- หน้าแรก
- ฉันเปลี่ยนอาชีพใหม่ทุกสัปดาห์
- บทที่ 4 รปภ.ตัวเล็ก ๆ จะมาซื้อวิลล่า?
บทที่ 4 รปภ.ตัวเล็ก ๆ จะมาซื้อวิลล่า?
บทที่ 4 รปภ.ตัวเล็ก ๆ จะมาซื้อวิลล่า?
บทที่ 4 รปภ.ตัวเล็ก ๆ จะมาซื้อวิลล่า?
หลินเฟิงจอดจักรยานสาธารณะไว้ข้างถนนแล้วเดินตรงไปยังทางเข้าหลัก
การมาถึงของเขาดึงดูดสายตาหลายคู่ทันที
เพราะรอบ ๆ นั้นจอดแต่รถหรู รถสปอร์ตเต็มไปหมด
แม้แต่พนักงานขายที่นี่ ยังมีปัญญาซื้อรถขับเองได้
อยู่ ๆ ก็มีคนขี่จักรยานเข้ามา แถมยังเป็นจักรยานเช่าสองหยวน คงไม่แปลกที่คนจะหันมอง
หลินเฟิงเพิ่งจะจอดรถ เสียงเบรกดังเอี๊ยดก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
Audi R8 กับ BMW 530 คันเดิมจอดลงข้างทาง
จากนั้นเหอเจี๋ยกับพรรคพวกก็ลงจากรถกันมา
พอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็น ก็รีบตรงเข้ามาต้อนรับ
ทั้งช่วยจอดรถ ทั้งพาเดินเข้าไปข้างใน
การต้อนรับแบบนี้ แตกต่างกับหลินเฟิงโดยสิ้นเชิง
เขาราวกับเป็นอากาศธาตุ ไม่มีใครสนใจแม้แต่น้อย
เหล่ารปภ.ที่นี่ชำนาญการประเมินลูกค้า เขาสามารถคาดเดาระดับการซื้อได้จากรถและการแต่งตัว
รถ Audi R8 ที่เหอเจี๋ยขับ ราคาหลังหักภาษีก็ราว ๆ สามล้านหยวน
ลูกค้าระดับนี้ อาจซื้อวิลล่าริมทะเลสาบไม่ไหว แต่ซื้อวิลล่าริมน้ำคงไม่ใช่ปัญหา
ส่วนหลินเฟิง... พวกเขาคิดว่าแค่มาดูให้หายอยากเฉย ๆ
ลูกค้าแบบนี้เจอบ่อยอยู่ แต่จะไล่ก็ใช่เรื่อง เพราะคนพวกนี้มักจะถือศักดิ์ศรีสูง
ถ้าเกิดมีปัญหาทะเลาะกันขึ้นมา อาจส่งผลเสียกับลูกค้าตัวจริงได้
เลยทำเป็นไม่เห็นซะจะดีกว่า
ฝั่งหลินเฟิงเดินเข้าไปในโถงด้านในแล้ว
แต่พอเขาเดินเข้าไปไม่ทันไร เหอเจี๋ยก็ตามเข้ามาพร้อมพวกที่เดินตามหลัง
“รปภ.ไม่ไปยืนอยู่ข้างนอก จะเข้ามาทำไม? แกล้งทำตัวเป็นลูกค้ารึไง?”
เหอเจี๋ยพูดพร้อมกับชี้หน้าหลินเฟิงหัวเราะ
ซ่งเย่เย่ก็พูดตามทันทีด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “มาเป็นรปภ.แต่ไม่ใส่ชุด เครื่องแบบก็ไม่มี หรือเพิ่งเริ่มงานวันนี้? งั้นแย่แล้วล่ะ!”
ขณะนั้น รปภ.คนหนึ่งพูดขึ้นว่า “คนนี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของเรานะครับ ช่วงนี้เราไม่ได้รับคนใหม่”
“ไม่ใช่รปภ.? แล้วพวกคุณทำอะไรกันอยู่ ปล่อยให้คนแบบนี้เข้ามาในที่แบบนี้ได้ยังไง? มันลดระดับของเราหมด! ไล่มันออกไปเลย!”
พอได้ยินแบบนั้น เหอเจี๋ยก็ออกคำสั่งให้รปภ.ไล่หลินเฟิงออกไป
ในเมื่อไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของที่นี่ เขาก็คงเป็นพวกชอบมาเดินดูของหรูเล่น ๆ เท่านั้น
เขาเคยเห็นพวกนี้เยอะแล้ว กระเป๋าแทบไม่มีเงินสักหยวน แต่ชอบเพ้อฝันว่าวันหนึ่งจะได้อยู่คอนโดหรู ขับรถสปอร์ต
มักจะมาถ่ายรูปตามโครงการบ้านหรือโชว์รูมรถ ทำตัวเหมือนจะซื้อจริง ทั้งที่ความจริงคือหลอกตัวเองทั้งนั้น
รปภ.คนนั้นเดิมทีไม่อยากยุ่งกับหลินเฟิง
แต่พอเหอเจี๋ยสั่งแบบนั้น เขาก็เดินมาหาหลินเฟิงแล้วตะโกนว่า “เฮ้ นาย รีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”
หลินเฟิงได้ยินก็ถามกลับอย่างไม่พอใจ “ให้ออกไป? ด้วยเหตุผลอะไร? แค่เพราะเขาพูดคำเดียว? เขาเป็นลูกค้าของที่นี่ ฉันก็เหมือนกัน แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ไล่ฉันออก?”
“หา? ฉันฟังผิดไปรึเปล่า? นายบอกว่านายเป็นลูกค้าของที่นี่?”
เหอเจี๋ยทำหน้าประหนึ่งได้ยินข่าวมนุษย์ต่างดาวจะบุกโลก
ซ่งเย่เย่ก็หัวเราะตาม “หลินเฟิง ฉันเข้าใจนะว่าการเลิกกับฉันมันกระทบจิตใจนายมาก แต่มาแบบนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว อยากให้ฉันพาไปหาหมอตรวจสมองไหม?”
คำพูดของซ่งเย่เย่ทำเอากลุ่มเพื่อนของเธอพากันหัวเราะคิกคัก
แม้แต่รปภ.ยังกลั้นขำไม่อยู่ ตอนนี้หลินเฟิงกลายเป็นตัวตลกในสายตาทุกคน
คนในโถงก็พากันหันมามอง พอเห็นการแต่งตัวของหลินเฟิง
ต่างก็เข้าใจสถานการณ์ แล้วพากันหัวเราะออกมาอีก
ในจังหวะนั้นเอง หญิงสาวคนหนึ่งในชุดยูนิฟอร์มมืออาชีพ รองเท้าส้นสูงสีดำ เดินตรงเข้ามา
เธอเอ่ยขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้นกัน? ทำไมเสียงดังขนาดนี้?”
รปภ.เห็นเธอก็รีบเก็บอาการทันที “ผู้จัดการหวัง ลูกค้าของเรารู้สึกไม่พอใจเรื่องการแต่งกายของเขา คิดว่าอยู่ที่เดียวกันแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ผมกำลังจัดการอยู่ครับ”
คำพูดของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถือว่านุ่มนวลมาก เพราะผู้หญิงคนนี้คือผู้จัดการของที่นี่ การพูดกับหัวหน้าก็ต้องให้เกียรติเป็นธรรมดา
ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่า “ผู้จัดการหวัง” หันไปมองเหอเจี๋ยก่อนจะถามขึ้นว่า “ขอทราบชื่อคุณหน่อยคะ?”
“เหอเจี๋ยครับ เราน่าจะเคยคุยกันมาก่อน ผมเช่าบ้านเลขที่ 302 ไว้”
เหอเจี๋ยตอบ จากนั้นก็เติมแต่งต่อว่า “วันนี้แวะมาดูหน่อย ถ้ามีหลังไหนถูกใจ อาจจะซื้อหลังเล็ก ๆ ไว้ให้แฟนสาวสักหลัง”
เหอเจี๋ยพูดประโยคนี้เพื่อยกระดับตัวเอง ทั้งที่ความจริงในใจไม่คิดจะซื้อจริง
จะให้เขาจ่ายเงินหลายสิบล้านเพราะซ่งเย่เย่น่ะเหรอ ไม่มีทาง!
ยังไงก็แค่พูดไว้ก่อน ถ้าไม่มีหลังไหนถูกใจก็แค่ปัดไปเท่านั้น
ซ่งเย่เย่ที่อยู่ข้าง ๆ กลับเชื่อสนิท ใบหน้ายิ้มกว้างอย่างมีความสุข
เธอชี้ไปที่หลินเฟิงแล้วพูดว่า “ผู้จัดการหวัง รีบไล่คนคนนี้ออกไปเถอะ แค่หายใจอยู่ที่เดียวกับเขาฉันก็จะอ้วกแล้ว”
พูดจบ เธอก็ทำท่าเหมือนจะอาเจียน แล้วหันไปเกาะแขนเหอเจี๋ย ส่งสายตาออดอ้อนประจบเหมือนหมาน้อยกระดิกหาง
เหอเจี๋ยเห็นแล้วก็ยิ่งยืดอก ความรู้สึกในการดูถูกแฟนเก่าของแฟนสาวนี่มันช่างสุขใจทั้งกายและใจ
หลังจากยืนยันตัวตนของเหอเจี๋ยและเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว
ผู้จัดการหวังก็หันไปมองหลินเฟิงแล้วพูดว่า “ขอโทษด้วยนะคะคุณผู้ชาย ที่นี่เป็นสถานที่ระดับไฮเอนด์ ดังนั้น...”
เธอกำลังจะเชิญหลินเฟิงให้ออกไป แต่ไม่ทันขาดคำ หลินเฟิงก็พูดแทรกขึ้นก่อนว่า:
“ก่อนมาที่นี่ผมได้คุยกับฝ่ายบริการลูกค้าไว้แล้ว เมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงก่อน ผมมารับโฉนดบ้านครับ”
คำพูดนี้ทำเอาซ่งเย่เย่และเหอเจี๋ยชะงัก ก่อนจะพากันหัวเราะลั่น
“พ่อหนุ่ม นายยังจะเล่นละครต่ออีกเหรอ? ผู้จัดการเขาอยู่ตรงนี้ นายคิดจะหลอกเธอด้วยหรือไง?”
“หลินเฟิง ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่านายจะรักศักดิ์ศรีตัวเองขนาดนี้ น่าสงสารจริง ๆ”
แต่ผู้จัดการหวังกลับรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เพราะเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เธอได้รับแจ้งว่า จะมีลูกค้าคนสำคัญมารับโฉนดบ้าน
ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น เธอในฐานะผู้จัดการก็จะไม่มาอยู่ตรงโถงด้านหน้าแบบนี้หรอก
ปกติแล้วจะมีแค่ลูกค้าวีไอพีเท่านั้นที่มีโอกาสได้พบเธอ
แม้ว่าการแต่งตัวของหลินเฟิงจะดูไม่เข้ากับคำว่า “ลูกค้าวีไอพี” เลยแม้แต่นิดเดียว แต่เพื่อความแน่ใจ ผู้จัดการหวังก็ยังถามออกไปว่า “คุณชื่ออะไรคะ? จะมารับบ้านเลขที่เท่าไร?”
“หลินเฟิงครับ ผมมารับวิลล่าเลขที่ 8” หลินเฟิงตอบเรียบ ๆ
เมื่อได้ยินชื่อกับเลขที่บ้าน สีหน้าของผู้จัดการหวังก็เปลี่ยนไปทันที เพราะตรงกับข้อมูลที่เธอได้รับเป๊ะ!
ซ่งเย่เย่ที่เห็นสีหน้าของเธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
แต่ในหัวเธอยังคิดไม่ออกเลยว่า หลินเฟิง ผู้ชายจน ๆ ไม่มีงานทำคนนี้ จะมีปัญญาซื้อบ้านหรูได้อย่างไร?
แถมยังเป็นบ้านที่หรูที่สุดในละแวกนี้อีกต่างหาก
ในโครงการวิลล่าริมทะเลสาบ บ้านทุกหลังมีเลขกำกับ
ตั้งแต่ 1 ถึง 66
และเลขยิ่งน้อย ก็ยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้นไป
โดยเฉพาะบ้านเลขที่มีเลข 6 หรือ 8 ราคาจะบวกเพิ่มอีก 20% ถึง 50%
บ้านเลขที่ 8 ถือเป็นหนึ่งในหลังที่ดีที่สุด ราคาคาดว่าแตะเกือบหนึ่งร้อยล้านแล้ว
หลินเฟิงจะมีปัญญาซื้อได้ยังไง?
ผู้จัดการหวังถึงกับเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณหลิน รบกวนแสดงเอกสารยืนยันตัวตนด้วยนะคะ ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ...”