เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

195.อาณาจักรเทพนิรันดร์และงานเลี้ยงกู่

195.อาณาจักรเทพนิรันดร์และงานเลี้ยงกู่

195.อาณาจักรเทพนิรันดร์และงานเลี้ยงกู่


“นี่คือที่ใดกัน? เหตุใดพวกเราถึงถูกจับตัวมาที่นี่?”

ในขณะนี้เย่ซินและเหล่าผู้ฝึกตนอีกหลายสิบคนต่างพากันตื่นตระหนกและหวาดกลัว

ทุกคนล้วนเป็นผู้สูงสุดทว่าแม้จะมีสถานะเช่นนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าของมือยักษ์นั้นพวกเขากลับรู้สึกตัวเองอ่อนแอราวกับมดปลวก

น่าสะพรึงกลัวยิ่งนักมือเพียงข้างเดียวราวกับจับลูกเจี๊ยบจับตัวพวกเขามายังสถานที่แห่งนี้ได้

“นี่มันสถานที่ประหลาดอะไรกัน?”

เย่ซินขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวล

เมื่อมองไปรอบด้านทุกหนแห่งเต็มไปด้วยความรกร้างว่างเปล่าอันแสนเศร้าสร้อย

หมี่เฟยด้วยความหวาดกลัวจับมือของเย่ซินแน่น

ซู่ว ซู่ว!!!

ทันใดนั้นลำแสงสีทองพุ่งเข้ามา

ก่อนจะตกลงสู่พื้นตรงหน้าทุกคน

ผู้ที่ปรากฏตัวคือชายวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีทองใบหน้าดูน่าเกรงขาม

ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา

“จักรพรรดิ! ผู้ที่มานี่คือจักรพรรดิ!”

ฝูงชนเริ่มโกลาหลขึ้น

ไม่มีใครรู้ว่าจักรพรรดิผู้นี้มีจุดประสงค์อะไรในการมาเยือน

“ข้าคือจักรพรรดิจินเปา”

“การที่พวกเจ้าได้ถูกจับตัวโดยบรรพรุษศักสิทธิ์จวี้หลิงผู้ยิ่งใหญ่นับเป็นเกียรติอันสูงสุดของพวกเจ้า”

“นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่ามีโชควาสนายิ่งใหญ่รอพวกเจ้าอยู่”

น้ำเสียงหนักแน่นของจักรพรรดิจินเปาดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ

“พวกเจ้าไม่ต้องตื่นตระหนกแม้จะเป็นหายนะแต่ก็เป็นโอกาสที่พวกเจ้าจะได้กลายเป็นจักรพรรดิ”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้เย่ซินรู้สึกตัวสั่นสะท้านด้วยความตกตะลึง

บรรพบุรุษศักสิทธิ์จวี้หลิง?

นี่คือเจ้าของมือยักษ์ที่จับตัวพวกเขามาเป็นบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน!

นี่คือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้!

เขาเคยได้ยินเรื่องนี้จากปากของจักรพรรดิอัคคีเท่านั้น

ไม่คาดคิดว่าในวันนี้เขาจะได้พบกับตัวจริง

“สวรรค์! เจ้าของมือยักษ์คือบรรพบุรุษศักสิทธิ์จวี้หลิงแห่งอาณาจักรเทพนิรันดร์หนึ่งในสามกองกำลังใหญ่ของที่นั่น!”

ผู้สูงสุดคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะสีเงินขาวร้องอุทานด้วยความตกใจ

“หรือว่า...พวกเราจะถูกจับตัวมาสู่งานเลี้ยงกู่ที่ว่ากันว่าในหนึ่งยุคโกลาหลจะจัดขึ้นเพียงครั้งเดียวของอาณาจักรเทพนิรันดร์?”

เห็นได้ชัดว่าเขามีความรู้กว้างขวางรู้ถึงความลับบางอย่าง

“ถูกต้องพวกเจ้าถูกจับตัวจากดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลมาสู่ที่นี่เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงกู่”

“ผ่านการต่อสู้ดิ้นรนอย่างดุเดือดในความเป็นความตายผู้ที่รอดชีวิตจะได้รับโชควาสนายิ่งใหญ่”

จักรพรรดิจินเปาพยักหน้าพูด

“ฮ่าๆ ดีมากการได้เข้าร่วมงานเลี้ยงกู่คือสิ่งที่ข้าฝันถึงมาโดยตลอด!”

เมื่อยืนยันว่าเป็นงานเลี้ยงกู่ของอาณาจักรเทพนิรันดร์ผู้สูงสุดในชุดเกราะสีเงินขาวไม่เพียงแต่ไม่หวาดกลัวแต่กลับหัวเราะด้วยความตื่นเต้น

ทุกกองกำลังย่อมมีวิธีการบ่มเพาะอัจฉริยะของตนเองเพื่อรักษาความแข็งแกร่งและความยั่งยืนของกองกำลัง

เมื่อเทียบกับวิธีการฝึกฝนศิษย์ของโถงหงเหมิง,วังเซียนจี๋เต้า,และสำนักศักดิ์สิทธิ์อมตะ

อาณาจักรเทพนิรันดร์เลือกใช้งานเลี้ยงกู่ที่จัดขึ้นเพียงครั้งเดียวในหนึ่งยุคโกลาหล

อาณาจักรเทพนิรันดร์จะออกปล้นสะดมผู้สูงสุดจำนวนมากจากทั่วสารทิศจากนั้นใช้การคัดเลือกด้วยความตายเพื่อค้นหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด

ผู้ที่รอดชีวิตจะได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งจากอาณาจักรเทพนิรันดร์และได้รับโชควาสนายิ่งใหญ่พร้อมรางวัลมากมาย

“โชควาสนายิ่งใหญ่?”

เมื่อได้ยินสี่คำนี้ความหวาดกลัวของเหล่าผู้สูงสุดที่ถูกจับตัวมาหายไปในทันที

กลายเป็นความตื่นเต้นและกระตือรือร้น

สำหรับพวกเขาการกลายเป็นจักรพรรดิสำคัญยิ่งกว่าชีวิต

การแย่งชิงโชควาสนาครั้งใดมิใช่การเดิมพันระหว่างความเป็นความตาย?

แม้แต่เย่ซินเองดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมา

การยกระดับขอบเขตพลังอย่างรวดเร็วนั้นโชควาสนาคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา

ด้วยร่างอมตะหงเหมิงและกายที่ไม่รู้จักตายเขาจะกลัวว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่จนถึงที่สุดไม่ได้หรือ?

ทว่าสิ่งเดียวที่เย่ซินกังวลคือหมี่เฟย

นางมิได้มีร่างกายอมตะเหมือนเขา

หากรู้ล่วงหน้าเขาคงเก็บนางไว้ในมิติหงเหมิงก่อนถูกจับตัวมา

แต่ตอนนี้เย่ซินไม่กล้าที่จะเก็บนางเข้าไปในมิติหงเหมิง

เขารู้ดีว่าบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่กำลังจับตาดูทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่

หากมิติหงเหมิงถูกค้นพบโดยบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เย่ซินไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดผลร้ายตามมา

“เอาล่ะตอนนี้ข้าจะอธิบายกฎให้ฟัง”

“งานเลี้ยงกู่แบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม:ผู้สูงสุดขั้นต่ำ,ขั้นกลาง,ขั้นสูง,และราชันสวรรค์”

“กลุ่มผู้สูงสุดขั้นต่ำมีโชควาสนาน้อยที่สุดส่วนกลุ่มราชันสวรรค์มีโชควาสนามากที่สุดและเหนือกว่าสามกลุ่มอื่นๆอย่างมาก”

ในสายตาของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่การกลายเป็นราชันสวรรค์จึงจะเริ่มได้รับความสนใจจากพวกเขา

แต่มีเพียงการกลายเป็นจักรพรรดิเท่านั้นที่จะได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง

ดังนั้นกลุ่มราชันสวรรค์จึงเป็นกลุ่มที่สำคัญที่สุดและเป็นแกนกลางของงานเลี้ยงกู่

โชควาสนาที่ได้รับนั้นเหนือกว่าสามกลุ่มอื่นๆอย่างมาก

“ผู้ฝึกตนทุกคนต้องเลือกกลุ่มกู่ที่สอดคล้องกับขอบเขตของตนโดยปรมาจารย์ตัดเต๋าจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มผู้สูงสุดขั้นต่ำ”

“แน่นอนหากเจ้ามั่นใจในพลังของตนเองก็สามารถเลือกเข้าร่วมกลุ่มที่สูงกว่าขอบเขตของตนได้”

“กลุ่มผู้สูงสุดขั้นต่ำ มีผู้เข้าร่วม 3,000คน รอดชีวิต 30 คน อัตราส่วน 100 ต่อ 1”

“กลุ่มผู้สูงสุดขั้นกลาง มีผู้เข้าร่วม 1,200คน รอดชีวิต 24 คน อัตราส่วน 50 ต่อ 1”

“กลุ่มผู้สูงสุดขั้นสูง มีผู้เข้าร่วม 500 คน รอดชีวิต 15 คน อัตราส่วน 30 ต่อ 1”

“กลุ่มราชันสวรรค์ มีผู้เข้าร่วม 100 คน รอดชีวิต 5 คน อัตราส่วน 20 ต่อ 1”

จักรพรรดิจินเปากล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆพร้อมประกาศกฎ

กฎเกณฑ์นั้นโหดร้ายยิ่งนักมีเพียงหนึ่งในหลายสิบคนเท่านั้นที่รอดชีวิต

ยิ่งไปกว่านั้นผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้สูงสุดขั้นสูง

หัวใจของเย่ซินสั่นสะท้านไม่คาดคิดว่าจำนวนผู้สูงสุดที่เข้ามาในงานเลี้ยงกู่จะมากมายถึงเพียงนี้

แต่เมื่อนึกถึงแดนสวรรค์หงเทียนที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตมีถึง 3,000 แคว้น

บวกกับอายุขัยที่ยาวนานไม่สิ้นสุดจำนวนผู้สูงสุดทั้งหมดจึงมากมายมหาศาล

ในขณะเดียวกันเย่ซินรู้สึกถึงความจริงอันโหดร้าย

หากไม่กลายเป็นจักรพรรดิก็ไม่อาจหลุดพ้นจากโชคชะตาของมดปลวกได้

นี่คือเหตุผลที่ทุกคนต่างพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อกลายเป็นจักรพรรดิ

ในแคว้นหนึ่งผู้สูงสุดคือยอดฝีมือที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด

ทว่าในสายตาของผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนสวรรค์หงเทียนพวกเขาก็ยังคงเป็นเพียงมดปลวกเช่นเดียวกับคนธรรมดา

มีเพียงการกลายเป็นจักรพรรดิเท่านั้นที่จะหลุดพ้นจากสถานะมดปลวกและกลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ครองยุคสมัย

โลกแห่งการบ่มเพาะนั้นโหดร้ายถึงเพียงนี้

“จงจำไว้ไม่มีทางเลือกให้ถอนตัวมีเพียงเข้าร่วมเท่านั้นผู้ถอนตัวจะถูกสังหารทันที!”

“เริ่มเลือกได้!”

จักรพรรดิจินเปากวาดสายตาไปรอบๆพร้อมเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ในโลกแห่งการบ่มเพาะพลังคือสิ่งสูงสุดและกฎเกณฑ์นั้นโหดร้าย

แน่นอนว่าแม้จะมีสิทธิ์ถอนตัวผู้สูงสุดส่วนใหญ่ก็คงไม่เลือกถอนตัว

เพื่อโชควาสนาในการเป็นจักรพรรดิพวกเขายินดีแลกด้วยชีวิต

การกลายเป็นจักรพรรดิคือเป้าหมายเดียวของการมีชีวิตอยู่

จากนั้นทุกคนเริ่มเลือกกลุ่มที่ต้องการเข้าร่วม

ผู้สูงสุดส่วนใหญ่เลือกกลุ่มที่สอดคล้องกับขอบเขตของตน

มีเพียงบางคนที่มั่นใจในพลังของตนเลือกกลุ่มที่สูงกว่าขอบเขตของตน

“เย่ซินเราจะเลือกกลุ่มใด?”

หมี่เฟยกระซิบถามข้างหูของเย่ซิน

“ด้วยพลังและวิธีการเอาชีวิตรอดของเจ้าการเลือกกลุ่มผู้สูงสุดขั้นต่ำจะปลอดภัยที่สุดไม่มีปัญหาแน่นอน”

“เจ้าเลือกวงผู้สูงสุดขั้นต่ำเถิด”

เย่ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเบา

ในความคิดของเขาการต่อสู้คือหน้าที่ของบุรุษส่วนสตรีเพียงแค่ไม่เป็นตัวถ่วงและรอดชีวิตได้ก็เพียงพอ

ดังนั้นเย่ซินจึงให้หมี่เฟยเลือกกลุ่มที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อรักษาชีวิตไว้ก่อน

“แล้วเจ้าเล่า?”

หมี่เฟยถามด้วยความร้อนใจ

“ข้า...ข้าเลือกกลุ่มราชันสวรรค์!”

เย่ซินกล่าวถึงการตัดสินใจของตน

ด้วยร่างอมตะหงเหมิงและร่างที่ไม่ตายเขาไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายถึงชีวิตและมั่นใจว่าจะรอดถึงที่สุด

กลุ่มราชันสวรรค์ในงานเลี้ยงกู่ไม่เพียงมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่แต่ยังมีโชควาสนาที่ทรงพลังยิ่งกว่า

ดังนั้นเย่ซินจึงเลือกกลุ่มราชันสวรรค์อย่างไม่ลังเล

“เจ้าสองคนนั้นเลือกเสร็จหรือยัง?”

ในขณะนั้นเหลือเพียงเย่ซินและหมี่เฟยเท่านั้นจักรพรรดิจินเปากล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทั้งสองอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ตัดเต๋าท่ามกลางฝูงชนของผู้สูงสุดจึงโดดเด่นเป็นพิเศษ

ดังนั้นทัศนคติของจักรพรรดิจินเปาต่อทั้งสองจึงดูดีกว่าคนอื่นๆ

“ข้าเลือกกลุ่มราชันสวรรค์!”

เย่ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและทรงพลัง

“หืม? ข้าไม่ได้หูฝาดใช่ไหม?เจ้าเลือกกลุ่มราชันสวรรค์?”

จักรพรรดิจินเปาประหลาดใจมองเย่ซินด้วยความไม่อยากเชื่อ

เด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่เพียงขอบเขตตัดเต๋า

แต่เขากลับเลือกกลุ่มราชันสวรรค์!

“ปรมาจารย์จีเซี่ยสังหารราชันสวรรค์เก้าสีได้ในพริบตาคิดหรือว่าตนเองไร้เทียมทานในขอบเขตผู้สูงสุดหรือ?”

“ช่างหยิ่งผยองยิ่งนักการไปที่นั่นเท่ากับส่งตัวตาย”

“ด้วยพลังที่เขาสังหารราชันสวรรค์เก้าสีได้กลุ่มผู้สูงสุดขั้นกลางย่อมทำให้เขารอดถึงที่สุดได้แน่นอน”

“จากนั้นเขาจะได้รับรางวัลจากการท้าทายข้ามขอบเขตที่ยิ่งใหญ่กว่าด้วยพรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวของเขาพลังของเขาจะต้องก้าวกระโดดอย่างแน่นอน”

“น่าเสียดายเขากลับไม่รู้จักประมาณตนไปท้าทายกลุ่มราชันสวรรค์”

เหล่าผู้สูงสุดรอบข้างต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์

ทุกคนล้วนเยาะเย้ยว่าเย่ซินประมาทตนเองและกำลังมุ่งสู่ความตาย

“กลุ่มราชันสวรรค์มีผู้เข้าร่วม 100 คน รอดชีวิตเพียง 5 คน”

“ราชันสวรรค์ที่ได้รับเลือกจากอาณาจักรเทพนิรันดร์ของข้ามิใช่ราชันสวรรค์ธรรมดาหลายคนมีพลังระดับกึ่งจักรพรรดิ”

“เจ้าแน่ใจแล้วหรือ?ไม่กลัวตาย?”

จักรพรรดิจินเปาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เขามองเห็นได้ว่าเย่ซินมีพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่เป็นเมล็ดพันธุ์ชั้นยอด

ในใจเขาไม่อยากให้เย่ซินไปส่งตัวตายจะเปลืองพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม

และทำให้อาณาจักรเทพนิรันดร์สูญเสียอัจฉริยะไป

“ข้าแน่ใจแล้วข้าเลือกกลุ่มราชันสวรรค์”

เย่ซินพยักหน้าด้วยความมั่นใจ

“เมื่อเจ้าไม่กลัวตายข้าจะพาเจ้าไปยังกลุ่มราชันสวรรค์”

เมื่อเห็นเย่ซินประมาทและมุ่งสู่ความตายจักรพรรดิจินเปารู้สึกเสียดายและโกรธเล็กน้อย

น้ำเสียงของเขากลายเป็นเย็นชา

“เจ้าเลือกกลุ่มพิษใด?”

จักรพรรดิจินเปาหันไปถามหมี่เฟย

“ข้าเลือกกลุีมผู้สูงสุดขั้นสูง”

หมี่เฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ

“หมี่เฟยไม่ได้มันอันตรายเกินไปเจ้าควรเลือกกลุ่มผู้สูงสุดขั้นต่ำ”

เย่ซินรีบคัดค้าน

“ข้าเลือกกลุ่มผู้สูงสุดขั้นสูง”

หมี่เฟยกัดฟันกล่าวด้วยสายตาแน่วแน่

นางไม่ต้องการให้เย่ซินต่อสู้เพียงลำพังนางอยากเป็นพลังให้เขา

นางต้องยกระดับพลังของตนให้เร็วที่สุด

กลุ่มราชันสวรรค์นั้นหากหมี่เฟยเข้าร่วมย่อมตายแน่นอน

แม้แต่เย่ซินก็ไม่อาจปกป้องนางได้

เพราะพลังของเย่ซินในตอนนี้เพียงแค่เทียบเท่าราชันสวรรค์ธรรมดาเท่านั้น

เขาเลือกกลุ่มนี้ด้วยความมั่นใจในร่างอมตะ

ส่วนวงกลุ่มสูงสุดขั้นสูงนั้นหมี่เฟยมั่นใจว่านางมีโอกาส

นางเคยสังหารผู้สูงสุดขั้นต่ำจากสำนักเทพสังหารทมิฬมาแล้ว

หากนางสามารถฝ่าฟันและกลายเป็นผู้สูงสุดได้ด้วยพลังในค่ายกลนางอาจต่อสู้ในกลุ่มผู้สูงสุดขั้นสูงได้

เมื่อเห็นความแน่วแน่ของหมี่เฟย เย่ซินเงียบลงและไม่ขัดขวางอีก

“หึ อีกคนที่มุ่งสู่ความตาย”

จักรพรรดิจินเปาด้วยความไม่พอใจ

“เอาล่ะข้าจะให้เวลาพวกเจ้าเท่าหนึ่งก้านธูปหากมีสหายหรือญาติมิตรจงรีบกล่าวอำลา”

“บางทีนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเจ้าได้พบกันบางครั้งควรฝากฝังคำสั่งเสียไว้”

จักรพรรดิจินเปากล่าว

“แกนดาวต้นกำเนิดไม้นี้เจ้าถือไว้มันจะช่วยให้พลังของเจ้าก้าวหน้าอย่างมาก”

เย่ซินแอบมอบแกนดาวต้นกำเนิดไม้ให้หมี่เฟย

“แล้วเจ้าเล่า?มันจะช่วยให้พลังของเจ้าก้าวหน้าได้เช่นกัน”

หมี่เฟยกล่าวด้วยความร้อนใจ

ในสายตาของนางเย่ซินสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด

“ไม่ต้องห่วงข้ามีร่างอมตะแม้พลังไม่ก้าวหน้าข้าก็รอดจนถึงที่สุดได้แน่นอน”

“การที่เจ้ารอดชีวิตคือสิ่งสำคัญที่สุด”

เย่ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

หมี่เฟยจึงยอมรับแกนดาวต้นกำเนิดไม้อย่างไม่เต็มใจ

เมื่อเวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไปทั้งสองแยกจากกันเย่ซินถูกจักรพรรดิจินเปาพาไปยังกลุ่มราชันสวรรค์

...

ในส่วนลึกของมิติอันกว้างใหญ่ไพศาลยักษ์ตนหนึ่งยืนตระหง่าน

“อะไรกัน?เด็กหนุ่มในขอบเขตเต๋าเลือกกลุ่มราชันสวรรค์?”

“เขาคงบ้าไปแล้ว”

การกระทำของเย่ซินดึงดูดความสนใจของบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จวี้หลิงได้สำเร็จ

การที่ปรมาจารย์ตัดเต๋าเลือกกลุ่มราชันสวรรค์เป็นครั้งแรกในรอบร้อยครั้งในงานเลี้ยงกู่ของอาณาจักรเทพนิรันดร์

“น่าสนใจ น่าสนใจ เด็กหนุ่มในขอบเขตเต๋ามีความมุ่งมั่นและกล้าหาญถึงเพียงนี้”

“เขามีอะไรเป็นที่พึ่งถึงกล้าเลือกกลุ่มราชันสวรรค์?”

ในขณะนั้นในมิติใกล้บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จวี้หลิงถูกพลังอันน่าสะพรึงกลัวฉีกขาด

ชายหนุ่มรูปงามราวหยกผู้มีท่วงทีกสง่างามก้าวออกมา

ชายหนุ่มมีริมฝีปากแดงเข้มฟันขาวสะอาดสวมชุดคลุมสีเหลืองสดใสดูสง่างามและสูงศักดิ์

ใบหน้าที่ทำให้แม้แต่สตรีต้องอิจฉา

ทว่าผู้ที่ตาดีสามารถมองออกว่านี่คือสตรีที่ปลอมตัวเป็นบุรุษ

ถึงกระนั้นดวงตาคู่สว่างของนางก็เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม

ให้ความรู้สึกถึงอำนาจที่ไม่อาจต่อต้านได้

“จักรพรรดินี!”

บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์จวี้หลิงยิ้มเล็กน้อย

ผู้ที่มาก็คือจักรพรรดินีแห่งอาณาจักรเทพนิรันดร์ผู้ครองอาณาจักร!

จักรพรรดินีแห่งอาณาจักรเทพนิรันดร์ว่ากันว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในแดนสวรรค์หงเทียน

ยอดฝีมือไร้เทียมทานผู้ครองยุคสมัย

แม้แต่บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์คนแรกของโถงหงเหมิงยังยอมรับว่านางเหนือกว่า

“เด็กหนุ่มผู้นี้มีพรสวรรค์ไม่เลวเทียบได้กับศิษย์สายตรงของสามกองกำลังใหญ่และยังอยู่ในอันดับต้นๆ”

“น่าเสียดายที่เขาเลือกกลุ่มราชันสวรรค์นั้นเท่ากับส่งตัวเองไปตาย”

จวี้หลิงกล่าว

“ผู้ที่บ่มเพาะถึงขอบเขตตัดเต๋าจะโง่เขลาได้อย่างไร”

“ข้าเชื่อว่าเขามีไพ่ตายอันทรงพลัง”

จักรพรรดินียิ้มบางๆดูเหมือนจะมองเย่ซินในแง่ดี

“เมื่อจักรพรรดินีเชื่อมั่นในเขาเช่นนี้เราเดิมพันกันดีไหม เพื่อความสนุก?”

จวี้หลิงหัวเราะ

“เดิมพันสองอาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุด”

เดิมพันนี้สูงลิ่ว

แม้แต่จวี้หลิงผู้ยิ่งใหญ่ยังรู้สึกเจ็บปวด

จักรพรรดิมารยมโลกอดีตยอดฝีมือรองจากบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ยังมีเพียงสามอาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุด

“ตกลง”

จักรพรรดินีพยักหน้า

เหล่าบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่บางครั้งก็หาความบันเทิงด้วยการเดิมพันเช่นนี้

...

ซู่ว ซู่ว!

ภายใต้การนำของจักรพรรดิจินเปาเย่ซินมาถึงกลุ่มราชันสวรรค์

เขาเป็นคนเดียวในกลุ่มที่เลือกกลุ่มราชันสวรรค์

“หืม มีคนมาใหม่แล้วเตรียมรับการทดสอบอันโหดร้ายจากข้าได้เลย”

เมื่อสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวเหล่าราชันสวรรค์เผยจิตสังหารอันรุนแรง

หนึ่งร้อยคนและรอดเพียงห้าคนทุกคนคือคู่แข่งที่น่ากลัว

ไม่เจ้าตาย ข้าก็ต้องตาย

“จงจำไว้ว่ามิติถูกผนึกและจะค่อยๆเล็กลงเรื่อยๆตามเวลา”

“ราชันสวรรค์ทุกคนจะถูกบังคับให้เผชิญหน้ากันและต่อสู้ถึงชีวิต”

“ดังนั้นในช่วงที่เขตปลอดภัยยังกว้างขวางและราชันสวรรค์ยังไม่เผชิญหน้ากันจงยกระดับพลังของตนให้มากที่สุด”

“การรอดชีวิตคือความหวังเดียว”

“ในกลุ่มราชันสวรรค์มีมรดกของยอดฝีมือซ่อนอยู่ขึ้นอยู่กับโชควาสนาของเจ้า”

จักรพรรดิจินเปากล่าว

“ขอบคุณท่านจักรพรรดิจินเปาที่เตือน”

เย่ซินกล่าวด้วยความขอบคุณ

“อืม ข้าจะไปแล้วขอให้เจ้าโชคดีหวังว่าจะได้เห็นเจ้ารอดชีวิตออกมา”

กล่าวจบจักรพรรดิจินเปากลายเป็นลำแสงสีทองและจากไป

จบบทที่ 195.อาณาจักรเทพนิรันดร์และงานเลี้ยงกู่

คัดลอกลิงก์แล้ว