เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LCEW เล่มที่ 1 ตอนที่ 35 - วันสิ้นโลกเมื่อมนุษย์กินกันเอง

LCEW เล่มที่ 1 ตอนที่ 35 - วันสิ้นโลกเมื่อมนุษย์กินกันเอง

LCEW เล่มที่ 1 ตอนที่ 35 - วันสิ้นโลกเมื่อมนุษย์กินกันเอง 


เล่มที่ 1 ตอนที่ 35 - วันสิ้นโลกเมื่อมนุษย์กินกันเอง

เจ้าหญิงอาร์เซนอลก้มหน้า ผมสีบลอนด์หยิกยาวพริ้วไสวไปตามสายลมยามค่ำคืน "ถ้าหากพวกเราสามารถฝ่ามันออกไปได้อย่างที่เธอพูด เราอาจจะค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ หรือไม่ก็สถานที่ที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยที่มากกว่าที่นี่…"สายตาของเธอจดจ่ออยู่กับเส้นขอบฟ้าตัดผ่านความมืดมิด เธอยิ้มมุมปากด้วยความหวัง

"ไม่ต้องกังวล ฉันเป็นถึงนักผจญรังสี ฉันสามารถเดินอยู่ในเส้นวงแหวนรังสีได้!!"ฉันใช้มือตบหน้าอกเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเธอ ซิงชวนเคยบอกกับฉันว่าฉันคือนักผจญรังสี ไม่ใช่พวกเหนือมนุษย์

เจ้าหญิงอาร์เซนอลยิ้มเล็กน้อย "หลัวปิง นักผจญรังสีมีภูมิคุ้มกันแค่เพียงระดับหนึ่ง เธอจะเดินได้เพียงแค่ขอบเส้นรังสีเท่านั้น…."

ฉันสามารถเดินอยู่รอบๆเส้นขอบรังสีได้……

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง เจ้าหญิงอาร์เซนอลกำลังหมายความว่าเราติดอยู่ที่นี่ แล้วนอกวงเส้นรังสีล่ะ? มันน่าจะมีโซนเมืองอื่นที่เหมือนกับเมืองโนอาห์อยู่ด้วย? มันอาจจะฟังดูไม่เหมือนกับยุคสมัยโบราณ แต่ก็คล้ายกันตรงที่มันถูกขวางกั้นด้วยภูเขาและแม่น้ำ

"ตราบใดที่เรามีพลังงานเพียงพอ ยานป้องกันรังสีก็จะสามารถฝ่าเขตรังสีเพื่อไปยังบริเวณที่อยู่อาศัยอื่น หรือไม่ก็ตามหา ค้นหาทรัพยากร เช่น….."เจ้าหญิงอาร์เซนอลมองไปทางทิศตะวันออก "เมืองเกราะฟ้าที่ตั้งอยู่ในเขตแปดฝั่งตะวันออกของพวกเรา พวกเขามีทรัพยากรที่ดีกว่าเรามาก และทุกอย่างก็มีราคาแพง…."

"เขตแปด แล้วพวกเราอยู่ใน…."

"เขตเก้า"เจ้าหญิงอาร์เซนอลยิ้มสีหน้ากลับมามีอารมณ์อีกครั้ง "นี่แหละจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม หลัวปิง เราขอบคุณเธอมาก เมื่อฤดูเก็บเกี่ยวแอปเปิ้ลปีหน้ามาถึง พวกเราก็จะเอาเมล็ดแอปเปิ้ลไปแลกเปลี่ยนกับข้าวโพดหรือไม่ก็เมล็ดพันธุ์อื่น เด็กๆของเราก็จะมีอาหารให้กินหลากหลายมากขึ้น!!"ดวงตาเจ้าหญิงอาร์เซนอลเปล่งประกายระยิบระยับดุจดวงดาวใต้แสงจันทร์ คล้ายกับว่าเธอกำลังมองเห็นความหวังอันยิ่งใหญ่

ฉันละอายใจต่อความกระตือรือร้นของเธอ เธอมองฉันราวกับว่าฉันเป็นฮีโร่ ทั้งๆที่ฉันแค่มอบแกนกลางแอปเปิ้ลที่มักจะโยนทิ้งหลังกินเสร็จให้กับเธอ

"อันที่จริงแล้ว ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย…."ฉันเงยหน้ามองเมืองพระจันทร์เงินอย่างเก๋งๆกังๆ จู่ๆฉันก็รู้สึกสับสน "แล้วเมืองพระจันทร์เงินล่ะ? พวกเขาไม่ได้อยู่บนฟ้าหรือ? พวกเขาสามารถบินผ่านไปยังเขตรังสีอื่นได้"

ผู้หญิงอาร์เซนอลมองดูเมืองพระจันทร์เงิน "ใช่แล้วล่ะ พวกเขาสามารถไปยังเขตอื่นได้ อย่างไรก็ตาม ถึงยานป้องกันรังสีจะสามารถเข้าสู่เขตรังสีได้ คนของพวกเขาก็ไม่สามารถออกจากงานเพื่อค้นหาทรัพยากรได้เช่นกัน แต่สุดท้าย…..พวกเขาก็ยังเป็นความหวังของเรา…."ดวงตาของเจ้าหญิงอาร์เซนอลเผยเห็นความอ่อนโยนอีกครั้ง "พวกเขาค้นพบเมล็ดพันธุ์มากมายตามเขตต่างๆ และกำลังศึกษาหาวิธีทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ เราเองก็หวังว่าแผ่นดินของเราจะกลับมาอุดมสมบูรณ์ แผ่นดินปกคลุมไปด้วยพืชพรรณ เกษตรผล"

เจ้าหญิงอาร์เซนอลเป็นเพียงเด็กสาวไร้เดียงสา ดวงตาของเธอแขวงให้เห็นถึงความหวังอันริบหรี่และอนาคตที่แสนสดใส เธอช่างแตกต่างจากเหอเล่ยที่ดวงตานั้นมีเพียงแค่ความเกลียดชังและความสิ้นหวัง

"ฉะนั้น….ในเมื่อทรัพยากรมันหายาก ทุกคนก็เลยสนใจแต่ตัวเอง?" ฉันมองดูเมืองพระจันทร์เงิน "พวกเขาเห็นแก่ตัวจริงๆ!"

"หลัวปิง โปรดอย่าพูดแบบนั้นกับเมืองพระจันทร์เงิน"เธอจับมือฉัน สีหน้าโศกเศร้าแฝงอยู่ภายใต้ใบหน้าอ่อนโยน "พวกเขาไม่มีทรัพยากรมากพอจะช่วยเหลือเรา พวกเขาแก้ไขไม่ได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังคงปกป้องทรัพยากรสุดท้าย รวมไปถึงพวกเรา พวกเขาเป็นคนจัดทำแผนที่ของแต่ละเขต เพื่อบอกกับเราว่าเมืองใดเป็นพันธมิตร เครื่องให้พวกเราทำการแลกเปลี่ยนทรัพยากรกันได้ ดังนั้น ถ้าหากเมืองใดไม่ใช่พันธมิตร พวกเราก็จะได้รักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยของเราเอง!!"

"อย่างเช่นเมืองภูติคราสอย่างนั้นหรอ?"ฉันกล่าวถาม

ความผวาเกิดขึ้นในสายตาเจ้าหญิงอาร์เซนอล มันเป็นสัญชาตญาณความกลัว เธอกระพริบตาและก้มหน้า "ใช่ เมืองภูติคราสเป็น...เมืองที่น่ากลัว พวกเขาจะออกปล้นสะดม ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านหรือเมืองใดที่ถูกพวกมันเจอ สุดท้ายจะต้องเจอกับการกวาดล้าง ผู้หญิงจะถูกจับไปบ่มเพาะ ส่วนผู้ชาย…..ผู้ชาย…"น้ำเสียงของเจ้าหญิงอาร์เซนอลสั่นเครือ ฉันรีบจับมือเธอทันที "ช่างมันเถอะ พวกมันไม่มีทางหาเราเจอ!!"ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าเมืองภูติคราสจะทำให้เจ้าหญิงอาร์เซนอลขวัญผวาขนาดนี้

ไม่ ฉันควรจะบอกทุกคนบนโลกถึงความน่ากลัวของพวกมัน ตอนที่ฉันได้พบกับเหอเล่ย ผู้คนที่ถูกเมืองภูติคราสจับตัวต่างก็สั่นกลัวด้วยความหวาดผวา สายตาของทุกคนนั้นบ่งบอกเป็นนัยว่าได้สูญสิ้นความหวังในชีวิตไป

แต่…...คำพูดที่ว่าผู้หญิงถูกจับไปบ่มเพาะ มันหมายความว่าอย่างไร?

ฉันมองเจ้าหญิงอาร์เซนอลที่สงบสติอารมณ์ลง และอดไม่ได้ที่จะถามไปว่า "คำพูดที่ว่าผู้หญิงมีไว้เพื่อบ่มเพาะนั้นมันหมายถึงอะไรหรือ?"

เจ้าหญิงอาร์เซนอลมองมาทางฉันด้วยความตกใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องนี้ แต่ในไม่ช้าเธอก็นึกถึงบางอย่าง ก่อนจะแสดงสีหน้าภาพลักษณ์ที่น่าอิจฉา "หลัวปิง ยอดเยี่ยมไปเลยที่เธอความจำเสื่อม เธอจึงจำไม่ได้ว่าโลกนี้น่ากลัวเพียงใด เมืองภูติคราสน่ากลัวเพียงใด…….."

ฉันได้แต่ตกตะลึง

และแล้วสายตาของเธอก็กลายเป็นเคร่งขรึม "โลกนี้ขาดสารอาหาร และผู้หญิงก็สามารถ….."ใบหน้าของเธอซีดจาง "สามารถให้กำเนิดบุตร เธอ….เธอเข้าใจใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร"

ฉันจ้องมองเธอ ร่างกายของฉันสั่นสะท้านด้วยความขยะแขยง แขนขาเย็นชืดท้องไส้ปั่นป่วน *แหวะ* ฉันอยากจะอ้วก เจ้าหญิงอาร์เซนอลมองฉันด้วยสายตาเศร้าโศก "พวกมันไม่คำนึงถึงศีลธรรม พวกมันสนแค่อาหารเท่านั้น หลัวปิง ฉันได้แต่หวังว่าเธอจะจำเรื่องต่างๆไม่ได้…."สายตาของเธอมองกลับไปยังความมืด "โลกใบนี้ ไม่เหลืออะไรสวยงามให้จดจำอีกแล้ว….."

ฉันหายใจเข้าเฮือกใหญ่ นึกไม่ถึงเลยว่ามนุษย์จะโหดเหี้ยมเช่นนี้ อาจารย์เคยสอนประวัติศาสตร์ว่าในช่วงสงครามโบราณ หลายต่อหลายครั้งที่มนุษย์กินกันเองเพราะอาหารขาดแคลน แต่นั่นมันก็เกิดขึ้นเมื่ออดีตกาลนานมาแล้ว แต่ตอนนี้ มันกำลังจะเกิดขึ้นรอบๆตัวฉัน ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเหอเล่ยถึงได้โหดเหี้ยม ไม่แม้แต่จะแสดงความปราณีต่อคนเมืองภูติคราส!!

พวกคนเมืองบาปมันควรจะหายไปจากโลกนี้!!

ฉันกำลังอัดแน่นเพราะความโกรธ

"หลัวปิง ทำไมเธอถึงไม่อยู่เมืองพระจันทร์เงินล่ะ?" สายตาที่เธอมองมานั้นเต็มไปด้วยความสับสน "เราได้ยินจากราฟเฟิลว่ามีอุปกรณ์ส่งสัญญาณฟังอยู่บนตัวกระสวยอวกาศหลบหนีที่มาจากเมืองพระจันทร์เงิน พวกเขาจะต้องกลับมาตามหาเธอแน่นอน…."

ฉันคลายหมัดและเริ่มหัวเราะ "ฉันถูกสงสัย หืม พวกเขาไม่เชื่อใจฉัน"

"เพราะว่าเธอเป็นคนแปลกหน้าสำหรับพวกเขา"เจ้าหญิงอาร์เซนอลพูดถึงเมืองพระจันทร์เงินอีกครั้ง ฉันเข้าใจดีถึงเหตุผลว่าทำไมซิงชวนไม่ไว้ใจฉัน สำหรับโลกที่ยืนอยู่บนกฎป่าเถื่อน ยังมีคนที่เชื่อได้อีกหรือ?

"ในสายตาของคนบนโลกใบนี้ ใครก็ตามที่เมืองพระจันทร์เงินออกแรงตามตัวกลับไปเพื่อสอบสวน คนคนนั้นจะต้องแข็งแกร่งกว่าผู้ที่อยู่บนพื้นดิน….."เจ้าหญิงอาร์เซนอลชายตามองพื้นที่รอบๆที่มีแต่ความแห้งแล้ง ไร้อนาคต มีเพียงแค่ความสิ้นหวัง

จบบทที่ LCEW เล่มที่ 1 ตอนที่ 35 - วันสิ้นโลกเมื่อมนุษย์กินกันเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว