เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 186: หลบหนี (1)

ตอนที่ 186: หลบหนี (1)

ตอนที่ 186: หลบหนี (1)


ท้องฟ้าเหนือเกาะปกคลุมไปด้วยเมฆสีเข้ม อากาศเปลี่ยนแปลงไป

บนหน้าผาสูงชัน

มีนาฬิกาแดดสีเทาที่มีทางเข้าโปร่งแสงสามทางที่ดูเหมือนว่าจะหายไปได้ตลอดเวลา

ทันใดนั้นก็มีมือจับขอบทางเข้าหนึ่ง

มีคนสองคนกระโดดออกมาจากอุโมงค์พร้อมกัน

คนที่กำลังยืนข้างหน้าเป็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาล ผมของเขายุ่งจากเหงื่อและมันก็ติดหน้าผาก ชายหนุ่มมีดวงตาคมสีน้ำเงินและชุดคลุมที่สวมดูใหญ่กว่าตัวเขา

มีผู้หญิงสวมชุดคลุมสีขาวตามหลังชายหนุ่ม ผมสีดำยาวของเธอยาวถึงไหล่และมีรอยหลายรอยบนใบหน้าสวยๆของเธอ

ในที่สุดแองเจเล่และอิซาเบลก็ออกจากอุโมงค์หลังจากที่วิ่งอย่างบ้าคลั่งหลายนาที

"อย่าหยุด! เรือของเราควรจะปลอดภัย ข้าได้ทิ้งคนเพื่อคุ้มกันที่นั่น เราต้องออกจากเกาะนี้!" อิซาเบลตะโกน เธอดูกระวนกระวายขณะที่เธอวิ่งไปที่บันไดยาวทางขึ้นภูเขา

แองเจเล่พยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร เขามองไปที่อุโมงค์เป็นครั้งสุดท้ายและตามอิซาเบล

ทางเข้าทั้งสามค่อยๆหายไปจากนาฬิกาแดดและทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับสู่สภาพเดิม

โนมอนของนาฬิกาแดดเปลี่ยนเป็นสีขาวหลังจากผ่านไปหลายวินาที

ซูมมม

ลำแสงสีขาวยิงจากปลายของโนมอนยาวขึ้นสู่ท้องฟ้า

สายสีขาวเชื่อมต่อหน้าผากับท้องฟ้า

แองเจเล่สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับนาฬิกาแดดและเร่งฝีเท้าของเขา

ทั้งสองยังคงวิ่งลงเนินเขา พวกเขาหันไปมาหลายครั้งเพื่อหาทางลัด

สิบนาทีต่อมาพวกเขาก็กลับไปที่ชายหาดที่เรือเข้าเทียบท่า

"เป็นไปไม่ได้! เรืออยู่ที่ไหน"

อิซาเบลจ้องไปที่ชายหาดที่ว่างเปล่า เธอดูตกใจ

ราวกับว่าเรือได้นำทีมมาและหายไปอย่างสมบูรณ์โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้บนผิวของทะเล

คลื่นสีน้ำเงินได้โดนชายหาดสีเหลืองเป็นครั้งคราวแต่นอกเหนือจากนั้นสถานที่นี้ก็เงียบ

น้ำจากทะเลล้อมรอบช่องว่างของแนวปะการัง

"เรืออยู่ที่ไหน!"

อิซาเบลเริ่มตื่นตระหนก เธอวิ่งไปที่ทะเลและวนไปรอบๆบริเวณที่เรือทอดสมอแต่ไม่พบอะไร

"บัดซบ"

การแสดงออกของแองเจเล่เริ่มเคร่งเครียด

พวกเขาเดาว่าที่เรือหายไปเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นในซากปรักหักพัง ถ้าภาพลวงตาพ่อมดสีน้ำเงินทำลายเรือมันก็จะเป็นปัญหาใหญ่

แองเจเล่หยุดที่ขอบของชายหาดและเริ่มตรวจสอบสภาพแวดล้อม

"มีวิธีที่เจ้าจะติดต่อกับคนบนเรือไหม" เขาถามขณะที่หันหน้าไปทางเธอ

อิซาเบลหายใจเข้าลึกๆและสงบลง เธอดูแตกต่างออกไป ใบหน้าของเธอไร้อารมณ์ใดๆ เธอรีบเอาลูกสีทองขนาดเล็กออกมาจากถุงกระเป๋าหลังจากที่ฟังคำพูดของแองเจเล่

เคร๊ง (หลงแคร๊งไปตั้งหลายตอน หลอน)

มีเข็มสีดำหลายเล่มออกมาจากผิวของลูกบอล

อิซาเบลหยิบขึ้นมาเข็มหนึ่งและบิดมัน

ฟิ้ว

ลูกสีทองหายไปจากฝ่ามือของเธอพุ่งเป็นเส้นสีทองบินขึ้นไปในอากาศ

เข็มได้ทะยานขึ้นไปในอากาศและบินไปในทิศทางต่างๆจากนั้นเข็มก็หายไปทั้งหมดหลังจากผ่านไปหลายวินาที

"ฮาร์-ริม-ลาส!" อิซาเบลร่ายคาถาเสียงดัง คำที่เธอพูดหมายถึง 'แม่แห่งแสง' ในภาษาแอนแมค

พวกเขารออยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งพวกเขาเห็นเส้นสีทองมาจากทางซ้าย

"ทางนั้น!" อิซาเบลตะโกนและเริ่มวิ่ง

แองเจเล่พยักหน้าและตามเธอ

ทั้งสองวิ่งไปตามแนวชายฝั่งและพบเรือใต้หน้าผาหินหลังจากผ่านไปประมาณสิบนาที

เรือสีดำขนาดเล็กติดอยู่ระหว่างแนวปะการังและมีสายสีทองอยู่บนเรือ

สายลมและคลื่นเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ

เมฆในท้องฟ้าเริ่มหนาขึ้นและปิดกั้นแสงแดดอย่างสมบูรณ์ มันเป็นเวลาเที่ยงวันแต่มันดูเหมือนตอนเย็น

แองเจเล่และอิซาเบลก้าวเข้าไปในน้ำและวิ่งไปที่เรือ

อิซาเบลลูบแหวนสีขาวที่เธอมีและมีวงเวทสีขาวปรากฏภายใต้ฝ่าเท้าของเธอ วงเวทค่อยๆยกเธอขึ้นและเธอก็กระโดดขึ้นไปบนดาดฟ้าอย่างง่ายดายหลังจากผ่านไปหลายวินาที

แองเจเล่ชี้ไปที่เรือและมีสายโลหะเงินยาวออกจากปลายนิ้วของเขาไปปักที่ราว เขาดึงสายและกระโดดขึ้นราวแล้วปีนขึ้นไปบนดาดฟ้า

ตัวเรือนั้นเงียบ เขามองไม่เห็นใครรอบๆ

อิซาเบลเดินตรงไปยังห้องโดยสารหลังจากที่ก้าวขึ้นมาบนดาดฟ้า

หลังจากผ่านไปหลายนาทีเธอก็ลากชายสองคนออกมา

ทั้งสองสวมชุดเกราะหนังสีแดงเข้มและทั้งสองคนหมดสติ แองเจเล่เห็นอาวุธในมือของพวกเขา มีเลือดหยดลงจากใบดาบ

"หนึ่งในนี้เป็นผู้ติดตามของอินเฟ้นและพวกเขาทั้งคู่ถูกโจมตีด้วยภาพลวงตา ภาพลวงตาทำให้พวกเขาคิดว่าทั้งสองคนเป็นศัตรูกัน คำสาปมันแข็งแกร่งเกินไป เราต้องไป" อิซาเบลพูดอย่างใจเย็น เธอหายใจเข้าลึกๆอีกครั้งและพยายามคิดแผนว่าจะทำอะไรต่อ

"ไม่ต้องกังวล ข้าเชื่อว่าคำสาปมีผลต่อเป้าหมายที่เป็นกลุ่ม นอกจากนี้ข้ายังมีวิธีพิเศษในการจัดการกับมัน"

แองเจเล่ได้ทดสอบพลังของตรามาแล้วหลายครั้งและมั่นใจว่าเขาสามารถช่วยผู้คนรอบๆเขาได้

"ข้ารู้ว่าเจ้าอาจจะยกเลิกคำสาปให้ข้าได้ชั่วคราว แต่สิ่งนี้มันซับซ้อนกว่าที่เจ้าคิด" อิซาเบลพูดเสียงเบา

"ดูนี่สิ"

เธอโยกหัวไปทางซ้ายและดึงปกคอขวาเผยให้เห็นไหล่ขาวๆของเธอ

แองเจเล่เห็นลวดลายสีดำรูปนาฬิกาแดดบนไหล่ของอิซาเบลซึ่งดูคล้ายรอยสัก

"ลวดลายนี้หมายความว่าคำสาปยังไม่ได้ถูกยกเลิกและนี่เป็นเพียงหนึ่งในลวดลายที่ปรากฏบนร่างกายของข้า" อิซาเบลส่ายหัว "เราต้องขับเรือไปยังตำแหน่งเดิมและรอกลุ่มของเมลิสซ่า ถ้าพวกเขาไม่กลับมาภายในครึ่งชั่วโมงเราก็จะต้องไป"

แองเจเล่ตกใจเล็กน้อยหลังจากที่เห็นลวดลาย เขาขยับมือซ้ายเล็กน้อย มันดูเหมือนว่าตราสามารถยกเลิกคำสาปได้อย่างสมบูรณ์ให้กับเจ้าของเท่านั้น

เลือดจากฮาร์ปี้โบราณได้ผล พวกมันเป็นผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมภาพลวงตาและพวกมันสามารถต่อต้านคาถาภาพลวงตาส่วนใหญ่ได้

แองเจเล่ได้ยินเสียงคนกรีดร้องเมื่อเขากำลังจะพูด

"มันเป็นเมลิสซ่า!" อิซาเบลตะโกน เธอเงยหน้าขึ้นและมองไปที่ท้องฟ้า "โอ้! พระเจ้า!"

เธอปิดปากด้วยมือขวา มันดูเหมือนว่าเธอไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แองเจเล่ได้ยินคำพูดของอิซาเบลและรีบเงยหน้าขึ้นไปตรวจสอบสถานการณ์

เหนือภูเขาสีดำมีแผ่นสีเงินโปร่งใสขนาดมโหฬารหมุนอย่างช้าๆและมีเงาเบลอสีขาวลอยอยู่ตรงกลางของแผ่น มันเป็นเมลิสซ่า แขนของเธอเปิดกว้างและมีรากเรืองแสงสีขาวนับไม่ถ้วนออกมาจากด้านหลังของเธอ รากเหล่านั้นปีนขึ้นไปที่ขอบของแผ่นสีขาวและอนุภาคพลังงานสีขาวก็ถูกฉีดเข้าไปในแผ่นโปร่งใส

"นั่นคือ.....กวาดล้างขั้นสุดท้าย....." อิซาเบลพึมพำ "มันเป็นคาถาชำระล้างที่แข็งแกร่งที่สุดที่เมลิสซ่ารู้และนอกจากนี้.....มันยังเป็นคาถาสุดท้ายที่เธอจะใช้...."

แองเจเล่ขมวดคิ้ว เขารู้สึกถึงการปรากฏตัวของอนุภาคพลังงานมากมาย พวกมันกำลังหมุนเหมือนสายลมที่กำลังจะพัดอนุภาคพลังงานเชิงลบออกจากร่างกายของเขา

แผ่นเงินค่อยๆหมุนช้าลงและมีรูนสีขาวที่แตกต่างกันมากกว่าหมื่นกะพริบอยู่

"ข้าควรจะทำความสะอาดเกาะนี้ด้วยพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุด" เสียงของเมลิสซ่าดังก้องในท้องฟ้า

แสงสว่างจากแผ่นได้ทำให้เกาะทั้งเกาะสว่างขึ้น แสงนั้นอ่อนโยน แม้แต่เมฆสีเข้มตอนนี้ก็ดูขาว คลื่นแผ่กระจายผ่านอากาศและเปลี่ยนการไหลเวียนของอากาศรอบเกาะ

สายลมที่มาจากจานทำให้ทุกๆมุมของเกาะอุ่นขึ้น แองเจเล่รู้สึกผ่อนคลายและความคิดของเขาก็สงบลง

มันเป็นคาถาที่มีขนาดใหญ่และคาถาเช่นนี้มักจะถูกร่ายระหว่างสงคราม ความเสียหายต่อเป้าหมายมักจะต่ำแต่ระยะของมันก็กว้างอย่างไม่น่าเชื่อ

โฮกกกก

ทันใดนั้นก็มีปากขนาดยักษ์ปรากฏและกัดแผ่นใส สิ่งมีชีวิตนี้เหวี่ยงหัวและกลืนไปทั้งหมด

เสียงที่เกิดขึ้นในขณะที่กลืนมันดังเหมือนฟ้าผ่าพื้นดิน

เมลิสซ่าถูกกลืนไปพร้อมกับแผ่นใสก่อนที่เธอจะตอบสนอง

งูทะเลสีน้ำเงินเรืองแสงได้ปรากฏขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง มันมีหูที่คล้ายปีกค้างคาวและมีลำแสงออกมาจากดวงตาของมัน มันเกือบจะเหมือนกับลูกตาถูกแทนที่ด้วยเปลวไฟที่กำลังเผาไหม้

แองเจเล่และอิซาเบลไม่เข้าใจว่ามันเพิ่งเกิดอะไรขึ้น

หลังจากผ่านไปหลายวินาทีแองเจเล่ก็ตะโกน

"หนี!"

อิซาเบลตื่นขึ้นด้วยเสียงของแองเจเล่และพวกเขาก็รีบออกเรือ

แองเจเล่ไปควบคุมหางเสือขณะที่อิซาเบลหยิบถุงกระเป๋าสีเหลืองออกมาและเทอะไรบางอย่างในอากาศ ฝุ่นสีเขียวได้กระจายไปบนใบเรือหลักและกลายเป็นพายุทอร์นาโดขนาดเล็ก

เรือส่ายหลายครั้งและเคลื่อนที่ผ่านแนวปะการัง มันเริ่มไปด้านตรงข้ามของเกาะอย่างรวดเร็ว

ฟู่

มีวงกลมแสงสีเขียวปรากฏขึ้นเหนือเรือและแผ่กระจายไปทั่วตัวเรืออย่างรวดเร็ว

ความเร็วของเรือเพิ่มขึ้นอย่างมาก มันกำลังเคลื่อนที่ออกจากเกาะเหมือนลูกธนูออกจากสายธนู

งูยาวมากกว่าพันเมตร มันค่อยๆเลื้อยไปรอบๆเกาะและยกหัวขึ้น เสียงที่รุนแรงออกมาจากปากของมันเหมือนสัตว์ร้ายกำลังคำราม

เปรี้ยง

มีฟ้าแลบกะพริบบนเกาะและเมฆสีเข้มก็ได้ปิดกั้นลำแสง พื้นที่ทั้งหมดจมลงสู่ความมืดมิด

ร่างกายของงูสีน้ำเงินที่กำลังเรืองแสงเป็นสิ่งสุดท้ายที่มองเห็นได้เหนือทะเล

จบบทที่ ตอนที่ 186: หลบหนี (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว