เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 32: เจ้าชายได้รับการดูแลจากพระผู้เป็นเจ้า -1

Chapter 32: เจ้าชายได้รับการดูแลจากพระผู้เป็นเจ้า -1

Chapter 32: เจ้าชายได้รับการดูแลจากพระผู้เป็นเจ้า -1


เด็กสาวผมเงินวิ่งไปคอยช่วยสนับสนุนทหาร พร้อมกับแบกฝักดาบไว้ในมือของเธอ รวมทั้งซองใส่ลูกธนูด้านหลังของเธอ

ฮาร์แมนตกตะลึงและอดที่จะมึนงงกับการที่เธอแบกของเหล่านั้นไว้ได้ที่แม้แต่ชายหนุ่มยังแบกของเหล่านี้เดินไปไหนมาไหนยังยากเลย

สำหรับเด็กสาวที่บอบบางและผอมเพรียวอย่างเธอแล้ว ความแข็งแกร่งทางร่างกายและความอึดของเธอก็เป็นที่น่านับถืออย่างมาก

‘ไม่ใช่ว่าเธอเป็นลูกสาวของชาวนาทั่วไปงั้นเหรอ?’

เขารู้จักเธอดีว่าเธอเป็นลูกสาวของกริลที่เป็นชาวนาและเธอเป็นแม่ชีที่คอยดูแลโบสถ์ที่เจ้าชายอาศัยอยู่

เธอได้สนับสนุนทหารที่คอยปกป้องประชาชนที่อพยพไปยังคฤหาสน์ของเจ้าเมืองไม่ทันและยังคงติดอยู่ภายในกำแพงด้านนอกเมือง เธอนั้นโฟกัสกับการส่งอุปกรณ์ที่สำคัญหรือการดูแลรักษาคนเจ็บ

ฮาร์แมนทำได้เพียงยิ้มเจื่อนๆ

แม้แต่ลูกสาวของชาวนา แม้ว่าจะไม่เป็นทหาร เธอก็ยังพยายามอย่างเต็มที่ แล้วเขากล้าที่จะทำตัวอ่อนแอและไม่สนใจเช่นนี้ได้ยังไงกัน?

“พวกเราสามารถที่จะอดทนไว้ได้ พวกเราจะป้องกันพวกมันและสำหรับเหตุการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุดแล้วละก็...”

ฮาร์แมนเหลือบตามองออกไปด้านนอก

อันเดทหลายร้อยตัวต่างล้อมรอบแวมไพร์เคานต์ดั่งกับกำแพงป้องกัน

“...ฉันจะพุ่งผ่านและตัดหัวของเคานต์ด้วยตัวของฉันเอง!”

ฮาร์แมนกำหมัดตัวเองแน่น แต่ทันใดนั้นเอง...

ก้อนซอมบี้ลอยตกลงมาด้านหลังเด็กหญิงผมเงิน พวกมันถูกปาเข้ามาทั้งด้านนอกและด้านในเมือง

ฮาร์แมนสะดุ้งและรีบมองหาเธอ

เนื่องจากก้อนซอมบี้ที่ถูกมัดรวมกัน ทหารและนักโทษทั้งหมดที่อยู่บนกำแพงต่างถูกโยนลงมาบนพื้น มันมีซอมบี้มากมายเริ่มที่จะเคลือบคลานเข้าหาเด็กสาวแล้ว

“แม่งเอ้ย…!”

เขาตื่นตระหนกกับภาพที่เกิดขึ้น เขารีบชักดาบออกมาและพุ่งเข้าไปหาเธออย่างเร็วที่สุดเท่าที่เขาทำได้

ในเวลาเดียวกัน เธอสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่อยู่ด้านหลังเธอและหันกลับไปมอง ซอมบี้ตัวหนึ่งยืนจ้องลงมาที่เธอ

เธอดูมีทีท่าประหลาดใจ เมื่อเธอทิ้งดาบและลูกธนูที่เธอแบกไว้บนหลังลงกับพื้น

“เธอทำอะไรของเธอกัน?! เด็กน้อย วิ่งเร็วเข้า!”

ฮาร์แมนคำรามออกมา แต่เด็กสาวไม่ได้ขยับตัวเลยสักนิด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอคงหวาดกลัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก

เธอมองไปที่ซอมบี้อย่างเงียบงัน ในชั่วพริบตาต่อมา อันเดทได้เคลื่อนไหว กรามของมันเปิดกว้างออกและพุ่งมาหาเธอ

‘แม่งเอ้ย ฉันคงไปไม่ทันแน่เลย!’

ฮาร์แมนกัดฟันแน่น

‘ฉันจะต้องใช้พลังศักดิ์สิทธิ์แล้ว..!’

“โอ้ พระเจ้าสงครามเฮล์ม ได้โปรดส่งมอบพลังของท่านเพื่อปกป้องลูกแกะที่น่าสงสารตัวนี้ด้วย…”

เมื่อพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากร่างกายของฮาร์แมน แสงสว่างสีขาวปกคลุมทั้งแขน ขา และดาบ มันทำให้เขาเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างมาก

เพียงแค่เขากำลังพยายามอย่างดีที่สุดที่จะตามไปถึงหญิงสาว...

ดวงตาของเธอคมกริบราวกับงูร้าย เธอหยิบดาบที่หล่นบนพื้นและกลิ้งลงด้านข้างหลบเงื้อมมือของซอมบี้ ในขณะที่เธอควบคุมลมหายใจของเธอเอง เธอก็ชักดาบออกมา

“...โอ้ เทพีแห่งความเมตตาและความรัก ไกอา”

ถึงแม้ว่าจะเบาบาง ดาบของเธอก็ปล่องแสงสีขาวนุ่มนวลออกมา

ฮาร์แมนตัวแข็งทื่อทันที แต่ขาของเขายังไม่หยุดที่จะวิ่งเข้าไปใกล้เธอ

“ได้โปรดประทานพลังเพื่อปกป้องคนที่ล้ำค่าของท่าน…”

หลังจากที่เตะพื้นและพุ่งไปด้านหน้าอย่างทรงพลัง เธอก็ก้มตัวต่ำผ่านร่างกายของซอมบี้

ขาขวาของเธอวางไว้บนพื้นและใช้มันเป็นตัวแรงถีบ ร่างกายทั่วทั้งร่างของเธอหมุน 360 องศา ดาบของเธอตัดผ่านหัวของซอมบี้ได้อย่างง่ายดาย

“…!”

การโจมตีมันสะอาดสะอ้านและรวดเร็วจนเหลือทิ้งไว้แต่ภาพติดตาของดาบที่ตัดผ่านอากาศ มันจึงทำให้ฮาร์แมนหยุดที่จะก้าวไปด้านหน้า

การโจมตีของเธอมันทั้งเงอะงะและมั่วซั่ว มันเหมือนกับว่าเธอลอกเรียนการเคลื่อนไหวแบบนี้มาจากตำราฝึกวิชาดาบ เขารู้สึกเหมือนกับว่าเธอได้ใช้วิชาดาบที่เธอไม่คุ้นชินผ่านพละกำลังของเธอเพียงอย่างเดียว

‘อย่างไรก็ตาม…’

ถึงมันจะหยาบกร้าน แต่ในเวลาเดียวกันมันก็คมกริบเช่นกัน

เหมือนกับการแสดงพลังทำลายล้างของเธอ คอสองในสามส่วนของซอมบี้ถูกตัดอย่างเรียบลื่น แต่ส่วนที่เหลือมันยังคงติดค้างไว้ยังงั้น มันเหมือนกับว่าเธอได้ฝืนตัดมันออกไป

หัวของซอมบี้กลิ้งลงบนพื้นใกล้กับฝ่าเท้าของเธอ เจ้าซอมบี้ไร้หัวโซซัดโซเซก่อนที่จะล้มลงกับพื้น

ดวงตาของฮาร์แมนกระตุก เมื่อเขามองไปที่คอของซอมบี้

‘นี่มัน…’

มันเป็นวิชาดาบของราชวงศ์ที่ถูกส่งผ่านตำแหน่ง ‘ภาคีอัศวินไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์’ ที่ปกป้องราชวงศ์มานานนับพันปี

แล้วเด็กสาวอย่างเธอที่มาจากหมู่บ้านบ้านนอกใช้วิชาดาบของราชวงศ์ได้ยังไงกัน?

เด็กสาว ชาร์ลอตต์มองไปยังซอมบี้ที่นอนตายอยู่และถอนหายใจอย่างโล่งอก

หัวใจของเธอยังคงเต้นอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าเธอจะตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว เธอก็จัดการมันได้ในที่สุด

‘...การฝึกฝนของฉัน มันมีค่า’

เธอนึกถึงเนื้อหาในหนังสือที่อยู่ในโบสถ์ – มันเป็นหนังสือที่บันทึกวิชาทั้งหมดของราชวงศ์ พวกมันถูกใส่ไว้ในนั้น เพื่อให้เจ้าชายที่โดนขับไล่สามารถที่จะเรียนรู้มันได้ แน่นอนว่าเขาแค่เหลือบมองมันอย่างสงสัยก่อนที่จะยอมแพ้ในการเรียนพวกมัน

‘สิ่งที่เจ้าชายทำไม่ได้ ฉันจะทำแทนเขาเอง’

มันเป็นความรู้สึกตื้นตันที่เธอทำได้สำเร็จ ชาร์ลอตต์หันตัวกลับและสังเกตเห็นพาลาดินฮาร์แมนที่ยืนค้างอยู่อย่างั้น

“มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอคะ?”

“...”

เธอเอียงคอถามเขา แต่ฮาร์แมนยังคงยืนตัวแข็งทื่อ

**

“พวกเรา...พวกเราชนะแล้ว!!”

ทหารที่คอยปกป้องประชาชนของเจ้าเมือง มองไปยังกองศพซอมบี้และกูลที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการสูญเสียไปบ้างก็ตามที มันยังคงเป็นเรื่องดั่งปาฏิหาริย์สำหรับทหารธรรมดาทั่วไปอย่างพวกเขาที่สามารถเอาชนะกูลและดูลลาฮานได้

“...ฉันเกือบคิดว่าฉันกลายเป็นพาลาดินไปแล้วนะเนี่ย!”

ทหารพูดออกมาอย่างดีอกดีใจ ในขณะที่มองไปยังร่างกายของพวกเขาเอง พลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในร่างกายของพวกเขาเหมือนกับรู้ว่างานของมันได้จบลงแล้ว

ยังไงก็ตาม พวกเขายังคงใจเย็นไม่ได้ เมื่อพวกเขายังคงรู้สึกเหมือนกับการได้เป็นพาลาดินที่พวกเขาใฝ่ฝันมาโดยตลอด

คนที่รู้สึกสับสนและหงุดหงิดมีเพียงแค่เจนาลเท่านั้น เขาเป็นขุนนางที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลกฎ นั่นคือเหตุผลที่ว่าเขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าชายมามากกว่าใครเพื่อนในที่แห่งนี้

‘ชื่อเสียงของเขานั้นบอกว่าเขาขี้กลัวง่ายมาก ทั้งยังหื่นกามและยังเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโต ซึ่งยังไม่รู้วิธีการใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำไป แต่ว่าทำไม....’

….เขาเป็นคนขี้กลัว?

เด็กหนุ่มที่ใช้พลั่วโจมตีดูลลาฮานเป็นคนขี้กลัว? ไม่ละ การกระทำแบบนั้นไม่มีทางที่คนที่มีสติดีๆจะทำมันอย่างแน่นอน

และเขาไม่รู้จักการใช้พลังศักดิ์สิทธิ์?

‘โอ้พระเจ้า…ราชวงศ์ตัดสินว่าเจ้าชายองค์ที่เจ็ดเป็นคนล้มเหลวได้ยังไงกันเนี่ย? ใครบางคนที่ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้นี่นะ?! หรือว่าการอวยพรของพวกคนจากราชวงศ์สามารถที่จะรักษาคนนับร้อยคนได้ในเวลาเดียวกัน? บางทีพวกเขาอาจจะชุบชีวิตคนตายได้ด้วยซ้ำ? มันถึงระดับนั้นเลยเหรอ?

มันเป็นแบบนั้นจริงๆเหรอ...?

เจนาลเดาะลิ้น

เขาคิดว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล แต่เมื่อเขามองไปยังระดับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าชายได้ใช้ก่อนหน้านี้ สิ่งที่เขาจินตนาการอยู่ก็ดูไม่ได้เว่อวังอีกต่อไปแล้ว

เขาเริ่มคิดถึงเรื่องเล่าทั้งหมดจากห้าสิบปีก่อน มันเป็นเรื่องเล่าในตำนานที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ได้ทำมัน ซึ่งมันไม่ได้เป็นเรื่องแฟนตาซีที่ไม่มีพื้นฐานอีกต่อไป

“....เยี่ยม! ใช้แรงใจเหล่านี้ในการอพยพประชาชนที่เหลือมาอยู่ในคฤหาสน์ของฉันซะ! คุ้มกันเจ้าชายด้วย…!!”

เจนาลปาดเหงื่อบนหน้าผากของเขาด้วยผ้าเช็ดหน้า ก่อนที่จะเหลือบตามองไปที่เจ้าชาย

แต่เขาไม่อยู่ที่นั่นอีกแล้ว

“…!!”

เจ้าเมืองตกตะลึงกับสถานการณ์ที่พลิกผันและรีบกวาดตามองพื้นที่โดยรอบ เขาตะโกนเรียนทหารและถามที่อยู่ของเจ้าชาย

“...ท่านครับ ท่านต้องการรู้ว่าเจ้าชายอยู่ที่ไหนเหรอครับ?”

“เขามุ่งไปที่ไหนสักแห่งกับทหาร ผมคิดว่าเขาได้รับคำอนุญาตจากท่านแล้วเสียอีก”

“.....เขาไปพร้อมกับทหาร?” เจนาลถาม

“ครับ ท่าน เอ๋...? ครับ เขา...ไปอย่างแน่นอน..แต่ว่า...เอ่อ..”

ดวงตาของทหารดูสับสน เมื่อเขาพูดออกมา เขาเห็นว่าทหารที่อยู่ด้านหน้ามีจำนวนเท่าเดิม แต่ว่ามีเพียงแต่ศพเท่านั้นที่หายไป

แต่เจ้าชายไปพร้อมกับทหาร?

สีหน้าเจนาลและทหารต่างว่างเปล่า มันเหมือนกับว่าพวกเขาต่างตกอยู่ในวิชาไสยเวท แต่มันเป็นเวลาเพียงแค่วินาทีเดียวเท่านั้นที่เจนาลตระหนักได้ว่าเจ้าชายอาจตกอยู่ในอันตราย เขาตะโกนออกมาดังก้อง “พวกเจ้าสิบคน ตามฉันมา! พวกเราต้องไปตามหาเจ้าชายกัน!”

เจ้าเมืองและทหารของเขาต่างรีบออกจากเมืองเพื่อไปตามหาเจ้าชาย

**

(มุมมองอัลเลน)

“ให้ฉันพักบ้างเถอะนะ”

ฉันดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงไปและทิ้งขวดที่ว่างเปล่า เขาดื่มไปมากขนาดไหนกัน? บางทีอาจจะห้าขวด? ถึงแม้ว่าฉันจะรู้สึกขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่ ฉันก็รู้สึกว่าตัวแทบจะป่องแล้ว

มันเหมือนกับเอเนจี้ดริ้งค์ ฉันสัมผัสได้ถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เริ่มฟื้นคืนกลับมา

ฉันเดินไปรอบๆภายในเมืองและไล่ตามกลิ่นของความตาย

-คุโอววว!!

ประตูที่อยู่ใกล้เคียงพังลงและกูลกระโดดออกมา ปากของมันเปิดกว้างออกในขณะที่กรงเล็บของมันเตรียมที่จะตัดฉันลง

แต่ว่าแย่หน่อยนะ....

เคี้ยก

กูลพบว่าตัวมันลอยอยู่กลางอากาศ

หลังจากที่มันก้มมองต่ำ มันก็พบกับหอกนับสิบเล่มแทงมาที่ท้องของมัน

ฉันมองไปที่ยังเหล่า [วิญญาณทหารแห่งความตาย] ที่ล้อมรอบฉัน พวกมันต่างสวมชุดเช่นเดียวกันกับทหารของโรเนีย ตั้งแต่ที่พวกเขาสวมชุดเกราะ ใบหน้าของพวกเขาต่างถูกปกปิดด้วยหมวกและผ้าคลุม

ปกติแล้วฉันคงเรียกโครงกระดูกที่ถูกสร้างออกมาโดยพลังศักดิ์สิทธิ์ ยังไงก็ตาม ฉันพยายามที่จะเก็บพลังศักดิ์สิทธิ์ของฉันไว้และใช้ศพที่มีอยู่โดยสกิลของฉัน ซึ่งมันทำให้อันเดทเหล่านี้ต่างยังคงมีร่างกายครบทุกส่วน

หอกและดาบที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่ในนั้นมันทำให้กูลสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด

วิญญาณทหารอีกตนหนึ่งชักดาบออกมาและกระโดดขึ้น มันหมุนตัวและตัดผ่านหัวกูลอย่างเรียบเนียน

มันเป็นการตัดหัวอย่างดงาม

“...ถึงแม้ว่ามันจะดูทื่อไปบ้าง มันก็ยังใช้งานได้ละนะ”

นี่คือวิชาดาบพื้นฐานทั่วไปของราชวงศ์

เมื่อฉันพยายามที่จะทำมันในอดีต ฉันก็สูญเสียการทรงตัวและแทบจะล้มลงกับพื้น แต่ตอนนี้วิญญาณแห่งคนตายสามารถใช้งานได้อย่างปกติ ถึงแม้ว่ามันจะยังเงอะงะไปบ้างก็ตามที

ฉันดมอากาศอีกครั้งหนึ่ง

พวกเรากำลังเดินทางไปรอบเมือง ค้นหาหลุมที่มีพลังมารอยู่บนพื้นดินเพื่อทำลายพวกมัน เนื่องจากว่ามันไม่ได้มีมากเท่าไหร่และส่วนใหญ่ต่างอยู่ใกล้กัน การหาพวกมันจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร

เมื่อฉันยังคงเดินดมกลิ่นเหม็นเน่าของคนตายอยู่ กลิ่นฉุนเหม็นเน่าก็โชยเข้าใส่ฉัน ฉันปิดจมูกลงในทันทีพร้อมกับขมวดคิ้ว

ฉันพึ่งจะสังเกตเห็นว่าฉันได้มาถึงกำแพงด้านนอกของโรเนียแล้ว มันเป็นสนามรบที่ดุเดือดมากที่สุด

“รีบเตรียมอุปกรณ์เร็วเข้า!”

ผู้คนที่น่าจะเป็นประชาชนทั่วไปกำลังยุ่งกับการแบกซองธนูที่อยู่บนหลัง ในขณะที่มีดาบและหอกอยู่ในมือของพวกเขา

“น้ำมัน! เอาน้ำมันและราดไฟให้มากกว่านี้!”

“พวกเราต้องการหินมากกว่านี้!”

“แม่งเอ้ย เหี้ย..! พวกมันยังมากันอีก! เวรเอ้ย!”

“อ๊ากกกก! ฉันโดนกัดแล้ว! ฉันโดนกัดเข้าให้แล้ว!”

แม้ว่านักโทษจะตะโกนออกมาดังก้อง พวกเขายังคงไม่ลืมที่จะต่อสู้กับฝูงอันเดทที่บุกเข้ามาในเมืองจากด้านบนกำแพง รวมทั้งด้านล่างกำแพงด้วยเช่นกัน

“ฉันต้องการคนรักษาฉันหน่อย…!”

“มันมีคนเจ็บมากเกินไป”

“ตั้งแต่พิษและพลังมารฝังเข้ามาในเนื้อของเขา พวกเราจำเป็นต้องตัดเนื้อส่วนนั้นทิ้งออกไป!”

นักบวชนับไม่ถ้วนต่างวิ่งไปมาอย่างวุ่นวาย พวกเขาต่างเคลื่อนย้ายคนที่ได้รับบาดเจ็บและคอยรักษาพวกเขาไว้

“มันวุ่นวายมากจริง” ฉันพูดพึมพำก่อนที่จะใส่หน้ากากจงอยนก

แน่นอนว่าวิญญาณทหารแห่งความตายของฉันมันแตกต่างจากซอมบี้ทั่วไป แต่แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นฉันก็ยังคงจะตกอยู่ในอันตรายอยู่ดีถ้าพวกเขาพบเจอมัน แน่นอนละว่าฉันได้ซ่อนตัวตนของฉันไว้ก่อน ตั้งแต่ที่ทุกคนต่างสวมหน้ากาแบบเดียวกัน การแยกคนที่แตกต่างออกไปคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ฉันเดินไปหากลุ่มนักบวชที่กำลังรักษาคนเจ็บอย่างเร่งรีบ

ผ้าขนาดใหญ่วางกองอยู่บนพื้น ทหารและนักโทษที่ได้รับบาดเจ็บต่างนอนอยู่บนพวกมัน นักบวชที่สวมหน้ากากจงอยนกกำลังดูแลคนที่ติดพิษและโดนพลังมารกัดกร่อน พวกเขาเลิกแขนเสื้อขึ้นและเหงื่อเย็นยะเยือกก็หยดออกมาจากร่างกายของพวกเขา

“พลังมารและพิษได้บุกเข้าไปในอวัยวะภายในของเขาแล้ว!”

“ให้เขาดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้ไหม?”

“ไม่ได้ ร่างกายของเขาอ่อนแอมากเกินไป การดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์จะทำให้อวัยวะภายในของเขาได้รับความเสียหาย เนื่องจากปฏิกิริยาย้อนกลับ เขาจะตายแน่นอน ถ้าเขาพบเจอกับปฏิกิริยานี้เข้า แม่งเอ้ย! พวกเราต้องตัดกระเพาะของเขาแล้ว!”

“เตรียมผ่าตัด! เอายาฟื้นฟูมา ไม่ใช่น้ำศักดิ์สิทธิ์! แล้วยาสลบละ?”

“พวกเราไม่มีวเลาแล้ว! ต้องผ่าตัดโดยไม่ใช้มัน พวกเราจำเป็นตัดพลังมารที่บุกเข้าสู่อวัยวะภายในของเขาแล้ว ถ้าไม่งั้นแล้วลำไส้ของเขาจะเริ่มเน่าเปื่อย!”

พวกคนที่สวมหน้ากากจงอยปากเคลื่อนที่ไปมาอย่างเร่งรีบ ในขณะที่หยิบมีดผ่าตัดและอุปกรณ์ที่ไว้ใช้ผ่าตัดมา หลังจากนั้นพวกเขาก็ตัดผ่านกระเพาะของผู้ป่วยอย่างระมัดระวัง

“โอ้ยย...โอ้ยย…เจ็บบบ!!”

ตาของทหารโตขึ้นเรื่อยๆ เมื่อท้องของเขาถูกตัดออก เขาร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นร่างกายของเขาถูกตัดด้วยตาของเขาเอง

แม่ง นี่ไม่ใช่หนังที่มาจาก ‘ซอว์’(saw เกมตัดต่อตาย) นะ แต่ว่าทำไมมันถึงเพียงนี้….ดูน่ากลัวชิบ…

“ไม่ หยุดนะ! ได้โปรดละ! หยุดทีเถอะ! พวกนายกำลังจะฆ่าฉันแล้ว…”

ตั้งแต่ที่เขาไม่โดนยาสลบ เขากรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

“โอ้ย! เจ็บ! ฉันไม่ต้องการที่จะตาย! ฉันยัง...ฉันยัง...ไม่ได้สารภาพรักกับเธอเลย..”

เห้ย เพื่อน นั่นมันการปักธงตายแล้วนี่นา

ฉันจ้องไปที่ทหารที่ใกล้ตายด้วยความตกตะลึง

เพียงแค่ฉันเริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดวงตาของเขาที่เป็นส่วนขาวเริ่มโผล่ขึ้น ลมหายใจของเขาเหมือนจะขาดหายไปได้ในทุกวินาที ฉันไม่สามารถที่จะยืนทนดูได้อีกต่อไป

หลังจากที่หยิบขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากช่องเก็บของ ฉันเดินไปหาพวกเขา

“แม่งเอ้ย…! จับเขาไว้! ฉันบอกว่าจับไว้ไง! ถ้าเขาสติหลุดไปเมื่อไหร่ มันก็คงจบแล้ว...เอ๋? นายเป็นใครกันวะ?”

ฉันเทน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงไปยังกระเพาะที่ถูกเปิดออก นักบวชคนที่อื่นต่างตกตะลึงและกรีดร้องออกมา

มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

เนื่องจากว่าอวัยวะภายในต่างปนเปื้อนโดยพลังมาร มันจะระเบิดปฏิกิริยาย้อนกลับในทันที นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเลือดถึงสาดกระจายไปทั่วทุกแห่งที่เนื้อกระทบเข้า

“เฮือก!”

“อะไรวะ…ไอ้เวร!”

หนึ่งในนักบวชจับคอของฉันอย่างโกรธเคือง เขาพยายามอย่างเต็มกำลังในการช่วยชีวิตผู้ชายคนหนึ่งไว้ ไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็นทหารหรือนักโทษก็ตามที

“แกทำบ้าอะไรของแกกัน?! นี่ไม่ใช่เวลาล้อเล่นนะ..”

ฉันเคาะไปที่หน้ากาของเขาเหมือนกับการเคาะประตูและชี้ไปที่ทหารที่กำลังตาย

“...??”

นักบวชจ้องตามนิ้วของฉัน ก่อนที่จะมองไปยังทหารที่นอนอยู่บนพื้น

“...นี่มันบ้าอะไรกันวะเนี่ย?!”

อวัยวะภายในที่ได้รับความเสียหายเริ่มที่จะฟื้นตัว อวัยวะที่ระเบิดออกหายไป ก่อนที่อวัยวะที่ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่นั้นมาแทนที่ว่างเปล่า

“โอ้ย...โอ้ย....อ๊าก! เจ็บชิบหายเลย! แม่งเอ้ย! เหี้ย! นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย! ทิ้งฉัน.. แม่งเอ้ย ไอ้นักบวชเฮงซวย! พวกแกทำบ้าอะไรกับฉัน! อ๊ากกก! เจ็บ! โอ้ย! ไอ้สารเลว! ไอ้ปีศาจร้าย!”

ทหารที่อยู่ตรงปากทางเข้าของนรกกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด และเขาก็ไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดได้อีกต่อไปและหมดสติไป

“พวกแกมัวทำบ้าอะไรอยู่กัน? เขากำลังจะตายแล้วนะ เจ้าไปเย็บแผลของเขาซะสิ”

คำแนะนำอัน ‘สุภาพ’ ของฉันมันทำให้นักบวชสะดุ้ง พวกเขารีบไปปิดกระเพาะของผู้ชายและเย็บแผลทันที หลังจากนั้นพวกเขาก็ใส่พลังศักดิ์สิทธิ์ไปดูแลอาการบาดเจ็บ

ทหารคนนี้จะต้องรอดชีวิตอย่างแน่นอน ตั้งแต่ที่ลมหายใจของเขาดูสงบลงแล้ว ฉันหยิบขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหน้าต่างเก็บของและโยนให้กับนักบวช

“เวทย์....มิติ?”

นักบวชมองสลับระหว่างน้ำศักดิ์สิทธิ์และฉัน

“ทำให้มั่นใจว่าไม่มีคนตายเพิ่มขึ้นซะ มันไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มจำนวนอันเดทแล้ว เข้าใจไหม?” ฉันพูด

“ครับ พวกเราเข้าใจแล้ว”

นักบวชตอบกลับอย่างสุภาพและพยักหน้า

มันเหมือนกับว่าพวกเขาต่างมีคำถามมากมายที่อยากถาม แต่ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ตระหนักได้ว่านี่มันไม่ใช่เวลาที่จะถาม พวกเขารีบกลับไปดูแลผู้ป่วยคนอื่นอย่างรวดเร็ว

“สถานการณ์ตอนนี้มันแย่ถึงเพียงไหนกัน?”

อันเดทสองหมื่นตัว พวกมันมีแม้กระทั่งอาวุธไว้บุกโจมตีปราสาท ไม่ใช่ว่าพวกเราเสียเวลากับการดูแลเจ้าสิ่งมีชีวิตเชื่องช้านี้นานเกินไปแล้วงั้นเหรอ?

ฉันพาทหารคนตายของฉันออกไปยังด้านนอกกำแพง

32. เจ้าชายได้รับการดูแลจากพระผู้เป็นเจ้า -1 จบ

จบบทที่ Chapter 32: เจ้าชายได้รับการดูแลจากพระผู้เป็นเจ้า -1

คัดลอกลิงก์แล้ว