- หน้าแรก
- มหานครเวิ้งว้าง
- เล่ม 24 : จอมเทพศิลาเมฆหมอก ตอนที่ 2 ข้ามผ่านกาลเวลามิติ
เล่ม 24 : จอมเทพศิลาเมฆหมอก ตอนที่ 2 ข้ามผ่านกาลเวลามิติ
เล่ม 24 : จอมเทพศิลาเมฆหมอก ตอนที่ 2 ข้ามผ่านกาลเวลามิติ
เมื่อใครสักคนบินผ่านวังวนมิติ จะมีผลลัพธ์ได้สามแบบ
แบบแรก คือสามารถข้ามไปยังอีกฝั่งได้อย่างปลอดภัยและเข้าสู่แดนรกร้างมืดมิด นี่ถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
แบบที่สอง คือรอยแยกมิติจะปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันตรงหน้าแล้วดูดเขาเข้าไป ส่งผลให้ถูกส่งไปยังเขตพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยของความโกลาหลดั้งเดิม แม้ว่าจี้หนิงจะรู้จักแดนรกร้างมืดมิดบ้างจากแผนที่ดาวที่แดนสามภพเก็บสะสมไว้ตั้งนานแล้ว แต่หากเขาถูกส่งไปยังส่วนที่ไม่เคยสำรวจของความโกลาหล เขาก็ต้องเริ่มต้นเรียนรู้ทุกอย่างใหม่ แต่ก็ยังถือว่าปลอดภัยอยู่ดี
แบบที่สาม คือรอยแยกมิติจะพาเขาไปยังกับดักแห่งความตาย
“ฉันต้องระวังรอยแยกพวกนี้ให้ดี”
ซู่!
เรือเทพไม้ศักดิ์สิทธิ์พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว คล่องแคล่วหลบหลีกรอยแยกที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน
ครืดด…
รอยแยกสีม่วงขนาดมหึมาปรากฏตรงหน้าอย่างกะทันหัน ปกคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่
“ถอยหลัง” เรือเทพไม้ศักดิ์สิทธิ์หันกลับอย่างรวดเร็ว หักโค้งเลี่ยงรอยแยกแล้วบินออกมา
จี้หนิงต้องแก้ไขทิศทางนับพันครั้งในแต่ละวินาที นี่เป็นกระบวนการที่อันตรายกว่าการต่อสู้ด้วยกระบี่เสียอีก
แม้จะต้องใช้ความสนใจอย่างเต็มที่กับการควบคุมเรือ เขาก็ยังสามารถควบคุมพื้นที่ราวหมื่นกิโลเมตรรอบตัวได้ นี่คือ แดนใจกระบี่เทวะ ที่จี้หนิงเคยสร้างขึ้น
เวลาผ่านไปหกวัน
เรือเทพไม้ศักดิ์สิทธิ์ทะยานออกมาจากปากวังวนมิติขนาดมหึมา
“สำเร็จแล้ว” จี้หนิงหน้าซีดจากความเหนื่อยล้า แต่ก็ยิ้มออกด้วยความดีใจ “สุดท้ายฉันก็ผ่านไปได้อย่างปลอดภัย!”
หกวันที่ผ่านมาเป็นฝันร้ายชัด ๆ
รอยแยกมิติปรากฏและหายไปรวดเร็ว บางรอยแยกใหญ่โตมโหฬา หากโชคร้ายเพียงนิดเดียว รอยแยกอาจปรากฏพร้อมกันทุกทิศทาง ทำให้ไม่มีทางหลบ เมื่อถึงจุดนั้น วิธีเดียวคือสุ่มเลือกเส้นทางใดเส้นทางนึงแล้วเข้าไปแบบวัดดวง
ระหว่างหกวันที่ผ่านมา มีครั้งหนึ่งที่จี้หนิงถูกดูดเข้าไปในรอยแยกโชคดีที่รอยแยกสลายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาหนีกลับมายังวังวนมิติได้ทัน หากไม่เช่นนั้น…แม้แต่ตัวเขาก็ไม่รู้ว่าจะถูกส่งไปที่ใด
แน่นอน ยิ่งผู้มีพลังสูง โอกาสรอดก็ยิ่งมาก
จี้หนิงโชคดีเพราะว่าเขาถูกดูดเข้าไปในรอยรั่วของกาลอวกาศเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็หมายความว่าการรอดชีวิตจากการผ่านรอยรั่วนั้นค่อนข้างง่ายสำหรับเขา
ส่วน เทพก็อดฟินด์ วิทเธอร์สไปค์(พวกชนเผ่าต่างโลก) ถูกดูดไปถึงเก้าครั้ง แต่ก็ยังโชคดีสามารถสู้กลับมาได้ทุกครั้ง
“แดนรกร้างมืดมิด”
จี้หนิงนั่งอยู่บนเรือ มองความโกลาหลดั้งเดิมกว้างใหญ่เบื้องหน้า “นี่ฉันมาถึงแล้ว”
ด้วยแผนที่ดาว เขารู้ตำแหน่งปลายทางของวังวนมิติทันที จึงมุ่งตรงไปยัง ค่ายกลส่งผ่านกาลอวกาศ ที่ใกล้ที่สุด ความโกลาหลกว้างใหญ่เกินกว่าที่จะสำรวจเองทีละพื้นที่ หากใช้เวลาบินเอง แม้พันล้านปีก็ยังไม่พอ
ผ่านมาแล้วห้าเดือนในแดนรกร้างมืดมิด
“ถึงแล้ว” เรือเทพไม้ศักดิ์สิทธิ์โผล่ออกมาจากความว่างเปล่าสู่โลกนภารี
จี้หนิงเงยหน้ามองดาวก้อนใหญ่แล้วถอนหายใจ “นี่คือโลกโกลาหลดวงที่เก้าของฉัน ตามแผนที่ ดาวอีกยี่สิบหกดวงต้องผ่านก่อนถึงโลกมังกรพิภพ”
ค่ายกลส่งผ่านกาลอวกาศที่ใกล้จี้หนิงที่สุดอยู่รอบดวงดาว โลกมังกรพิภพ ดาวส่วนใหญ่ในความโกลาหลไม่มีชื่อ จะตั้งชื่อเฉพาะดาวและดาวเคราะห์ที่มีคุณสมบัติพิเศษ
จี้หนิงบินผ่านดาวโกลาหลเรื่อย ๆ บางครั้งก็สัมผัสการสอดส่องจากผู้อื่นด้วย จิตสัมผัส ทุกครั้งเขาจะตอบกลับด้วย จิตสัมผัส ที่ทรงพลังจนฝ่ายตรงข้ามหวาดกลัวและหยุดสอดแนมทันที
ด้วยร่างกาย ครึ่งขั้นเทพโลกา ของจี้หนิง จิตสัมผัสของเขาทรงพลังอย่างมาก
หลังจากเข้าสู่แดนรกร้างมืดมิด ครั้งหนึ่งเขาเจอเทพโลกา ใช้การกวาดจิตสัมผัสที่รุนแรง ทำให้จี้หนิงตกใจจนต้องหนีไปไกลทันที แม้เทพโลกาโดยทั่วไปจะไม่ทำร้ายเทพผู้ยิ่งใหญ่หรืออมตะโกลาหลหากไม่มีเหตุผล แต่จี้หนิงก็ยังเลือกที่จะอยู่ห่าง ๆ
ผ่านมาแล้วหนึ่งปีเก้าเดือน
ในวันนั้นเขามาถึง ค่ายกลส่งผ่านกาลอวกาศ ใกล้แดนสามภพที่สุด การเดินทางถึงภายในสองปีถือว่าว่องไวมาก เพราะโดยปกติผู้คนจากดาวโกลาหลลี้ลับหรือห่างไกลอาจใช้เวลาถึงสิบปีเพื่อไปถึงค่ายกล
“โลกมังกรพิภพ”
เรือหยุดลอยกลางอวกาศ จี้หนิงจ้องสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าตน
ความโกลาหลได้ถูกฉีกออกเผยให้เห็นดาวสว่างสไวแปดดวง ล้อมรอบดาวดวงกลางดาวทั้งแปดคือผู้รับใช้ ส่วนดาวดวงกลางคือผู้ปกครอง ดาวทั้งเก้ารวมกันสร้าง ค่ายกลส่งผ่านกาลอวกาศ ขนาดมหึมา แสงสว่างสวยงามเกินกว่าแดนสามภพจะเทียบติด
หากเทียบขนาดดิบ ๆ? ขนาดของค่ายกลอาจเทียบได้กับทั้งแดนสามภพ
“คนสร้างค่ายกลนี้ต้องทรงพลังขนาดไหนกัน” จี้หนิงถอนหายใจ จากบันทึกของเขา แม้เทพโลกาหรืออมตะโกลาหลก็ยังสร้างค่ายกลขนาดนี้ไม่ได้ ค่ายกลเหล่านี้สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ
“ไปที่นั่น”
ซู่! เรือเทพไม้ศักดิ์สิทธิ์มุ่งไปยังค่ายกลขนาดใหญ่
ดาวกลางล้อมด้วยดาวแปดดวงคือโลกมังกรภิภพ ก่อนลงถึงดาว จี้หนิงก็สัมผัสพลังของผู้เชี่ยวชาญกระจายออกมาจากดาว
“กลับมา” จี้หนิงเก็บเรือแล้วลดร่างลงบนดาว
โลกมังกรภิภพเป็นดาวขนาดใหญ่แต่ทั้งดาวถูกปรับแต่งและกลายเป็นสมบัติวิเศษขนาดยักษ์
“ผู้เชี่ยวชาญเยอะจัง…” เมื่อจี้หนิงสัมผัสพลัง เขากลายร่างเป็นงูสายฟ้าเก้าเขา(ท่าร่างที่ฝึกถึงความเร็วเสียงในแดนสามภพ)บินตรงไปกลางดาว
ซู่
ร่างงูสายฟ้าเก้าเขาเร็วมาก ขณะบินผ่านเจอผู้ฝึกตนหลายคน บางคนคล้ายมนุษย์ บางคนต่างจากมนุษย์อย่างมาก เมื่อเห็นร่างพลังอำนาจของจี้หนิง พวกเขาต่างระวังตัวทันที
ซู่!
เขาลงจอดตรง ค่ายกลส่งผ่านมิติขนาดเล็ก ที่อยู่หน้าเขา
แม้ค่ายกลจะใหญ่มาก แต่แกนหลักมีขนาดเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตร มีอาคารตั้งอยู่ภายใน มีเทพโลกา และอมตะโกลาหล ประจำเพื่อดูแลค่ายกล รวมถึง เทพแท้จริง, อมตะทองคำ, เทพสวรรค์ และ ผู้อมตะสวรค จำนวนมาก พวกเขารักษาและซ่อมแซมค่ายกลเพื่อใช้งานต่อไป
“ไปไหน?” เทพผู้ยิ่งใหญ่ ร่างใหญ่สวมชุดทอง มีเกล็ด มีหางมองลงมา เมื่อสัมผัสพลังของจี้หนิงก็มีสีหน้าเปลี่ยนเป็นยิ้มเล็กน้อย
“ดาวเจ็ดสายน้ำ”
จี้หนิงตอบ
ดาวเจ็ดสายน้ำเป็นดาวที่อยู่ใจกลางของค่ายกลส่งผ่านกาลอวกาศอีกฝั่ง
จริง ๆ แล้ว การหาทางไปถึงวังนภาไพศาลนั้นยากเกินไปเป้าหมายแรกของเขาคือจัดการกับผู้ครองจิต(ผู้เฒ่าหยวนผู้ล่วงเกินพระเอกไว้ตายแน่ๆ) หนึ่งในเก้านายพลของ จักรพรรดิเทพดอกบัวดำ(เจ้านายไอ่ผู้เฒ่าหยวน) บันทึกของแดนสามภพระบุว่าจักรพรรดิเทพดอกบัวดำ เป็นเทพโลกาผู้ทรงพลัง มีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นเทพโลกาอีกห้าคน
“ดาวเจ็ดสายน้ำ” เทพผู้ยิ่งใหญ่พยักหน้า “หากอยากไปตอนนี้ เราสามารถเปิดค่ายกลส่งผ่านให้เฉพาะคุณ แต่ต้องใช้ น้ำหวานแห่งความโกลาหล 120 ขวด หากรอ…มีโอกาสราวแปดปีครั้งต่อไป ใช้เพียงขวดเดียว”
“แปดปี…” จี้หนิงพยักหน้า
ค่ายกลขนาดเท่าทั้งแดนสามภพ การเปิดใช้งานต้องใช้ทรัพยากรสูง จ่าย 120 ขวดถือว่าเป็นมาตรฐานเทพผู้ยิ่งใหญ่และอมตะโบราณ มักจะไม่ฟุ่มเฟือย
“ใช่ แปดปี” เทพผู้ยิ่งใหญ่ พยักหน้า “มีศิลาหินบอกข้อมูลรอการส่งผ่าน”
“โอเค” จี้หนิงเดินไปดูศิลาหิน มีรายละเอียดเวลารอการส่งต่อแต่ละค่ายกล
“ถ้าไป โลกแดนรกร้างมืดมิด คงรอไม่นานนัก ที่นั่นมีคนใช้บ่อยกว่า” เขาคิด “แต่มันอยู่ไกลจากดาวเจ็ดสายน้ำมาก หากบินเองคงใช้เวลาพันล้านปี รอแปดปีดีกว่า” แม้เขามีสมบัติจากผู้ต้องขังเทพผู้ยิ่งใหญ่และอมตะโบราณ ในโลกคุก พร้อมน้ำหวานแห่งความโกลาหล 120 ขวด เขาก็เหลือไว้ให้แดนสามภพเพื่อประโยชน์ของ จี้หมิงเยี่ยและเหล่าผู้ติดตาม
สำหรับตัวเขาเอง? เขามีพลังพอที่จะสามารถหาเพิ่มได้เอง
ซู่
จี้หนิงบินออกไปจนพบยอดเขาโดดเดี่ยวสวยงามบนโลกมังกรภิภพ เขาส่งคฤหาสน์อมตะ ลงบนยอดเขาแล้วเข้าไปรออย่างเงียบ ๆ