เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 271: มาถึง (2)

ตอนที่ 271: มาถึง (2)

ตอนที่ 271: มาถึง (2)


อนุภาคพลังงานจมลงไปในเครื่องรางและสร้างกระบอกแสงโปร่งใสเชื่อมกับเสาหลักและราว

"รีนสลันวาเรีย!" ฮิคาริร่ายคาถา เธอทำท่าทางมือแปลกๆและมีอนุภาคพลังงานสีเขียวนับไม่ถ้วนรวมที่หน้าอกของเธอสร้างเป็นลูกบอลแสงสีเขียวขนาดใหญ่

เธอผลักลูกบอลแสงสีเขียวไปที่เสาหลัก

ชี่

กระบอกแสงสีเขียวออกมาจากลูกบอลและเชื่อมต่อกับเครื่องรางในมือของแองเจเล่

ชี่ ชี่

มีกระบอกแสงอีกสองกระบอกเชื่อมต่อกับเครื่องราง มีกระบอกสีดำและกระบอกสีน้ำเงิน

เรย์ไลน์และสติกม่ากำลังยืนอยู่ข้างทางเข้าของห้องโดยสาร พวกเขาสังเกตเห็นสถานการณ์ด้วยเช่นกัน

เรย์ไลน์รวมกระแสไฟฟ้าสีน้ำเงินรอบมือและสติกม่าก็ปลดปล่อยลำแสงที่ก่อตัวจากอนุภาคพลังงานสีดำ

กระบอกแสงสีเขียว สีน้ำเงินและสีดำเชื่อมต่อกับเครื่องรางในมือของแองเจเล่ พวกมันดูเหมือนโซ่ที่กำลังเรืองแสงสามเส้น

อนุภาคพลังงานสีเขียวและสีแดงรอบเครื่องรางเริ่มหมุน จากนั้นมันก็เคลื่อนที่ไปตรงกลางของเครื่องรางและสร้างเป็นรูปแบบกระแสน้ำวน

เครื่องรางเปลี่ยนอนุภาคพลังงานทั้งหมดเป็นกระบอกแสงสีขาวและพลังงานโปร่งใสก็เชื่อมต่อกับข่ายเวทมนต์ในเรือเหาะ

ภายใต้เมฆครึ้มเรือเหาะทั้งสามลำไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทันใดนั้นก็มีชั้นบาเรียบางๆสีขาวปรากฏรอบพวกมันในขณะที่อนุภาคพลังงานลมเริ่มเร่งความเร็วของพวกมัน

จิตวิญญาณพายุได้เปิดเผยรูปแบบที่แท้จริงของพวกมันและพวกมันก็กำลังขี่เมฆพายุ พวกมันไล่ตามเรือเหาะด้วยอาวุธประเภทต่างๆในมือ

นกกระจอกราตรีสี่ปีกกำลังบินผ่านเมฆหนามุ่งหน้าไปยังจิตวิญญาณพายุที่อยู่ข้างหลังเรือเหาะ

วูๆๆๆ

จิตวิญญาณพายุชายล่ำสันมีหอกสีน้ำเงินยาวอยู่ในมือ ชายคนนี้มีตุ้มหูสีดำที่หูซ้ายของเขาและเขาก็บินไปที่นกกระจอกราตรีด้วยความเร็วเต็มที่

"ฮ่า!" จิตวิญญาณพายุคำรามและมีคลื่นเสียงสามารถมองเห็นได้รอบปากของเขา

นกกระจอกราตรีถูกคลื่นเสียงและมันเกือบจะเสียสมดุล

จิตวิญญาณพายุนับไม่ถ้วนบินผ่านนกกระจอกราตรี พวกมันยังตามเรือเหาะที่กำลังเพิ่มความเร็ว

"วู-วู!" จิตวิญญาณพายุที่มีรอยที่หน้าผากตะโกนเสียงแหลมสูง

นกกระจอกราตรีบินไปรอบๆเมฆและมองไปที่เรือเหาะทั้งสามลำ

เมฆใต้ฝ่าเท้าของจิตวิญญาณพายุทิ้งร่องรอยกระแสไฟฟ้าไว้ในอากาศและกระแสไฟฟ้าเหล่านั้นก็เคลื่อนที่ไปเรือเหาะด้วยเช่นกัน

นกกระจอกราตรีเหวี่ยงปีกของมันแล้วมันก็หันกลับไปและเริ่มกลับไปที่เรือเหาะ

"ฮ่า!"

จิตวิญญาณพายุด้านข้างนกลดตัวลงและแทงด้วยตรีศูล

ชายหัวล้านยิ้มเยาะและยกตรีศูลขึ้นไปในอากาศ ศพนกกระจอกราตรีถูกเสียบอยู่ที่ปลายของหอกสามง่าม เลือดของมันไหลลงไปที่ด้ามจับของอาวุธ

"วู!" จิตวิญญาณพายุตะโกน "เพื่ออซัส!" เสียงของเขาดังเหมือนสิงโตคำราม

"เพื่ออซัส! เพื่ออซัส! เพื่ออซัส!" จิตวิญญาณพายุทุกตัวรอบๆเขาเริ่มตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

นกกระจอกราตรีที่ตายถูกเผาเป็นขี้เถ้าด้วยกระแสไฟฟ้าและมันก็หายไปในอากาศ

ทันใดนั้นแองเจเล่ก็ลืมตา รูปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวของจิตวิญญาณพายุหัวล้านได้ทิ้งร่องรอยไว้ในจิตใจของเขา

ในที่สุดเรือเหาะก็ผ่านเมฆหนาและออกจากพื้นที่พายุเข้าไปที่ท้องฟ้าสีน้ำเงินที่อยู่เหนือที่ราบสีเขียว

จิตวิญญาณพายุนับไม่ถ้วนหยุดที่ขอบของเมฆหนาเฝ้าดูเรือเหาะจากไป

ชายหัวล้านที่มีตรีศูลอยู่ในมือยืนอยู่หน้าจิตวิญญาณพายุทั้งหมด ชายคนนี้มีดวงตาที่แหลมคม แองเจเล่มองเห็นความบ้าคลั่งในดวงตาของเขา

เขามองไปที่เรือเหาะที่กำลังจะจากไปและยกมือขวาขึ้น

ทันใดนั้นเรือเหาะก็อยู่ข้างหน้าสายตาของชายคนนี้และเขาก็ค่อยๆขยับมือไปภาพลวงตาของเรือเหาะ

มีมือสีน้ำเงินขนาดมหึมาปรากฏจากเมฆหนาและมันก็กำลังเคลื่อนที่ไปทางเรือเหาะสามลำที่อยู่ข้างหน้า

เรือเหาะดูเหมือนมดขนาดเล็กสีดำเมื่อเปรียบเทียบกับมือโปร่งใสสีน้ำเงิน

ทันใดนั้นมือก็ตบลง

ตู้ม

เรือเหาะสองลำที่อยู่ข้างหลังแตกเป็นเสี่ยงๆด้วยมือ เรือเหาะที่อยู่ข้างหน้าแทบจะหลบการโจมตีไม่พ้นเพราะยังมีราวส่วนหนึ่งที่ได้รับความเสียหาย เศษไม้สีดำกระจัดกระจายอยู่ในอากาศในขณะที่เรือเหาะกำลังหลบหนี

*******************

บนเรือเหาะลำสุดท้าย

แองเจเล่ค่อยๆลดเครื่องรางลง ผิวของมันปกคลุมไปด้วยรอยแตกเล็กๆ

เขาหันหัวไปและตรวจสอบสถานการณ์

แองเจเล่ยังรู้สึกว่าสายตาที่เย็นชาของชายหัวล้านกำลังมองมาที่เขา เขามองเห็นภาพที่ชายคนนี้ถูกสนับสนุนจากจิตวิญญาณพายุนับไม่ถ้วน

"อา...." แองเจเล่หลับตาอย่างรวดเร็วและมีน้ำตาไหลลงมาที่คาง

"ในที่สุดเราก็ออกมาได้!" สติกม่าเดินมาหาแองเจเล่ด้วยความช่วยเหลือจากเรย์ไลน์ มอร์ริสซ่าและฮิคาริตามหลังพวกเขา แองเจเล่มองไปรอบๆและเขารู้ว่าลูกเรือยังคงพยายามที่จะคิดให้ออกว่าเกิดอะไรขึ้น

จิตวิญญาณหัวล้านนั้นต่างออกไป พ่อมดระดับหนึ่งบนเรือไม่เข้าใจว่าจิตวิญญาณพายุเอื้อมมือออกมาถึงเรือเหาะได้อย่างไร แองเจเล่มั่นใจว่าถ้าการตบโดนเรือเหาะที่พวกเขาอยู่นั้นพวกเขาจะตาย

"สติกม่า ทำไมเจ้าถึงไม่บอกเราเรื่องนี้ นั่นเป็นจิตวิญญาณพายุจำนวนมาก เจ้ารอดจากการเดินทางไปที่ฝั่งตะวันตกได้อย่างไร" ฮิคาริหายใจเข้าลึกๆและมองไปที่สติกม่า

"ข้าไม่รู้...." สติกม่าส่ายหัว "ข้าไม่ได้พบกับจิตวิญญาณพายุมากมายในการเดินทางนั้น...พื้นที่นี้ถูกควบคุมโดยเจ้าแห่งธาตุอัลอเคอร์ เขาเป็นยักษ์พายุที่ใจดีและเขาจะไม่บอกให้กองทัพของเขาโจมตีเรือเหาะ ตัวที่เราเจอบนดาดฟ้าเป็นโจร" สติกม่าขบริมฝีปากในขณะที่เขานึกถึงฉากที่น่ากลัว

"กรีน ดวงตาของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ข้าคิดว่านกของเจ้าทำให้เขาโกรธ" ฮิคาริหันไปหาแองเจเล่

"ข้าไม่เป็นไร" แองเจเล่ลืมตาและพยักหน้า เขาแบมือเพื่อให้ลูกเรือเห็นเครื่องรางที่แตก "เครื่องรางจบแล้ว"

เครื่องรางเปลี่ยนเป็นควันสีขาว ควันสีขาวลอยออกมาจากฝ่ามือของแองเจเล่และหายไปในอากาศ

"เราต้องหาสถานที่ที่จะลงจอด" สติกม่าส่ายหัว "สิ่งที่ดีคือการที่เรารอดจากตาของพายุมาได้แต่เราต้องเดินทางข้ามพื้นที่ที่อันตรายอีกที่หนึ่งโดยไม่มีเรือเหาะจนกว่าเราจะถึงพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับพ่อมด...."

"พื้นที่ไหน" แองเจเล่สงสัยและมองไปที่สติกม่า

"หุบเขาอเวจี แต่ไม่ต้องห่วง ตระกูลของข้ามียามเฝ้าระวังที่นี่ สถานที่นี้เต็มไปด้วยสวะจากเผ่าต่างๆ โจร ฆาตกร นักฆ่าและหัวขโมย พวกนี้มีอยู่เต็มไปหมด เตรียมตัวต่อสู้และอย่าลดการป้องกันลง น้องสาวของข้าเคยบอกข้าว่า'อย่าเชื่อใจใครในหุบเขา' "

"ข้าคิดว่าเจ้าบอกว่าสถานที่นี้ไม่มีประชากรมากนัก" เรย์ไลน์ถามเสียงเบา

"มันไม่มีประชากรที่เป็นมนุษย์ สถานที่นี้วุ่นวายและมันก็อันตรายมาก ข้าไม่เคยเข้าหุบเขาด้วยตัวเอง" สติกม่าพยักหน้า

"เราเพิ่งรอดจากอุปสรรคทั้งหมดมาได้ดังนั้นมันจึงไม่มีอะไรต้องกลัว" ฮิคาริหัวเราะเบาๆ

"ที่จริงแล้วหุบเขาอเวจีเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา จำสิ่งที่เรย์ไลน์พูดได้ไหม มันอาจจะมีนักฆ่ารอเราอยู่ที่ปลายทางเดิม" แองเจเล่ลดเสียงของเขาลง

"เจ้าพูดถูก เข้าหุบเขาและปลอมตัวกันเถอะ มันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของเราในตอนนี้" สติกม่าขบริมฝีปาก

"เตรียมตัวลงจอด ทำให้บอลลูนเย็นลง" แองเจเล่สั่ง

********************************

ในท้องฟ้าสีน้ำเงินที่ไร้ที่สิ้นสุด มีเรือเหาะค่อยๆลงจอดบนที่ราบสีเขียว

มีต้นไม้ที่ตายแล้วมากมายบนที่ราบและมีสิ่งมีชีวิตสีเทาที่ดูเหมือนกราวน์ฮ็อก(คล้ายๆกระจอกลองกดค้นหาดูครับ)กำลังกระโดดไปรอบๆ พวกมันกำลังมองไปที่เรือเหาะสีดำที่กำลังตกลงมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หญ้าสีเขียวปกคลุมไปด้วยโคลนสีเหลืองบนที่ราบ

มีต้นไม้สีเขียวขนาดมหึมาที่ดูเหมือนร่มกำลังตั้งอยู่ตรงกลางของที่ราบอย่างเงียบๆ

เรือเหาะสีดำลงจอดบนพื้นที่ว่างข้างหน้าของต้นไม้อย่างช้าๆ

ตึง ครืนนนนน

ฝุ่นสีเหลืองและโคลนได้กระจายไปในอากาศในขณะที่เรือเหาะโดนพื้น

มันเป็นเวลาเที่ยงวัน แสงแดดกำลังลุกไหม้ ฝุ่นตกลงบนพื้นดินหลังจากที่ผ่านไปหลายนาทีและท้องฟ้าก็โล่งอีกครั้ง

มีจุดสีเหลืองเล็กๆปรากฏบนขอบฟ้า สิ่งมีชีวิตที่ดูแปลกเหล่านี้ได้ยินเสียงและต้องการตรวจสอบสถานการณ์

ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่มีสิ่งเล็กๆสีขาวกำลังปีนขึ้นกิ่งไม้

พวกมันบินผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ทำให้ตัวตนของมันถูกแสงแดดจนเปิดเผยตัวเองออกมา

มันเป็นกลุ่มของโอริกามิรูปร่างมนุษย์ที่มีปีกอยู่ที่หลังของพวกมัน(โอริกามิแปลว่ากระดาษพับซึ่งมาจากภาษาญี่ปุ่น) พวกมันยังกระดาษผมเปียยาวอยู่เหนือหัวของพวกมัน

ไม่มีอะไรบนใบหน้าของโอริกามิหญิง ชุดคลุมสีขาวยาวบนร่างกายของพวกมันทำมาจากกระดาษด้วยเช่นกัน พวกมันดูเรียบง่ายแต่ก็สง่างาม

โอริกามิหญิงส่วนใหญ่ซ่อนตัวอยู่ใต้ใบไม้ของต้นไม้และมองไปที่เรือเหาะขนาดมหึมาข้างหน้า

โอริกามิหญิงกำลังบินแต่พวกมันไม่ได้ทำให้เกิดเสียงใดๆ พวกมันเพียงจ้องไปที่เรือเหาะสีดำในเงาภายใต้ต้นไม้ ฉากนี้ค่อนข้างแปลก

จบบทที่ ตอนที่ 271: มาถึง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว