ตอนที่ 387
ตอนที่ 387
ตอนที่ 387 เก็บมาจากข้างทาง
“เฮ้อ!”
เฉียนอู๋หยงถอดหมวกดำน้ำออกแล้วถอนหายใจโล่งอก
อู๋เฟิงก็ถอดหมวกของเขาเช่นกัน แล้วหันไปมองหลี่ชิงโจว “ขอบคุณมากเลยนะ หลี่ชิงโจว ถ้าไม่มีนาย พวกเราคงไม่สามารถทำภารกิจนี้ได้อย่างราบรื่นขนาดนี้แน่ๆ”
“ไม่เป็นไรหรอก พวกนายก็ช่วยฉันเหมือนกัน” หลี่ชิงโจวโบกมือ
“นายจะกลับมหาลัยเลยไหม?” เฉียนอู๋หยงถาม
“ยังไม่กลับ ตอนนี้ยังขาดวัตถุดิบอีกชิ้นหนึ่ง” หลี่ชิงโจวพูด
ออกมาได้ขนาดนี้แล้ว เขาจะไม่ยอมกลับง่ายๆ อย่างน้อยก็ต้องรวบรวมวัตถุดิบวิวัฒนาการของชิงหยุนให้ครบก่อน
“วัตถุดิบอะไรเหรอ? พวกเราค่อนข้างคุ้นเคยกับทะเลมรณะนี้นะ เคยมาแล้วหลายรอบ บางทีอาจจะช่วยนายได้” อู๋เฟิงพูด
“เห็ดหลินจือน้ำ” หลี่ชิงโจวตอบ
“เห็ดหลินจือน้ำเหรอ? โอ้ ฉันมีนะ”
อู๋เฟิงเปิดอุปกรณ์เก็บของในมิติ แล้วหยิบวัตถุดิบที่ดูเหมือนเห็ดเล็กๆ สีน้ำเงินออกมาชิ้นหนึ่ง
“นี่ไง เอาไปเลย” เขายื่นวัตถุดิบในมือให้หลี่ชิงโจว
“นี่คือเห็ดหลินจือน้ำ!”
หลี่ชิงโจวอึ้ง เขาไม่คาดคิดว่าอู๋เฟิงจะมีวัตถุดิบที่เขาต้องการ แล้วยังจะมอบให้อีก
“เห็ดหลินจือน้ำนี่ราคาค่อนข้างสูงนะ ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก” หลี่ชิงโจวโบกมือ
ราคาตลาดของเห็ดหลินจือน้ำอยู่ที่หลักแสน ไม่ใช่ถูกๆ
“ไม่เป็นไรหรอก” อู๋เฟิงโบกมือ “ค่าตอบแทนที่นายช่วยพวกเราจับเมกาโลดอนได้นั้นมีมูลค่ามากกว่านี้เยอะ แล้วพวกเราก็เคยเก็บเห็ดหลินจือน้ำได้หลายต้นตอนเดินในทะเลมรณะนี้ ให้นายสักต้นไม่เป็นไรหรอก”
“งั้นก็ได้ ฉันจะรับไว้ละกัน” หลี่ชิงโจวเห็นทั้งอู๋เฟิงกับเฉียนอู๋หยงจริงใจ เลยพยักหน้ารับ
“นายจะกลับมหาลัยเลยหรือเปล่า?” หลี่ชิงโจวเก็บเห็ดหลินจือน้ำไว้แล้วถาม
“เป้าหมายของพวกเราสำเร็จแล้ว เราว่าจะกลับไปที่ห้องทดลองในมหาลัย เพื่อทำการวิจัยกายวิภาคของสัตว์อสูรที่จับมา” เฉียนอู๋หยงพูด
“อืม งั้นฉันขอติดรถไปด้วยก็แล้วกัน” หลี่ชิงโจวพูด
“ได้เลย” ทั้งสองตอบตกลงอย่างง่ายดาย
ทั้งสามคนขึ้นฝั่ง
หยูคุนชิงหยุนก็กระโดดออกมาจากทะเล พุ่งขึ้นฟ้า แล้วเปลี่ยนร่างกลายเป็นนกใหญ่ลงจอดบนต้นไม้ใหญ่ริมฝั่ง
อู๋เฟิงกับเฉียนอู๋หยงถึงกับอึ้ง
ข่าวลือนั้นเป็นความจริง!
หยูคุนสามารถกลายร่างเป็นนกใหญ่ได้จริงๆ! เป็นรูปแบบวิวัฒนาการใหม่!
“สุดยอดเลย มีสัตว์อสูรแบบนี้ทั้งบินขึ้นฟ้าได้ ว่ายน้ำในทะเลได้ จะทำอะไรก็สะดวกหมดเลย”
อู๋เฟิงกับเฉียนอู๋หยงพูดด้วยความอิจฉา
ในเวลาเดียวกัน ทั้งสองคนก็แอบตัดสินใจในใจว่าจะกลับไปศึกษาเส้นทางวิวัฒนาการของหยูคุนให้ดี หวังว่าจะทำให้สัตว์อสูรของพวกเขาเป็นแบบปลาตัวใหญ่ของหลี่ชิงโจวได้
เมื่อทั้งสามขึ้นฝั่ง ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว
หลี่ชิงโจวก่อกองไฟบนชายหาด แล้วหยิบเนื้อที่เตรียมไว้ออกจากจี้มิติ
เขาเตรียมอาหารไว้เยอะมากในจี้มิติ
บนเตาย่าง เนื้อสดส่งเสียงฉ่าๆ จากความร้อน น้ำมันจากเนื้อหยดลงบนถ่านไฟจนเกิดเสียงดังเป๊าะแป๊ะ พร้อมกับควันหอมกรุ่น
เฉียนอู๋หยงกับอู๋เฟิงหยิบขนมปังกรอบอัดแน่นออกมาซองหนึ่ง เป็นบิสกิตที่ให้พลังงานสูง
แค่กินหนึ่งชิ้นก็อิ่มไปทั้งวัน
นี่คืออาหารที่นักวิจัยวิทยาศาสตร์พกติดตัวเวลาลงพื้นที่เสมอ
“อยากลองสักชิ้นไหม?” อู๋เฟิงยื่นบิสกิตให้หลี่ชิงโจว
หลี่ชิงโจวส่ายหัว “ฉันไม่ค่อยชินกับมันเท่าไร”
แม้ว่าบิสกิตจะให้พลังงานเยอะ แต่รสชาติไม่อร่อยเลย เทียบกับบาร์บีคิวที่เพิ่งปิ้งสดๆ ไม่ได้เลยสักนิด
อู๋เฟิงกับเฉียนอู๋หยงมองเนื้อย่างสีทองในมือของหลี่ชิงโจวแล้วน้ำลายไหล
กลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยเข้าจมูก ปลุกความหิวในท้องของทั้งสองคน
“มากินด้วยกันเลย” หลี่ชิงโจวยิ้มแล้วชวนทั้งคู่
เฉียนอู๋หยงกับอู๋เฟิงรีบเก็บบิสกิตอัดแน่น แล้วหันมาช่วยปิ้งเนื้อทันที
ใครบ้างจะอยากกินบิสกิตอัดแท่ง ในเมื่อมีบาร์บีคิวหอม ๆ ให้กินตรงหน้า?
ทั้งสามนั่งคุยกันไปพลางปิ้งเนื้อไปพลาง
“หลี่ชิงโจว นายสนใจจะเข้าร่วมแล็บวิจัยชีววิทยาใต้น้ำของพวกเราหรือเปล่า?” เฉียนอู๋หยงมองหลี่ชิงโจวแล้วถาม
หยูคุนของหลี่ชิงโจวทรงพลังมากในการต่อสู้ใต้น้ำ ถ้าเขาเข้าร่วมแล็บ พลังในการจับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำของแล็บก็จะเพิ่มขึ้นมหาศาลในอนาคต
นอกจากนี้ หยูคุนของหลี่ชิงโจวเองก็มีคุณค่าต่อการวิจัยอย่างยิ่ง
“ขอโทษที ตอนนี้ฉันยังไม่มีแผนจะทำแบบนั้น” หลี่ชิงโจวยิ้มแล้วปฏิเสธ
ตอนนี้เขากำลังยุ่งอยู่กับการอัปเกรดสัตว์อสูรหลายตัว และตามหาวัตถุดิบวิวัฒนาการ ยังไม่มีเวลามาโฟกัสกับการวิจัยสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ
“ไม่เป็นไร ถ้านายมีคำถามอะไรก็มาหาเราได้ที่แล็บนะ” อู๋เฟิงพูดพร้อมรอยยิ้ม ไม่ได้ใส่ใจนัก
เขาหยิบเนื้อย่างขึ้นมาชิ้นหนึ่ง เป่าลมเบา ๆ ให้คลายร้อนแล้วกัดคำหนึ่ง
เนื้อย่างนุ่มชุ่มฉ่ำ รสชาติอร่อยจนต่อมรับรสในปากแทบระเบิด
สีหน้าของอู๋เฟิงแสดงออกถึงความพึงพอใจสุดขีด
บาร์บีคิวที่หลี่ชิงโจวปิ้ง อร่อยจริง ๆ
หลังจากออกมาผจญภัยหลายวัน เฉียนอู๋หยงกับอู๋เฟิงก็กินแค่บิสกิตอัดแท่งมาตลอด ปากแห้งฝืดแทบจะกินไม่ลง
ตอนนี้ในสายตาพวกเขา บาร์บีคิวตรงหน้าราวกับเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก
“โอเค” หลี่ชิงโจวพยักหน้าตอบรับ
หลังจากกินเสร็จ ทั้งสามก็ดับกองไฟ เก็บกวาดสถานที่ แล้วออกเดินทางกลับ
เดิมทีหลี่ชิงโจวตั้งใจจะกลับไปยังเมืองอวิ๋นหวู่ผ่านทางป่าหมอก
แต่เพราะเดินทางมากับเฉียนอู๋หยงและอู๋เฟิง เขาจึงเลือกที่จะอ้อมป่าหมอกแล้วค่อยกลับแทน
หมอกในป่าหมอกหนาแน่นมาก และอาจเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ เฉียนอู๋หยงกับอู๋เฟิงจึงมักจะเลือกเดินอ้อมเสมอ
ทั้งสามใช้เวลาประมาณครึ่งวันในการอ้อมป่าหมอกได้อย่างปลอดภัย
ระหว่างทางพวกเขาก็เจอสัตว์อสูรดุร้ายมากมาย แต่เพราะทั้งสามคนต่างมีสัตว์อสูรระดับทองอยู่แล้ว จึงจัดการได้อย่างรวดเร็ว
หลี่ชิงโจวยังได้วัตถุดิบบางอย่างมาด้วยระหว่างทาง
ตลอดเส้นทาง เฉียนอู๋หยงกับอู๋เฟิงก็ตกตะลึงไปหลายรอบ
ตอนนี้พวกเขาชื่นชมหลี่ชิงโจวมาก
ไม่เคยคิดเลยว่าเฟรชชี่คนนี้จะเก่งขนาดนี้ สัตว์อสูรหลายตัวของเขาอยู่ในระดับทอง และยังมีพลังต่อสู้สูงมากอีกด้วย
สัตว์อสูรดุร้ายระดับทองที่พวกเขาพบระหว่างทาง ล้วนไม่สามารถต้านทานสัตว์อสูรของหลี่ชิงโจวได้เลย
ทั้งสามแยกย้ายกันเมื่อถึงเมืองอวิ๋นหวู่
อู๋เฟิงกับเฉียนอู๋หยงเตรียมไปพบกับเพื่อนร่วมแล็บ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับทิศทางการวิจัยต่อไป
หลี่ชิงโจวตัดสินใจพักที่เมืองอวิ๋นหวู่หนึ่งคืนก่อนกลับมหาลัยหลินหยวน
ทั้งสามกล่าวลา
หลังจากพักผ่อนในเมืองอวิ๋นหวู่หนึ่งคืน หลี่ชิงโจวก็กลับไปยังมหาลัยหลินหยวน
ทริปนี้ เขาไม่เพียงเก็บวัตถุดิบวิวัฒนาการหลักของหยูคุนชิงหยุนได้สำเร็จอย่างครีบของเมกาโลดอน กับวัตถุดิบเสริมอย่างน้ำมันตับปลา แต่ยังได้เห็ดหลินจือน้ำมาแบบไม่คาดคิดอีกด้วย
ตอนนี้สิ่งที่เหลืออยู่ก็แค่รอให้ชิงหยุนอัปเกรดถึงระดับทองขั้นเก้า แล้วออกตามหาวัตถุดิบเสริมชิ้นสุดท้าย — น้ำพุผลัดกาย
การเดินทางครั้งนี้ถือว่าเก็บเกี่ยวได้อย่างคุ้มค่ามาก