เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 189: หลงทาง (2)

ตอนที่ 189: หลงทาง (2)

ตอนที่ 189: หลงทาง (2)


ที่จริงแล้วแองเจเล่ไม่ได้ห่วงเรื่องสายเลือดของเอลฟ์ไม้ เขาต้องการทราบว่าการผสานของสองสายเลือดจะสร้างความเสียหายต่อยีนของเขาอย่างถาวรหรือไม่ นอกจากนี้ถ้ายีนของเขาได้รับความเสียหายสายพันธุกรรมของเขาอาจจะถูกทำลายจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้ายแรง ถ้ามันเกิดขึ้นเขาก็จะไม่สามารถฟื้นตัวจากความเสียหายได้ในฐานะที่เป็นพ่อมดขั้นแก๊ส มีเพียงวิธีเดียวที่จะรักษายีนที่เสียหายก็คือการเปลี่ยนร่างกายกายภาพของเขาเป็นพลังงานบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้สามารถทำได้เพียงพ่อมดขั้นของเหลวเท่านั้น

'ซีโร่พยายามหยุดสายเลือดทั้งสองจากการผสานกัน แทรกรังสีเข้าไปในอนุภาคพลังงานจากสายเลือดฮาร์ปี้ยักษ์ พลังงานรังสีอาจช่วยได้' แองเจเล่สั่งชิป

'ข้าต้องหาหนทางในการขับเลือดฮาร์ปี้ออกจากร่างของข้า' แองเจเล่เริ่มคิดขณะที่ขมวดคิ้ว 'มันมีเทคนิคหนึ่งที่ข้าอ่านในหนังสือ ข้าอาจจะเอารากของตราออกจากระบบประสาทของข้าโดยการทำศัลยกรรมมือของข้า.....แต่ข้าต้องการข้อมูลเพิ่ม....'

อย่างไรก็ตามการทดลองทางชีววิทยาเป็นสิ่งต้องห้ามในดินแดนของพ่อมดแสงและการทำมันบนร่างกายมนุษย์ที่มีชีวิตแทบจะเป็นไปไม่ได้ องค์กรขนาดใหญ่สวนใหญ่ยังมีห้องทดลองลับที่เคยใช้ในการผ่าตัดนี้แต่ไม่มีใครเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดลองที่เกี่ยวข้องกับการศัลยกรรมมนุษย์ที่มีชีวิตรวมถึงกึ่งมนุษย์ พวกเขาจะพิจารณาว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายของพ่อมดแสง มีเพียงพ่อมดมืดที่พยายามจับสิ่งมีชีวิตในดินแดนของตนเอง อย่างไรก็ตามถ้าพวกเขาเข้าไปใกล้ดินแดนของพ่อมดแสงพวกเขาก็จะถูกตามล่า

ชิปเริ่มดูดซับอนุภาคพลังงานแห่งความตายเชิงลบจากร่างกายของแองเจเล่และจะใช้มันบนรากของตราในภายหลัง

มีอนุภาคพลังงานหลายประเภทที่เก็บอยู่ในร่างกายของแองเจเล่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอนุภาคพลังงานลมและไฟ สนามพลังของเขาจากคาถาพิเศษได้รับการสนับสนุนโดยอนุภาคพลังงานสองประเภทนี้ อนุภาคพลังงานแห่งความตายจะทำความเสียหายอวัยวะของเขาเมื่อเวลาผ่านไปดังนั้นเขาจึงเก็บไว้ในจำนวนขั้นต่ำในร่างกายของเขา

มันดูเหมือนว่าจำนวนของอนุภาคพลังงานแห่งความตายที่ชิปต้องการมันมากกว่าที่เขามี แองเจเล่ทำสมาธิและพยายามดูดอนุภาคพลังแห่งความตายเพิ่มจากสภาพแวดล้อม

หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงเขาก็ลืมตา

'มันคืออนุภาคพลังงานแห่งความตาย 30 หน่วย......มันควรจะพอสำหรับสิบวัน น่าเศร้าที่ข้าไม่มีพลังงานเก็บไว้ในชิปเมื่อมันพยายามหยุดอนุภาคพลังงานที่รุกราน ตอนนี้ไม่มีคาถาลูกไฟเล็กแบบใช้ทันที สิ่งที่ดีคือข้ายังมีระเบิดหัวใจเหลืออยู่'

หลังจากต่อสู้ในซากปรักหักพังแองเจเล่สังเกตว่าเขาพึ่งพาอุปกรณ์เวทมนต์มากเกินไปและเขาแทบจะไม่สามารถร่ายคาถาใดๆได้ระหว่างการต่อสู้ที่รุนแรง ระเบิดหัวใจและตรามีข้อจำกัดดังนั้นเขาจึงต้องใช้อย่างชาญฉลาด

ตราต้องเปิดใช้งานซึ่งมันจะใช้เวลาประมาณหนึ่งวินาที ฝ่ายตรงข้ามของเขาอาจจะใช้ช่วงเวลานี้เพื่อตอบโต้

ส่วนระเบิดหัวใจฝ่ายตรงข้ามของเขาจะตระหนักได้ว่าเขาจะใช้ระเบิดแล้วพวกเขาก็จะหลบการโจมตีอย่างง่ายดายโดยการเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ของพวกเขา เคอร์แมนได้ประเมินพลังระเบิดของแองเจเล่ต่ำเกินไปคิดว่าค่าสถานะที่สูงของเขาสามารถลดความเสียหายให้น้อยที่สุดได้

ระเบิดหัวใจปกติมีพลังงานเพียง 20-30 หน่วยและจะไม่เกิดความเสียหายใดๆกับร่างกายของเคอร์แมน เขาอาจจะรู้สึกเจ็บไม่กี่วินาทีแต่ความอึดที่สูงของเขาจะช่วยเขาฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามระเบิดหัวใจที่แองเจเล่ระเบิดมีพลังมากกว่า 50 หน่วย เคอร์แมนใช้พลังงานต้องสาปที่เก็บไว้ในใบดาบเพื่อป้องกันการระเบิดแต่ค่าสถานะของเขาก็ลดลงอย่างมาก เขาหลบระเบิดลูกต่อไปไม่พ้นและตายในการโจมตีครั้งสุดท้ายของแองเจเล่

แองเจเล่รู้ว่าแผนเช่นนี้อาจจะได้ผลเพียงพ่อมดต่อสู้ระยะใกล้แบบเคอร์แมน พ่อมืดที่รู้วิธีต่อสู้ระยะไกลสามารถทำลายเขาได้อย่างง่ายดายและพวกเขาอาจจะมีวิธีหลายวิธีในการรับมือระเบิดมากกว่าเคอร์แมน

นอกจากนี้เขายังรู้ด้วยว่ามีพ่อมดที่แข็งแกร่งที่เชี่ยวชาญคาถาป้องกันที่มีชื่อว่าคาถาสะท้อนกลับ แองเจเล่สามารถควบคุมได้เพียงสถานที่ที่เขาจะระเบิด ดังนั้นหากระเบิดสะท้อนกลับมาเขาก็จะได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

การต่อสู้กับพ่อมดแสงทั่วไปอาจจะช่วยแต่ในโลกพ่อมดมืดแองเจเล่ต้องหาหนทางเสริมสร้างทักษะการต่อสู้ของเขา พ่อมดที่เก่งหลายอย่างจะช่วยทำให้มีโอกาสรอดในการต่อสู้มากขึ้น ฝ่ายตรงข้ามจะไม่รู้ว่าการโจมตีต่อไปจะมาจากไหน

นอกจากนี้สำหรับพ่อมดที่อยู่ขั้นเดียวกันพวกเขาต้องระมัดระวังกับทางเลือกที่เขาจะทำระหว่างการต่อสู้แต่เมื่อพ่อมดขั้นคริสตัลพยายามฆ่าพ่อมดขั้นแก๊สมันก็เป็นเรื่องง่าย พวกเขาเพียงแค่กดดันพ่อมดขั้นต่ำกว่าด้วยคลื่นพลังจิตที่รุนแรงของพวกเขา พ่อมดขั้นแก๊สต้องฝืนใช้สนามพลังเพื่อร่ายคาถาภายใต้สถานการณ์เช่นนี้

***************************************

เรือได้ผ่านหมอกมาสามวันแต่ไม่มีเมลิสซ่าชี้ทิศทางให้พวกเขามันก็เป็นเรื่องยากที่จะพบเส้นทางที่ถูกต้องไปยังแผ่นดิน มีน้ำและอาหารเพียงพอบนเรือแต่แองเจเล่ยังไม่มีเงื่อนงำว่าพวกเขาจะต้องมุ่งหน้าไปทางไหน

มันเป็นช่วงเช้าและท้องฟ้าก็ยังมืด

แองเจเล่ตื่นขึ้นมาและออกจากห้อง เขาเริ่มสแกนหาดินแดนใกล้ๆโดยใช้ชิปบนดาดฟ้า เขาทำแบบนี้มาหลายวัน

ผู้ติดตามสองคนได้ฟื้นฟูแล้ว พวกเขาสวมชุดเกราะหนังและอิซาเบลคุยกับพวกเขาเสียงเบา

มันดูเหมือนอิซาเบลถามคำถามพวกเขาเรื่องอะไรบางอย่าง

แองเจเล่เดินไปทางทั้งสามคนอย่างช้าๆ

"เกิดอะไรขึ้น มีข่าวอะไรไหม" เขาถาม

อิซาเบลได้ยินคำพูดของแองเจเล่และพยักหน้า "ข้าได้ถามภูมิหลังของอินเฟ้นแต่เขาจ้างผู้ชายคนนี้มาจากพ่อมดคนอื่นและชายคนนี้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับภูมิหลังของเขา"

แองเจเล่ย่นคิ้ว เขาหันไปที่แกรนด์อัศวินทั้งสองคนด้านข้าง

ชายคนหน้ามีสีหน้าเคร่งเครียด ผมและดวงตาของเขาเป็นสีดำ

ชายคนข้างหลังมีผมยุ่งสีขาว เขาดูแก่และมีเคราแพะที่คางของเขา

"ท่านกรีน ชื่อของข้าคือกิลและข้าถูกจ้างโดยท่านอินเฟ้น ข้าเป็นผู้ติดตามของพ่อมดเกรซ" ชายชราพูดอย่างสุภาพ

ชายคนข้างหน้าก้มหน้าลงและแนะนำตัวเองด้วยเช่นกัน "ท่านกรีน ชื่อของข้าคือริเวล ข้าเป็นผู้ติดตามของท่านอิซาเบล"

"ไปพักผ่อนเถอะ เรามีเรื่องที่จะคุยกัน"

แกรนด์อัศวินทั้งสองวางกำปั้นมือขวาไว้เหนือหน้าอกซ้ายและโค้งให้พ่อมดทั้งสอง นี่เป็นวิธีที่พวกเขาแสดงความเคารพและความจริงใจต่อคนที่เขารับใช้

"ข้าจะพยายามจับปลา เสบียงอาหารของเรากำลังน้อยลง" กิลพูดเสียงเบา

"ไปเถอะ" อิซาเบลพยักหน้า

แองเจเล่เดินไปหาอิซาเบลและวางมือไว้บนราวหลังจากที่ผู้ติดตามสองคนจากไป

ทะเลดูมืดภายใต้ท้องฟ้าสีเทา เขาสงสัยว่าพายุกำลังจะมา

"ข้าไม่รู้ว่าเราจะใช้เวลาบนเรือนานแค่ไหน" อิซาเบลพูดอย่างใจเย็น เสียงของเธอเบา ฟังดูเหมือนว่าเธอกำลังพูดกับตัวเอง "ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าภารกิจนี้จะอันตรายมาก ข้าเคยอ่านเรื่องคำสาปของแกนแห่งกาลเวลา ข่าวลือมันฟังดูน่ากลัวแต่ข้าไม่ได้จริงจังกับมัน ข้าคิดว่าข้าสามารถเข้าไปซากปรักหักพังและหาสิ่งที่ข้าต้องการ...."

"ซากปรักหักพังทั้งหมดอันตรายเช่นนี้ไหม......มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่....." แองเจเล่พึมพำ "มันเป็นครั้งที่สองที่ข้าสำรวจสถานที่ลึกลับเช่นนี้และครั้งที่แล้ว......มันก็ไม่ได้จบดีเช่นกัน ข้าเกือบตาย"

"ไม่ใช่ทั้งหมดแต่มันมีโอกาสสูง สิ่งที่ดึงดูดพ่อมดเป็นสมบัติและวัสดุหายากที่ทิ้งไว้ในซากปรักหักพังโบราณ ถ้าการสำรวจประสบความสำเร็จรางวัลก็ไม่น่าเชื่อ ข้าควรจะทำวิจัยเพิ่มเรื่องซากปรักหักพังแต่เมื่อข้าไม่พบทรัพยากรที่ข้าต้องการที่อื่น ข้าต้องหาโอกาส" อิซาเบลตอบเสียงเบา

"มันค่อนข้างน่าสนใจ" แองเจเล่ยิ้ม "ครั้งที่แล้วข้ารอดชีวิตพร้อมกับแม่มดฝึกหัดและครั้งนี้มันก็เป็นแม่มด"

"และผู้ติดตามสองคน พวกเขารอดจากภารกิจด้วยเช่นกัน" อิซาเบลขบริมฝีปาก "เจ้ามาจากไหน"

"อีกด้านของทะเลอัญมณี" แองเจเล่ไม่ได้ซ่อนอะไร "ข้าใช้เวลามากกว่าสิบปีที่นั่นกับพ่อของข้า.....ข้าเป็นเด็กนิสัยเสีย"

"อย่างน้อยวัยเด็กของเจ้าก็ดีกว่าของข้า" อิซาเบลถอนหายใจ เธอไม่ได้ไร้อารมณ์อีกต่อไป "ข้าต้องเรียนรู้ความรู้พื้นฐานทุกประเภท ข้าต้องทำสมาธิ เรียน เรียนการเต้นและร้องเพลงทุกวัน ข้าไม่มีเวลาว่างเลย แม่บอกข้าว่าข้าเป็นเป็นเพียงความหวังเดียวของพวกเขาหลังจากที่พวกเขาตระหนักได้ว่าข้ามีพรสวรรค์......มีเพียงสิ่งเดียวที่เธอต้องการคือตำแหน่งสูงในตระกูล"

"เพื่อนของเจ้าอยู่ที่ไหน" แองเจเล่ส่ายหัว เขาเข้าใจได้ว่าชีวิตของเธอน่าผิดหวังแค่ไหน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอดูเครื่องกลไร้อารมณ์เมื่อพบกันครั้งแรก

"ข้าไม่มีเพื่อน ข้าจะเป็นแม่มดในอนาคตจึงไม่มีใครอยากเข้าใกล้ข้า แม้ว่าพวกเขาจะเข้าใกล้ข้าแม่ของข้าก็จะไม่ปล่อยให้ข้าพูดกับพวกเขา เด็กๆที่มีพรสวรรค์จะเรียนรู้ด้วยกันแต่มีเพียงสิงเดียวที่เราทำคือการเรียน เราไม่มีเวลาพูดคุยกันเลย" อิซาเบลดูเศร้าเล็กน้อย

"เจ้ารู้อะไรไหม มันเป็นครั้งแรกที่ข้าออกจากปราสาทของข้า....เชื่อหรือไม่ว่าข้าอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี...." เธอมองไปที่ท้องฟ้า แองเจเล่ไม่แน่ใจว่าเธอกำลังคิดอะไร

เขาไม่รู้วิธีที่จะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่าการอยู่สถานที่เดียวเป็นเวลามากกว่าหนึ่งร้อยปีจะรู้สึกอย่างไร

อิซาเบลมองที่แองเจเล่ "ข้าเป็นความหวังของแม่ข้าและข้ากลายเป็นสิ่งที่เธอต้องการให้ข้าเป็น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าทำถูกสอดส่องดูแลโดยสาวใช้และคนรับใช้ พวกเขาเฝ้าดูข้ากิน นอนและทำการบ้าน พวกเขาไม่ปล่อยให้ข้าหายใจ แม่ของข้าได้บันทึกชีวิตประจำวันของข้าและพวกเขาตรวจสอบสภาพร่างกายของข้าทุกๆสัปดาห์ พวกเขาต้องการทำให้แน่ใจว่าข้าไม่ได้ป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ"

"เจ้าได้อะไรจากมัน" แองเจเล่รู้สึกพูดไม่ออก

"......อย่างน้อยข้าก็สุขภาพดี" อิซาเบลยิ้ม แองเจเล่ไม่เคยเห็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และสวยงามแบบนี้มาก่อน

เขายังเงียบ

อิซาเบลพูดต่อ "ข้าเหนื่อย ฮ่าฮ่า รอยยิ้มของข้าแปลกไหม แม่ของข้าตำหนิข้าตอนที่กำลังยิ้มเมื่อข้ามีความสุขกับสิ่งที่ข้าประสบความสำเร็จในอาชีพแม่มดของข้าและหลังจากนั้นข้าก็แทบจะไม่ได้ยิ้ม อย่างไรก็ตามตอนนี้เธอกำลังบอกให้ข้าหาเพื่อนด้วยเหตุผลบางอย่างและนั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ข้าออกจากปราสาท"

เธอมองไปรอบๆและส่ายหัว "ทำไมเจ้าไม่พูดอะไร ข้าพูดมากเกินไปหรือ ข้าไม่รู้ว่าทำไมแต่ข้าอยากจะบอกเรื่องชีวิตของข้ากับเจ้า"

"ไม่ต้องกังวล มันเป็นสิ่งที่ดีที่เจ้าจะพูด" แองเจเล่ยิ้ม "ข้าคิดว่าเจ้าไม่เคยยิ้มในครั้งแรกที่ข้าเห็นเจ้า บางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ดี"

อิซาเบลพยักหน้าเล็กน้อย "เจ้าพูดถูก..." เธอหยุดยิ้มและการแสดงออกของเธอก็หายไปอีกครั้ง

"อืมมม.....รับนี่ไป" ทันใดนั้นเธอก็เอาอะไรบางอย่างออกมาจากถุงกระเป๋าและวางบนฝ่ามือของแองเจเล่

"ข้าสันนิษฐานว่าตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหม" เธอถามด้วยเสียงกระซิบ

"แน่นอน เจ้าเป็นเพื่อนของข้า" แองเจเล่หัวเราะเบาๆ

"ขอบคุณ" อิซาเบลพยักหน้าอีกครั้ง สายตาของเธอดูมีความสุข

แองเจเล่เฝ้ามองเธอกลับไปที่ห้องโดยสารของเธอและเขาก็ตรวจสอบของที่เขาเพิ่งได้รับ มันเป็นแหวนเงินที่ไม่มีลวดลายใดๆแต่เขารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานที่รุนแรงถูกปลดปล่อยออกมาจากแหวน

"ของจริงหรือ ของคุณภาพสูงเช่นนี้.....คลื่นพลังงานของมันส่งผลต่อข้าจริงๆ...." แองเจเล่ไม่ได้คาดหวังว่าอิซาเบลจะมอบของขวัญที่หายากให้เขาเป็นของขวัญ อุปกรณ์เวทมนต์ระดับต่ำไม่ได้ปลดปล่อยคลื่นพลังงานและแม้ว่ามันจะปล่อยออกมามันก็จะไม่ส่งผลต่อพ่อมด แหวนที่อิซาเบลมอบให้แองเจเล่จะต้องหายากและมีผลพิเศษบางอย่าง

มันดูเหมือนว่าอิซาเบลรู้ว่าจะจัดการกับคนแปลกหน้าและผู้ติดตามของเธออย่างไร เธอไม่รู้ว่าเพื่อนคืออะไรแต่เธอดูมีความสุขเมื่อแองเจเล่บอกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกัน

บางทีอิซาเบลอาจจะพยายามที่จะรักษามิตรภาพกับแองเจเล่โดยการมอบของขวัญให้เขาเป็นอุปกรณ์เวทมนต์ที่หายากนี้

จบบทที่ ตอนที่ 189: หลงทาง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว