เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 152: ออกเดินทางอีกครั้ง (1)

ตอนที่ 152: ออกเดินทางอีกครั้ง (1)

ตอนที่ 152: ออกเดินทางอีกครั้ง (1)


แองเจเล่คิดอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะเอาหินเวทมนต์คุณภาพสูงอีกก้อนออกมาและโยนพวกมันขึ้นไปในอากาศ

หินเวทมนต์สองก้อนเริ่มหล่นลงหลังจากที่ถึงจุดสูงสุดเหนือทะเลสาบ

นกพิราบสีขาวบินตรงไปที่หินเวทมนต์ที่กำลังร่วงลงมาและกินพวกมันทีละก้อน หินเวทมนต์ทั้งสองก้อนมีขนาดเกือบครึ่งหนึ่งของร่างกายของมัน มันบินกลับไปที่กิ่งและกระพือปีกอีกครั้ง มีผลไม้สีขาวถูกเปิดเผยออกมาและโยนไปทางแองเจเล่

เขาก้าวถอยหลังเล็กน้อยสามารถจับมันได้อย่างง่ายดาย

"เอาล่ะ เราเสร็จแล้ว เจ้าไม่รู้จักข้าและข้าไม่รู้จักเจ้า" แองเจเล่ยิ้ม เขาหันกลับไปและเดินไปที่ทางเข้าหุบเขา

หลังจากที่ออกจากหุบเขาแองเจเล่ก็มุ่งหน้าไปเมืองรากน้ำเงิน

เมืองรากน้ำเงินเป็นเมืองเล็กๆแต่คึกคัก มันไม่ได้ล้อมรอบด้วยกำแพง มีเพียงป้อมปราการสีเทาขนาดเล็กที่สร้างขึ้นในป่าด้านนอกโดยมีหน่วยลาดตระเวนคอยสอดส่องดูแล เจ้าเมืองเป็นอัศวินชื่อเทสล่าที่มีชื่อเสียงในเรื่องที่ชอบพเนจร เขาถูกยกย่องจากอัศวินคนอื่นๆในพันธมิตรแอนดีส

แองเจเล่ไม่ยอมเสียเวลาหลังจากที่เข้าเมือง เขาเดินตรงไปยังตำแหน่งที่โอมิเคดให้ไว้ มันเป็นโรงขายเหล้าที่ชื่อเฟอร์เนอรี่ที่เจ้าของเป็นองค์กรนักฆ่าสัญลักษณ์ทมิฬ

*************************

ตุ้บ

เหล้าสีเหลืองใสที่มีเต็มแก้วถูกวางกระแทกตรงเคาน์เตอร์ บางส่วนของเหล้ากระเด็นออกมา มันมีกลิ่นผลไม้ลอยในอากาศ

"นี่คือไวน์ผลไม้โครันของเจ้า!" ชายล่ำสันผมสั้นตะโกน เขาคว้าผ้าสีขาวจากเคาน์เตอร์เพื่อเช็ดไวน์ออกจากมือ มีรอยสักหัววัวสีเขียวอยู่หลังแขนขวาของชายคนนี้ เขานั่งอยู่ข้างหลังเคาน์เตอร์อย่างมั่นคงเหมือนภูเขา

แองเจเล่นั่งลงข้างเคาน์เตอร์แล้วคว้าไปที่แก้วและดมกลิ่นไวน์ผลไม้ ก่อนที่จะดื่มเข้าไปเขาก็ตรวจสอบว่ามีพิษหรือไม่ด้วยซีโร่

ไวน์ผลไม้โครันนั้นมีรสหวานและเปรี้ยว มันยังมีความขมเล็กน้อย

"ไวน์ดี ถ้าเจ้าสามารถกำจัดความขมไปได้มันก็คงดีกว่านี้" แองเจเล่วางแก้วลงและพูด

"ข้าดีใจที่เจ้าชอบมัน" ชายล่ำสันยกนิ้วและยิ้ม

มีประมาณสิบโต๊ะในโรงขายเหล้า ภายใต้แสงไฟสลัวๆของโคมไฟน้ำมันคนส่วนใหญ่กำลังดื่มเหล้าอย่างหนัก

มีชายหัวล้านที่มีดาบอยู่ที่หลังและมีทหารรับจ้างหลายคนสวมต่างหูเงินขนาดใหญ่ แองเจเล่ยังได้กลิ่นเลือดจากชุดเกราะของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีขี้เมาหลายคนตะโกนใส่กัน

มีชุดของพนักงานเสิร์ฟให้เห็นอยู่ พวกเขากำลังวิ่งไปมาตามแต่ละโต๊ะเพื่อรับออเดอร์ มีคนหัวเราะ ตะโกนและสาปแช่ง โรงขายเหล้าอึกทึก

มีกวีที่ดูหดหู่สวมชุดคลุมสีเทานั่งข้างหน้าต่าง ชายคนนี้กำลังเล่นเชลโล่แต่แองเจเล่แทบจะไม่ได้ยินเสียงทำนองในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเช่นนี้

แองเจเล่สวมชุดหนังสีน้ำตาล มีธนูโลหะและซองลูกธนูอยู่ที่หลังของเขาทำให้เขาดูเหมือนนักธนูของกลุ่มทหารรับจ้าง

เมื่อเหลือบไปรอบๆและกินไวน์เสร็จเขาก็วางแก้วลง

"ไวน์ดี เจ้าของอยู่ไหน ข้าต้องการสั่งซื้อหลายถังเพื่อนำกลับไป" แองเจเล่ถามเสียงเบา

การแสดงออกของชายคนนั้นเปลี่ยนไปหลังจากที่ฟังว่าแองเจเล่พูดอะไร

"มันมีราคาสูงถ้าเจ้าอยากเห็นเจ้าของและสั่งไวน์จากเขาโดยตรง"

"ไม่ต้องห่วง เงินไม่ใช่ปัญหา"

"ตามข้ามา" ชายคนนั้นยักไหล่

"เชอร์ลี่ มาดูแลที่เคาน์เตอร์ให้ข้าหน่อย" เขาตะโกนไปที่พนักงานเสิร์ฟที่ดูเซ็กซี่

"ค่ะ" เธอพยักหน้าและส่งแก้วให้พนักงานอีกคน

ชายคนนั้นนำแองเจเล่ไปที่ประตูข้างเคาน์เตอร์ ภายในห้องมีภาพเขียนที่มีสีสันแขวนอยู่ที่ผนังภายใต้แสงสลัวๆ ชายล่ำสันโค้งให้แองเจเล่ขณะที่เขาปิดประตู

"ท่านแองเจเล่ เรารู้ว่าทำไมท่านมาที่นี่ เราขอโทษด้วยเกี่ยวกับดิ๊ก เรายอมรับภารกิจและเราต้องพยายามทำให้เสร็จ" เขาก้มหัวลง

แองเจเล่นั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ๆ

"ดี ข้าเดาว่าเจ้าได้เตรียมบางอย่างไว้ให้ข้าแล้ว" เขาพูด

"แน่นอน นี่รายการ ท่านจะเอาอะไรก็ได้ตามที่ท่านต้องการ" เขาหยิบกระดาษออกมา

"ข้าเป็นหัวหน้าของสาขานี้ ข้ารอท่านมาสิบวันแล้ว ทุกสิ่งทุก...."

"ข้าต้องการของทั้งหมดนี้และข้าต้องการข้อมูลของดิ๊ก" แองเจเล่ขัดจังหวะ

"ข้าได้ยินมาว่าพวกเจ้ามีอุปกรณ์เวทมนต์ใช่ไหม เช่น.....แหวนของดิ๊ก ข้าชอบมันมาก ข้าอยากรู้ว่าองค์กรของเจ้าซื้อมาจากที่ไหน"

ชายล่ำสันมีรอยยิ้มขมขื่นบนใบหน้า

"นายท่าน ข้าคิดว่าท่านรู้อยู่แล้วว่าอุปกรณ์เวทมนต์สำคัญกับเรามากแค่ไหน ในฐานะที่เป็นคนธรรมดาข้ามีเพียงวิธีเดียวที่จะได้รับอุปกรณ์เวทมนต์นั่นก็คือการซื้อมาจากท่านพ่อมด แหวนที่ดิ๊กมีเป็นอุปกรณ์เวทมนต์คุณภาพต่ำ ดิ๊กเป็นเพียงนักฆ่าระดับสามและนั่นเป็นสิ่งที่เขาได้รับ ถ้าท่านต้องการข้อมูลเราจะใช้เวลาหลายวันในการจัดเตรียม...."

"กี่วัน" แองเจเล่ถาม

"อย่างน้อยสี่วัน"

"ข้าจะมาที่นี่อีกครั้งหลังจากผ่านไปสี่วัน" แองเจเล่ลุกขึ้นยืน

*******************

สี่วันต่อมา

ในตอนเช้า

มีรถม้าสีเทาออกจากเมืองรากน้ำเงินพร้อมกับคาราวานมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือมารัว

แองเจเล่นั่งอยู่ภายในรถม้ากำลังอ่านกระดาษสีเหลืองอย่างเงียบๆ

ประวัติธุรกรรมและแหล่งที่มาของอุปกรณ์เวทมนต์ส่วนใหญ่มีอยู่ที่กระดาษนี้ บันทึกทั้งหมดมีความสำคัญต่อองค์กรนักฆ่าแต่พวกเขาต้องการทำให้แน่ใจว่าแองเจเล่พอใจกับข้อเสนอของพวกเขา

แองเจเล่ยังคงอ่านต่อไปและหลังจากผ่านไปหลายนาทีในที่สุดเขาก็พบบันทึกที่เขาต้องการ

'แหวนเพิ่มความว่องไว แตกหัก จำนวน 1 ข้อเสนอ: ทอง 2.1 กิโลกรัม ทาส 45 คน ดอกไม้ตื้น 3 ดอก ไพลิน......วันที่ 19 มกราคม 1531'

จำนวนของทรัพยากรและทาสที่พวกเขาจัดหาให้พ่อมดนั้นมันน่าหัวเราะ อุปกรณ์เวทมนต์มันแพงเกินไปสำหรับปุถุชน

อย่างไรก็ตามแองเจเล่คิดว่าชายคนนั้นยังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเขา เขาไม่คิดว่าแหวนเวทมนต์จะเป็นเพียงการเพิ่มความว่องไวหลังจากที่ทำการวิจัย เขาใช้แหวนด้วยตัวเองและมีประสบการณ์การแช่แข็งของเวลา มันอาจจะเป็นอุปกรณ์แนวคิด นักรบระดับอัศวินจะตายโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พลังเช่นนั้นมันแข็งแกร่งเกินไปสำหรับอุปกรณ์เวทมนต์แตกหัก

เขาต้องการค้นหาความจริงของแหวนวงนั้น

'จากพ่อมดบิซชอฟ(หอคอยหกวงแหวน)' แองเจเล่ยังคงอ่านต่อ

"หอคอยหกวงแหวนอีกแล้ว" แองเจเล่ขมวดคิ้ว

"อุปกรณ์เวทมนต์ในวิทยาลัยแรมโซด้าแต่มันถูกขายโดยพ่อมดในหอคอยหกวงแหวนงั้นหรือ"

มากกว่า 90% ของอุปกรณ์เวทมนต์ที่บันทึกบนกระดาษถูกขายโดยพ่อมดของหอคอยหกวงแหวน พวกมันแตกต่างกันเรื่องธาตุ ระดับและคุณภาพ

หอคอยหกวงแหวนเป็นองค์กรพ่อมดแห่งแสงที่แข็งแกร่งที่สุดที่แองเจเล่รู้ พ่อมดแสงส่วนใหญ่มุ่งมั่นไปกับการเรียนรู้ที่ไม่ใช่คาถาสร้างความเสียหาย พวกเขามักจะพึ่งพาอุปกรณ์เวทมนต์และอุปกรณ์เวทมนต์หายากเมื่อพวกเขาต่อสู้ นอกจากพ่อมดแสงเด่นเรื่องอุปกรณ์และเครื่องมือเวทมนต์แล้วก็ยังมีการปรุงยาดังนั้นมันจึงเข้าใจได้ว่าพวกเขาขายอุปกรณ์เวทมนต์ระดับต่ำเพื่อแลกกับทรัพยากรและเงิน

เครื่องมือเวทมนต์นั้นทำยากกว่าอุปกรณ์เวทมนต์ มันเก็บคาถาที่ใช้ได้ทันทีไว้และเครื่องมือเวทมนต์ก็คล้ายกับคาถาพิเศษ

แองเจเล่ได้พยายามที่จะลองทำอุปกรณ์เวทมนต์ อย่างไรก็ตามถ้าปราศจากความรู้ความชำนาญเขาก็ทำได้เพียงวัตถุเวทมนต์ที่ได้รับจากสิ่งมีชีวิตเวทมนต์เช่นหัวใจจากช้างเรืองแสง

คาถารูนที่เขาได้รับจากเบเนดิกก็ทำได้เพียงการบัพอาวุธของเขาและมันเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ การร่ายรูนสายฟ้าต้องใช้พลังจิตและมานานดังนั้นแองเจเล่จึงใช้เมื่อจำเป็น

'หนังสือเกี่ยวกับอุปกรณ์เวทมนต์ถูกสงวนไว้สำหรับพ่อมดทางการที่ทำสัญญา ข้าไม่ได้เซ็นสัญญาดังนั้นข้าจึงไม่มีความรู้เก็บไว้ในชิป องค์กรนี้ขายอุปกรณ์เวทมนต์มากมายนั่นหมายความว่าพวกเขามีพ่อมดที่เก่งมาก ข้าสามารถเซ็นสัญญากับพวกเขาและรวบรวมความรู้ความเชี่ยวชาญที่จำเป็น.......ตอนนี้ข้าไม่สามารถกลับไปที่แรมโซด้าได้'

แองเจเล่มีแผนในใจ แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเขาต้องการทรัพยากรมากมายในการฝึกฝนอุปกรณ์เวทมนต์ แต่อุปกรณ์เวทมนต์ช่วยเขาในการต่อสู้ นอกจากนี้เขาคิดว่าในท้ายที่สุดเขาก็จะได้ผลของการใช้เงิน

รถม้ายังคงเคลื่อนที่ต่อไป ครั้งนี้เขาจ้างคนขับรถม้าดังนั้นเขาจึงไม่ต้องควบคุมม้าด้วยตัวเอง

หลายเดือนต่อมาเขาก็มาถึงท่าเรือมารัวแต่เขาไม่ได้แจ้งให้คนในเมืองทราบ เขาสร้างบ้านไม้ขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลข้างช่างฝั่ง เขาตัดสินใจที่จะอยู่ในบ้านและรอฟิวเจอร์มารับเขา

แองเจเล่ยังรอให้สัญลักษณ์ทมิฬส่งทรัพยากรที่สัญญาไว้มาให้เขา เขาต้องการสถานที่ที่เงียบสงบเพื่อทำให้พลังจิตของเขาเข้มข้นขึ้นและสถานที่นี้นั้นเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบที่เขาต้องการ

**********************

สามปีต่อมา

ข้างชายฝั่ง

บ้านไม้สีน้ำตาลขนาดเล็กที่อยู่ภายใต้หน้าผาสีดำ

บ้านนี้ถูกสร้างติดกับชายหาด มีป่าอยู่ด้านหลังของบ้าน

แองเจเล่สวมชุดคลุมสีดำ เขายืนอยู่ข้างหน้าต่างมองไปที่ชายหาด เขาได้ยินเสียงคลื่น

เขาวางมือบนโต๊ะไม้และมองไปข้างนอกจนกระทั่งแสงแดดมันแรงขึ้น

"สามปี...." แองเจเล่ยืดหลังและถอนหายใจ

"ข้าใช้เวลาสามปีในการวิเคราะห์ความศรัทธาของอัศวินและแยกธาตุ ในที่สุดผลข้างเคียงของยาที่ข้าดื่มก็ถูกจำกัดออกไป....."

เขาหันกลับไปและมองไปที่ขวดแก้วบนพื้น พวกมันเต็มไปด้วยของเหลวสีเขียวและสีน้ำเงิน มีกองกระดูกและพืชแห้งอยู่บนพื้น ของเหล่านี้ทำให้ห้องมันดูรกแต่มันก็ดูลึกลับ

นอกจากการทำวิจัยและการทำให้พลังจิตเข้มข้นแองเจเล่ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำสมาธิ แม้ว่าความคืบหน้าจะช้าลงพลังจิตของเขาก็ยังเพิ่มขึ้นถึง 23 หน่วย สิ่งต่างๆเริ่มดีขึ้นหลังจากที่ผลข้างเคียงหายไป

หลังจากที่ทำการคำนวณแองเจเล่จะต้องมีพลังจิต 40 เพื่อไปถึงขั้นของเหลว ถ้าเขายังคงเพิ่มพลังจิตในอัตราปัจจุบันมันจะทำให้เขาใช้เวลามากกว่าสิบปี นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่ามันช้าลงหลังจากที่พลังจิตเพิ่มขึ้น

มีหลายเหตุผลที่ว่าทำไมความคืบหน้าถึงช้าลง วิธีทำสมาธิเป็นหนึ่งในนั้น ตอนนี้เขาต้องการวิธีทำสมาธิขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับพ่อมด นอกจากนี้แองเจเล่ยังคิดว่าวิธีทำสมาธิที่เขาได้รับจากวิทยาลัยแรมโซด้ามีบางส่วนที่หายไป

จบบทที่ ตอนที่ 152: ออกเดินทางอีกครั้ง (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว