เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 40: เมอรี่คริสมาสต์! -4 (ส่วนที่ 2)

Chapter 40: เมอรี่คริสมาสต์! -4 (ส่วนที่ 2)

Chapter 40: เมอรี่คริสมาสต์! -4 (ส่วนที่ 2)


ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง สายตาของฉันมองไปยังมือของมันที่กำลังจับไปที่บ้านหลังหนึ่ง รอยยิ้มที่น่าขยะแขยงของมันประดับอยู่บนแก้มของมัน

-ไอ้หนูเวร!

…เอ็งก็เป็นปีศาจตัวเหม็นเหมือนกันนั่นแหละ

ฉันรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเริ่มวิ่งอีกครั้งหนึ่ง

มันเหมือนว่าศัตรูค่อนข้างเซนซิทีฟต่อพลังศักดิ์สิทธิ์ มันยังเหวี่ยงเพดานมาทางฉันทันทีที่ฉันพยายามที่จะภาวนา เพื่อที่จะรวบรวมพลังศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นการคาดเดานี้น่าจะเป็นเรื่องจริง

การสร้างกระสุนโดยการรวบรวมพลังศักดิ์สิทธิ์จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งนาทีและถ้าฉันต้องภาวนาอีกด้วย มันจำเป็นต้องใช้เวลาประมาณ 30 วินาทีอีก

การพยายามโจมตีมันด้วยวิธีเช่นนี้มันคงจะมีผลลัพธ์ที่ทำให้ฉันคงถูกฆ่าไปแล้วละ

ฉันไม่มีทางเลือกมากสักเท่าไหร่ เมื่อมันถึงขั้นนี้แล้ว ฉันอาจจะต้องวิ่งหนีไปทั่วและถ่วงเวลาไว้จนกว่าจะมีคนมาช่วยฉัน...

ทันใดนั้นเอง เงายักษ์ก็ทาบลงมายังตัวฉัน

-ข้าจะเปลี่ยนแกให้กลายเป็นเถ้าฝุ่น!

แวมไพร์ลอยขึ้นกลางอากาศ มันอ้าแขนกว้างออกและหายใจเข้าลึกๆ

มัน...บินได้?

เดี๋ยวนะ ฉันพึ่งจะ…เห็นอะไรไปกัน? มันหายใจเข้า?

สีหน้าของฉันซีดขาวทันที ฉันไม่มีวิธีที่จะป้องกันมันได้เลย

-กลายเป็นอันเดทไปซะ!

ลมหายใจสีแดงที่คล้ายคลึงกับเปลวเพลิงได้พุ่งตรงออกมา ลมหายใจของมันปะทะเข้ากับซอยด้านหลังของฉัน มันทำให้ฉันไม่เหลือทางหนีอีกต่อไป

ทันใดนั้นเองมีใครบางคนพุ่งออกมาจากด้านหลังของฉัน

คนนั้นได้ผลักฉันลงโดยการกดไหล่ของฉันลง ก่อนที่จะก้าวมาที่เบื้องหน้าของฉัน ในขณะที่แบกโล่เหล็กใหญ่ยักษ์ ซึ่งมีขนาดไม่สมกับร่างกายที่ผอมเพรียวของเธอเลย

“...ชาร์ลอตต์?!”

สายตาของเธอนั้นดูน่ากลัวเหมือนกับงูพิษ

เธอวางเท้าลงบนพื้นอย่างมั่นคงมากเท่าที่เธอจะทำได้ การกระทำของเธอมันทำให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเธอจมลึกลงไป หลังจากที่เธอปักดาบลงบนพื้น มือทั้งสองข้างของเธอต่างกุมไปที่จับของโล่เพื่อที่จะจับให้ได้อย่างแน่นที่สุด แขนที่ผอมเพรียวของเธอนั้นมีเส้นเลือดหนาที่ปูดนูนขึ้น

“อ้ากกกก!”

กริลปรากฏตัวขึ้นจากซอยเดียวกัน ก่อนที่ฉันจะได้สังเกตเห็นเขา เขาก็รีบไปพยุงจับโล่พร้อมกันกับชาร์ลอตต์ เมื่อฉันเห็นสิ่งที่พวกเขาทำ ฉันก็รีบไปสนับสนุนพวกเขาจากด้านหลังด้วยเช่นกัน

น้ำหนักของแรงกระแทกที่ส่งมาทำให้พวกเราต่างถอยกระเด็นออกไป ตั้งแต่ปลายนิ้วของพวกเรา ร่างกายของพวกเราต่างเริ่มเน่าเปื่อยขึ้นทีละเล็กทีละน้อย

“อึ้ก อึ้ก…!”

ชาร์ลอตต์และกริลต่างปิดปากด้วยความเจ็บปวด

พวกเราไม่สามารถที่จะป้องกันการโจมตีอย่างนี้ได้ ฉันรู้สึกได้ว่าโล่นี้เริ่มที่จะหลอมละลายลงไปแล้วด้วยเช่นกัน

ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว...!

ฉันเอื้อมมือไปจับโล่ “ใช้แรงทั้งหมดของพวกเจ้าและดันมันกลับไป!”

[พลังศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกใช้งาน]

[อุปกรณ์ได้รับการเสริมพลังชั่วคราว]

สัญลักษณ์ที่เหมือนเส้นเลือดปรากฏขึ้นบนโล่ เมื่อพลังศักดิ์สิทธิ์เริ่มที่จะไหลเวียนเข้าไปในพวกมัน

แค่เสริมพลัง? ไม่ไหว แค่นี้ไม่มากพอที่จะตัดมันได้ลง!

“โอ เทพีไกอา…!”

ชาร์ลอตต์ กริลและมือของฉันต่างเริ่มเน่าเปื่อย

“ได้โปรดส่งมอบพลังของท่านเพื่อปกป้องลูกแกะที่น่าสงสารเหล่านี้ด้วย…”

พลังศักดิ์สิทธิ์ไหลออกมาและมันหลอมรวมเข้าไปในร่างกายของพวกเราทั้งหมด เนื้อของพวกเรานั้นสลับไปมาระหว่างเน่าเปื่อยและฟื้นตัว

“ได้โปรดมอบความรักและความเมตตาและนำพาพวกเราไปสู่แสงสว่างด้วย”

พลังศักดิ์สิทธิ์ได้รวมตัวกันด้วยคำพูดเหล่านี้

ในอีกด้านหนึ่ง มันเหมือนกับว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของฉันต่างถูกใช้งานไปอย่างต่อเนื่อง

“ด้วยพลังของท่าน ได้โปรดมอบโล่ที่แข็งแกร่งมากพอที่จะต้านทานเหล่าอันเดทนี้ได้ด้วยเถิด”

โล่ยักษ์เริ่มที่จะมีรอยแตกขนาดใหญ่

“ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของท่าน อัลเลน ออโฟเซ่ ขออธิษฐานต่อท่าน!”

โล่นี้ได้แตกสลายไป แต่ในเวลาเดียวกัน โล่อีกเล่มหนึ่งได้ถูกสร้างขึ้นโดยพลังศักดิ์สิทธิ์

พละกำลังทั้งสองฝั่ง – ทั้งพลังศักดิ์สิทธิ์และพลังมาร – ปะทะเข้าใส่กันและกัน

แวมไพร์ที่มันยังคงปลดปล่อยลมหายใจแห่งความตายออกมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อมันเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตาของมันโตขึ้นมากเรื่อยๆ

-ไม่นะ มันไม่ควรที่จะ…!!

เสียงระเบิดดังขึ้น

ตึกทุกตึกที่อยู่ใกล้เคียงต่างถูกผลักกระเด็นกลับ ก่อนที่จะระเบิดออกไปเป็นล้านๆชิ้น

ปากของแวมไพร์ที่ไว้ใช้พ่นลมหายใจแห่งความตายถูกฉีกกระชากโดยแรงระเบิดนั่น บาเรียพลังมารของมันแตกสลายลง และร่างกายใหญ่โตของมันกระแทกลงกับพื้นเบื้องล่าง

ซอยที่แคบลงได้ถูกเปลี่ยนกลายเป็นพื้นที่โล่งกว้างแทน

“...”

โล่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องทั้งสามคนไม่สามารถที่จะทนได้อีกต่อไป มันแตกสลายลง ในขณะที่สลายกลายเป็นละอองธุลีแสง

ฉันไม่เหลือพลังงานไว้พยุงขาอีกต่อไป ก่อนที่ฉันจะล้มลงไป ชาร์ลอตต์เปิดตาขึ้นอย่างเร่งรีบและพยุงตัวฉันไว้

“โอเคไหมคะ?”

แน่นอนว่าไม่ละ...

ในตอนนี้ฉันไม่เหลือพลังงานมากพอที่จะยืนด้วยตัวเองด้วยซ้ำ ไม่เพียงแค่นั้น มันเหมือนกับว่ากระดูกทั้งหมดของฉันมันถูกเปลี่ยนกลายเป็นฝุ่นด้วยเช่นกัน

ฉันเหลือบตามองไปยังด้านข้างของฉันและพบว่ากริลได้สลบลงบนพื้นไปแล้ว โอ้ ช่างน่าอิจฉาอะไรเช่นนี้ ฉันก็หวังว่าฉันจะสลบไปเหมือนกันนะ แต่ว่า...

-อ๊า....อ๊ากกกกก!!

...แต่เจ้าแวมไพร์นั่นยังคงมีชีวิตอยู่

ชิ้นส่วนต่างๆในร่างกายของมันโป่งพองเหมือนกับไฟที่กำลังเดือดระอุ มันกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดจากเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ที่เผาไหม้อยู่ เจ้าแวมไพร์มันดิ้นไปมาบนพื้นอย่างสุดกำลัง

“น้ำศักดิ์สิทธิ์...”

ฉันเกือบจะเรียกขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์จากช่องเก็บไอเทมไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ แต่ยังดีที่ยังเรียกออกมาได้ ยังไงก็ตาม ฉันไม่มีพลังเหลือพอที่จะถือมันและทำมันตกลงบนพื้น ชาร์ลอตต์จึงได้หยิบขวดน้ำขึ้นมาจากพื้นและแตะมันลงไปบนริมฝีปากของฉัน

ฉันจึงได้ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงไปได้

ร่างกายของฉันได้ฟื้นตัวขึ้นมาระดับหนึ่ง มันทำให้ฉันขยับตัวได้อีกครั้งหนึ่ง ยังไงก็ตาม พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ฉันยังมีอยู่นั้นได้หมดลงไปแล้ว

แม้ว่าฉันจะอธิษฐานอะไรไป ฉันก็ไม่สามารถที่จะใช้สกิลอะไรออกมาได้อีก ฉันมีความคิดที่จะวิ่งหนีออกไปจากที่แห่งนี้ก่อนที่เจ้าแวมไพร์จะฟื้นตัว

พูดตามตรงแล้ว ฉันต้องการให้ทหารปรากฏตัวขึ้นและช่วยเหลือพวกเรา ฉันหมายความว่า ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสังหารเจ้าแวมไพร์นั่น

“พวกเราถอยกันก่อนเถอะ ถ้ามันเป็นแบบนี้แล้ว พวกเราจะตกอยู่ในอันตรา…”

ฉันก้าวถอยหลังออกไป ในขณะที่พูดออกมา เท้าของฉันสัมผัสกับอะไรบางอย่าง

มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดที่ถาโถมเข้ามาในหัวของฉัน ฉันจ้องไปที่ ‘หัวกะโหลก’ ที่กลิ้งอยู่บนพื้นด้านข้างฉัน มันเป็นหัวกะโหลกของแพะภูเขา มันเป็นสัตว์ที่เป็นตัวแทนของปีศาจ มันใหญ่มากพอที่จะสวมเป็นหมวกได้เลย

มันยังเป็นไอเทมที่เจ้าแวมไพร์นั่นสวมเป็นสร้อยคอด้วยเช่นกัน

แต่ทำไมมันถึงอยู่ที่นี่กันละ...? ไม่ใช่ว่ามันมาอยู่ที่นี่เพราะแรงระเบิดงั้นเหรอ?

ฉันรู้สึกแปลกประหลาดจากมัน แม้แต่ฉันยังบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่หัวกะโหลกธรรมดาทั่วไป

“มันเป็น...ไอเทมเวทมนตร์อะไรหรือเปล่า?”

ฉันได้ใช้ [เนตรจิต] กับพวกมัน ไอเทมธรรมดาทั่วไปจะไม่ส่งผลอะไรจากสกิลนี้ แต่ถ้ามันไอเทมเวทมนตร์กันละ?

[หัวกะโหลกราชาเนโครแมนเซอร์เอม่อน

ความสามารถ : ขี้นอยู่กับความสามารถผู้ใช้ พลังมารจะถูกเสริมพลังขึ้นอย่างน้อย 20% จนถึง 200% นอกจากนี้แล้วยังมีความสามารถในการฟื้นพลัง 10% ความสามารถทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพลังมารจะได้เพิ่มประสิทธิภาพขึ้น 10%]

ฉันตกใจกับสิ่งที่ฉันเห็น

เจ้าสิ่งนี้มันเสริมพลังมารตั้งแต่ 20% ถึง 200% เลยงั้นเหรอ?! รวมทั้งการฟื้นตัวอีก 10% อีก? ไม่แค่นั้น สกิลทั้งหมดยังได้รับการพัฒนาขึ้นอีก 10% ด้วย?

นี่มันไอเทมระดับตำนานอะไรแบบนี้

เดี๋ยวนะ? พลังมาร? แปลว่าฉันใช้มันไม่ได้?

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉันไม่รู้สึกถึงการปฏิเสธจากไอเทมชิ้นนี้ แม้ว่ามันจะใช้งานได้โดยพลังมารเพียงอย่างเดียวก็ตาม

ฉันผลักชาร์ลอตต์ออกไปอย่างระมัดระวัง ฉันหยิบหัวกะโหลกขึ้น พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ฉันเหลืออยู่นั้นน้อยยิ่งกว่าหางหนูเสียอีก แม้ว่าฉันจะใช้พลังทั้งหมดไป ฉันก็ยังใช้สกิลสักสกิลไม่ได้เลย

ฉันกลับใช้งาน [ออร่าศักดิ์สิทธิ์] และเสริมพลังหัวกะโหลกเอม่อนแทน

[อุปกรณ์ได้รับการเสริมพลังชั่วคราว]

[หัวกะโหลกเนโครแมนเซอร์เอม่อนได้รับการเสริมพลังชั่วคราว

ความสามารถ : : ขี้นอยู่กับความสามารถผู้ใช้ พลังมารจะถูกเสริมพลังขึ้นอย่างน้อย 40% จนถึง 400% นอกจากนี้แล้วยังมีความสามารถในการฟื้นพลัง 20% ความสามารถทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพลังมารจะได้เพิ่มประสิทธิภาพขึ้น 15% สามารถที่จะอัญเชิญ วิญญาณคนตายสวมเกราะได้อีกด้วย]

ฉันอุทานออกมา

ฉันเริ่มที่จะลูบไปที่หัวกะโหลกของราชาเนโครแมนเซอร์ บางทีมันอาจจะเป็นเพราะ [ออร่าศักดิ์สิทธิ์] ฉันถึงรู้สึกว่าฉันรู้วิธีใช้ไอเทมนี้ด้วยเช่นกัน

มันเหมือนกับต้องใช้ ‘โค้ดใช้งาน’ สำหรับเจ้าสิ่งนี้

ร่างกายของฉันขยับเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ เมื่อฉันยกหัวกะโหลกแพะภูเขาไว้บนหัวของฉันเอง ฉันก้มตัวเล็กน้อย

“ข้าคือกองทัพ” ฉันพูดไปพร้อมกับสายตาที่ยังคงจดจ้องไปที่เคานต์แวมไพร์ ซึ่งมันกำลังลุกขึ้นยืนอย่างไม่มั่นคง “…และข้าคือผู้สืบทอดของไกอา”

จบบทที่ Chapter 40: เมอรี่คริสมาสต์! -4 (ส่วนที่ 2)

คัดลอกลิงก์แล้ว