เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 27: เป็นเจ้าชายนี่มันโคตรเหนื่อยเลยจริงๆ - 2 (ส่วนที่ 1)

Chapter 27: เป็นเจ้าชายนี่มันโคตรเหนื่อยเลยจริงๆ - 2 (ส่วนที่ 1)

Chapter 27: เป็นเจ้าชายนี่มันโคตรเหนื่อยเลยจริงๆ - 2 (ส่วนที่ 1)


**

“ชิ”

ฉันถูกโยนเข้าไปสู่ในห้องขัง ฉันทำได้เพียงจ้องพาลาดินฮาร์แมนผ่านลูกกรงเหล็ก

“เฮ้ เพื่อน ฉันมีชื่อว่าอะไรนะ?”

“...อัลเลน ออโฟเซ่ครับฝ่าบาท”

“สถานะฉันละ?”

“ท่านเป็นหลานชายคนที่เจ็ดของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ครับ”

ฉันฉีกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หลังจากที่ได้ยินมัน

เอาเถอะ มันเป็นครั้งแรกที่ฉันพึ่งพาภูมิหลังของฉัน ยิ่งพอทำมันแล้ว ฉันยิ่งรู้สึกดีกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก

แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันค่อนข้างน่าเศร้าอยู่เหมือนกัน

“แล้วทำไมคนอย่างฉันถึงต้องมาถูกเน่าเปื่อยในห้องขังด้วยละ?”

“ฝ่าบาท ตั้งแต่ที่ท่านทำผิดกฎ ท่านจำเป็นต้องได้รับบทลงโทษ ได้โปรดอยู่ในห้องขังไปอีกเจ็ดวันด้วยครับ ฝ่าบาท”

“อย่าล้อฉันเล่นนะ!” ฉันบ่นออกมาและพูดกับฮาร์แมนโดยตรง “ยังไงก็ตาม บุตรชายคนโตของเคานต์ไรนั่นยังมีชีวิตอยู่ไหม?”

“โชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่ครับ”

“เอาละ แล้วถ้าฉันเผลอฆ่าเขาไปจริง ฉันจะถูกลงโทษอะไร?”

“...ท่านคงถูกขังไว้ในคุกแหละครับ ฝ่าบาท”

“นานแค่ไหน?”

“...ประมาณครึ่งปีครับ”

โอ้ โอ้วววว! มันน้อยกว่าที่คิดไว้แหะ ถึงแม้ว่าจะเป็นการฆ่าคนก็ตาม เหอะ ฉันอาจจะไม่มีอำนาจเท่ากับตอนเป็นหลานชายจักรพรรดิ แต่อย่างน้อยฉันก็ยังเพลิดเพลินกับข้อได้เปรียบบางอย่างได้อยู่นะ

เคานต์น่าจะเป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างสูงในชนชั้นขุนนางด้วยเช่นกัน

มันเป็นเรื่องที่ดีมากที่จะผ่อนคลายภายในห้องขัง หลังจากกำจัดขยะมนุษย์ไปแล้ว ในขณะที่อยู่ภายในกรงขัง ฉันก็ไม่ได้ทำตัวเหมือนกับศพเน่า ฉันสามารถที่จะอ่านสิ่งที่ฉันต้องการได้ตามใจ รวมทั้งออกกำลังกายได้ตามใจต้องการ ฉันเป็นหลานชายของจักรพรรดิและตั้งแต่ที่เจ้าเมืองได้ดูแลฉันเป็นอย่างดี สภาพการเป็นอยู่ของฉันก็ถูกได้รับการปฏิบัติเป็นอย่างดี

“เอาละ....ฉันน่าจะกำจัดเจ้าโง่นั้นทิ้งไป”

“...ถ้าท่านทำมัน ฝ่าบาท ท่านจะต้องรับผิดชอบทั้งหมดครับ”

ฮาร์แมนถอดหมวกและปาดเหงื่อตัวเองด้วยผ้าเช็ดหน้า

แน่นอนละว่าพาลาดินน่าจะเป็นคนที่ขึ้นเขียง ถ้าฉันจัดการฆ่าไอ้โง่นั่นจริง ยังไงก็ตามเขาก็ยังเป็น ‘ผู้พิทักษ์’ ของฉัน

ฉันสังเกตฮาร์แมนเงียบๆ เขาที่เหมือนกับหุ่นยนต์ในหนังเทอร์มิเนเตอร์เริ่มที่จะเปิดเผยอารมณ์มาทีละเล็กทีละน้อย ฉันพึงพอใจกับเรื่องนี้มาก มันมีหลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ที่สนุกเทียบเท่ากับการล้อเล่นคนที่ซื่อตรงอย่างเขา

“ไม่จำเป็นเครียดไปหรอก เพื่อน ถ้าฉันต้องการที่จะฆ่าเขาจริง ฉันคงจะเล็งหัวเขาแทนแล้ว ฉันแค่ต้องการสั่งสอนเขาบ้างเล็กน้อยเท่านั้นแหละ”

“แต่ทำไมละเจ้าชาย?”

“มันเป็นเพราะว่า”

“มันเป็นเพราะว่า?”

แทนที่จะตอบกลับด้วยคำตอบ ฉันกลับฉีกยิ้มให้แทน

ฮาร์แมนทำได้เพียงนวดหน้าผาก “ครับ ยังไงก็ตาม...”เขาจ้องมาที่ฉันก่อนที่จะถามอีกครั้งหนึ่ง “....ท่านเรียนรู้วาจาจิตวิญญาณมาจากที่ใดกันครับ ฝ่าบาท”

“วาจาจิตวิญญาณ?”

ฉันเอียงหัวอย่างมึนงงและเมื่อเขาเห็นปฏิกิริยาของฉัน สีหน้าของฮาร์แมนยิ่งงุนงงมากกว่าฉันเสียอีก

“มันไม่ได้สำคัญอะไรหรอกครับ ฝ่าบาท ลืมมันไปเถอะ ในช่วงเวลานี้ ได้โปรดทำให้หัวของท่านเย็นลงด้วยครับ”

“เอาละ ได้เลย อ๊า ฉันรู้สึกหิวจังเลย หาอะไรให้ฉันกินหน่อยสิ อีกอย่าง หาอะไรให้ฉันอ่านด้วย หนังสือประวัติศาสตร์ก็ได้ มันทำให้ฉันนึกถึงการอ่านนิยายแฟนตาซีและมันทำให้ฉันมีความสุขด้วย”

ฉันพยักหน้าและโบกมือให้กับฮาร์แมน เมื่อเขากำลังเดินออกไปจากคุก

สัปดาห์นึง?

ฉันได้รับเวลาพักผ่อนระยะยาวมาโดยที่ไม่ได้คาดคิด

ฉันตรวจสอบภายในคุก มันสะอาดกว่าที่ฉันคิดไว้ มันไม่ใช่คุกที่มีบรรยากาศมืดหม่น อับชื้น รวมทั้งกลิ่นเหม็นเน่าที่รับไม่ได้

ฉันเดาว่ามันเป็นพื้นที่เก็บของที่ไม่ได้ใช้แล้ว ซึ่งถูกทำความสะอาดไว้ให้ฉันเข้าไปอยู่ มันยังมีแม้แต่เตียงด้วยซ้ำ มันไม่ได้เหมือนกับนักโทษคนอื่นเลย นอกจากมีเสียงพึมพำที่บอกระยะทางไม่ได้จากด้านนอกกำแพง มันก็ค่อนข้างจะเงียบมากภายในนี้

มันเหมือนกับว่าฉันถูกแยก ‘จับขัง’ ไว้ในห้องพิเศษเสียมากกว่า

นั่นหมายความว่า สถานที่แห่งนี้ถูกทำให้โล่งให้กับฉัน ดังนั้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคุกธรรมดาทั่วไป มันก็เหมือนกับห้องที่มีหนึ่งห้องนอนมากกว่า มันให้บรรยากาศที่น่านอนแบบนั้นเลย

การใช้เวลาอยู่ในนี้หนึ่งสัปดาห์มันน่าจะสบายมาก

ที่จริงแล้ว ฉันจำเป็นต้องให้เวลากับ ‘ฉัน’ บ้าง เอาเถอะ ฉันต้องการใช้เวลาจมอยู่กับการเรียนรู้เวทย์มนต์ด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุผลบางอย่าง มันค่อนข้างสนุกกับการเรียนรู้อะไรแบบนี้

ในชีวิตก่อนหน้านี้ ฉันเคยเรียน.....หนังสือในโรงเรียนมาก่อน แต่ในตอนนี้? มันให้ความรู้สึกสำเร็จอย่างมาก หลังจากที่ได้เรียนรู้เวทย์มนต์และใช้มันได้สำเร็จ

เพียงแค่ฉันกำลังหยิบตำราไสยเวทออกมาจากหน้าต่างไอเทม ใครบางคนก็เดินเข้ามาภายในห้องขัง ซึ่งคนนั้นก็คือชาร์ลอตต์ เธอน่าจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาโดยพาลาดิน

เนื่องจากเธอไม่ค่อยแสดงสีหน้าออกมาเท่าไหร่ มันจึงกลายเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาว่าเธอคิดอะไรอยู่ในหัว แต่อย่างครั้งนี้ เธอดูเหมือนกำลังตกอยู่ในปัญหา ซึ่งเขาดูจากหน้าผากย่นของเธอ

“ฉันขอโทษ มันเป็นเพราะฉันเอง”

ชาร์ลอตต์ก้มหัว

“เธอกำลังพูดเรื่องอะไร?”

ฉันไม่ได้วางแผนจะช่วยเธอเลยสักนิด หญิงสาวคนนี้ค่อนข้างเป็นคนหัวไว แม้ว่าฉันจะไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง มันก็เห็นได้ชัดว่าเธอคิดว่ามันเป็นอีกอย่างหนึ่งอยู่ดี

“สุดท้ายฉันก็เอาแต่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณอยู่ตลอดเลย”

ฉันไม่รู้จริงๆว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไร

พูดตามตรงฉันไม่ได้คิดว่าฉันตั้งใจที่จะช่วยเธอมากขนาดนี้....อ๊า เธอขอบคุณฉันสำหรับครั้งแรกที่เราเจอกัน เมื่อตอนที่ฉันช่วยเธอไว้งั้นเหรอ?

ฉันเอียงคอ แต่ชาร์ลอตต์เอาแต่ยืนเฉยอยู่ตรงนั้น ไม่ได้พูดอะไรต่อ ในขณะที่จ้องมายืนฉัน

ฉันพึมพำ “เอาละ เอาละ ไปหาอะไรให้ฉันกินก่อนได้ไหม?”

“...?”

“ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาทำไว้ให้ฉันกินที่นี่นะ ฉันหมายถึงอาหารที่เธอเคยทำให้ฉันกินตอนอยู่ในโบสถ์หน่ะ พวกมันรสชาติอร่อยมากเลยละ”

ความสามารถในการทำอาหารของเธอนั้นเป็นเชฟชั้นหนึ่ง เธอทำอาหารอร่อยมาก แม้ว่าจะเป็นวัตถุดิบธรรมดาทั่วไปที่หาได้ง่ายๆ เธอก็สามารถที่จะทำอาหารออกมาอร่อยได้ถึงขนาดนั้น ดังนั้นด้วยวัตถุดิบชั้นสูงที่เจ้าเมืองส่งมาให้ อาหารของเธอคงจะดียิ่งกว่าแต่ก่อน

“ถ้าเจ้าไปบอกเจ้าเมืองว่าฉันส่งเจ้าไป เขาน่าจะให้เจ้าใช้ห้องครัวรวมกับวัตถุดิบด้วย ฉันค่อนข้างหิวมากเลย ไปหาอะไรดีๆให้ฉันกินหน่อยสิ”

“...ค่ะ”

ชาร์ลอตต์ยิ้มอย่างอ่อนโยนและก้มหัวให้

(ในมุมมองบุคคลที่ 3)

พาลาดินฮาร์แมนกำลังสั่งการนักโทษที่อยู่ด้านนอกปราสาทโรเนีย

พายุหิมะมันหนักมากจนเขาแทบจะเดินไปโดยที่มองไม่เห็นเลย อากาศนี้มันอันตรายอย่างมาก – หิมะได้กองสูงขึ้นมากเกินไป เนื่องจากพายุหิมะที่มาอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด

กำแพงของโรเนียมันเป็นกำแพงที่ต่ำมาก กำแพงของมันสูงแค่สิบสองเมตรเท่านั้น ถ้าหิมะที่ตกลงมาทับถมกันมากขึ้น มันก็จะกลายเป็นสะพานที่ทำให้อันเดทสามารถปีนข้ามกำแพงขึ้นมาได้ ซึ่งมันเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาจำเป็นต้องทำงานอย่างรวดเร็วในการตักหิมะออกไป

‘มันผ่านไปได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว’

หลังจากเขาทำหน้าที่จบลงตรงนี้ เขาจะไปปล่อยตัวเจ้าชายออกมาจากกรงขัง

-เจ้าชายที่ทำแบบนั้นไป มันเป็นเพราะฉันค่ะ ได้โปรดยกโทษให้กับสิ่งที่เขาทำด้วยค่ะ

หญิงสาวจากโบสถ์ได้มาหาฮาร์แมนก่อนเป็นอันดับแรก เธออธิบายถึงเหตุผลที่เกิดขึ้นในวันนั้น แน่นอนละว่าเขาสงสัยกับสิ่งที่เขาได้ยิน

จากคำพูดของเธอแล้ว คนที่เริ่มต้นเหตุการณ์ทะเลาะก่อนหน้านี้คือไฮส์ ซึ่งเขาเป็นบุตรชายคนโตของเคานต์เฮอดอนและเจ้าชายก็พยายามที่ทำให้เขาหยุดทำตัวน่ารังเกียจแบบนั้น

‘มันไม่เหมือนการหยุดอีกฝ่าย แต่มันเหมือนกับการทำตัวรุนแรงมากกว่านะ แต่ว่า…’

ตอนที่เขาปฏิบัติเช่นนั้น เจ้าชายได้แสดงด้านใหม่ของเขาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในชั่วเวลานั้นเองเขาได้แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศของผู้ที่มีอำนาจ รวมทั้งความอหังการซึ่งมันเหมาะสมกับการเป็นลูกหลานจากราชวงศ์ – เขาได้พิสูจน์ว่าเขาเป็นคนที่ได้รับการสืบทอดจากสายเลือดชนชั้นสูง

ไม่เพียงแค่นั้น เด็กหนุ่มคนนี้ยังได้ใช้ ‘วาจาจิตวิญญาณ’ ออกมาอีกด้วย

คำพูดของเขาเต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์และมันทำให้บรรยากาศรอบข้างหนักอึ้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ตัวเขาอย่างมากมาย

‘แต่มันเหมือนว่าเจ้าชายยังไม่รู้ตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้’

มีเพียงแค่ผู้บังคับบัญชาจำนวนไม่กี่หยิบมือเท่านั้นที่มีความสามารถมากพอในการใช้วาจาจิตวิญญาณตามใจปรารถนาและคนที่ใช้มันออกมาโดยไม่รู้ตัวมันยิ่งหาได้ยากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่ศึกษาเวทมนตร์หรือจะเป็นผู้ศรัทธาในพลังศักดิ์สิทธิ์หรือจะเป็นบุคคลที่มีพลังมาร

ฮาร์แมนมีคำถามมากมายที่ต้องการจะถามเจ้าชาย เขาสงสัยมากว่าเด็กหนุ่มใช้วาจาจิตวิญญาณได้ยังไงกัน และเขาได้ไปเรียนรู้การใช้มันมาจากที่แห่งใด

มันเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นกับเขาเมื่อสามเดือนก่อนงั้นเหรอ? หลังจากการฆ่าตัวตายครั้งนั้น? เขาเหลือบสายตากลับไปมองนักโทษที่วุ่นวายกับการทำงานของพวกเขา พวกเขาต่างถือพลั่วและขุดหิมะกันอยู่

“...มันเงียบมากเกินไป”

พายุหิมะหนักหนาเช่นนี้มันได้บดบังวิสัยทัศน์ของเขา มันเงียบมากเกินไปและมีเพียงแต่เสียงของลมที่พัดอย่างรุนแรงเท่านั้น ไม่สิ มันยังมีเสียงโอดครวญจากนักโทษและเสียงของพลั่วที่ขุดหิมะอีกด้วย

นี่มันแปลกเกินไป

วันนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม มันคือวันที่ราชาเนโครแมนเซอร์เอม่อนได้ถูกกำจัดไป มันเป็นวันที่พลังมารจะแข็งแกร่งที่สุดในดินแดนวิญญาณแห่งความตาย

แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นก็ตามที เสียงร้องโหยหวนและเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดจากเหล่าอันเดทก็ไม่ได้ดังก้องไปทั่วดินแดนต้องคำสาปนี้

ด้วยความที่สงบสุขนี้เอง ซึ่งมันแตกต่างไปจากปีก่อนหน้านี้ มันทำให้นักโทษต่างมีสีหน้าที่ผ่อนคลาย

ยังไงก็ตาม ฮาร์แมนกังวลอยู่ในหัวใจอยู่ดี นี่มันเหมือนความเงียบสงบก่อนที่พายุจะเข้าอย่างมาก มันสงบสุขมากเกินไป ปราสาทโรเทียน่าจะอันเดทบุกมาอย่างน้อยก็หนึ่งร้อยตัวขึ้นไปแล้ว แต่มันกลับไม่โผล่ออกมาเลยสักตัว

‘...มันมีอะไรบางอย่างผิดปกติที่นี่ เหตุการณ์แบบนี้มันเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น หลังจากการตายของราชาเนโครแมนเซอร์’

มันเป็นเวลากว่าห้าสิบปีแล้วหลังจากที่มหาวีรบุรุษ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์องค์ปัจจุบัน เคลต์ ออโฟเซ่ได้สังหารราชาเนโครแมนเซอร์

นานนับทศวรรษที่อันเดทคอยรวมตัวกันอย่างต่อเนื่องในดินแดนแห่งนี้ และมันได้ถูกกำจัดทิ้งไปในทุกปี

และในวันนี้ของปี วันที่ราชาเนโครแมนเซอร์ได้ตายลง วันที่ 25 ธันวาคม มันเป็นวันที่เหล่าอันเดทเกรี้ยวกราดและเหี้ยมโหดที่สุดของปี ยังไงก็ตาม บรรยากาศที่เงียบสงบนี้มันทำให้เขารู้สึกขนลุกซู่แทน

จบบทที่ Chapter 27: เป็นเจ้าชายนี่มันโคตรเหนื่อยเลยจริงๆ - 2 (ส่วนที่ 1)

คัดลอกลิงก์แล้ว