เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LCEW เล่มที่ 1 ตอนที่ 12 - องค์ชายซิงชวน

LCEW เล่มที่ 1 ตอนที่ 12 - องค์ชายซิงชวน

LCEW เล่มที่ 1 ตอนที่ 12 - องค์ชายซิงชวน 


เล่มที่ 1 ตอนที่ 12 - องค์ชายซิงชวน

จากความสูงเหนือฟ้า ฉันมองเห็นพื้นที่อันแสนกว้างขวาง โลกอันแสนแห้งแล้งทำให้ฉันที่ตกกังวล - แผ่นดินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดินปนเปื้อน ดินช่วยขยายความหมายคำพูดที่พวกเขาพูดถึง เมล็ดพันธุ์จึงกลายเป็นสิ่งมีค่า เสื้อผ้าขาดขาด พลเมืองยาจก นักผจญรังสีและพวกเหนือมนุษย์!!

ทุกอย่างเผยให้เห็นความรกร้าง ความเสียหาย ความยากจนและสิ้นหวัง มันดูเหมือนจุดจบของโลก ผู้คนจมอยู่กับความสิ้นหวัง แต่ละคนใช้ชีวิตไปวันๆเพียงเพื่อความอยู่รอดไม่มีอะไรไปมากกว่านั้นเลย

"เหอเล่ยยังไม่อยากไปที่เมืองพระจันทร์เงิน?" ทันใดนั้นฉันก็ได้ยินเสียงนักบินพูดคุยกัน ฉันตกใจมาก เหมือนว่านักบินจะรู้ทุกอย่าง นอกจากนี้ จากคำพูดของพวกเขามันฟังดูเหมือนว่าอาซิงจะรู้จักกับเหอเล่ยมานานมากแล้ว

ฉันหันไปด้านข้างเพื่อมองอาซิง เขาเหมือนคนกําลังจะหมดแรงนอนเอนพิงเก้าอี้ เก้าอี้คล้ายวงรีบดบังใบหน้าของเขา ดังนั้นใบหน้าอมทุกข์ของเขาจึงมองเห็นได้ไม่ชัด

"อืม"อาซิงไม่ตอบอะไรมาก

"เฮ้อ เขาทำพลาด ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้ประโยชน์อะไรอีกแล้ว"นักบินหัวเราะ

"ไม่ พวกเราได้ประโยชน์ครั้งใหญ่เลย"อาซิงกล่าว เขาแสดงภาชนะสีเขียวที่ดูเหมือนหลอดทดลองในมือ มันคือเมล็ดพันธุ์ที่เหอเล่ยมอบให้เขา

เพราะเก้าอี้บดบังมุมมองของฉัน ทำให้ฉันเกือบจะมองไม่เห็นเขายิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มของเขาเย็นชาราวกับว่าตราบใดที่เขาได้เมล็ดพันธุ์ เขาก็จะไม่สนใจเจ้าของเมล็ดพันธุ์อีกต่อไป

ฉันมองเขาด้วยความตกใจ ดูเหมือนว่าเขาก็สังเกตเห็นว่าฉันกำลังจ้องมอง เขาถึงเอนตัวไปด้านหลังมากขึ้นเพื่อไม่ให้ฉันเห็นหน้า เขาวางมือวันที่เท้าแขนแล้วกดปุ่ม แท่นกลมก็ยกตัวขึ้นมาด้านหน้าของเขา ตรงกลางแท่งมีช่องว่างเป็นรูกลวง เขาใส่หลอดทดลองลงไปในรูและหลอดทดลองก็ค่อยๆหมุนหายไป จากนั้นแท่นกลมก็ยุบตัวลง

ฉันจำไม่ได้ทานตะวันไว้ในมือแน่น ด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉันเริ่มรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย ฉันควรจะเดินทางไปยังเมืองพระจันทร์เงินจริงๆหรือ? แต่ฉันก็ไม่มีที่จะไป เมืองพระจันทร์เงินมีทุกอย่างที่สามารถรักษาฉันได้ ฉันไม่มีทางเลือกอื่น

จะเกิดอะไรขึ้นถ้า…..?

ฉันควรทำอย่างไรหากพวกเขารู้ว่าฉันเป็นเด็กผู้หญิง

โลกใบนี้ปฏิบัติต่อผู้หญิงแบบใดกัน?

"องค์ชายซิงชวน ท่านต้องการพาคนผู้นี้กลับกับพวกเราจริงๆเลย?"ทันใดนั้น นักบินก็เปิดปากกล่าว แต่ครั้งนี้เขาเรียกอาซิงว่า….องค์ชาย!!

"ใช่"บทสนทนาดูไม่เป็นทางการแต่อาซิงก็แสดงท่าทีเฉยเมย

"แต่เมืองพระจันทร์เงินรับเฉพาะผู้หญิงและพวกเหนือมนุษย์เท่านั้น"

ฉันประหลาดใจมาก และเป็นไปตามที่คาด ผู้หญิงมีความสำคัญกับโลกนี้มาก!!

"เขาจะถูกขับไล่ออกมาแม้ว่าท่านจะพาเขากลับไป….."

"ข้ารู้"ทันใดนั้น อาซิงก็ตัดจบบทสนทนานักบินด้วยถ้อยคำเย็นชา ราวกับว่าเขาไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระอีกต่อไป น้ำเสียงเย็นชาของเขาเผลอเห็นศักดิ์ศรีที่ไม่ยอมให้ผู้ใดขัดคำสั่ง

นักบินไม่พูดแทรกอีกต่อไป แต่เขาหันมามองฉัน ซึ่งฉันก็ต้องมองเขาด้วยสายตาพร้อมจะมีเรื่อง มันทำให้เขาต้องหันกลับไป

"หยุด"อาซิงออกคำสั่งอย่างฉับพลัน

"ครับ องค์ชาย"นักบินไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ร่างกายของเขาดูตึงเครียด ใบหน้าเริ่มทุกตั้งแต่โทนเสียงของอาซิงเปลี่ยนไป

"หืม"อาซิงหัวเราะเยาะเย้ยหยัน "นายเป็นใครกันแน่" ขณะที่เขาถามเก้าอี้ของฉันก็หันไปหาเขาโดยอัตโนมัติ

ในขณะเดียวกันก็อดของเขาก็หันมาเผชิญหน้ากับฉัน ทั้งสองฝ่ายหันเข้าหากัน

เขานั่งไขว่ห้างแขนซ้ายพาดอกค้ำข้อศอกแขนขวาที่เท้าคาง ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นในลักษณะเย็นชา ความระแวงของฉันตื่นตัวทันทีที่ฉันมองเขา ทำไม? ทำไมเขาถึงทำให้ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย?

ฉันจ้องมองเขาด้วยความสงสัย "อะไรนะ?" ฉันรู้สึกว่าอาซิงกลายเป็นคนละคนกับที่ฉันและเหอเล่ยเคยเจอ เขาไม่ใช่คนที่อยู่กับฉันตอนเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย เขาไม่ใช่คนที่พยายามจะรักษาฉันและให้ฉันขี่คอขึ้นมาบนยานอวกาศ เขาแผ่ซ่านความอันตรายออกมาจากตัวเหมือนสิงโตตัวผู้กำลังจะขย้ำเหยื่อ

เข็มขัดนิรภัยรัดตัวฉันที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้แน่นขึ้นจนฉันหนีไม่ได้!!

ฉันคือคนที่เดินเข้ามาในคุกแห่งนี้ด้วยความเต็มใจ!!

อาซิง ไม่สิ ตามที่นักบินบอกเขาก็คือองค์ชายซิงชวน น้ำเสียงที่ไม่พึงพอใจของเขาทำให้นักบินถึงกับเป็นกังวล เขาแสดงรอยยิ้มเย็นยะเยือก ลุกขึ้นยืนตรงหน้าฉันและก้มหน้าจ้องมองฉันพร้อมคิ้วขมวด จากนั้นก็งอตัวใช้มือทั้งสองข้างวางลงบนที่วางแขนเก้าอี้ของฉัน ใบหน้าที่หล่อเหลาป่นทุกข์อยู่ตรงหน้าฉันแล้ว ดวงตาของเขาส่องประกายแสงแวววาวสีม่วง

ฉันได้ตัวเองตัวไปข้างหลัง เพราะร่างกายถูกมัดติดกับเก้าอี้ทำให้ฉันไม่สามารถถอยหลังได้ เขาพูดข้างๆหูว่า "ทุกๆปี จะมีคนมากมายสละเวลาเพื่อที่จะได้ขึ้นมาบนเมืองพระจันทร์เงินไม้จะเข้าถึงข้อมูลสำคัญ หืม"เขาหัวเราะเยาะเย้ยหยัน แสยะยิ้มอย่างดูถูก "หลายต่อหลายคนเสแสร้งทำเป็นบาดเจ็บ และเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากเมืองพระจันทร์เงิน"

ฉันจ้องมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ "นายคิดว่าผมตั้งใจจะบาดเจ็บหรือ!?"

"แล้วไม่ใช่หรือไง?"เขาเดินถอยหลังและกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง รอยยิ้มที่ยิ้มมาหนาวเหน็บกัดกินไปถึงจิตใจ "นายสวมใส่วัสดุที่มันเก่ามาก และตอนนี้มันก็ไม่มีวัตถุดิบเหลือที่จะสร้างมันอีกแล้ว"

ฉันต้องมองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง สิ่งที่ฉันสวมใส่อยู่…….กลายเป็นวัตถุโบราณ!?

"ทั้งพรสวรรค์ของนาย กระบวนการความคิดของนาย ความใจเย็น และแผนการของนายแสดงให้เห็นแล้วว่านายไม่ใช่คนธรรมดา หืม…."เขาลูบคาง เสแสร้งทำเป็นคิดลึก "แต่นายก็ดูไม่เหมือนคนของราชาชูร่า หึ คนในเมืองภูติคราสสกปรกโสโครก พวกมันล้วนน่ารังเกียจ" เขาส่ายหน้า เหตุผลที่เขากลับเหอเล่ยเกลียดคนของเมืองภูติคราสแตกต่างกัน อาซิงเกลียดคนในเมืองภูติคราสเพราะผู้คนในเมืองนั้นน่ารังเกียจ

เขาเลิกขมวดคิ้วแล้วมองกลับมาที่ฉัน "แต่ตัวนายสะอาดมากและ….." เขาหรี่ตาและกล่าวต่อไปว่า "ตัวนายมีกลิ่นหอม "

ฉันหน้าแดงทันที คำพูดของเขาเหมือนกำลังจีบฉันอยู่!! โชคดีที่ใบหน้าของฉันเต็มไปด้วยคราบสกปรก เขาจึงมองไม่เห็นหน้าแดงก่ำของฉัน

เขาเริ่มจ้องมองใบหน้าฉันอย่างจริงจัง ฉันพยายามสงบสติหายใจสม่ำเสมอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาเขา

"พูดมา นายเป็นใคร? นายมีจุดประสงค์อะไร?"สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็นเย็นชา

สายตาของเขาจ้องมองเขาด้วยความไม่เชื่อและตกใจ ผู้ชายคนนี้ทำไมความคิดเปลี่ยนไปไวมาก? ก่อนหน้านี้เขาแสดงทีท่ากังวลบาดแผลของฉัน แม้กระทั่งตอนที่ฉันเดินเท้าเปล่า แต่ตอนนี้เขากำลังตั้งคำถามกับฉัน!?

จบบทที่ LCEW เล่มที่ 1 ตอนที่ 12 - องค์ชายซิงชวน

คัดลอกลิงก์แล้ว