เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 ตายจริงขึ้นมาก็ไม่อาจสงบสุข

ตอนที่ 8 ตายจริงขึ้นมาก็ไม่อาจสงบสุข

ตอนที่ 8 ตายจริงขึ้นมาก็ไม่อาจสงบสุข


เมื่อก่อนอาร์ย่าเคยบอกว่าถ้า HP เป็นศูนย์จะเข้าสู่สถานะเสียชีวิต นั่นก็แปลว่าอีกฝ่ายสร้างความเสียหายที่มากเกินกว่า HP ที่เหลืออยู่ของผม เพราะงั้นเลยทำให้ผมตายทันที

และตอนนี้ผมก็อยู่ในสถานะนั้น

เวลานับถอยหลังสีแดงตรงหน้าขยับอย่างช้าๆ ดูเหมือนอีกไม่นานผมก็จะฟื้นคืนชีพที่วิหารที่ใกล้บริเวณที่ตายที่สุด

แต่ตรงหน้าผมดูเหมือนมีปรากฏการณ์แปลกประหลาด ผมขยี้ตา หลังจากเบิกตากว้างจ้องเวลาที่นับถอยหลังอยู่ครู่หนึ่ง ผมถึงยืนยันได้ว่าผมไม่ได้ประสาทหลอน

เวลานับถอยหลังนั้นหยุดลง!

ใช่แล้ว มันหยุดลง! 00:02:23 ตัวเลขนับถอยหลังหยุดลงตรงนั้น

“ล้อกันเล่นรึไง...ค้างเหรอ?”

เมื่อผมคิดจะเข้าใกล้ตัวเลขสีแดงนั้นด้วยความสงสัย จู่ๆ ฉากรอบด้านก็เกิดความเปลี่ยนแปลง!

ฉากสีดำค่อยๆ เปิดออก ลานกว้างของสนามต่อสู้จริงปรากฏตรงหน้าผม

ทว่า ผมในตอนนี้กำลังมองคนที่อยู่บนพื้นจากกลางอากาศ คนพวกนั้นกำลังล้อมร่างกายผม  ถกเถียงกันไม่หยุด

แน่นอน ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ส่วนเหตุผลที่ตัดสินได้ว่าพวกเธอกำลังถกเถียงกันอยู่ ย่อมเป็นเพราะพวกเธอกำลังทำท่าจะต่อสู้กัน...ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนขวางอยู่ตรงกลาง ตอนนี้พวกเธอคงต่อสู้กันอยู่ข้างศพผมแล้วใช่ไหม?

ว่าไปแล้ว ทำไมผมถึงไม่ฟื้นคืนชีพล่ะ?

ทันใดนั้นแถบข้อความก็ปรากฏคำตอบของคำถามผม ทว่า มันยิ่งทำให้ผมสับสนขึ้น

            เนื่องจากได้รับข้อจำกัดจากสถานที่ ท่านไม่สามารถเสียชีวิตได้ในสถานที่แห่งนี้ แต่ตามสถานการณ์ของท่านก่อนหน้านี้ ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว เพราะฉะนั้น ตอนนี้ท่านจึงเข้าสู่สถานะใกล้เสียชีวิต ขอเพียงแน่ใจว่าท่านไม่ได้รับการโจมตีถึงตายในสถานะใกล้เสียชีวิตภายในเวลาสามชั่วโมง ท่านจะสามารถฟื้นคืนชีพได้ หากมีผู้ใช้คาถาคืนชีพต่อท่านก่อนฟื้นคืนชีพ ท่านก็สามารถฟื้นคืนชีพได้เช่นกัน

บ้าเอ๊ย ถึงเขตแดนพื้นที่จะดูดซับความเสียหายของการโจมตีจนถึงชีวิต ทว่า การใช้ HP ที่เป็นศูนย์ของผมเป็นเกณฑ์ในการตัดสินการสูญเสียความสามารถในการต่อสู้กลับยังไม่หายไป

และผมเองกลับถูกตัดสินว่าตายในสภาวะที่ HP เป็นศูนย์...โธ่เอ๊ย ระบบบนตัวของผมกับระบบของโลกนี้มันขัดแย้งกันรึไง?

ทว่าถึงจะวิเคราะห์เหตุผลไปก็เปล่าประโยชน์ ยังไงซะตอนนี้ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากแค่มองพวกเธอจากกลางอากาศ...จะว่าไปพวกเธอกำลังพูดอะไรกันอยู่นะ?

(มุมมอง : สโนว์ อะฟังกัส)

ตาย...

หมอนี่ตายแล้วเหรอ?

เลือดพุ่งออกมาจากบาดแผลข้างหลังฟีล กระเซ็นอยู่ตรงหน้าข้า

ก่อนหน้านี้หมอนี่ยังพูดคำพูดแปลกๆ ต่อหน้าข้าอยู่เลย เป็นคนแรกที่ถามว่าข้าคิดอย่างไรแท้ๆ...

ทำไมถึงตายแล้วล่ะ?

“แดน ฆ่าผู้หญิงคนนั้นซะ!”

ข้าชี้ไปยังคนที่กำลังยืนอยู่ข้างศพฟีลแล้วมองเขาอย่างสงสัย

“เฮ้ย! เขายังไม่ตาย! ทำไมต้องฆ่าฉันด้วย!”

ผู้หญิงคนนั้นก้าวถอยหลัง ดูหวาดกลัวความแข็งแกร่งของแดนอย่างชัดเจน ยัยน่ารังเกียจ พบคนอ่อนแอกว่ากลับลงมือโหดเหี้ยมขนาดนี้ แต่พอเจอผู้ที่แข็งแกร่งกว่ากลับไม่กล้าก้าวต่อเหรอ? เศษสวะจริงๆ!

“เขาเป็นเพื่อนเจ้า! ทำไมเจ้าต้องลงมือโหดเหี้ยมขนาดนี้ แดน เจ้าทำอะไรอยู่!”

หันกลับไปมอง แดนที่คิดจะลงมือถูกอาจารย์แมรี่ใช้เวทล็อคมือเท้าเอาไว้ ในขณะเดียวกันเส้นสีขาวสี่เส้นก็ล้อมเข้ามาจากรอบสนาม จากนั้นก็ตกบนตัวฟีล

“สโนว์ สงบสติไว้ ฟีลยังยังมีชีวิตอยู่จริงๆ แทนที่จะให้องครักษ์ของเจ้าฆ่าอาร์ย่า ไม่สู้เจ้าให้พวกเขารักษาชีวิตฟีลไว้ดีกว่าเหรอ! ถึงแม้เขาจะยังมีชีวิตอยู่ แต่เวทรักษาดูเหมือนจะไม่มีผลต่อเขา”

เขายังมีชีวิตอยู่เหรอ? จริงเหรอ? ถ้าเป็นเช่นนี้...

“ซู ใช้ ‘ลมปัดเป่าแห่งเทพธิดา’ ซะ”

“แต่ว่าองค์หญิง...”

“ข้าบอกว่าใช้ก็ใช้!”

ข้าจ้องทางซูอย่างดุร้าย เขาขมวดคิ้ว แต่ว่ายังคงยื่นมือใส่ฟีล

ไม้กางเขนขนาดขนาดมหึมาแผ่ออกกลางอากาศ แสงเส้นหนึ่งตกบนตัวฟีล

ตอนที่เห็นซูใช้สกิลนี้ครั้งก่อน อีกฝ่ายมีรูขนาดใหญ่ที่อก จากนั้นก็ฟื้นคืนชีพได้ บางทีฟีลก็น่าจะฟื้นตัวได้ใช่ไหม?

ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น...

(มุมมอง : อาร์ย่า)

ยัยนี่เกี่ยวข้องอะไรกับฟีลเนี่ย! ไม่นึกเลยว่าเมื่อกี้จะบอกให้ฆ่าฉัน!

เหลือเชื่อจริงๆ เพราะงั้นถึงบอกว่าคนโลกนี้ช่างวุ่นวายจริงๆ พวกเราไม่ตายอยู่แล้ว ขอแค่ฟื้นคืนชีพที่วิหารก็พอแล้ว

แต่คนพวกนี้กลับฝืนดึงวิญญาณฟีลที่กำลังจะออกไปกลับเข้าร่างเขา ฉันไม่รู้จะด่ายังไงดีแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นเวทมนตร์ประหลาดนั่นมันอะไรกันอีกล่ะ? แสงศักดิ์สิทธิ์จากฟากฟ้า? นักเวทเป็นพวกคนประหลาดอย่างที่คิดเลย โชคดีที่ฉันรู้ว่านักเวทรับมือยาก ดังนั้นเลยใช้เงินทั้งหมดซื้ออุปกรณ์ต้านทานเวทมา แต่ผลลัพธ์ก็แค่ครึ่งเดียว

ไม่ต้องพูดถึงองค์หญิงไร้ฝีมือที่ใช้เวทคนนั้น แต่สำหรับการวิธีการโจมตีเมื่อกี้นี้ ถ้าฟีลกับฉันอยู่เลเวลเดียวกัน บางทีอุปกรณ์ป้องกันเวทบนตัวฉันคงต้านทานการโจมตีเวทระยะสั้นของเขาเมื่อกี้ไม่ได้

ถ้ารู้ก่อนว่าจะมีปัญหาขนาดนี้ เมื่อกี้ฉันคงไม่ใช้สกิลนั้นหรอก หวังว่าจะไม่ถูกคนอื่นจับได้นะ? ไม่งั้นอาจารย์ต้องด่าฉันอีกแน่เลย

ฉันเปิดแถบสกิล มองทางสกิลนั้น

            ระบำปีกสวรรค์ของฟีนิกซ์ สกิลพิเศษของนักดาบเพลิงคู่ ใช้สตามินาทั้งหมด สร้างความเสียหายให้ฝ่ายตรงข้าม 1.5 เท่าของจำนวนสตามินาที่ถูกใช้ เวลาการคูลดาวน์ 3 ชั่วโมง ขณะโจมตีจะทำให้เกิดอุณหภูมิ 1,000 องศาในรัศมีสามเมตร ความเสียหายที่ก่อขึ้นไม่เว้นแม้ศัตรูหรือเพื่อนร่วมทีม ไม่มีผลต่อผู้ใช้

ต้องโทษไอ้บื้อฟีลนั่น! ที่ฝังฉันไว้ในก้อนน้ำแข็ง!

เดิมทีสกิลที่ฉันเรียนก็มีไม่มาก ยิ่งไปกว่านั้นก็เป็นสกิลประเภทโจมตีทั้งหมด เมื่อกี้นี้ถ้าฉันไม่ใช้สกิลนี้ตอนที่ถูกแช่แข็งคงแพ้ไปแล้ว!

“อาร์ย่า ครั้งนี้เจ้าลงมือหนักเกินไปแล้ว ถึงไม่รู้ว่าสกิลเจ้าคืออะไร แต่ว่า สกิลที่สามารถทะลุการจำกัดเขตแดนได้มีไม่มากนัก ถึงแม้ฟีลจะเชี่ยวชาญการใช้สกิล แต่ว่า ร่างกายเขาไม่แข็งแกร่ง สกิลนี้จึงส่งผลแก่ชีวิตเขา”

ยูบริลเดินมาข้างฉันช้าๆ พูดเสียงเบา

อ๊า อยากอธิบายจริงๆ ว่าหมอนี่มันตายไม่ได้! แต่พวกเขาคงไม่มีทางเข้าใจ คนโลกนี้ไม่มีทางเข้าใจสถานการณ์ของฉันหรอก โธ่เอ๊ย!

ยูบริลชักดาบอัศวินของตัวเองออกมา ชี้ขึ้นฟ้า

“เทพธิดาแห่งแสงผู้ครอบครองวิญญาณแห่งชีวิตเอ๋ย ได้โปรดให้พลังของท่านสาดส่องที่ผู้น้อยคนนี้ด้วยเถอะ!”

ข้างไม้กางเขนกลางอากาศ แสงอีกเส้นก็ทะลุผ่านชั้นเมฆลงมาบนร่างของฟีล

แม้ว่าแสงบนตัวเขาจะส่องสว่างขึ้น แต่ว่า HP ที่ไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อยบอกฉันว่าพวกเขากำลังทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์

เวทรักษาไม่มีประโยชน์ต่อคนที่ใกล้ตาย นอกจากให้เขาค่อยๆ ถอนความตายด้วยตัวเอง ก็มีแค่คาถาคืนชีพถึงทำให้เขามีชีวิตขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

ทว่า...

คาถาคืนชีพเป็นเวทอันเดดของโลกนี้...

เวทอันเดดเป็นเวทต้องห้ามไม่ใช่เหรอ?

จบบทที่ ตอนที่ 8 ตายจริงขึ้นมาก็ไม่อาจสงบสุข

คัดลอกลิงก์แล้ว