต้เริ่มแสดงออกว่า ‘ไม่สนใจ’ แล้วกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเกาหลี

“มันพึ่งผ่านไปแค่อาทิตย์เดียวเอง ฟูๆๆ ฉันไม่สามารถทรยศคำข้อร้องของพ่อเธอได้ดังนั้นฉันเดาว่าฉันจะต้องหาบางสิ่งบางอย่างให้เธอทำ เอาจริงๆนี้มันเป็นปัญหามากเลยหละ”

หลังจากได้ยินคำพูดของผู้อำนวยการคิดฉันรู้สึกเสียใจกับเค้าเป็นอย่างมากแต่ฉันจะไม่ทำอะไรได้หละ?

“มันจะมีโอกาสบ้างไหมที่คุณจะเป็นฮันเตอร์ที่โดดเด่นคะ”

เซเลสเต้ถามฉันด้วยภาษาอิตาเลียนและผู้อำนวยการคิมพยายามที่จะแปลมันแต่ฉันสามารถพูดบทสนทนาพื้นฐานในภาษาอิตาเลียนได้

“ฉันชื่อยูซอดัม แรงค์ F มีอาชีพเป็นฮันเตอร์”

“อ้า...แรงค์ F ฮันเตอร์ธรรมดา...?”

“ใช่”

ด้วยเหตุผลบางอย่างก็มีความรู้สึกที่เหมือนหนักหน่วงเหมือนกับมีคนเอาถังที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งมาลาดใส่ฉัน

จริงๆแล้วดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้มีความสนใจในอะไรก็ตามที่อยู่ที่นี้เลย

ฉันถามผู้อำนวยการ

“ผู้อำนวยการดาบสุดที่รักของฉันยังอยู่ไหม?”

“ดาบสุดที่รัก อ้า ดาบไม้ของแกอะนะ ฉันคิดมาตลอดว่ามันแปลก ทำไมแกถึงเรียกดาบไม้ว่าสุดที่รัก?”

“ลืมเรื่องดาบไปก่อน ทำไมคุณมีความคิดที่ลามกอย่างนี้”

“ไอ้คนประหลาด”

ผู้อำนวยการเอาดาบไม้ที่ฉันเคยใช้ออกมา

ฉันไม่ได้ใช้มันมานานกว่า 10 ปีแล้วแต่มันรู้สึกเหมือนกับว่าพึ่งผ่านไปไม่นานเอง

โดยไม่ได้ตั้งใจฉันถือดาบไม้ในท่าทางเดียวกันกับดาบอีเทอร์ของฉันและในตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกขนลุกขึ้นมา

‘หืม...ฉันเคยถือมันแบบนี้มาตลอดเลยอย่างนั้นนะหรือ?’

ความรู้สึกของดาบไม้มันแปลกประหลาด

ไม่ มันก็เหมือนทุกๆครั้งที่ฉันถือดาบ

มีอย่างเดียวเท่านั้นที่ฉันรู้สึกได้

ท่าทางที่ฉันใช้ในต่อสู้เมื่อก่อนมันช่างอุบาทสิ้นดี

ฉันค่อยยกปลายดาบขึ้นอย่างช้าๆและเส้นโค้งของวิถีดาบสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาของฉัน

ต้องเหวี่ยงดาบอย่างไรจึงจะฆ่าศัตรูได้อย่างแน่นอน

ส่วนไหนที่ฉันสามารถตัดได้อย่างเรียบเนียน

มันเป็นการวาดดาบที่สมบูรณ์แบบที่ทำให้ฉันรู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งตัว

‘บ้าไปแล้ว ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน?’

การต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วนที่ฉันได้เผชิญในชีวิตพุ่งเข้ามาในใจและหายไป

ศัตรูจำนวนนับไม่ถ้วนคนที่แทบจะนำฉันไปสู่ความตายในตอนนี้นั้นไม่คู่ควรกับดาบนี้ด้วยซ้ำ

พลังงานที่ท่วมท้นและสมบูรณ์แบบ

นี้คือพรสวรรค์ระดับแรงค์ A มันเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างทางเดินให้อัจฉริยะมากมายมุ่งไปสู่ชัยชนะได้

ตอนนี้ฉันได้เห็นทางเดินนั้นแล้ว

ทำอย่างไรจึงจะปราบคู่ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำอย่างไรจึงจะตัดและเหวี่ยงโดยใช้พลังงานให้น้อยที่สุด

ทำอย่างไรจึงจะไม่แพ้

“หืม? มีปัญหาอะไรรึป่าว?”

“ไม่นะ ดาบเล่มโปรดของฉันรู้สึกเบาขึ้นมากเลยหละ มากไปกว่านั้นนะผู้อำนวยการมันก็นานมากแล้วที่ฉันได้จับคู่ฝึก...”

ฉันหยุดพูดในทันทีและมองไปที่เซเลสเต้

ไม่สำคัญว่าฉันจะได้รับความชำนาญดาบมามากเท่าไหรก็ตาม ฉันไม่สามารถสู้กับแรงค์ C ได้

หรืออาจจะแต่มันยากที่ทดสอบพรสวรรค์นี้

แต่ถ้าฉันสู้กับฮันเตอร์ฝึกหัดที่มีความแข็งแกร่งแรงค์ D แทนหละ?

ถ้าเธอมาจากตระกูลที่มีความชำนาญเป็นอย่างดีในวิชาดาบ

ฉันอาจจะทดสอบมันได้

“มิสเซเลสเต้ เธอดูเบื่อๆนะ งั้นเธออยากที่จะมาประลองกับฉันไหม?”

“หืม?”

ผู้อำนวยการคิดหยุดฉันเมื่อเขาเห็นเธอกำลังจะถูกก่อกวน

“แก เป็นอะไรเนี่ย? แกรู้สึกไม่สบายใช่ไหม?”

“เพราะงั้นฉันถึงต้องออกกำลังกายไง และนี้มันจะเป็นการวอร์มอัพร่างกายของฉัน”

“แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะ...”

ฉันไม่ได้บอกทุก ๆ คนที่ใกล้ชิดกับฉันที่ว่าฉันมันปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

มันเหมือนถูกเยาะเย้ย

มีแค่กิลด์มาสเตอร์เท่านั้น ไอ้คนที่ไม่ได้ใกล้ชิดอะไรกับฉันเลยที่รู้ว่าฉันกำลังจะตาย

ผู้อำนวยการพูดด้วยความระมัดระวัง

“เด็กคนนี้มีความแข็งแกร่งทางกายภายเท่ากับแรงค์ D นะ”

ฉันรู้ว่าผู้อำนวยการกำลังหมายความว่าอะไร

มันเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่เซเลสเต้ไม่มีความสุขกับคำท้าประลองของฉัน

บางทีถ้าเราประลองกันที่นี่

ฉันคงจะแพ้อย่างแน่นอน

แต่ฉันมีประสบการณ์โชคโชนที่ยาวนานถึง 15 ปี และมันไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามไปได้

เซเลสเต้เปิดปากของเธออย่างช้า ๆ และด้วยโทนเสียงที่ไม่แยแสโดยสมบูรณ์สำหรับการประลองครั้งนี้

“ฉันเคยเผชิญหน้ากับฮันเตอร์ผ่านศึกที่มีประสบการณ์ 10 ปี สามคนที่เป็นฮันเตอร์ธรรมดาและเป็นนักดาบในตระกูลของฉันมาแล้วค่ะ”

โอ้วมาย

ฉันคิดว่าฉันรู้จักพวกเขาทั้งหมด

“เห็นได้อย่างชัดเจนว่าวิชาดาบของพวกเขานั้นเป็นเลิศ ฉันได้เรียนรู้เป็นอย่างมากแต่...”

เหมือนกับว่าเธอกำลังบอกให้ฉันหยุด

“ในตอนที่ฉันปลุกพลังทางร่างกายระดับแรงค์ E พวกเขาก็ไม่คู่ควรกับฉันอีก พวกเขาทั้งสามคนเลย”

เซเลสเต้พูด

มันเป็นความจริง

ในตอนที่คุณปลุกพลังร่างกายระดับแรงค์ E คุณจะเขาสู่ขอบเขตของยอดมนุษย์คนที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่ว ๆ ไป

ในความหมายอื่น คือไม่ว่าฮันเตอร์แรงค์ F จำนวนมากเท่าไหรที่เคยดิ้นรนมันไม่สามารถนับเป็นการต่อสู้ได้ด้วยซ้ำ

เธอเกือบจะปลุกพลังไปถึงแรงค์ D แล้วด้วยซ้ำ

ดังนั้นเธอที่กำลังบอกให้ฉันหยุดความคิดเกี่ยวกับการประลองที่ไร้ความหมายเพราะว่าฉันไม่จะแม้จะเป็นแค่คู่มือให้เธอได้ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม

เธอมองมาที่ฉันอย่างไม่เป็นพิษเป็นภัยในตอนนี้

“ยังไงซะ เธออะไรรึป่าว?”

“หืม?”

ฮันเตอร์ซัลวาเทอร์เร่ คอสแตนตินี คนที่ครั้งหนึ่งเคยฝ่าฟันผ่านโลกด้วยดาบเดียวและในตอนนี้ได้รับการเลื่อนแรงค์เป็น SS

และมีแรงค์นี้ เพียงแค่ 37 ในโลกเท่านั้น

ความภาคภูมิใจที่มากขนาดไหนกันหละที่เด็กคนนี้จะมีให้กับตระกูลและพ่อของเธอกันหละ?

“ฉันเคยสู้ชนะ 1 VS 1 กับพ่อของเธอ”

ตั้งแต่เริ่มฉันมีความคิดนี้อยู่ในหัว

“ดีเลยค่ะ ฉันเริ่มต้องการที่จะเห็นทักษะของฮันเตอร์ผ่านศึกอีกคนซะแล้วค่ะ”

และมันก็พอแล้วที่จะยั่วยุให้เธอถือดาบไม้ขึ้นมา

จบบทที่ ตอนที่ 3 ภารกิจสำหรับการล่าครั้งแรก (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว