- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่มต้น
- 304.ตระกูลเย่และวิกฤต!
304.ตระกูลเย่และวิกฤต!
304.ตระกูลเย่และวิกฤต!
เมื่อจักรวาลขนาดเล็กปะทะกับลูกปัดสายฟ้าโกลาหลทุกสิ่งก็ถูกทำลายล้าง
ไม่นานนักจักรวาลกลับคืนสู่ความสงบ
จักรพรรดิสายฟ้าคืนร่างเป็นชายร่างใหญ่สูงสองเมตรยืนเผชิญหน้ากับเย่ซินจากระยะไกล
“ไม่คาดคิดเลยว่าวันหนึ่งข้าจะถูกขุนนางโกลาหลบีบคั้นจนต้องเผยร่างที่แท้จริง”
ใบหน้าของจักรพรรดิสายฟ้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อ
เขาใช้ไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วแต่กลับทำได้เพียงสูสีกับขุนนางโกลาหลคนนี้
ขุนนางโกลาหลผู้นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไป
“เจ้าหนุ่มเจ้าเก่งมากข้าไม่อาจทำอะไรเจ้าได้แต่เจ้าก็ไม่อาจทำอะไรข้าได้เช่นกัน”
“ไม่มีเหตุผลให้เสียเวลาต่อไปข้ามิอาจปล่อยเจ้าไว้ได้แน่ ข้าจะกลับมาหาเจ้า!”
กล่าวจบจักรพรรดิสายฟ้าแปลงเป็นสายฟ้าและหายไปจากที่เดิม
ถึงเขาจะอยากกำจัดภัยคุกคามอย่างเย่ซินแต่ด้วยพลังของเขาเพียงลำพังย่อมเป็นไปไม่ได้
ทว่า...ในฐานะจักรพรรดิโกลาหลเขามีสหายมากมาย
เมื่อถึงเวลาเขาจะรวบรวมสหายเก่าให้มาร่วมมือกันกำจัดภัยคุกคามนี้
ขุนนางโกลาหลที่มีพรสวรรค์น่ากลัวผู้นี้ช่างอันตรายเกินไป
เขาจะต้องกำจัดภัยนี้ให้สิ้นซากก่อนที่มันจะเติบโตยิ่งกว่านี้
“จักรพรรดิสายฟ้าแห่งดินแดนจักรวาลสายฟ้ารอไว้เถิดหลังจากข้าทะลวงขอบเขตข้าจะไปเอาชีวิตเจ้า!”
เย่ซินกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ในใจของเย่ซินก็ไม่คิดจะปล่อยจักรพรรดิสายฟ้าไปเช่นกัน
ค่ายกลกระบี่ไม่อาจจัดการจักรพรรดิสายฟ้าได้แม้แต่การใช้วิชาดับสูญก็ยังไม่อาจกำจัดเขา
ไม่มีเหตุผลให้ต่อสู้กับจักรพรรดิสายฟ้าต่อไป
ในตอนนี้เขาทำลายแปดเผ่าโกลาหลแห่งดินแดนจักรวาลรุ่งอรุณรวมถึงนรกเก้ายมโลก
ในมือเขาสะสมผลศักดิ์สิทธิ์โกลาหลและทรัพยากรมากมาย
เพียงพอให้เขาทะลวงขอบเขตได้แล้ว
เย่ซินปล่อยเย่เฉินและคนอื่นๆออกมา
“ท่านพ่อศัตรูถูกท่านกำจัดแล้วหรือน่ากลัวยิ่งนักรอบด้านถูกทำลายย่อยยับ!”
เย่เฉินสำรวจสนามรบรอบๆและสีหน้าซีดลง
เขารู้สึกได้ว่าแม้ตอนนี้เขาจะอยู่ในขอบเขตราชันโกลาหล
แต่ในสนามรบแห่งนี้เขาคงถูกสังหารในพริบตา
“ยังแม้ข้าจะเอาชนะเขาได้แต่การจะสังหารเขานั้นทำไม่ได้”
“สิ่งมีชีวิตที่ยืนหยัดบนจุดสูงสุดของขอบเขตโกลาหลนั้นมีรากฐานแข็งแกร่งเกินไปยากที่จะกำจัด”
เย่ซินส่ายหัว
“ไปกันเถิดเราจะกลับไปยังดินแดนจักรวาลนิรันดร์”
ดินแดนจักรวาลนิรันดร์หลอมรวมสำเร็จแล้วเย่ซินไม่มีเจตนาจะโจมตีจักรวาลอื่นต่อ
การปล้นทรัพยากรจากแปดเผ่าโกลาหลก็เพียงพอแล้ว
เขาจึงตัดสินใจปล่อยดินแดนจักรวาลรุ่งอรุณไว้ไม่ก่อการเข่นฆ่าต่อ
จากนั้นทุกคนออกจากดินแดนจักรวาลรุ่งอรุณและกลับสู่ดินแดนจักรวาลนิรันดร์
---
ไม่นานหลังจากนั้นเย่ซินนำครอบครัวกลับสู่ดินแดนจักรวาลนิรันดร์
“ท่านพ่อพวกท่านกลับมาแล้ว!”
เย่ซวน เย่ชิงชาง และฉางซานหยิงรีบรุดมาทันที
“กลับมาแล้ว”
เย่ซินยิ้มและพยักหน้าจากนั้นแนะนำคนข้างกายให้ทั้งสามรู้จัก
“ซวนเอ๋อร์ ชิงชาง หยิงเอ๋อร์ นี่คือน้องชายคนที่สามของเจ้า”
เย่ซินยิ้มขณะแนะนำเย่เฉินให้บุตรธิดา
ตอนนี้เหลือเพียงบุตรชายคนโตเย่เทียนที่จะทำให้ครอบครัวสมบูรณ์
แต่เย่ซินรู้แล้วว่าผู้แข็งแกร่งในขอบเขตสังสารวัฏสามารถย้อนกาลเวลาและชุบชีวิตผู้ที่ตายไปได้
ตราบใดที่เขาทะลวงสู่ขอบเขตสังสารวัฏเขาจะชุบชีวิตบุตรชายของเขาได้
“น้องสามเราคงเจอกันครั้งแรกกระมัง?”
เย่ซวนหัวเราะและกอดน้องชายของตน
ในตอนที่เย่เฉินเกิดเย่ซวนถูกมารดาของเขาหลี่เยว่เอ๋อพาออกจากเมืองหลวงไปแล้ว
“น้องสาม!”
เมื่อเผชิญหน้ากับเย่เฉิน เย่ชิงชางรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ใบหน้าของนางแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
นางเคยเกือบเป็นศัตรูกับน้องชายคนนี้
เมื่อมองใบหน้าที่ครั้งหนึ่งนางเคยเกลียดชังเย่เฉินกำหมัดแน่น
ในอดีตเย่ชิงชางเชื่อว่าจี้ปาและเมิ่งซวงฮวาสมคบคิดกันฆ่าบิดาของตน
นางจึงก่อตั้งองค์กรนรกเพื่อแก้แค้นให้บิดา
เป้าหมายขององค์กรนรกคือการเป็นศัตรูกับเฮ่าเทียนและราชวงศ์
เย่เฉินถูกเย่ชิงชางเข้าใจผิดว่าเป็นบุตรที่เกิดจากเมิ่งซวงฮวาและจี้ป้าที่ทรยศต่อบิดาของนาง
นางจึงพยายามลอบสังหารเขาหลายครั้งจนเกือบทำให้เขาต้องจบชีวิต
ความแค้นของเย่เฉินต่อเย่ชิงชางนั้นลึกซึ้ง
ครั้งสุดท้ายเย่เฉินถูกนางโจมตีจนตกเหวเกือบตายครึ่งก้าวย่างสู่ยมโลก
แต่เหตุการณ์นั้นเปลี่ยนโชคชะตาของเย่เฉิน
เขาได้รับแหวนสังสารวัฏและได้พบอาจารย์ของตน
อาจารย์ช่วยชีวิตเขาจากความตายและบอกความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเขา
“ขอโทษด้วยข้าไม่รู้ความจริงจึงทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายครั้งและเกือบตาย”
เย่ชิงชางขอโทษน้องชายด้วยความจริงใจ
“น้องสามชิงชางในอดีตไม่รู้เรื่องขอให้เจ้ายกโทษให้ด้วย”
ฉางซานหยิงก้าวออกมาขอโทษแทนภรรยา
“ท่านลุงขอท่านยกโทษให้มารดาของข้าด้วย”
เย่ตี้มองเย่เฉินด้วยสายตาวิงวอน
“ท่านพ่อ ขอยกโทษให้มารดาของพี่ตี้ด้วยเถิด”
เย่ห่าวก้าวออกมาวอนขอ
“เรื่องในอดีตผ่านไปแล้วตอนนั้นเจ้าก็ไม่รู้ตัวตนของข้า”
“ยิ่งไปกว่านั้นหากเจ้าไม่โจมตีข้าตกเหวข้าก็คงไม่ได้พบอาจารย์และมีวันนี้”
เย่เฉินสูดหายใจลึกและยิ้มขจัดความแค้น
เขาลบล้างความแค้นกับพี่หญิงไปโดยสิ้นเชิง
มันเป็นเรื่องของอดีตอันยาวนาน
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนั้นทุกคนไม่รู้ความจริง
เมื่อเห็นบุตรสาวคลายความแค้นกันเย่ซินยิ้มด้วยความยินดี
“นี่คือเหล่ยเหยา ภรรยาของเฉินเอ๋อร์”
เย่ซินแนะนำต่อ
“ข้าคารวะพี่สอง พี่สาม และพี่เขย”
เหล่ยเหยาคารวะด้วยรอยยิ้ม
“น้องสะใภ้เจ้ากับน้องสามปลอดภัยดีจริงๆ”
เย่ซวนและเย่ชิงชางยิ้ม
ทั้งสามเริ่มพูดคุยกันอย่างสนิทสนม
ระหว่างหญิงสาวด้วยกันย่อมมีเรื่องให้พูดมากมาย
เย่ชิงชางและเหล่ยเหยาคุยกันอย่างสนุกสนานเข้ากันได้ดี
“พี่ใหญ่ ได้ยินว่าเฉินเอ๋อร์กลับมาปลอดภัยแล้ว”
ปรมาจารย์ขงจื๊อและจางชิงหยางเดินเข้ามา
“คารวะลุงสอง ลุงสาม”
เย่เฉินและเหล่ยเหยาคารวะ
“โอ้..เฉินน้อยเจ้าทะลวงถึงขอบเขตราชันโกลาหล แข็งแกร่งกว่าลุงสามของเจ้าแล้ว?”
จางชิงหยางมองเย่เฉินด้วยความตื่นตะลึง
“พี่ใหญ่บอกข้ามานะท่านแอบให้ของดีกับเฉินเอ๋อร์ใช่ไหม? มีของดีอะไรอย่าลืมน้องชายคนนี้ด้วย!”
จางชิงหยางกอดขาพี่ใหญ่แน่น
เมื่อเทียบกับปรมาจารย์ขงจื๊อที่เคร่งขรึมจางชิงหยางช่างร่าเริงและขี้เล่น
“เอาล่ะไม่ขาดส่วนของเจ้าแน่นอน”
เย่ซินหัวเราะอย่างจนใจและส่ายหัว
จากนั้นเขานำร่างกระบี่โกลาหลออกจากลูกปัดแห่งสายเลือดและฝังลงในร่างของจางชิงหยาง
“ร่างกระบี่แข็งแกร่งยิ่ง!”
เมื่อได้รับร่างกระบี่โกลาหลจางชิงหยางรู้สึกได้ทันทีว่าการหยั่งรู้ในวิถีกระบี่ของเขาก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น
“พี่ใหญ่ข้าจะไม่พูดมากแล้วข้ารู้สึกได้ถึงความเข้าใจใหม่ในวิถีกระบี่ข้าจะไปปิดด่านเดี๋ยวนี้!”
กล่าวจบจางชิงหยางหายตัวไปทันที
“น้องรองเจ้าก็มีส่วนด้วย”
เย่ซินยิ้มเมื่อเห็นปรมาจารย์ขงจื๊อมองด้วยความอิจฉา
จากนั้นเขานำสายเลือดบริสุทธิ์โกลาหลฝังลงในร่างของปรมาจารย์ขงจื๊อ
ทันใดนั้นปราณบริสุทธิ์อันแข็งแกร่งจากร่างของปรมาจารย์ขงจื๊อก็ยิ่งทรงพลังขึ้น
“ขอบคุณพี่ใหญ่!”
ปรมาจารย์ขงจื๊อยิ้มเล็กน้อย
ขาพี่ใหญ่ช่างน่ากอดเสียจริง
จากนั้นเย่ซินจัดงานเลี้ยงใหญ่ในเมืองเทพนิรันดร์
เพื่อต้อนรับการกลับมาของบุตรชายคนที่สามเย่เฉินและครอบครัว
เผ่าเทพนิรันดร์มีราชันโกลาหลเพิ่มอีกหนึ่งทำให้เผ่าพันธุ์ทั้งหมดตื่นเต้นยิ่ง
แนวคิดของตระกูลเย่เริ่มแพร่กระจาย
ตระกูลเย่กลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
ท้ายที่สุดบรรพบุรุษเย่ หนึ่งในสามผู้นำเป็นประมุขของตระกูลเย่
จักรพรรดินีนิรันดร์ หนึ่งในสามผู้นำใหญ่เป็นภรรยาของประมุข
หากตระกูลเย่ไม่ใช่ตระกูลอันดับหนึ่งแล้วตระกูลใดจะกล้าเรียกตัวเองว่าตระกูลอันดับหนึ่ง?
“ถึงเวลาไปยังทวีปโบราณรกร้างเพื่อรับตระกูลเย่มาแล้ว”
“ตระกูลเย่ของเราจะต้องยืนหยัดในหมู่จักรวาลทั้งมวล”
“และนำพาพวกเขาให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏไปพร้อมกัน”
เย่ซินวางแผนจะนำคนของตระกูลเย่ทั้งหมดมาสู่ดินแดนจักรวาลนิรันดร์เพื่อให้ตระกูลเย่เติบโตอย่างรุ่งเรือง
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาเป็นสายเลือดของเขา
เย่ซินไม่อยากให้พวกเขาต้องตายในสังสารวัฏ
ในอดีตเขาไม่ได้นำตระกูลเย่ไปยังแดนสวรรค์หงเทียน เพราะเขายังปกป้องตัวเองได้ยากแล้วจะดูแลคนในตระกูลได้อย่างไร?
แต่ตอนนี้แตกต่างออกไปเย่ซินมีพลังเพียงพอที่จะปกป้อง
วูบ!
วันนั้นเย่ซินเดินทางออกจากเมืองเทพนิรันดร์เพียงลำพัง
ด้วยพลังของเขาเขาฉีกมิติได้อย่างง่ายดาย
เขาเข้าไปในแดนสวรรค์เทพ-มารก่อนจากนั้นผ่านแดนสวรรค์เทพ-มารไปยังทวีปโบราณรกร้าง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ราชวงศ์ต้าเซียและตระกูลเย่หายไปไหน?”
เมื่อมาถึงทวีปโบราณรกร้างเย่ซินไม่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคนในตระกูล
แม้แต่ราชวงศ์ต้าเซียก็หายไป
หรือว่า...จะมีโลกที่แข็งแกร่งบุกรุกทวีปโบราณรกร้างทำลายราชวงศ์ต้าเซียและสังหารตระกูลเย่จนหมด?
ความโกรธอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากร่างของเย่ซิน
ไม่ว่าอย่างไรตระกูลเย่แห่งทวีปโบราณรกร้างก็เป็นสายเลือดของเขา
เขาเป็นบรรพบุรุษของตระกูลเย่ผู้ใดกล้าทำร้ายคนของตระกูลเย่ข้าจะกำจัดทั้งเก้าตระกูลของมัน!
“ย้อนกาลเวลา!”
“เปิด!”
สายตาของเย่ซินเย็นเยียบจากนั้นชี้หนึ่งนิ้วขึ้นสู่ท้องฟ้า
วูบ วูบ วูบ!
ความว่างเปล่าที่เย่ซินชี้เริ่มย้อนเวลากลับอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์นับแสนปีในทวีปโบราณรกร้างปรากฏในจิตใจของเย่ซิน
เย่ซินถอนหายใจด้วยความโล่งอกตระกูลเย่ไม่ได้ถูกทำลาย
“ที่แท้ก็เป็นความผิดพลาดของข้า”
เย่ซินส่ายหัวด้วยความจนใจ
นี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้
ก่อนที่เย่ซินจะบินขึ้นสู่แดนสวรรค์หงเทียนเขาทิ้งวิธีการบางอย่างไว้ในทวีปโบราณรกร้าง
เพื่อให้มั่นใจว่าหลังจากเขาจากไปตระกูลเย่จะกลายเป็นผู้ครองทวีปโบราณรกร้าง
เขายังตั้งค่ายกลป้องกันอันแข็งแกร่งเพื่อป้องกันการรุกรานจากโลกอื่น
แน่นอนว่าตระกูลเย่เองก็ถูกจำกัดอยู่ในทวีปโบราณรกร้างจนไม่สามารถไปยังโลกที่สูงกว่าได้
แต่เย่ซินมองข้ามสิ่งหนึ่งไปโดยสิ้นเชิง
นั่นคือการปลุกสายเลือด!
พวกเขาเหมือนเย่ฝานต่างมีสายเลือดของเย่ซิน
ถึงโอกาสในการปลุกจะน้อยยิ่งยวด
แต่ในรอบแสนปีตระกูลเย่เติบโตอย่างรุ่งเรืองมีลูกหลานนับไม่ถ้วน
ถึงจะมีเพียงส่วนน้อยที่ปลุกสายเลือดก็สามารถก่อให้เกิดยอดฝีมือและอัจฉริยะอันน่าสะพรึงกลัว
อัจฉริยะเพียงคนเดียวก็สามารถนำตระกูลไปสู่จุดสูงสุดได้
ภายใต้การนำของเหล่าอัจฉริยะตระกูลเย่ทะลวงการป้องกันของทวีปโบราณรกร้างและไปยังหมื่นโลก
เริ่มจากการยึดครองโลกใหญ่ตามด้วยโลกเล็กและโลกขนาดกลาง
ขยายอาณาเขตของราชวงศ์ต้าเซียจนถึงขีดสุด
โลกเล็กและโลกใหญ่นับไม่ถ้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ต้าเซีย
ตระกูลเย่ที่แข็งแกร่งเหล่านี้ได้ปลุกสายเลือดอันทรงพลังของเย่ซิน
สายเลือดของเย่ซินนั้นต่อให้ในหมู่จักรวาลทั้งมวลก็ถือว่าไม่มีใครเทียบได้
ในโลกเล็กและโลกใหญ่ลูกหลานตระกูลเย่ที่ปลุกสายเลือดของเย่ซิน
เปรียบเสมือนราชันผู้ยิ่งใหญ่ไปสังหารหมู่ในสนามรบระดับต่ำ
สุดท้ายภายใต้การนำของยอดฝีมือตระกูลเย่ทั้งตระกูลได้ไปยังโลกใหญ่
ก้าวเข้าสู่จักรวาลอย่างเป็นทางการ
แต่ตระกูลเย่ไม่ได้ไปยังแดนสวรรค์หงเทียนหรือแม้แต่ดินแดนจักรวาลนิรันดร์
พวกเขากลับไปยังจักรวาลอื่น
นี่คือเหตุผลที่เย่ซินไม่รู้ว่าพวกเขาได้ขึ้นไปแล้ว
เมื่อเข้าใจสถานการณ์เย่ซินฉีกความว่างเปล่า
และเข้าสู่จักรวาลซวนจี
นี่คือจักรวาลที่ตระกูลเย่ทั้งหมดขึ้นไป
---
โลกต้าเซีย โลกใหญ่ที่ปกครองโดยตระกูลเย่แห่งราชวงศ์ต้เซีย
ตระกูลเย่มาถึงที่นี่และใช้เวลาแสนปีในที่สุดก็กลายเป็นผู้ครองโลกใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลเย่เต็มไปด้วยอัจฉริยะที่มีความเร็วในการบ่มเพาะที่น่าตกตะลึง
จักรพรรดิมนุษย์ต้าเซีย เย่อู๋เต้า ใช้เวลาบ่มเพาะไม่ถึงสามแสนปีก็กลายเป็นยอดฝีมือในขอบเขตบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์
ในบรรดาผู้ที่ปลุกสายเลือดระดับสูงของตระกูลเย่ยังมีเย่คง เย่ซิว เย่เฉิน เย่โม่ เย่หลง...ล้วนอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิเต๋าโบราณ
ราชวงศ์ต้าเซียกำลังรุ่งเรืองและเต็มไปด้วยยอดฝีมือ
แต่เพราะเหตุนี้จึงทำให้โลกใหญ่หลายสิบแห่งใกล้เคียงเกิดความหวาดระแวง
พวกเขาใช้กลอุบายสาวงามเพื่อล่อลวงองค์รัชทายาทต้าเซีย เย่เซียว
และล้วงความลับของค่ายกลเก้าขุนเขา
ค่ายกลเก้าขุนเขาตั้งคืออุปสรรคใหญ่ที่สุดในการโจมตีโลกต้าเซีย
แม้แต่บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นสี่หรือห้าก็ไม่อาจทำลายค่ายกลนี้ได้
แต่ตอนนี้พวกเขารู้ความลับของค่ายกลเก้าขุนเขาจากเย่เซียวแล้ว
จึงไม่มีอะไรต้องกังวลอีก
ดังนั้นภายใต้การนำของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์แปดคน กองทัพหมื่นล้านที่มีผู้สูงสุดขึ้นไปบุกโจมตีโลกต้าเซีย
ในขณะนั้นราชวงศ์ต้าเซียตกอยู่ในความวุ่ยวาย
เผชิญกับวิกฤตการล่มสลายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์แปดคนและกองทัพหมื่นล้านที่มีผู้สูงสุด
เมื่อปราศจากการปกป้องของค่ายกลเก้าขุนเขาพวกเขาจะต้านทานพลังนี้ได้อย่างไร?
ในตำหนักจักรพรรดิมนุษย์เย่อู๋เต้ารวบรวมคนของตระกูลและขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊
ทุกคนมีสีหน้าไม่สู้ดี
“ทุกท่านข้าผิดต่อพวกเจ้าแล้วลูกชายที่ไม่สมควรของข้าทำให้ความลับของค่ายกลเก้าขุนเขารั่วไหลสู่หญิงงามผู้นั้น”
“บัดนี้ทำให้ตระกูลเย่ของเราตกอยู่ในอันตราย”
เย่อู๋เต้ากล่าวด้วยสีหน้าอ่อนล้า
“ฝ่าบาทท่านไม่อาจโทษองค์รัชทายาททั้งหมดได้เพราะวิชาเสน่ห์ของเผ่าวิญญาณมายาแข็งแกร่งเกินไปการที่องค์รัชทายาทถูกหลอกก็เป็นเรื่องปกติ”
“ยิ่งไปกว่านั้นพวกเราก็ไม่ทันสังเกตความผิดปกติของหญิงผู้นั้น”
ขุนนางและผู้อาวุโสของตระกูลเย่ปลอบโยน
แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่ทันสังเกตองค์รัชทายาทจะสังเกตได้อย่างไร?
ได้แต่กล่าวว่าวิชามายาของเผ่าวิญญาณมายานั้นแข็งแกร่งเกินไป
“ฝ่าบาท ข่าวร้าย! ข่าวร้าย! องค์รัชทายาทออกจากโลกต้าเซียแล้ว!”
“เขาบอกว่าจะไปหาหญิงผู้นั้นเขาไม่เชื่อว่านางจะหลอกความรู้สึกเขาและไม่ได้รักเขาจริง”
ในขณะนั้นทหารในวังวิ่งเข้ามารายงานด้วยความร้อนรน
“เจ้าลูกชั่วยังไม่สำนึกอีก!”
เย่อู๋เต้าโกรธจัดจนกระอักเลือด
ทำไมเขาถึงมีลูกชายที่ดื้อรั้นถึงเพียงนี้?
“ฝ่าบาทปล่อยให้องค์รัชทายาทไปเถิดบางทีเขาอาจรักษาสายเลือดสุดท้ายของตระกูลเย่ไว้ได้”
ผู้อาวุโสใหญ่เย่ซิวถอนหายใจ
เขาไม่มีความหวังในสถานการณ์ของตระกูลเย่เลย