ตอนที่ 410
ตอนที่ 410
ตอนที่ 410 วิธีวิวัฒนาการระดับแพลตินัม
วิธีวิวัฒนาการระดับแพลตินัม
หลังจากที่หลี่ชิงโจวกล่าวขอบคุณแล้ว เขาก็จากไป
เขาเรียกรถแท็กซี่ออกจากเมืองหลินหยวน
ทันทีที่ออกมานอกเมืองหลินหยวน หลี่ชิงโจวก็เรียกชิงหยุนออกมา
"ชิงหยุน ไปที่เขาฉางหมาง" หลี่ชิงโจวพูดกับชิงหยุน
ชิงหยุนพาหลี่ชิงโจวพุ่งตรงไปยังเขาฉางหมาง
เขาฉางหมางสูงเกือบ 4,000 เมตร มีหมอกลอยอยู่ระหว่างภูเขา ดูราวกับแดนสวรรค์
ไม่นานหลี่ชิงโจวก็ไปถึงยอดเขาฉางหมาง
บนยอดเขามีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง และมีต้นสนต้นหนึ่งขึ้นอยู่ข้างหินนั้น
ไท่ผิงเดินตามหลี่ชิงโจวมา หลี่ชิงโจวชี้ไปที่ก้อนหินใหญ่บนยอดเขาแล้วพูดว่า
"ไท่ผิง ไปนั่งบนก้อนหินใหญ่นั่น หลับตาทำสมาธิ รู้สึกถึงพลังของธรรมชาติ รู้สึกถึงหมอก ภูเขา และป่าไม้รอบตัว รวมพลังของร่างกายเจ้า พลังของน้ำยาวิวัฒนาการ และพลังของธรรมชาติเข้าด้วยกัน"
ไท่ผิงพยักหน้า
หลี่ชิงโจวกางหม้อออกมา ใส่วัสดุที่จำเป็นสำหรับวิวัฒนาการของไท่ผิงลงไปทีละอย่าง ต้มจนกลายเป็นน้ำยาวิวัฒนาการหนึ่งขวด
จากนั้นเขาก็ยื่นขวดนั้นให้ไท่ผิง "ไท่ผิง ดื่มยานี่ซะ"
ไท่ผิงรับขวดยามาดื่มรวดเดียวหมด
จากนั้นก็เดินไปยังก้อนหินบนยอดเขา
น้ำพุผลัดกายยังอยู่ในมือของหลี่ชิงโจว เขาจะใช้น้ำพุผลัดกายช่วยไท่ผิงในการแปรสภาพร่างกายหลังจากที่ไท่ผิงรวมพลังของน้ำยาวิวัฒนาการเข้ากับตัวได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ไท่ผิงนั่งลงบนก้อนหิน หลับตา และเริ่มรับรู้สิ่งรอบข้าง
หลี่ชิงโจวเรียกสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ออกมา ในช่วงที่ไท่ผิงทำสมาธิ พวกมันจะเป็นผู้คุ้มกันให้ไท่ผิง
หากมีอันตราย พวกมันต้องลุกขึ้นต้านทาน
ซังมู่มู่หยางก็ถูกเรียกออกมาด้วย มู่หยางออกมาเห็นโลกภายนอกเป็นครั้งแรก จึงรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นอย่างมาก
เขาเห็นทะเลหมอกอันกว้างใหญ่ ภูเขาที่สูงตระหง่าน และเหวลึกสุดสายตา
กิ่งใบของมู่หยางสั่นไหวด้วยความยินดี
หลี่ชิงโจวเองก็เข้าสมาธิเช่นกัน จิตของเขาเชื่อมโยงกับไท่ผิง ในระหว่างที่เขาทำสมาธิ เขาสามารถช่วยคงจิตใจของไท่ผิงให้มั่นคงได้ด้วย
ไท่ผิงนั่งนิ่งบนก้อนหิน ช่วงแรกการหายใจยังไม่สม่ำเสมอ ร่างกายก็ไม่นิ่ง
เดี๋ยวก็เกาหัว เดี๋ยวก็เกาหาง ไม่สามารถสงบจิตสงบใจได้
แต่หลังจากได้รับการปลอบประโลมทางจิตจากหลี่ชิงโจว เขาก็ค่อยๆ สงบลง
สายลมภูเขารอบข้างพัดเบาๆ ทำให้ขนของเขาปลิวไสว
ใบไม้รอบตัวก็ไหวซู่ซ่า
มีหมอกสีแพลตินัมบางๆ ปรากฏบนผิวของไท่ผิง
นั่นคือหมอกที่ปล่อยออกมาจากพลังของน้ำยาวิวัฒนาการที่หมุนเวียนอยู่ในร่างกายเขา
ในขณะเดียวกัน หลี่ชิงโจวก็เข้าสู่ภาวะแปลกประหลาด
เขารู้สึกว่าความสามารถในการรับรู้ของเขาเพิ่มขึ้น สามารถสัมผัสได้ถึงทุกการเคลื่อนไหวรอบตัว
สายลมที่พัดผ่านสามารถรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนของมันที่รูขุมขน หญ้าเขียวขึ้นใต้เท้า หมอกลอยรอบกาย
เมฆบนฟ้ากลิ้งไหลเปลี่ยนรูปร่าง
ในป่า ต้นไม้นับไม่ถ้วนแกว่งกิ่งก้าน ใบไม้แต่ละใบมีลวดลายเป็นของตัวเอง
หลี่ชิงโจวรู้สึกว่าทุกสิ่งรอบตัวชัดเจนราวกับเขากำลังมองลงมาจากยอดเขาด้วยสายตาของเทพ
จิตของเขาเชื่อมโยงกับไท่ผิง ความรู้สึกของพวกเขาจึงสามารถแบ่งปันกันได้ในระดับหนึ่ง
ขณะนี้ ไท่ผิงก็อยู่ในสภาวะเดียวกันกับหลี่ชิงโจว
ไท่ผิงสูดลมหายใจช้าๆ กลิ่นอายธรรมชาติเข้าสู่ร่างกาย ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณ
จากนั้นเขาก็ผ่อนลมหายใจช้าๆ ขับไล่อากาศขุ่นมัวออกจากร่าง
หมอกสีแพลตินัมรอบตัวเขายิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
เกือบกลายเป็นกลุ่มเมฆปกคลุมร่างเขาไว้
วานรไท่ผิงอยู่ในกลุ่มหมอกนั้น พร่ามัวรางๆ ดุจของศักดิ์สิทธิ์
สัตว์อสูรอีกหลายตัวยืนมองทุกอย่างตรงหน้าด้วยความสงสัย
"ฮิส ฮิส ฮิส?"
"พี่ไท่ผิงเป็นอะไรน่ะ? ทำไมมีควันออกมาจากตัวเขา?"
ไป๋อวี่จ้องมองไปที่ไท่ผิงด้วยดวงตาเบิกกว้าง
"ยี่อี้!"
"ไม่ใช่ไฟแน่นอน ฉันเคยเห็นไฟในสวนพฤกษศาสตร์ มันจะมีควันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ!"
มู่หยางเอียงศีรษะมองไท่ผิงที่ถูกหมอกปกคลุมด้วยสีหน้าเป็นกังวล
"เจี๊ยก"
"ไม่ต้องห่วง ถ้ามีไฟจริง ฉันใช้ปีกดับให้ได้นะ"
ชิงหยุนกางปีกออกอย่างกระตือรือร้น
"จี๊บ จี๊บ จี๊บ!"
"ไฟน่ะ ใช้ลมดับไม่ได้ ต้องใช้น้ำนะ!!!"
ผิงอันรีบหยุดชิงหยุนทันที
"เจี๊ยก?"
"จริงเหรอ?"
ชิงหยุนแปลงร่างเป็นหยูคุนอย่างสบายๆ
จากนั้นมันพ่นฟองน้ำออกมาเบา ๆ
"แบบนี้แหละ ถึงจะดับไฟได้ด้วยน้ำ"
"ยี่อี้!"
"พี่ชิงหยุนเก่งที่สุดเลย!"
มู่หยางที่เห็นชิงหยุนแปลงร่าง ดวงตาก็เป็นประกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม
เหล่าสัตว์อสูรล้อมรอบหลี่ชิงโจวกับไท่ผิง พากันพูดคุยกันอย่างคึกคัก
ผ่านไปนานพอสมควร หลี่ชิงโจวก็ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ
ในเวลาเดียวกัน ไท่ผิงก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน หมอกสีแพลตตินัมบนร่างของมันพลันสั่นสะเทือน ก่อนจะถูกดูดซึมกลับเข้าไปในร่าง
ไท่ผิงยืนขึ้นแล้วเหยียดแขนเหยียดขา
มันลูบท้องของตัวเอง
"เจี๊ยก!"
"หิวแล้ว!"
ไท่ผิงมองหลี่ชิงโจวด้วยสายตาวิงวอน
หลี่ชิงโจวยิ้มก่อนจะพูดว่า "การฝึกวันนี้พอแค่นี้ก่อน ไปกินข้าวกันเถอะ"
หลังจากนั่งสมาธิมานาน เขาเองก็รู้สึกหิวเหมือนกัน
ไท่ผิงได้เข้าใจวิธีการดูดซึมนํ้ายาวิวัฒนาการแล้ว เพียงแค่ต้องใช้เวลาอีกสักพัก ก็จะสามารถดูดซึมพลังในนํ้ายาวิวัฒนาการได้ทั้งหมด
หลี่ชิงโจวหยิบอาหารหลายอย่างออกมาแล้วแจกจ่ายให้สัตว์อสูรแต่ละตัว
เขาเองก็หยิบขนมปังชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน
ขณะกิน เขาก็คิดตามไปด้วย
หากสัตว์อสูรระดับทองต้องการเลื่อนขั้นเป็นระดับแพลตตินัม จะต้องย่อยพลังของนํ้ายาวิวัฒนาการให้ได้
แต่ว่าสภาพแวดล้อมที่ใช้ฝึกฝนก็ต้องสอดคล้องกับสัตว์อสูรตัวนั้นและร่างวิวัฒนาการขั้นถัดไปของมัน
มีเพียงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเท่านั้น จึงจะสามารถดูดซึมพลังธรรมชาติได้เร็วขึ้น
ไท่ผิงเป็นลิงวิญญาณ ร่างวิวัฒนาการขั้นต่อไปคือ ลิงเมฆโปร่งแสง
ภูเขาฉางหมางมีทั้งภูเขา ป่าไม้ และทะเลเมฆ สภาพแวดล้อมเหมาะกับการอยู่อาศัยของลิง จึงสามารถช่วยให้มันสัมผัสพลังธรรมชาติได้ง่าย และดูดซึมนํ้ายาวิวัฒนาการได้ดี
สัตว์อสูรตัวอื่นก็เช่นกัน
ร่างวิวัฒนาการขั้นต่อไปของชิงหยุนคือ หยูคุนวิญญาณ ซึ่งทะเลคือสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับมัน
พูดอีกอย่างก็คือ หากชิงหยุนต้องการวิวัฒนาการสู่ระดับแพลตตินัม ก็ต้องไปยังทะเลเพื่อสัมผัสพลังและลมหายใจของมหาสมุทร
ในทำนองเดียวกัน ร่างต่อไปของผิงอันคือ จิ้งจอกดำห้าหาง
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการย่อยนํ้ายาวิวัฒนาการของมัน ก็คือป่าภูเขาที่มืดครึ้มและลึกลับ
ที่นั่นจะช่วยให้มันดูดซึมนํ้ายาวิวัฒนาการได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับไป๋อวี่ ร่างต่อไปของมันคือ พญานาค การละทิ้งลักษณะของสัตว์เลื้อยคลานเป็นขั้นแรกของการกลายเป็นมังกร
พญานาคมักอาศัยอยู่ในทะเลสาบหรือแหล่งน้ำ และมักซ่อนตัวอยู่ในก้นบึ้งของสระหรือแม่น้ำ
ตราบใดที่หาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมได้ ไป๋อวี่ก็สามารถดูดซึมนํ้ายาวิวัฒนาการได้ในที่นั่น
หลี่ชิงโจวคิดถึงจุดนี้ก็เหมือนเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา
ตราบใดที่เก็บรวบรวมวัตถุดิบวิวัฒนาการได้ครบ ก็สามารถเตรียมการวิวัฒนาการให้กับสัตว์อสูรตัวอื่นได้แล้ว
ทุกอย่างพร้อม เหลือแค่โอกาสเท่านั้น