เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 23: เป็นเจ้าชายนี่มันโคตรเหนื่อยเลย - 4 (ส่วนที่ 1)

Chapter 23: เป็นเจ้าชายนี่มันโคตรเหนื่อยเลย - 4 (ส่วนที่ 1)

Chapter 23: เป็นเจ้าชายนี่มันโคตรเหนื่อยเลย - 4 (ส่วนที่ 1)


**

ฉันหยิบเป้จากพาลาดินที่โยนมาทางฉัน

กระเป๋าหนังใบใหญ่เต็มไปด้วยอาหารและน้ำ รวมทั้งยังมีถุงนอนและพลั่ว อีกทั้งยังมีหน้ากากที่หน้าตาดูแปลกประหลาดและมีชุดที่เหมือนเป็นชุดทางการแพทย์ด้วย

นี่มัน….น่าจะเป็นอุปกรณ์ทั่วไปของทหาร ซึ่งมันขาดปืนไปอย่างหนึ่ง

ฉันเหลือบไปมองทางอื่น

นี่มันเป็นวันที่หนาวเสียจริง

‘ปราสาทแห่งการเสียสละ’ โรเนียค่อยๆจะจมไปกับหิมะสีขาวและนักโทษต่างยุ่งกับการขุดหิมะ ฉันมองเห็นทหารต่างยุ่งกับการบ่นและพูดออกมา ในขณะที่วิ่งจ๊อกกิ่งกันไปเป็นกลุ่ม

ไม่ห่างไกลออกไปสักเท่าไหร่ ฉันเห็นกลุ่มนักโทษต่างได้รับอุปกรณ์กัน รวมทั้งหอกด้วย ในเวลาเดียวกันพวกเขาต่างกำลังถูกฝังกฏเข้าไปในหัวของพวกเขา

..ไม่ต้องสงสัยเลย มันคือกองทัพที่แปลกประหลาดมาก

ถูกแล้ว มันเป็นฐานกองทัพอย่างแท้จริง แม่งเอ้ย ทำไมฉันถึงคิดไปค่ายทหารนนซานกัน?! (ค่ายทหารที่พระเอกเคยฝึกตอนอยู่ที่เกาหลี)

แม่งเอ้ย! โอ้ เทพีไกอา ทำไมเธอถึงโยนให้ฉันมาจมสู่ความทรมานเช่นนี้กัน? ฉันพึ่งจะหลุดออกมาจากชะตาชีวิตที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก เพื่อมาทำงานหนักแบบนี้ในชีวิตที่สองนี่นะ? และเธอยังโยนฉันให้เข้ามาในกองทัพอีกครั้งเนี่ยนะ? เธอแค้นฉันอะไรหรือเปล่าเนี่ย เจ้าเทพีขี้งก!

“แม่งเอ้ย ถ้าเธอทำให้ฉันตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เพราะฉันด่าเธอไปรอบหนึ่ง ถ้างั้นฉันจะด่าเธอไปตลอดทั้งชีวิตเลย”

แน่นอนว่าฉันทำได้เพียงแต่พูดออกมาในหัว

ถ้าเทพีมีจริงและได้ยินเสียงที่ฉันบ่นออกไป มันคงจะเกิดเรื่องที่เลวร้ายขึ้นกว่านี้ก็ได้

เหมือนกับนักเวทย์ที่จำเป็นต้องร่ายเวทย์ นักบวชจำเป็นต้องอวยพรหรือไม่ก็ภาวนาต่อเทพที่ตนเชื่อถือ เมื่อทำแบบนั้นแล้วพวกเขาจะสามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม

เมื่อพิจารณาถึงเรื่องนี้แล้ว คุณก็บอกได้เลยว่ามันมีเทพเจ้าอยู่บนโลกใบนี้จริงๆ

“มันเป็นของคุณครับ ได้โปรดสวมชุมเหล่านี้และไปเข้าร่วมกับนักบวชคนอื่นด้วยครับ ฝ่าบาท”

ฉันรู้สึกเซงกับคำพูดของพาลาดิน

แน่นอนละอำนาจและฐานะของฉันอาจจะถูกเอาไป แต่เขายังกล้าที่จะโยนถุงผ้าใส่เจ้าชายอีกงั้นเหรอ?

ไอ้บ้านี่มันอะไรกันเนี่ย?!

ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็นรองกัปตันที่มีชื่อเสียงอยู่ระดับหนึ่งของกองกำลังพาลาดินจากจักรวรรดิ

ฉันไม่มั่นใจถึงความแตกต่างระหว่างโลกนี้กับกองกำลังจากประเทศเกาหลี แต่เขาคนนี้คงไม่ได้สูงไปกว่านาโวโทที่หวาดกลัว หรืออาจะเป็นพันเอก ยังไงก็ตาม เมื่อเห็นเขาจ้องมาที่ฉัน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับเจ้าหน้าที่ยังไงยังงั้น

“หน้าที่ของท่านเริ่มตั้งแต่หกโมงเช้าจนถึงเก้าโมง ก่อสร้างปราสาท คอยดูแลสุสานและชำระล้างศพ รวมทั้ง....”

สายตาของฉันที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจถูกเมินเฉยไปโดยเขา เมื่อเขาพูดถึงกำหนดการของฉัน เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูดมันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

มันมีคนแบบนี้อยู่ในงานทุกประเภทเลยสินะ

มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณเป็นลูกของใคร คุณก็ต้องทำงานอยู่ดี

......คุณสามารถที่จะพบกับคนที่มีแนวคิดแบบนี้ได้ทั่วทุกแห่ง

ใครบางคนที่ไม่ได้สนใจว่าคุณจะมีหน้าตาดีมากเท่าใด หรือจะมีอำนาจมากพอที่จะทำให้พวกเขาเลื่อนตำแหน่งได้ก็ตาม พวกเขาก็จะสนใจเพียงแค่ความเชื่อของพวกเขาเองเท่านั้น!

พระเจ้า ฉันที่มีคนที่ทรงอำนาจอยู่เบื้องหลัง แต่กลับต้องมาเผชิญชีวิตในกองทัพเนี่ยนะ?

นี่มันบ้าอะไรกันวะเนี่ย? เฮ้ จักรวรรดิ? ทำไมพวกเจ้าไม่คอรัปชั่นกันให้มากกว่านี้ ได้โปรด ทำการปฏิวัติกันสักหน่อยเถอะ!

“เฮ้อ ช่างมันเถอะ”

ฉันถอนหายใจยาวออกมาและหยิบถุงไป

แต่ว่านะ....หื้ม?

ฉันหันไปมองที่ที่ไกลออกไป ใจกลางเมืองโรเนีย ด้วยเหตุผลบางอย่างแล้ว ฉันสามารถที่จะรู้สึกได้กลิ่นเหม็นเน่าออกมาจากที่แห่งนั้น

“....มันมีอันเดทอยู่ในเมืองด้วยงั้นเหรอ?”

การพึมพำเงียบๆของฉันมันทำให้พาลาดินหันหัวมา “ท่านหมายความว่าอะไรครับ ฝ่าบาท?”

“ถึงมันจะเจือจางก็เถอะ แต่มันยังเหม็นเน่าอยู่ดี และ….”

ทันใดนั้นเอง ขบวนรถก็ออกมาจากในเมือง และมันเต็มไปด้วยกองศพ

“....”

ฉันจ้องไปที่ศพอย่างพูดไม่ออกและทำสัญญาณให้พาลาดินพูดก่อน “ในทุกครั้งทุกครา มันจะมีผู้คนที่ตายเพราะไม่สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเพราะการฝึกฝนที่หนักหน่วงหรือจะเป็นการทำงานเกินกำลังครับ ฝ่าบาท”

ฉันได้ยินมาว่า ในความเป็นจริงแล้ว มันมีจำนวนคนที่ตายจากการทำงานหนักเกินกำลังมากกว่าตายจากคลื่นแห่งความตาย ถึง 2เท่า

มันเป็นแหล่งรวมนักโทษที่ไม่มีสิทธิมนุษยชน ซึ่งที่แห่งนั้นก็คือโรเนีย มันเป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการจัดการกับพวกก่อปัญหา

“ยังไงก็ตาม ฉันก็บ่นไม่ได้หรอกถึงบรรยากาศของมัน อืมม หวังว่าในเมืองจะไม่มีซอมบี้ตัวอยู่นะ” ฉันพูด

พาลาดินพยักหน้าอย่างมั่นใจให้กับฉัน “เรื่องแบบนั้นมันจะไม่เกิดขึ้นครับ ได้โปรดวางใจได้เลย มันอาจจะเป็นเพราะมีนักโทษตายจากการทำงานเกินกำลัง แต่พวกเขายังคงได้รับการทำพิธีศพอย่างดีอยู่ครับ”

ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย

ฉันยังรู้สึกถึงบรรยากาศที่ไม่สบายใจจากใจกลางเมือง แต่มันเจือจางมาก มันอาจจะเป็นเพราะบรรยากาศหรืออะไรอย่างอื่นก็เป็นได้

“ทำไมเจ้าถึงไม่เพิ่มคนไปดูแลความเรียบร้อยของเมืองกันละ? ฉันถาม

“....

“คนที่ดูแลความเรียบร้อยของเมือง?” พาลาดินเอียงคอ เขาดูท่าทางมึนงง ก่อนที่จะพยักหน้าครับ “เข้าใจแล้วครับ มันมีช่วงเวลาที่ศพจะไม่ได้รับการชำระล้างและจะถูกปล่อยเน่าไว้ ถ้ามันมีบางส่วนของมันเปลี่ยนไปเป็นซอมบี้ มันอาจจะแพร่ความไม่สบายใจให้กับประชาชนในเมืองได้”

โอ้ ฉันก็นึกไปว่าเจ้ามันเป็นพวกโง่ แต่พวกเจ้ายังคงรับฟังความคิดเห็นจากคนอื่นอยู่สินะ

“ถ้าท่านไม่มีคำถามอื่นอีกแล้ว ได้โปรดไปทำงานด้วยครับ ฝ่าบาท”

ทันทีที่ฉันชมเขา มันกลับทำให้ฉันแทบอยากจะเอาคำชมนั้นคืนมาเลย

เอาเถอะ ฉันควรทำสิ่งที่ฉันโดนบอกให้ทำ อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องไปทำงานที่หนักมากกว่านี้ ตั้งแต่ที่ฉันเป็นนักบวช รวมทั้งหลานของจักรพรรดิ หน้าที่ของฉันคงจะน้อยกว่าคนอื่น

หลังจากที่เปิดถุงหนังออก ฉันหยิบหน้ากากและเสื้อโค้ทออกมา มันน่าตลกที่ฉันจำหน้ากากได้ในทันที “เฮ้ มันเป็นหน้ากากนกนี่”

พร้อมกับลายอักษรสีขาว มันมีรูสองข้างตรงตาและมีจงอยนก – มันเป็นหน้ากากที่มีอยู่จริงบนโลก ในช่วงยุคกลางและมันยังเป็นไอเทมที่เห็นในเกมแฟนตาซีได้บ่อยครั้งอีกด้วย

ฉันได้ยินมาว่าคนในยุคมืดต่างเชื่อว่าพวกเขาจะไม่ติดกาฬโรค ตราบเท่าที่สวมหน้ากากนี้ แน่นอนว่าพวกเขาส่วนใหญ่ยังคงโดนอยู่ดี ตั้งแต่ที่การติดมันไม่ได้มาจากหน้ากาก

ในขณะที่ฉันมองไปที่หน้ากาก ฉันรู้สีกได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นโรคไหนก็ตาม ความคิดของคนก็ยังคงปฏิบัติกันในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน

ไม่ใช่ว่ามันน่าจะมีอุปกรณ์ที่ดีกว่า แทนที่จะใช้ของเล่นแบบนี้งั้นเหรอ? “เฮ้ เจ้าสิ่งนี้มันมีความสามารถพิเศษอะไรอีกไหม?

“มันบรรจุไปด้วยเวทย์ชำระล้างครับ รวมทั้งหินถ่ายและทราย รวมกับของอย่างอื่น มันสามารถที่จะชำระล้างพิษได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งพิษส่วนนั้นจะเป็นพิษที่ถูกปล่อยออกมาโดยอันเดท หรือยังคอยป้องกันโรคระบาดจากการติดเชื้อได้อีกครับ ฝ่าบาท”

หื้อ ดังนั้นมันเป็นหน้ากากกันแก๊สของโลกใบนี้งั้นสินะ?

แน่นอนว่าการปฏิบัติกับนักบวชมันอยู่เหนือการพวกเหล่านักโทษเหล่านั้น แม้แต่อุปกรณ์ของพวกเราก็ยังได้รับการดูแลด้วยเช่นกัน

ฉันหยิบหน้ากากและผ้าคลุมหนังออกมา หลังจากที่มองไปรอบๆ ฉันก็เห็นนักบวชคนอื่นผ่านหน้ากากที่มีมุมมองที่แคบของฉัน

ทุกคนต่างสวมชุดแบบเดียวกัน

ฉันอดที่จะนึกถึงกองทัพขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ ถ้าคุณยืนอยู่ในแถว ในขณะที่ผมของคุณถูกตัดเกรียนไปแล้ว คุณก็ไม่สามารถที่จะแยกออกได้เลยว่าใครเป็นใคร และมันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกันกับที่ฉันรู้สึกตอนนี้

“ได้โปรดไปทำงานประเภทเดียวกันกับสหายของท่านด้วย ฝ่าบาท” พาลาดินพูด

“หน้าที่เดียวกัน?”

พาลาดินพยักหน้า “ปัจจุบัน พวกเรามีคนตายไปหลายคนแล้ว จากการติดโรคระบาด รวมทั้งการทำงานหนักเกินกำลัง”

อะไรนะ? มีคนตายจากการทำงานหนักเกินกำลัง?

ฉันถอนหายใจยาวออกมา

พาลาดินที่พูดขึ้นก่อนหน้านี้หันหลังเตรียมที่จะเดินจากไป หลังจากที่ออกคำสั่งกับพวกนักโทษ ขอบคุณมากที่เขาไม่ได้คอยจับตาดูฉันตลอด 24 ชั่วโมง

นี่คือวิธีที่เขาแสดงความเห็นใจให้กับฉันงั้นเหรอ? ฉันอดสงสัยออกมาไม่ได้

ฉันยังคงมองไปรอบๆและเห็นชาวบ้านที่หน้าตาคุ้นเคย มันมีคนจำนวนมากที่รวมตัวกันที่นี่ และมันยังมีคนที่อพยพมาจากหมู่บ้านอื่น นอกจากคนที่มาจากโบสถ์ของฉันอีกด้วย

มันคงมีคนหลายพันคนที่ถูกจัดให้ทำหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ไม่เหมือนกับพวกเหล่านักโทษ ชาวบ้านเหล่านี้ต่างเป็นคนที่ปฏิบัติตามกฏของจักรวรรดิ ดังนั้นพวกเขาจึงได้รับการแบ่งปันชุดกันหนาวดีๆ

จบบทที่ Chapter 23: เป็นเจ้าชายนี่มันโคตรเหนื่อยเลย - 4 (ส่วนที่ 1)

คัดลอกลิงก์แล้ว