เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 13: เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -3 (ส่วนที่หนึ่ง)

Chapter 13: เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -3 (ส่วนที่หนึ่ง)

Chapter 13: เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -3 (ส่วนที่หนึ่ง)


ชาวบ้านทั้งหมดต่างกลั้นหายใจกันทั้งหมด เมื่อพวกเขาได้ยินคำว่า ‘เนโครแมนเซอร์’ ออกมาจากปากของฉัน หลังจากที่สบตากันเอง พวกเขาต่างจับอุปกรณ์ทำฟาร์มในมือแน่นกว่าเดิม

ดวงตาของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความดุร้าย

เอาเถอะ พวกเขาพึ่งจะตระหนักได้ถึงไอ้สารเลวที่ทำลายชีวิตของพวกเขา และบ้านของพวกเขาที่อาศัย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความโกรธของพวกเขาคงจะร้อนระอุมากแค่ไหน

“พวกเราทำยังไงกับชาร์ลอตต์ดี?”

กริลมองไปที่เด็กสาว ยังไงก็ตามเธอก็ส่ายหัว

ปากของเธอที่ปิดสนิทก็เผยอขึ้นเล็กน้อย “ฉัน....จะไปกับคุณ”

“มันอันตรายมากนะ ทางที่ดีเธอควรที่จะ..”

“ฉันจะไปกับคุณ”

“ชาร์ลอตต์ เธอกำลังทำให้พวกเราตกที่นั่งลำบากนะ อย่าดื้อเลย เธอควรที่จะ…”

เธอจ้องไปที่กริลด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย ดวงตาสีแดงเลือดของเธอไม่ไหวติง

“ฉันจะไปกับคุณ”

บรรยากาศรอบข้างดูตึงเครียดมากกว่าเดิม

นี่คือบรรยากาศที่เด็กสาวสามารถดปลดปล่อยออกมาได้ แต่แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นมันก็ยังคงเป็นบรรยากาศที่กดดันต่อคนอื่นอยู่ดี คนที่รู้สึกกดดันมากที่สุดก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกริล เขาทำได้เพียงกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแค่นั้น

ในระยะเวลาอันสั้น ชาวบ้านทั้งหมด รวมทั้งกริลด้วยต่างหันหน้าหนี เพื่อหลบสายตาของเธอ

“เข้าใจแล้ว…”

เมื่อพบเจอกับงูร้ายที่จ้องกระหายเลือดแบบนี้ พวกลูกหมาน้อย-ชาวบ้านพวกนี้ก็ทำได้เพียงตัวแข็งทื่อ

เธอหันมาถามฉันอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร เหมือนกับว่าเธอได้ลืมคำอนุญาตจากพวกผู้ใหญ่ไปแล้ว “ฉันจะไปช่วยคุณเอง มันโอเคไหมคะ?”

ฉันไม่ได้พูดอะไรออกมา ฉันเอาแต่ศึกษาเธอ แม้ว่าสายตาของเราจะสบกัน เธอก็ไม่ได้หลบตาฉันไปไหน เอาเถอะ เธอใช้ทำครัวสู้กับซอมบี้มาก่อนด้วยซ้ำ ดังนั้นเรื่องแค่นี้มันยังเข้าใจได้

ถ้าพวกเราวิ่งไปพบกับซอมบี้ทีหลัง ถ้าอย่างงั้นเด็กสาวคนนี้น่าจะน่าเชื่อถือได้กว่าเจ้าพวกชาวบ้านสุขภาพดีเหล่านี้ นอกจากนี้แล้ว เธอยังเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยฉันได้ เมื่อความสูงของพวกเรามันใกล้เคียงกัน

กริลสามารถที่จะแบกฉันได้ แต่ถ้าเขาพลาดเพียงแค่ครั้งเดียว ฉันก็อาจจะถูกฆ่าตายได้เลย ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่เขาจะไม่ทำอย่างแน่นอน

ฉันกำลังเลือกตัวเลือกของฉันอย่างระมัดระวัง แต่ในเวลาเดียวกัน เธอก็ใช้ความเงียบของฉันเป็นคำตอบ เธอพูดขึ้น “เอาละ ถ้างั้นไปกันเถอะ”

เธอพยุงฉันและเดินต่อไป แน่นอนว่าชาวบ้านต่างเดินตามฉันมาด้วยเช่นกัน

แล้วมันก็เป็นไปตามที่ฉันคิดไว้ พวกเราไม่ได้เดินไปเจอกับซอมบี้ตัวไหน ซอมบี้หมีน่าจะเป็นการป้องกันด่านสุดท้ายของเจ้าเนโครแมนเซอร์ที่น่ารังเกียจนั่น มันช่างน่าโล่งใจอย่างมาก – ถ้าสัตว์ประหลาดที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเจ้าหมีนั่นปรากฏตัวขึ้นมา พวกเราคงจะถูกฆ่าล้างบางอย่างแน่นอน

เพียงเวลาไม่นาน พวกเราก็ได้มาถึงส่วนที่ลึกที่สุดในถ้ำ

“ดูสิ พวกเรามาถึงแล้ว”

พวกเราก็เห็นประตูไม้ที่อยู่ด้านในถ้ำ

ชาวบ้านกริลและนักล่าฮานส์ต่างยืนอยู่หน้าประตู พวกเขาสบตากันเองและเปิดประตูอย่างระมัดระวัง

ชาวบ้านทั้งหลายต่างตึงเครียด พวกเขาต่างกำอุปกรณ์ในมือไว้แน่น

ด้านในมันค่อนข้างที่จะมืด ดังนั้นชาวบ้านจึงยกคบเพลิงของพวกเขาขึ้นและส่องแสงให้ภายในมันสว่างขึ้น พวกเราต่างได้พบกลับกลิ่นอันไม่น่าพึงประสงค์ ซึ่งมันลอยมาจากศพที่เหม็นเน่า ซึ่งมันนอนกองอยู่ทั่วทุกแห่ง อีกทั้งยังมีม้วนกระดาษและตำราไสยเวทที่มีอักขระรูนวางกระจัดกระจายไปทั่วพื้น

“ฉันว่าพวกนักเวทย์ไม่ค่อยชอบจัดของกันสินะ” ฉันพูดออกมา

เอาเถอะ พวกเรากำลังพูดถึงเนโครแมนเซอร์กันอยู่ แม้ว่าจะเป็นพวกนักเวทย์แล้ว เนโครแมนเซอร์น่าจะเป็นพวกที่บ้าคลั่งมากที่สุดแล้ว เมื่อพวกเขาเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในห้องมืด ไม่ก็สถานที่มืดสักแห่ง

หลังจากนั้นกริลก็ร้องออกมา “โอ้พระเจ้า!”

ชาวบ้านรีบวิ่งไปที่มุมหนึ่งภายในห้อง ด้านบนกำแพงหินในถ้ำ พวกเราพบกับหญิงที่นอนเปลือยที่ถูกจับอยู่ ซึ่งแขนของเธอถูกล็อคไว้บนกำแพงและขาเธอห้อยต่องแต่งกลางอากาศ

ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย เหมือนกับว่าเธอถูกทรมานมาก่อนหน้านี้

“ใคร...กัน?”

เธอเปิดตาออกมาอย่างยากลำบาก เธอถามออกมา มันเหมือนกับว่าสายตาของเธอยังไม่คุ้นชินกับแสงสว่างที่มาจากคบไฟ เธอไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่าพวกเขาคือใคร

คำถามของเธอทำให้ได้รับการตอบกลับกันอย่างดังก้องจากกริลและชาวบ้านคนอื่น

“ฉันเอง กริลไง! โมเรียน! ฉันมาช่วยเธอแล้ว!”

“นายพูดอะไรของนายกัน?! นี่ฉันไงฮานส์! เพื่อที่จะช่วยเธอ ฉันยอมที่จะเสี่ยงชีวิตมาเลยนะ!”

ฉันตกตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าฉัน

ฉันรู้ดีว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นอยู่ แต่พวกเขาควรที่จะมีสติกันมากกว่านี้ไหม?

“เฮ้ พวกเจ้า ก่อนที่จะพูดอะไรแบบนั้นออกมา ทำไมพวกเจ้าไม่ปลดเชือกของเธอก่อนละ? มันเหมือนว่าเธอโดนทรมานมาหนักมากเลยนะ”

“อ๊า! นั่นสิ เจ้าชายก็มาช่วยเธอเหมือนกันนะ!”

ชาวบ้านต่างรีบปลดเชือกและช่วยเธอให้ออกมาจากตรงกำแพง

“เจ้า..เจ้าชายงั้นเหรอ?”

เธอมองมาที่ฉันด้วยท่าทางประหลาดใจ

เธอค่อนข้างที่จะสวยเลย ใบหน้าที่ซีดเซียวที่สะอาดหมดจด ผิวที่สวยงาม รวมทั้งผมและดวงตาสีดำที่ซึ่งหาได้ยากในทวีปแห่งนี้

เธอน่าดึงดูดจริงๆนั่นแหละ

ไม่ต้องพูดถึงรูปร่างของเธอเลย หน้าอกที่ใหญ่โต เอวคอด และบั้นท้ายที่สวยงามของเธอ มันเหมือนกับรูปปั้น

ชายหนุ่มที่เลือดร้อนคนไหนก็ตามก็คงจะชอบมัน พวกเขาคงต้องการที่จะร่วมรักกับเธอสักครั้งในชีวิต

แต่ว่านะ...

ฉันเริ่มที่จะนวดหน้าผากอีกครั้งหนึ่ง “ไอ้หลานเวรนี่มัน..”

ฉันก่นด่าเจ้าของร่างเดิมของฉัน

เอาเถอะ สายตาของเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้มันเต็มไปด้วยตัณหากาม เขาตามืดบอดโดยการเจอกับสาวงามเช่นนี้ แต่เอาจริงดิ? หญิงคนนี้อายุสามสิบต้นๆแล้วนะ..... เมื่อคิดว่าเขาพยายามฆ่าตัวตาย เพราะเขาโดนปฏิเสธจากผู้หญิงที่อายุมากกว่าเขาถึงสองเท่าแบบนี้แล้ว นี่มันอะไรวะเนี่ย?

ฉันอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ เมื่อฉันคิดถึงเรื่องนี้

แต่มันมีบางสิ่งบางอย่างโผล่ขึ้นมาในความคิดของฉัน ดังนั้นฉันจึงหันกลับไปมองเธออีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะใช้ [เนตรจิต] กับเธอ

[ ชื่อ : มอร์กาน่า

อายุ : 63 ปี

ความสามารถพิเศษ : นารีพิฆาต , เนโครแมนเซอร์ , แยกศพ , สาป , ลอบสังหาร

+ อยู่ในสถานะตึงเครียดและตื่นเต้น

63ปี??? เนโครแมนเซอร์? สาป???? และลอบสังหารนี่นะ?????

“เจ้าชายมาช่วยฉัน…?” เธอแสดงท่าทีประหลาดใจขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวคนนี้แหวกตัวผ่านชาวบ้านและเดินมาหาฉัน “มันเป็นเรื่องจริงเหรอคะ? ท่านมาที่นี่เพื่อที่จะช่วยฉัน…?”

เธอเขินอายเล็กน้อย แสดงท่าทีเป็นเหมือนกับสาวงามที่พบรักแรก เธอสวมกอดฉันไว้

รอยยิ้มของเธอน่าดึงดูดมากจนหัวใจของชายหนุ่มคนไหนก็ตามที่เห็นเธอคงจะกลายเป็นบ้าอย่างแน่นอน

“อา อ๊า! ฝ่าบาทคะ ขอบคุณมากจริงๆ!

ฉันผลักเด็กสาวผมเงินออกไปและกำพลั่วในมือแน่น ฉันใช้แรงทุกส่วนที่ฉันมีทุบลงไปที่หัวของหญิงสาว

....

(มุมมองบุคคลที่ 3)

มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าทำไมชาวบ้านถึงร้องตกใจและต่างตัวแข็งทื่อกัน แม้แต่เด็กสาวผมเงินยังเปิดตากว้าง

หญิงสาวคนนี้โซซัดโซเซจากการโดนทุบ ก่อนที่จะล้มลงกับพื้น

มือที่สั่นเครือของเธอจับไปที่หัวของเธอ บางทีเธอยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากเธอเอาแต่จ้องมาที่ ‘เจ้าชาย’ อย่างมึนงง

“อ๊า ฉันควรใช้ปลายพลั่วแทนมากกว่านะ”

เสียงบ่นพึมพำของเจ้าชายทำให้โมเรียนหน้าซีด เธอรีบยื่นมือขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านคนอื่นและร้องออกมา “ช่วยฉันด้วย!! เจ้าชาย...เจ้าชายเสียสติไปแล้ว!!”

เจ้าชายเดินไปหาเธอ “ฉันคิดแล้วละว่ามันแปลกๆ ถ้าฉันรู้ก่อนหน้านี้แล้ว ฉันควรที่จะตรวจชาวบ้านทุกคนให้ละเอียดมากกว่านี้” เจ้าชายบิดคอ บิดไหล่ และจับพลั่วในมือแน่น เขาจ้องไปที่หญิงสาวและยิ้มเยาะเย้ยออกมา “ฉันควรทำอะไรกับเธอดีนะ? กระทืบเธอให้จมดินและมัดเธอไว้อีกรอบดีไหม? หรือว่า ฉันจะฝังเธอไว้ใต้ฝ่าเท้าที่น่ารักๆของฉันสักหกเมตรดีละ? ดังนั้นเธอจะได้ไม่ต้องวางแผนทำร้ายฉันอีกดี?”

หญิงสาวคนนี้กรีดร้องออกมาเสียงดังก้อง

มันเป็นถึงจุดที่ชาวบ้านเริ่มฟื้นสติได้และก้าวขึ้นมาปกป้องเธอ พวกเขาต่างยืนเผชิญหน้ากับเจ้าชายและพูดขึ้น

“เจ้าชายครับ! ท่านทำอะไรกันครับ! ทำไม...ทำไมท่านถึงทำแบบนี้กัน!?”

“ท่านใช้พลั่วทุบหญิงสาวบอบบางแบบนี้ได้ยังไงกัน?!”

เพียงเวลาไม่นานที่ชาวบ้านยืนขึ้นปกป้องเธอ โมเรียนรีบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังพวกเขา และร่างกายของเธอสั่นไหวดั่งกับลูกแมวที่ตื่นตระหนก

ในเวลาเดียวกัน เจ้าชายมีสีหน้าที่ตกตะลึงและสายตาของเขากวาดสแกนชาวบ้านทุกคน “หลีกทางไปซะ ฉันจะจัดการให้มันจบเอง หรือไม่อย่างงั้น พวกโง่อย่างพวกเจ้าจะได้รับบาดเจ็บ”

ชาวบ้านต่างส่ายหัวกันทั้งหมด สำหรับพวกเขาแล้ว เจ้าชายตอนนี้ได้เสียสติไปแล้ว

สายตาที่ดุร้าย คำพูดและน้ำเสียงที่หยาบคายของเขานั้นเหมือนกับพวกนักเลงข้างบ้าน ไม่ต้องพูดถึงเจ้าชายเลย เขาเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะพวกตัวบัดซบ แต่ไม่นานนี้ พวกเขาคิดว่าเจ้าชายคงพัฒนาตัวดีขึ้นแล้ว แต่มันกลับกลายว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป

ตัวบัดซบก็ยังคงเป็นตัวบัดซบอยู่วันยันค่ำ

แต่สิ่งที่เจ้าชายพูดออกมามันทำให้พวกเขาต่างตกใจ “พวกเจ้าคิดว่ามันเป็นหญิงสาวที่บอบบางงั้นเหรอ? ยัยเวรนี่อายุ 63ปีแล้ว เธอแก่พอที่จะเป็นแม่ของพวกเอ็งได้เลย”

สีหน้าของโมเรียนแข็งทื่อทันที ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยเช่นกัน

จบบทที่ Chapter 13: เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -3 (ส่วนที่หนึ่ง)

คัดลอกลิงก์แล้ว