- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่มต้น
- 231.บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์คนแรกที่จบชีวิตในมือของเย่ซิน
231.บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์คนแรกที่จบชีวิตในมือของเย่ซิน
231.บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์คนแรกที่จบชีวิตในมือของเย่ซิน
เมื่อตัวตนของเย่ซินถูกเปิดเผยมันก่อให้เกิดความโกลาหลไปทั่วทั้งงาน
กองกำลังที่มาร่วมงานประชุมเก้าสวรรค์นั้นถือว่าไม่ใช่กองกำลังเล็กๆในโถงหงเทียนเลย
ย่อมเคยได้ยินเรื่องราวของราชันเทพคนใหม่แห่งอาณาจักรเทพนิรันดร์ผู้นี้มาบ้าง
ทุกคนต่างอยากรู้ว่าอัจฉริยะที่สามารถได้รับแต่งตั้งเป็นราชันเทพตั้งแต่ยังอยู่ในขอบเขตสูงสุดนั้นเป็นอย่างไร
“นี่คือราชันเทพเย่หรือได้ยินว่าเขาบ่มเพาะมาน้อยกว่าหนึ่งแสนปีแต่กลับทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิสวรรค์แล้ว”
“น่าทึ่งเกินไปข้าบ่มเพาะถึงสิบล้านปีถึงจะกลายเป็นจักรพรรดิได้คิดว่าตนเองเป็นอัจฉริยะที่ชื่อกระฉ่อนในโถงหงเทียนแต่เมื่อเทียบกับเขาข้าช่างไม่ต่างจากขยะ”
“ไม่แปลกใจที่เขาจะได้รับแต่งตั้งเป็นราชันเทพตั้งแต่ขอบเขตสูงสุดเขาคู่ควรจริงๆ”
เหล่ายอดฝีมือในขอบเขตจักรพรรดิต่างร้องอุทานด้วยความตื่นตะลึง
อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพต่อรุ่นเยาว์ผู้นี้อย่างแท้จริง
“ดูจากท่าทางราชันเย่ตั้งใจจะท้าทายทั้งวังเซียนเก้าสวรรค์ นี่เขาจะทำอะไร?”
ในขณะนั้นจักรพรรดิโบราณเซิ่งหลงผู้แทนอาณาจักรเทพนิรันดร์ที่มาร่วมงานประชุมเก้าสวรรค์กล่าวด้วยความกังวล
ถึงแม้ว่าราชันเย่จะสังหารจักรพรรดิโบราณเทียนชิ่งได้แต่เขาก็ไม่คิดว่าเย่ซินจะเป็นคู่ต่อสู้ของทั้งวังเซียนเก้าสวรรค์ได้
“จักรพรรดินีกำลังปิดด่านโชคดีที่บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จวี้หลิงกลับมาที่แดนเทพนิรันดร์แล้วข้าต้องรีบแจ้งเขา”
จักรพรรดิโบราณเซิ่งหลงรู้สึกถึงความจำเป็นต้องส่งข่าวเรื่องที่เย่ซินท้าทายวังเซียนเก้าสวรรค์ไปยังบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จวี้หลิง
ไม่นานบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จวี้หลิงที่อยู่ในแดนเทพนิรันดร์ก็ได้รับข่าวจากจักรพรรดิโบราณเซิ่งหลง
“อะไรนะ?” เมื่อได้รับข่าวนี้บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จวี้หลิงตกใจอย่างยิ่ง
“ราชันเย่กำลังก่อปัญหากับวังเซียนเก้าสวรรค์?”
“ไม่ได้ข้าต้องรีบไปที่นั่นทันทีมิฉะนั้นหากราชันเย่เกิดอันตรายข้าจะอธิบายต่อจักรพรรดินีไม่ได้”
“โดยเฉพาะต้องระวังพวกเลวทรามจากโถงหงเทียนพวกมันต้องการชีวิตของราชันเย่เป็นอย่างมาก”
ตูม!
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จวี้หลิงฉีกมิติทันทีและก้าวเข้าไปในนั้น
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จวี้หลิงไม่ใช่บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาเขาคือบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์เทพยักษ์โบราณ
เขาเคยได้รับการช่วยชีวิตจากจักรพรรดินีนิรันดร์จึงกลายเป็นราชันเทพของอาณาจักร
ด้วยขอบเขตการบ่มเพาะที่น่าสะพรึงกลัวในระดับบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นหกเขาคือยอดฝีมือที่ชื่อกระฉ่อนไปทั่วหล้า
---
ในเมืองศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์เย่ซินลอยตัวอยู่ในความว่างเปล่าต่อสู้กับผู้คนจากวังเซียนเก้าสวรรค์
กลิ่นอายของเขาไม่ด้อยไปกว่าบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนเลยแม้แต่น้อย
“ข้าผิดอันใด?”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกพวกเจ้าตามความจริง”
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏที่มุมปากของเย่ซิน
“บุตรศักสิทธิ์จิ่วเทียนเจ้ารู้จักหญิงสาวที่ชื่อหลี่เยวี่ยเอ๋อหรือไม่?”
ทันใดนั้นสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของเย่ซินจ้องไปที่บุตรศักสิทธิ์จิ่วเทียน
ต่อหน้าพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวของเย่ซินบุตรศักสิทธิ์จิ่วเทียนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวมองเย่ซินด้วยสายตาตื่นตระหนก
ต่อหน้าเย่ซินแม้แต่อัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่างเขาก็ดูเหมือนเพียงมดปลวก
อัจฉริยะอันดับหนึ่ง? ต่อหน้าเย่ซินเขาคือเพียงมดตัวหนึ่ง
“ข้า…ข้า…”
บุตรศักสิทธิ์จิ่วเทียนถูกสายตาอันน่าสะพรึงกลัวของเย่ซินข่มขู่จนพูดตะกุกตะกัก
ต้องรู้ว่าสายตาน่าสะพรึงกลัวของเย่ซินนั้นเพียงพอจะสังหารจักรพรรดิได้ในพริบตา
นี่คือพลังที่ตราประทับที่หน้าผากของเขามอบให้
“บุตรข้าอย่ากลัวไปมีพ่ออยู่แม้ว่าเขาจะเป็นราชันเทพแห่งอาณาจักรก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้”
คำพูดของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนช่วยขจัดความกลัวในใจของบุตรศักสิทธิ์จิ่วเทียนไปได้มาก
“ถูกต้องข้ารู้จักนางข้าตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกเห็นและต้องการรับนางเป็นภรรยา”
บุตรศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนยอมรับ
พ่อของข้าคือบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ข้าจะกลัวผู้ใด?
“นางคือภรรยาของข้า!”
เย่ซินกล่าวอย่างเรียบเฉย
“อะไร? นางเป็นภรรยาของเจ้า?”
บุตรศักสิทธิ์จิ่วเทียนประหลาดใจยิ่ง
นี่เป็นเรื่องที่เขาไม่คาดคิด
“และเหยียนรู่สุ่ยก็เป็นผู้หญิงของข้าพวกเจ้าควบคุมนางและบังคับให้นางแต่งงานกับเจ้า”
“เจ้าว่าเจ้าสมควรตายหรือไม่วังเซียนเก้าสวรรค์สมควรถูกทำลายหรือไม่?”
น้ำเสียงของเย่ซินดังขึ้นกะทันหัน
“ราชันเทพเย่เท่าที่ข้าได้ยินมาภรรยาของท่านถึงแม้จะถูกบุตรของข้าบังคับให้แต่งงานแต่สุดท้ายนางก็หนีไปได้อย่างปลอดภัย”
“ในเรื่องนี้ข้าขอแสดงความเสียใจและยินดีชดเชยบางส่วน พร้อมสัญญาว่าจะช่วยท่านตามหาภรรยาของท่านกลับมาอย่างปลอดภัย”
“ส่วนสตรีศักสิทธิ์อมตะ…การแต่งงานของนางควรตัดสินโดยบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะข้าไม่มีอำนาจในเรื่องนี้”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หากเย่ซินไม่ใช่ราชันเทพแห่งอาณาจักรเขาคงบดขยี้เย่ซินไปนานแล้ว
เขาจะยอมนั่งลงเจรจากับเย่ซินได้อย่างไร?
“ถูกต้องราชันเทพเย่รู่สุ่ยเป็นศิษย์ของข้าการที่นางจะแต่งงานกับผู้ใดควรเป็นข้าผู้เป็นอาจารย์ตัดสิน”
เมื่อเรื่องการรวมสองตระกูลได้รับการตกลงแล้วบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะย่อมต้องยืนเคียงข้างวังเซียนเก้าสวรรค์
ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้ว่าเย่ซินจะมีสถานะไม่ธรรมดาแต่พลังของเขายังไม่ถึงขอบเขตบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์
เขาจึงไม่จำเป็นต้องกลัวเย่ซิน
หากเป็นบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จวี้หลิงหรือจักรพรรดินีนิรันดร์ลงมือเอง เรื่องย่อมต่างออกไป
“เจ้าแก่เจ้ายังกล้าพูดว่าเจ้าเป็นอาจารย์ของรู่สุ่ย?”
“เพื่อผลประโยชน์ของตนเองเจ้ายอมเสียสละศิษย์ของเจ้าเจ้ายังมีหน้ามาอยู่ตรงนี้หรือ?”
เย่ซินตะโกนตำหนิด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
หากบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะยังขัดขวางต่อไปเขาก็ไม่รังเกียจที่จะจัดการทั้งคู่
“เจ้า…”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะโกรธจนหน้าแดงก่ำ
ในฐานะบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เขาถูกรุ่นเยาว์ตำหนิต่อหน้าผู้คนความโกรธในใจพุ่งถึงขีดสุด
“วันนี้วังเซียนเก้าสวรรค์จะต้องถูกทำลายผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจงถอยไปมิฉะนั้นจะได้รับผลกระทบโดยไม่จำเป็น”
เย่ซินไม่ต้องการเสียคำพูดอีกต่อไปวันนี้เขาจะทำลายวังเซียนเก้าสวรรค์ให้ได้
“ราชันเทพเย่เจ้าช่างจองหองเกินไปเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เจ้าจะต้องต่อสู้จนตายกับวังเซียนเก้าสวรรค์ของเราหรือ?”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนโกรธจัด
“บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนเจ้าจะพูดไร้สาระไปทำไมลงมือสู้กับข้าให้เต็มที่หรือจะให้คนทั้งวังเซียนเก้าสวรรค์รุมข้าก็ได้”
ในดวงตาของเย่ซินเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ปกคลุมฟ้าดิน
“ท้าทายข้าผู้เป็นประมุข? ราชันเทพเย่เจ้ากำลังแซ่หาความตาย!”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนหัวเราะด้วยความโกรธ
จิตรสังหารอันเข้มข้นระเบิดออกจากร่างของเขา
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนมีนิสัยโหดเหี้ยมมาแต่ไหนแต่ไร
ที่ผ่านมานั้นเพียงเพราะสถานะของเย่ซินเขาจึงยังคงควบคุมตนเอง
บัดนี้เมื่อทั้งสองฝ่ายฉีกหน้าทิ้งแล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องยับยั้งต่อไป
“บ้าคลั่งเกินไป! จักรพรรดิสวรรค์คนหนึ่งกล้าท้าทายบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อย่างจองหองถึงเพียงนี้”
“หึ ราชันเทพเย่กล้าท้าทายแม้แต่บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เฟิงซิง”
“บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนนั้นไม่ต่างกันมากนักย่อมไม่อยู่ในสายตาของเขา”
เหล่าผู้คนจากกองกำลังต่างๆที่มาร่วมพิธีเริ่มพูดคุยกันอย่างคึกคัก
“ช่างกล้ายิ่ง! หากราชันเทพเย่สามารถยืนหยัดไม่พ่ายแพ้ในมือของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนเขาจะต้องสร้างตำนานอันยิ่งใหญ่”
“ขอบเขตจักรพรรดิสวรรค์ที่สามารถยืนหยัดต่อหน้าพลังที่เทียบเท่าบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ขั้นสองได้โดยไม่พ่ายแพ้คิดแล้วก็น่าตื่นเต้น”
“ความกล้าเช่นนี้ถึงแม้จะพ่ายแพ้ก็ยังน่ายกย่อง”
“การต่อสู้จะเริ่มแล้วเรารีบถอยออกไปเถอะนี่คือการต่อสู้ในระดับบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์แม้แต่จักรพรรดิที่ได้รับผลกระทบก็อาจล่มสลายได้”
“ถอย! ถอย!”
ในทันใดแขกที่มาร่วมพิธีกลายเป็นสายแสงจำนวนมากถอยห่างออกจากเมืองศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์
จากระยะไกลพวกเขาปล่อยจิตสัมผัสออกมาเพื่อดูการต่อสู้
การต่อสู้ในระดับบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์นั้นในโถงหงเทียนไม่ได้เกิดขึ้นมานานแสนนาน
“เร็วเข้ารีบไปที่เมืองศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์หากช้าการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์นี้จะพลาดได้”
แม้แต่ยอดฝีมือที่ซ่อนตัวและอยู่อย่างเงียบๆซึ่งไม่ได้เข้าร่วมพิธีต่างถูกดึงดูด
พวกเขาออกจากที่พำนักบ้างฉีกมิติบ้างใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายเพื่อรีบมาถึง
---
“เช่นเดียวกับหลิ่วชิงอิ่งผู้นั้นช่างบ้าคลั่งยิ่งเจ้าเป็นเพียงจักรพรรดิสวรรค์แต่ยังกล้าท้าทายพี่จิ่วเทียน?”
“ไม่รู้จักประมาณตนคิดว่าการสังหารจักรพรรดิโบราณเทียนชิ่งทำให้เจ้าไร้เทียมทานหรือไม่มีผู้ใดจัดการเจ้าได้หรือ?”
ในขณะนั้นบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ที่มีปีกสีดำคู่หนึ่งฉีกมิติเข้ามา
ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยหมอกดำอันไร้ขอบเขตในทันที
“นี่คือบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เฮยหม่อแห่งโถงหงเทียนข้าได้ยินชื่อมานาน”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนยิ้มกล่าว
“เย่ซินเจ้าเด็กน้อยที่ไม่รู้จักประมาณตนกล้าสังหารจักรพรรดิเทียนหนานและคนอื่นๆอีกห้าคนของโถงหงเทียน”
“พี่จิ่วเทียนเจ้าจงลงมือจัดการเย่ซินอย่างสบายใจหากจักรพรรดินีกล้ามาหาเรื่องโถงหงเทียนของข้าจะไม่มีวันนิ่งดูดาย”
“และหากเจ้าสังหารเย่ซินได้รางวัลจากคำสั่งไล่ล่าทั่วหล้าจะมอบให้ตามสัญญา”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เฮยหม่อหรี่ตามองเย่ซินหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา
เย่ซินมองบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เฮยหม่อด้วยสายตาเย็นเยียบ แต่ไม่ได้พูดอะไร
รอให้โถงหงเทียนจองหองต่อไปอีกสักระยะ
วันหนึ่งข้าจะทำลายโถงหงเทียนด้วยตัวเอง
กล้าออกคำสั่งไล่ล่าทั่วหล้าเพื่อเอาชีวิตข้า
เย่ซินจะยอมปล่อยโถงหงเทียนไปได้อย่างไร?
หากเขามีพลังเทียบเท่าจักรพรรดินีเขาคงพุ่งไปต่อสู้กับโถงหงเทียนให้ถึงที่สุดนานแล้ว
“ฮ่าฮ่าฮ่า ขอบคุณบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เฮยหม่อมั่นใจได้ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าเด็กจองหองนี่แน่”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนหัวเราะด้วยความตื่นเต้น
สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือจักรพรรดินีมาหาเรื่อง
บัดนี้เมื่อมีโถงหงเทียนเป็นผู้หนุนหลังเขาก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
ในใจของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารต่อเย่ซิน
“เย่ซินในเมื่อเจ้าไม่กลัวตายข้าผู้เป็นประมุขจะทำให้เจ้าได้สมใจ”
น้ำเสียงเย็นเยียบของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนดังขึ้นร่างกายของเขาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยแสงสีเลือดอันยิ่งใหญ่
เขาลอยตัวอยู่ในความว่างเปล่าต่อสู้กับเย่ซิน
จากนั้นพลังอำนาจสูงสุดปกคลุมทุกทิศล็อกเป้าเย่ซินไว้ในพลังอันไร้เทียมทาน
พลังอำนาจของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ทำให้เหล่าราชันสวรรค์และจักรพรรดิที่ดูอยู่รู้สึกหวาดกลัวในใจ
นี่คือพลังอันน่าสะพรกลัวของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์
“ฮ่าฮ่าฮ่า สหายจิ่วเทียนเจ้าเด็กเย่ซินนี้มอบให้ข้าก่อนเขายังไม่มีคุณสมบัติให้เจ้าได้ลงมือ”
“เจ้าเด็กนี้กล้าล่อลวงความรู้สึกของศิษย์ข้าข้าจะไม่ยอมปล่อยเขาเด็ดขาด”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะก็บินเข้ามา
เมื่อเย่ซินกล่าวว่าเหยียนรู่สุ่ยเป็นผู้หญิงของเขาบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะได้ตรวจร่างกายของนางโดยเฉพาะ
ผลลัพธ์ทำให้เขาตกใจและโกรธแค้น
ศิษย์ที่เขารักได้สูญเสียพลังหยินบริสุทธิ์ไปแล้วทำให้ไม่สามารถช่วยบุตรศักสิทธิ์จิ่วเทียนทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิได้
ดังนั้นเขาต้องการจัดการเย่ซินด้วยตนเองเพื่อให้คำอธิบายแก่บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนและป้องกันความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายแตกหัก
“สหายปู้ซิ่วเมื่อเจ้าต้องการลงมือก่อนข้ามอบให้เจ้า”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จิ่วเทียนพยักหน้ายอมรับและถอยออกไป
“เย่ซินเจ้าล่อลวงศิษย์ข้าวันนี้ข้าจะเอาชีวิตเจ้า”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะมองเย่ซินด้วยจิตสังหาร
พลังหยินบริสุทธิ์ของเหยียนรู่สุ่ยคือสิ่งที่เขาใช้เพื่อประจบวังเซียนเก้าสวรรค์
เมื่อถูกเย่ซินทำลายเขาโกรธถึงขีดสุด
“เดิมทีเจ้าเป็นอาจารย์ของรู่สุ่ยหากเจ้ายอมอยู่นิ่งๆข้าอาจไว้ชีวิตเจ้า”
“แต่เจ้ากลับหาความตาย ข้าก็จะทำให้เจ้าได้สมใจ”
น้ำเสียงเย็นเยียบของเย่ซินดังขึ้น
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะไม่ถนัดการต่อสู้เป็นเพียงบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ที่อ่อนแอที่สุด
นี่คือเหตุผลที่เขาพยายามประจบวังเซียนเก้าสวรรค์
เย่ซินไม่ต้องใช้ไพ่ตายก็สามารถสังหารเขาได้!
“แค่เจ้า? ผู้ที่ยังไม่ถึงขอบเขตบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ล้วนเป็นเพียงมดปลวก!”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะหัวเราะเยาะอย่างดูถูก
แม้แต่จักรพรรดิโบราณจิ่วเทียนผู้เคยเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งภายใต้บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ก็ยังห่างชั้นจากเขา
“หึ!”
เย่ซินไม่เสียคำพูดอีกต่อไปกระบี่เทพนิรันดร์ปรากฏในมือของเขา
วิถีกระบี่นิรันดร์ระเบิดออกมาปกคลุมไปทั่วทุกทิศ
“กระบี่ที่หลิ่วชิงอิ่งผู้นั้นหลอมรวมด้วยวิญญาณของนาง เจ้ากลับได้มันมา”
“ดูเหมือนนางจะให้ความสำคัญกับเจ้ามากจริงๆ”
เมื่อกระบี่เทพนิรันดร์ปรากฏจิตสังหารของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เฮยหม่อที่มีต่อเย่ซินยิ่งเข้มข้น
ยิ่งภัยคุกคามใหญ่ก็ยิ่งต้องกำจัดให้เร็วมิฉะนั้นจะกลายเป็นแบบจักรพรรดินีนิรันดร์คนที่สอง
เมื่อเห็นเย่ซินลงมือบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะก็ไม่ยอมน้อยหน้าทันทีควบแน่นแสงสีดำอันเจิดจรัส
จากนั้นด้วยพลังอันยิ่งใหญ่โจมตีไปยังเย่ซิน
แสงมรณะอมตะ หนึ่งในวิชาโจมตีที่ทรงพลังที่สุดที่บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะฝึกฝน
เพียงสัมผัสแสงมรณะอมตะร่างกายจะเน่าสลายกลายเป็นเถ้าถ่านทันที
“การต่อสู้ของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นแล้ว! หึหึ สุดท้ายใครจะเป็นผู้ชนะ?”
ผู้คนดูการต่อสู้ด้วยความตื่นเต้น
“โลกกระบี่อมตะ!”
พร้อมกับเสียงตะโกนเย็นเยียบของเย่ซิน
เหนือศีรษะของเขาปรากฏโลกกระบี่ที่เต็มไปด้วยพลังกระบี่พุ่งสู่ท้องฟ้า
ตูม!
โลกกระบี่อมตะมีพลังอำนาจยิ่งใหญ่ปลดปล่อยเต๋ากระบี่อันไร้ขอบเขตสั่นสะเทือนทุกทิศ
เขตแดนอันไร้เทียมทานที่บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะสร้างขึ้นถูกทำลายไปกว่าครึ่ง
เมื่อได้รับ “ลูกปัดแห่งเทพ” การบ่มเพาะของเขาก้าวหน้าอย่างมากทำให้โลกหงเหมิงจากเดิมที่เรียกว่ามิติหงเหมิงตอนนี้ใหญ่พอที่จะเรียกว่าโลกหงเหมิงอย่างเป็นทางการ
โลกกระบี่อมตะที่ฉายออกมาย่อมทรงพลังยิ่งขึ้น
“ตายซะ!”
กระบี่เทพนิรันดร์ในมือของเย่ซินระเบิดแสงกระบี่อันเจิดจรัสจากนั้นโลกกระบี่อมตะเหนือศีรษะของเขาด้วยพลังที่ทำลายฟ้าดินภายใต้คลื่นกระบี่อันไร้สิ้นสุดพุ่งไปยังแสงมรณะอมตะ
ตูม!
แสงมรณะอมตะเพิ่งสัมผัสโลกกระบี่อมตะก็ถูกทำลายจนไม่เหลือซาก
จากนั้นโลกกระบี่อมตะทำลายการป้องกันของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะและพุ่งครอบลงไป
เกราะป้องกันระดับกึ่งบรรพบุรุษของเขากลับแตกสลาย
น่าสะพรึงกลัวเกินไป!
“ไม่…เป็นไปไม่ได้!”
บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะร้องออกมาด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัว
ในขณะนั้นเขาเสียใจอย่างยิ่งที่เลือกเป็นคนแรกที่ลงมือ
เขาไม่เคยฝันว่าเย่ซินจะมีพลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
เมื่อเย่ซินลงมือเขาย่อมไม่ไว้ชีวิต
เขาใช้พลังของโลกกระบี่อมตะให้ถึงขีดสุด
ตูม!
มิติรอบด้านพังทลายลงสู่ความว่างเปล่า
ร่างศักดิ์สิทธิ์อันไร้เทียมทานของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะ ถูกโลกกระบี่อมตะกัดกร่อนจนค่อยๆสลาย
สุดท้ายวิญญาณและร่างกายของเขาถูกเย่ซินหลอมกลายเป็นความว่างเปล่า
นับจากนี้บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะกลายเป็นบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์คนแรกที่ตายในมือของเย่ซิน
บนต้นไม้เต๋าหงเหมิงผลไม้ศักดิ์สิทธิ์อันไร้เทียมทานงอกขึ้นมาผลหนึ่ง
ทุกอย่างเงียบสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เย่ซินเก็บกระบี่ลอยตัวอยู่ในอากาศกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่ครอบงำฟ้าดินแผ่ออกมาจากร่าง
ผู้คนที่ดูอยู่ตื่นตะลึงถึงขีดสุดไม่เชื่อสายตาตัวเองในสิ่งที่เห็น
ราชันเทพเย่ที่มีเพียงขอบเขตจักรพรรดิสวรรค์กลับสามารถสังหารบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อมตะได้ในพริบตา
สวรรค์! เขาจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ได้อย่างไรเป็นไปได้อย่างไร!