- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่มต้น
- 268.การมาถึงของจักรพรรดิมารทำลายล้าง
268.การมาถึงของจักรพรรดิมารทำลายล้าง
268.การมาถึงของจักรพรรดิมารทำลายล้าง
แดนดาราเยือกแข็ง
ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางระหว่างจักรวาลโกลาหลและจักรวาลนิรันดร์
ทุกวันมีประชากรและทรัพยากรจำนวนมหาศาลถูกส่งจากที่นี่ไปยังจักรวาลนิรันดร์เพื่อจัดสรรให้อาศัยอยู่ในโลกใหญ่ต่างๆ
“ผู้ที่ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ของเราย่อมมีใจที่แตกต่าง”
ดังนั้นสมาชิกของเผ่าเทพนิรันดร์ส่วนใหญ่จะพัฒนาโดยใช้ “เผ่ามนุษย์แห่งจักรวาลโกลาหล” เป็นรากฐาน
พร้อมทั้งรับเผ่าพันธุ์ที่มีสายเลือดชั้นสูงเข้ามาร่วมด้วย
ส่วนเผ่าพันธุ์ที่ด้อยกว่าที่ถูกควบคุมจะถูกใช้เป็นเพียงข้ารับใช้หรือทาสของเผ่าเทพนิรันดร์
เพื่อรับใช้เผ่าเทพนิรันดร์ทั้งหมด
นี่คือกฎแห่งจักรวาลที่อ่อนแอต้องยอมจำนนต่อผู้แข็งแกร่ง
ด้วยอัตราการขยายเผ่าพันธุ์ของมนุษย์
ตราบใดที่มีพื้นที่อยู่อาศัยและทรัพยากรเพียงพอ
จำนวนประชากรจะเติมเต็มทั้งจักรวาลนิรันดร์ได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากเผ่าพันธุ์ที่มีสายเลือดพิเศษปัจจัยที่จำกัดการเติบโตของเผ่าพันธุ์คือพื้นที่อยู่อาศัยและทรัพยากรเท่านั้น
แผนการของเย่ซินและจักรพรรดินีนิรันดร์คือการพัฒนาเผ่าพันธุ์ให้ยิ่งใหญ่
ไม่ใช่เพียงการบริหารกองกำลังเพียงกลุ่มเดียว
ถึงแม้ว่าเผ่ามนุษย์แห่งจักรวาลโกลาหลจะมีพันธมิตรบรรพชนมนุษย์อยู่
แต่โดยพื้นฐานแล้วเผ่ามนุษย์แต่ละกองกำลังต่างแยกกันบริหารและเข่นฆ่ากันเอง
ในอนาคตอาณาจักรเทพนิรันดร์จะห้ามการเข่นฆ่าภายในเผ่าพันธุ์
หากต้องการฆ่าฟันก็มีโอกาสให้
นั่นคือการออกไปสู่สนามรบเพื่อต่อสู้กับจักรวาลอื่น
ภายในเผ่าพันธุ์จะต้องกำหนดกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด
เพื่อฝึกฝนและคัดเลือกผู้มีพรสวรรค์
ให้ทุกคนได้ใช้พรสวรรค์ของตนอย่างเต็มที่
ในด้านนี้เย่ซินมีประสบการณ์มากมาย
สำนักจีเซี่ยภายใต้การบริหารของเขาใช้การสอนที่เหมาะสมกับแต่ละคนมีระบบการฝึกฝนที่ดีและสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร
เพียงแต่ว่าตอนนี้จากสำนักจีเซี่ยเล็กๆได้กลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่
สำนักจีเซี่ยยังได้รับการกำหนดให้เป็นสำนักสูงสุดของเผ่าเทพนิรันดร์
มันจะเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้มีพรสวรรค์ของเผ่าเทพนิรันดร์
อาจารย์ประจำของสำนักจะต้องมีขอบเขตอย่างน้อยระดับบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์
เย่ซิน,จักรพรรดินีนิรันดร์และจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จวี้ฝู่จะลงมาสอนด้วยตนเองเป็นครั้งคราว
ที่นี่จะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าผู้มีพรสวรรค์ของเผ่าเทพนิรันดร์ใฝ่ฝัน
ศิษย์ทุกคนที่จบจากสำนักจีเซี่ยจะกลายเป็นยอดฝีมือที่ชื่อเสียงก้องจักรวาล
แน่นอนว่าตอนนี้ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้น
ต้องใช้เวลานับหมื่นปีในการพัฒนาจึงจะสมบูรณ์
วันนี้
ท้องฟ้าเหนือแดนดาราเยือกแข็งแตกออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่
พลังมารอันยิ่งใหญ่พุ่งลงมาส่งกลิ่นอายที่ทำให้แม้แต่จักรวาลโกลาหลต้องสั่นสะเทือน
“ดีมากในที่สุดก็พบที่ซ่อนของเหลือรอดแห่งเผ่าเทพเหมันต์เยือกแข็ง!”
“สายเลือดเหมันต์เยือกแข็งสำคัญยิ่งต่อเผ่าของเรา”
“ด้วยคุณสมบัติอันเยือกเย็นถึงขีดสุดมันสามารถขจัดพิษมารในร่างของบรรพบุรุษได้”
“เมื่อพิษมารถูกขจัดบรรพบุรุษจะฟื้นคืนสู่สภาพสมบูรณ์”
“สายเลือดเหมันต์เยือกแข็งไม่ว่าด้วยวิธีใดเราจะต้องได้มา!”
ดวงตาของจักรพรรดิมารทำลายล้างส่องประกายด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์หานปิงก่อนตายยังทำลายกำแพงมิติได้”
“ปล่อยให้เหลือรอดของเผ่าเทพเหมันต์เยือกแข็งหนีไปพร้อมมรดกสายเลือดเหมันต์เยือกแข็งออกจากจักรวาลไอโอน”
“โชคดีที่บรรพบุรุษได้ลูกปัดลึกลับมา”
“ถึงแม้ว่าลูกปัดในมือของข้าจะเป็นของเลียนแบบจากลูกปัดลึกลับนั้น”
“แต่มันมีพลังในการป้องกันการกดขี่จากเจตจำนงแห่งจักรวาลทำให้ข้าสามารถลงมาสู่จักรวาลโกลาหลได้” จักรพรรดิมารทำลายล้างพึมพำ
เผ่ามารมืดในจักรวาลไอโอนเดิมทีไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่ง
ยอดฝีมือสูงสุดของพวกเขามีเพียงขอบเขตบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นหนึ่ง
แต่ในวันหนึ่งแสงสว่างเจิดจ้าจากท้องฟ้าตกลงมา
ลูกปัดลึกลับเม็ดหนึ่งหลอมรวมเข้ากับร่างของบรรพบุรุษมารมืด
จากนั้นสายเลือดของเขาเกิดการกลายพันธุ์
ด้วยสายเลือดที่กลายพันธุ์และลูกปัดนั้นบรรพบุรุษมารมืดทะลวงสู่ขอบเขตโกลาหลได้สำเร็จ
ทว่าในสายเลือดที่กลายพันธุ์นั้นมีพิษมารซ่อนอยู่
ทำให้บรรพบุรุษมารมืดต้องหลับใหลเป็นครั้งคราวเพื่อต้านพิษมาร
จักรวาลไอโอนเป็นกึ่งดินแดนจักรวาลที่เกิดจากการหลอมรวมของจักรวาล จักรวาลซูอัน จักรวาลดารา และอีกหนึ่งจักรวาล
จึงสามารถให้กำเนิดยอดฝีมือขอบเขตโกลาหลได้ในจำนวนจำกัด
หากได้สายเลือดเหมันต์เยือกแข็งพิษมารของบรรพบุรุษมารมืดจะถูกขจัด
จากนั้นจักรพรรดิมารทำลายล้างบุกเข้าไปในแดนดาราเยือกแข็งโดยตรง
ในฐานะศูนย์กลางระหว่างจักรวาลโกลาหลและจักรวาลนิรันดร์
ที่นี่มีการป้องกันที่เข้มงวด
“ผู้ใด?”
สมาชิกลาดตระเวนจักรพรรดิหลายสิบคนบินมาสอบถามจักรพรรดิมารทำลายล้าง
“หึ!”
จักรพรรดิมารทำลายล้างส่งเสียงเย็นชาทันใดนั้นพลังมารโลหิตปกคลุมท้องฟ้า
จักรพรรดิแห่งเผ่าเทพนิรันดร์หลายสิบคนกลายเป็นเถ้าธุลีในชั่วพริบตา
“แค่กลุ่มจักรพรรดิกล้าขวางทางข้าได้แต่รนหาที่ตาย” จักรพรรดิมารทำลายล้างกล่าวเย็นชา
จากนั้นเขาบุกเข้าไปในตำหนักเทพเหมันต์โดยตรง
ในขณะนั้นหลี่เยว่เอ๋อและราชันศักดิ์สิทธิ์เสวี่ยเซวี่ยซึ่งปกป้องแดนดาราเยือกแข็งอยู่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่บุกรุกเข้ามา
ตำหนักเทพเหมันต์ทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยพลังมารอันน่าสะพรึงกลัว
ดวงตาโลหิตคู่หนึ่งปรากฏในอากาศจ้องมองตำหนักเทพเหมันต์
หลี่เยว่เอ๋อและราชันศักดิ์สิทธิ์เสวี่ยเซวี่ยรู้สึกถึงวิญญาณที่สั่นสะท้าน
ทั้งสองตระหนักได้ทันทีว่านี่คือยอดฝีมือระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
“หรือว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามของเผ่ามนุษย์ลงมือ?” หลี่เยว่เอ๋อตื่นตระหนกในใจ
แต่ก็ไม่ถูกต้อง
ด้วยพลังของเผ่าเทพนิรันดร์ในตอนนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามของเผ่ามนุษย์กล้าดีอย่างไรมาหาเรื่อง?
“กลิ่นอายนี้…คือจักรพรรดิมารทำลายล้างแห่งเผ่ามารมืด!”
“เขาเข้ามาในจักรวาลโกลาหลได้อย่างไรโดยไม่ถูกกดขี่จากเจตจำนงแห่งจักรวาล?” ราชันศักดิ์สิทธิ์เสวี่ยเซวี่ยสีหน้าเปลี่ยนไป
นี่คือจักรพรรดิมารที่โหดเหี้ยมและชั่วร้ายยิ่ง
“ฝ่าบาท รีบหนี!”
ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง
ในตอนนี้ที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามของเผ่าเทพนิรันดร์ไม่อยู่ไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
“ราชันศักดิ์สิทธิ์เสวี่ยเซวี่ยเจ้าจะหนีไปไหน!”
ฝ่ามือมารของจักรพรรดิมารทำลายล้างตบลงมาทำให้ทั้งสองที่กำลังหลบหนีร่วงลงสู่พื้น
พรึ่บ!
ทั้งสองกระอักเลือดออกมา
มองจักรพรรดิมารทำลายล้างด้วยความหวาดกลัว
พลังของเขานั้นแข็งแกร่งจนไม่อาจต้านทานได้
ในขณะนั้นเย่ซินที่อยู่ในเมืองเทพนิรันดร์สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
“เยว่เอ๋อเหมือนจะตกอยู่ในอันตราย”
สำหรับภรรยา ลูกสาว และบุคคลสำคัญของเขา
เย่ซินให้ความสำคัญยิ่ง
เขาทิ้งตราประทับไว้บนร่างของพวกเขา
หากเผชิญอันตรายเขาจะสัมผัสได้ทันที
วูบ!
เย่ซินหายตัวไปจากที่เดิมในทันทีมุ่งหน้าไปยังจักรวาลโกลาหล
ผู้ใดกล้าทำร้ายภรรยาของเขาเย่ซินจะสังหารทั้งตระกูลของมัน!
“ราชันศักดิ์สิทธิ์เสวี่ยเซวี่ยไม่นึกว่าเจ้าไม่เพียงขจัดพิษมารได้แต่พลังยังเพิ่มขึ้นอย่างมาก”
“ดูเหมือนเจ้าได้โอกาสอันยิ่งใหญ่ในจักรวาลโกลาหลนี้” จักรพรรดิมารทำลายล้างยิ้ม
“จักรพรรดิมารทำลายล้างเจ้ามาในจักรวาลโกลาหลได้อย่างไรโดยไม่ถูกกดขี่จากเจตจำนงแห่งจักรวาล?” ราชันศักดิ์สิทธิ์เสวี่ยเซวี่ยจ้องมองร่างมารขนาดใหญ่
“ข้ามาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ส่งมอบสายเลือดเหมันต์เยือกแข็งมา!” จักรพรรดิมารทำลายล้างกล่าวด้วยพลังมารอันน่าสะพรึงกลัว
“หืม? เจ้าสืบทอดสายเลือดเหมันต์เยือกแข็ง!”
ตอนนี้เองที่จักรพรรดิมารทำลายล้างสังเกตเห็นหลี่เยว่เอ๋อ
“ดี ดีมาก ข้าจะดึงสายเลือดเหมันต์เยือกแข็งจากร่างของเจ้าเดี๋ยวนี้!”
ฝ่ามือมารขนาดใหญ่ยื่นมาหาหลี่เยว่เอ๋อ
“ต้องการทำร้ายเยว่เอ๋อเจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
เสียงเย็นเยือกดังก้องไปทั่วตำหนักเทพเหมันต์
ตูม! ตูม! ตูม!
พลังที่มองไม่เห็นพุ่งลงมาผลักฝ่ามือมารนั้นถอยกลับ
จากนั้นรอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
จากรอยแยกนั้นร่างเงาดำที่เต็มไปด้วยพลังมารอันยิ่งใหญ่ก้าวออกมา
เมื่อเขาปรากฏตัวพลังมารที่ปกคลุมฟ้าดินถูกกลืนกินในทันที
มิติและกาลเวลารอบข้างตกอยู่ในการควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์
แม้แต่กฎเกณฑ์จักรวาลก็หยุดนิ่งและถอยหนีจากเขา
“อะไรกัน? แค่บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นสี่?”
“บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นสี่ผลักข้าถอยได้?”
จักรพรรดิมารทำลายล้างรู้สึกเหมือนตาฝาด
เป็นไปได้อย่างไรที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น?
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นสี่มีพลังอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้?
หรือมีสมบัติพิเศษในครอบครอง?
ในชั่วพริบตาความคิดนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในใจของจักรพรรดิมารทำลายล้าง
“เจ้าเป็นใครกล้าทำร้ายภรรยาของข้าเจ้าไม่กลัวตายหรือ?”
เย่ซินยืนตระหง่านในความว่างเปล่าจ้องมองร่างมารขนาดใหญ่ด้วยสายตาเย็นชา
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด
ทำให้มิติและกาลเวลาทั้งหมดสั่นสะเทือน
“ฮ่าฮ่า บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นสี่ปากกล้าขนาดนี้กล้าข่มขู่ข้าต่อหน้าและบอกว่าจะฆ่าข้า?”
“หึ ใครให้ความกล้าเจ้า?”
“ข้าคือจักรพรรดิมารทำลายล้างแห่งเผ่ามารมืดจากจักรวาลไอโอนหลานชายของราชันโกลาหลผู้ยิ่งใหญ่—บรรพบุรุษมารมืด!”
“ฆ่าข้า? หึ เจ้ายังไม่มีคุณสมบัตินั้น”
“สายเลือดเหมันต์เยือกแข็งในร่างหญิงผู้นี้ข้าจะต้องได้มา!”
ร่างมารขนาดใหญ่บนท้องฟ้าหัวเราะเยาะ
“ข้าไม่อยากทำลายโลกนี้ไปสู้กันในความว่างเปล่าอันไร้สิ้นสุด!” เย่ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
พลังของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์หากปลดปล่อยเต็มที่
อย่าว่าแต่โลกใหญ่เพียงแห่งเดียวแม้แต่ดาราจักรทั้งหมดก็อาจถูกทำลาย
เว้นแต่จะมีการตั้งค่ายกลป้องกันอันแข็งแกร่ง
“หึ ข้าจะกลัวเจ้าได้อย่างไร?” จักรพรรดิมารทำลายล้างเยาะเย้ย
การถูกท้าทายจากบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นสี่เขาจะถอยไม่ได้
ตูม! ตูม! ตูม!
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนั้นหายไปจากที่เดิม
หลี่เยว่เอ๋อและราชันศักดิ์สิทธิ์เสวี่ยเซวี่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก
สำหรับการต่อสู้ระหว่างเย่ซินและจักรพรรดิมารทำลายล้าง
ทั้งสองไม่กังวล
สามีของหลี่เยว่เอ๋อคือผู้ที่สามารถเอาชนะจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งนรกทั้งสามได้
ยิ่งไปกว่านั้นจักรพรรดินีนิรันดร์ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพร้อมสนับสนุนได้ทุกเมื่อ
---
ในความว่างเปล่าอันไร้สิ้นสุด
ในระยะหลายสิบล้านปีแสงนอกจากโลกใหญ่ที่รกร้างและถูกทิ้งร้างแล้ว
ไม่มีโลกที่มีชีวิตใดๆ
ที่นี่คือสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการต่อสู้
“เจ้าเด็กน้อยไม่ว่าเพราะเหตุใดพลังของเจ้าก็เหนือกว่าบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นสี่อย่างมาก”
“แต่ต่อหน้าข้ามันไม่มีความหมาย!” จักรพรรดิมารทำลายล้างเยาะเย้ย
จากนั้นเขาควบคุมพลังมิติและกาลเวลาพุ่งโจมตีเย่ซิน
ตูม! ตูม! ตูม!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวทำให้จักรวาลโกลาหลสั่นสะเทือน
“ของเล็กน้อย!”
เย่ซินเงยหน้าด้วยท่าทีเยือกเย็นมองจักรพรรดิมารทำลายล้าง
จากนั้นเขาตบฝ่ามือออกไป
ตูม! ตูม! ตูม!
พลังอันทำลายฟ้าดินสองสายปะทะกันในความว่างเปล่าของดาราจักร
สร้างพลังทำลายล้างระดับทำลายโลก
ผลลัพธ์สุดท้ายเย่ซินได้เปรียบเล็กน้อย
ไม่เพียงทำลายพลังของจักรพรรดิมารทำลายล้าง
แต่ยังกระแทกเขาออกไปไกลหลายร้อยปีแสงชนทำลายความว่างเปล่าอันไร้สิ้นสุด
ฉีกมิติเป็นรอยแยกขนาดมหาศาล
“จักรพรรดิมารทำลายล้างนี่คือพลังที่เจ้ามั่นใจอ่อนแอเกินไปไม่อาจต้านทานได้แม้แต่การโจมตีเดียว!” เย่ซินหัวเราะลั่น
เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้น
หากฆ่าจักรพรรดิมารทำลายล้างได้เขาจะได้ผลศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สี่ผล
และผลศักดิ์สิทธิ์ของราชันศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก
เพียงพอให้เขาทะลวงสู่ขอบเขตบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นห้า
ถึงตอนนั้นพลังของเขาจะเทียบเท่ากับจักรพรรดินีนิรันดร์
ถึงขีดสุดของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
เมื่อนั้นเย่ซินคนเดียวจะสามารถสังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามของเผ่ามนุษย์ได้
“ไม่! เป็นไปได้อย่างไร?”
จักรพรรดิมารทำลายล้างไม่อาจเชื่อสายตาเมื่อมองเย่ซิน
จักรพรรดิมารทำลายล้างผู้ยิ่งใหญ่ถูกบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นสี่กระแทกจนกระเด็น?
ใบหน้ามารอันน่าสะพรึงกลัวเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะมีพลังน่ากลัวขนาดนั้น!”
“การทำลายแห่งความตาย!”
จักรพรรดิมารทำลายล้างคำรามด้วยเสียงดังสนั่น
ทำลายความว่างเปล่าหลายร้อยล้านลี้
พลังมารสีแดงเข้มพลุ่งพล่าน
ร่างมารของเขาใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ตูม! ตูม! ตูม!
กฎเกณฑ์จักรวาลและมิติรอบข้างแตกสลาย
ลำแสงทำลายล้างสีดำพุ่งผ่านความว่างเปล่ามุ่งสู่เย่ซิน
“พลังแห่งการทำลายล้าง? หึ ข้าจะสอนเจ้าเองว่าพลังแห่งการทำลายล้างที่แท้จริงคืออะไร!”
เย่ซินยิ้มเยาะ
วิถีกระบี่ทำลายล้างระเบิดออกจากร่างของเขา
พลังแห่งการทำลายล้างที่ปลดปล่อยออกมาทำให้ “การทำลายแห่งความตาย” ของจักรพรรดิมารทำลายล้างดูเหมือนมดต่อหน้าช้าง
ในชั่วพริบตาถูกวิถีกระบี่ทำลายล้างของเย่ซินทำลายสิ้น
“วิถีกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวพลังของเจ้าไม่ด้อยไปกว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด!”
ตอนนี้จักรพรรดิมารทำลายล้างตระหนักถึงพลังของเย่ซิน
เขาตื่นตะลึงถึงขีดสุดบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นสี่มีพลังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้?
นี่มันตัวประหลาดอะไรกัน?
ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้
ร่างมารขนาดใหญ่ถูกพลังทำลายล้างของเย่ซินกระแทกจนกระเด็น
ชนทำลายความว่างเปล่าขนาดใหญ่
“ฮ่าฮ่า เจ้าอาจแข็งแกร่งกว่าข้าแต่เจ้าไม่อาจฆ่าข้าได้!”
“รอไปเถอะเมื่อยอดฝีมือของเผ่ามารมืดมาถึงจักรวาลโกลาหลของเจ้าจะถูกทำลาย!” จักรพรรดิมารทำลายล้างหัวเราะลั่น
“หากไม่มีพลังในระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ขีดสุดการเอาชนะจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทำได้แต่การฆ่านั้้นยากยิ่ง” เย่ซินส่ายหัว
ยิ่งไปกว่านั้นจักรพรรดิมารทำลายล้างไม่ใช่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ธรรมดา
เขาเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง
เย่ซินไม่อาจฆ่าเขาได้ด้วยตัวคนเดียว
“จักรพรรดินีอย่าดูอยู่เฉยๆออกมาช่วยข้าฆ่ามารตนนี้!” เย่ซินหัวเราะ
ทันใดนั้นความว่างเปล่าสั่นสะเทือนกฎเกณฑ์จักรวาลนับไม่ถ้วนถอยหนี
ร่างสูงสง่างาม งามล่มเมือง ผู้มีพลังปราบจักรวาล—จักรพรรดินีนิรันดร์—ก้าวออกมา
ร่างของนางแผ่ออกกลิ่นอายที่ทำให้วิญญาณของจักรพรรดิมารทำลายล้างสั่นสะท้าน
“อะไรกัน? จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ขีดสุด?”
“ในจักรวาลโกลาหลอันอ่อนแอจะมียอดฝีมือเช่นนี้ได้อย่างไร?”
จักรพรรดิมารทำลายล้างตื่นตระหนก
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ขีดสุดมีพลังที่สามารถคร่าชีวิตเขาได้จริงๆ
“เย่ซินไม่นึกว่าพลังของเจ้าในตอนนี้จะแข็งแกร่งถึงขั้นเอาชนะจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงได้อย่างง่ายดาย” จักรพรรดินีนิรันดร์ยิ้ม
จากนั้นมองไปที่จักรพรรดิมารทำลายล้าง
“เจ้ามารผู้นี้โชคร้ายที่มาหาเรื่องเย่ซินดูเหมือนจะไม่มีทางรอดแล้ว”
ตลอดเส้นทางของเย่ซินผู้ที่เป็นศัตรูกับเขาล้วนตายอย่างไร้ที่ฝังศพ
“พวกเจ้าบังคับข้า!”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะใช้ไพ่ตาย!”
จักรพรรดิมารทำลายล้างคำราม
ถึงแม้ว่าลูกปัดนั้นจะเป็นของเลียนแบบ
แต่มันก็มีค่าไม่น้อยไปกว่าสมบัติจักรวาลขั้นสูงหนึ่งชิ้น
หากต้องทำลายมันเขาจะรู้สึกเหมือนเลือดไหลออกจากใจ
แต่เพื่อรักษาชีวิตไม่อาจเสียดายได้