เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

185.ข่าวของภรรยาและความโกรธเกรี้ยวของเย่ซิน

185.ข่าวของภรรยาและความโกรธเกรี้ยวของเย่ซิน

185.ข่าวของภรรยาและความโกรธเกรี้ยวของเย่ซิน


ตูม!

เมื่อได้ยินเย่ซินยอมรับด้วยปากตนเองว่าเป็นผู้สังหารเทียนหลิงศิษย์รักของเขาผู้สูงสุดเทียนชางระเบิดกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา

“เจ้าสังหารเทียนหลิงของข้าวันนี้เจ้าจะไม่มีวันหนีพ้นจากที่นี่ได้!”

“ข้าจะสังหารเจ้าให้ไปอยู่เป็นเพื่อนศิษย์รักของข้า!”

ผู้สูงสุดเทียนชางระเบิดจิตสังหารออกมา

พลังที่มองไม่เห็นอันน่าสะพรึงกลัวก่อตัวในความว่างเปล่ากลายเป็นฝ่ามือยักษ์ที่บดบังท้องฟ้า

จากนั้นโจมตีใส่เย่ซินอย่างรุนแรง

กระบวนท่าที่เปี่ยมด้วยความโกรธนี้มีพลังน่าสะพรึงกลัวแม้แต่มิติโดยรอบยังถูกทำลายเป็นเสี่ยงๆ

“ผู้สูงสุดขั้นสูงตัวเล็กๆกล้าลงมือกับนายท่านของข้าหาเรื่องตาย!”

จักรพรรดิอัคคีตะโกนด้วยความโกรธ

ตูม!

กลิ่นอายจักรพรรดิระเบิดออกมา

พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่มองไม่เห็นทำลายฝ่ามือยักษ์นั้นในทันที

“แย่แล้วก่อนหน้านี้ข้าสัมผัสได้ลางๆว่าชายชราชุดแดงผู้นี้ไม่ธรรมดาไม่นึกว่า…กลิ่นอายของเขาจะเหนือกว่าผู้สูงสุดชางหลานหรือว่า…เขาเป็นจักรพรรดิ?”

ผู้สูงสุดเทียนชางตื่นตระหนกในใจอย่างยิ่ง

ในขณะนั้นเขาหยุดการโจมตีหันหลังเตรียมหลบหนี

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับจักรพรรดิแม้แต่ราชันสวรรค์มังกรเพลิงที่มีพลังระดับกึ่งจักรพรรดิยังหนีไม่รอดแล้วเขาจะหนีได้อย่างไร?

“เจ้าไม่มีวันหนีพ้นตายซะ!”

พลังจักรพรรดิปกคลุมผู้สูงสุดเทียนชางในทันที

“อ๊าก! ไม่ ข้าไม่อยากตาย!”

ผู้สูงสุดเทียนชางสีหน้าเปลี่ยนไปตะโกนด้วยความหวาดกลัว

จากนั้นร่างกายและวิญญาณของเขากลายเป็นเถ้าธุลีภายใต้แรงกดดันของพลังจักรพรรดิ

พลังจักรพรรดินั้นน่าสะพรึงยิ่ง!

เพียงกลิ่นอายจักรพรรดิก็สามารถบดขยี้ผู้สูงสุดได้

เย่ซินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาและปราถนาอย่างยิ่งที่จะกลายเป็นจักรพรรดิ

หลังจากเก็บแหวนมิติของผู้สูงสุดเทียนชางทั้งสองมุ่งหน้าสู่แคว้นชิงคงต่อไป

สองปีผ่านไปเย่ซินและจักรพรรดิอัคคีเดินทางกลับถึงแคว้นชิงคง

ทั้งสองลงสู่ตำหนักหงโหลว

“นายท่านท่านกลับมาแล้วข้าดีใจยิ่งนัก!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเย่ซินซูหยิงพุ่งออกมาด้วยความตื่นเต้นเป็นคนแรก

ชุดยาวสีดำขลับทำให้นางดูเย็นชาและมีเสน่ห์เย้ายวนงดงามไร้ที่ติ

กลิ่นอายของนางยิ่งทรงพลังใกล้เคียงกับผ่านกู่ในอดีต

“คารวะนายท่าน”

จ้าวเต๋าอีเสินและสิงโตน้ำแข็งและเพลิงเดินออกมาคารวะเย่ซิน

“ไม่น่าเชื่อ สวรรค์! นายท่านทะลวงสู่ขอบเขตตัดเต๋ากลายเป็นปรมาจารย์ตัดเต๋าแล้ว!”

สิงโตน้ำแข็งและเพลิงคำรามด้วยความตกตะลึงไม่อยากเชื่อการรับรู้ของตน

“เพียงร้อยกว่าปีพี่เย่ทะลวงสู่ขอบเขตตัดเต๋าได้ท่านทำได้อย่างไร?”

หนิงเมิ่งฝานในชุดยาวสีเงินงดงามราวหยกเย็นเยียบดุจนางเซียน

ปากน้อยๆของนางอ้าค้างตกตะลึงถึงขีดสุด

เพียงร้อยกว่าปีที่ไม่ได้พบเย่ซินที่เพิ่งเข้าสู่ขอบเขตผู้บรรลุเต๋าก่อนจากไปกลับกลายเป็นปรมาจารย์ตัดเต๋าแล้ว

“โชคดีได้โอกาสสองสามครั้งเลยทะลวงสู่ขอบเขตตัดเต๋าได้”

เย่ซินยิ้มบางๆ

“ฮ่า ขอแสดงความยินดีกับปรมาจารย์จีเซี่ยที่พลังเพิ่มพูน!”

พร้อมเสียงหัวเราะดังชายวัยกลางคนผู้สง่างามเดินออกมา

นั่นคือผู้สูงสุดหยินเยวี่ยเจ้าสำนักหงโหลว

ทันใดนั้นสายตาของผู้สูงสุดหยินเยวี่ยมองไปที่จักรพรรดิอัคคี

สีหน้าเปลี่ยนไปตะโกนด้วยความตกใจ “นี่คือจักรพรรดิ!”

“คารวะจักรพรรดิ!”

เขารีบคารวะจักรพรรดิอัคคีด้วยความเคารพ

ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยมีภูมิหลังไม่ธรรมดาเป็นคนจากเผ่าวิญญาณจันทรา

บรรพบุรุษของเผ่าวิญญาณจันทรา จักรพรรดิโบราณแห่งจันทราผู้เป็นจักรพรรดิเต๋าโบราณ

นางคือยอดฝีมือไร้เทียมทานในขอบเขตจักรพรรดิผู้แข็งแกร่งที่สุดรองจากบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์

จึงคุ้นเคยกับกลิ่นอายของจักรพรรดิเป็นอย่างดี

“อะไร?ชายชราข้างนายท่าน…คือจักรพรรดิ!”

ซูหยิง,จ้าวเต๋าอีเสิน,และสิงโตน้ำแข็งและเพลิงตกตะลึงถึงขีดสุด

จักรพรรดิคือเป้าหมายสูงสุดของผู้ฝึกตนทุกคน

ราวกับขุนเขายักษ์ที่กดทับหัวใจทุกคนเป็นยอดฝีมือที่น่ายกย่อง!

บุคคลเช่นนี้ในสายตาพวกเขาควรมีตัวตนเพียงในตำนาน

ไม่นึกว่าวันนี้จักรพรรดิผู้สูงศักดิ์จะยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขา

ทั้งสามตื่นเต้นจนตัวสั่น

“คารวะจักรพรรดิ!”

ทั้งสองคนและหนึ่งสัตว์รีบคารวะ

“ไม่ต้องมากพิธีพวกเราเป็นผู้ติดตามของนายท่านทั้งสิ้น”

จักรพรรดิอัคคียิ้มให้พวกเขา

ทุกคนเป็นคนของนายท่านจักรพรรดิอัคคีจึงไม่เย็นชาหรือหยิ่งผยองเกินไป

“อะไร?จักรพรรดิเป็นผู้ติดตามของนายท่าน?”

“นายท่านแข็งแกร่งเกินไปแล้วถึงขนาดให้จักรพรรดิผู้ครองกาลเวลามาเป็นผู้ติดตาม!”

ซูหยิงและคนอื่นๆตาเบิกกว้างไม่อยากเชื่อถึงขีดสุด

นายท่านแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ!

จักรพรรดิยังยอมเป็นผู้ติดตามของเขา

“สวรรค์! ปรมาจารย์จีเซี่ยลึกลับยิ่งถึงขนาดให้จักรพรรดิยอมเป็นผู้ติดตามอย่างเต็มใจ”

ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยตะโกนด้วยความตกใจ

สำนักเทพสังหารทมิฬสืบหาตัวตนของเย่ซินได้ตำหนักหงโหลวจะสืบไม่ได้อย่างไร?

พวกเขารู้ว่าเย่ซินบินขึ้นมาจากแดนเทพมารโลกขนาดกลางไม่ได้มีภูมิหลังยิ่งใหญ่

การที่เขาทำให้จักรพรรดิยอมเป็นผู้ติดตามแสดงว่าเป็นความยินยอมโดยสมัครใจไม่ใช่การบังคับ

คำสาบานเต๋าสำหรับจักรพรรดินั้นเพียงจ่ายราคาเล็กน้อยก็ยกเลิกได้

นี่คือพลังจักรพรรดิที่ต้านทานพลังเต๋าสวรรค์ได้

จักรพรรดิอัคคียอมศิโรราบต่อเย่ซินอย่างแท้จริงและยินดีเป็นผู้ติดตาม

จากนั้นด้วยการเชื้อเชิญอย่างนอบน้อมของผู้สูงสุดหยินเยวี่ยทุกคนเข้าสู่ตำหนักหงโหลว

ในโถงต้อนรับแขกของตำหนักหงโหลว

เย่ซินนั่งบนตำแหน่งหลักซูหยิงยืนอยู่ข้างหลังราวสาวใช้ส่วนตัว

จักรพรรดิอัคคีและผู้สูงสุดหยินเยวี่ยนั่งด้านซ้ายและขวาของเขา

จักรพรรดิคือผู้ยิ่งใหญ่แม้ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยจะมีจักรพรรดิโบราณแห่งจันทราเป็นบรรพบุรุษเขาก็ไม่กล้าทำตัวไม่มีมารยาท

จึงไม่กล้านั่งตำแหน่งหลัก

ส่วนจักรพรรดิอัคคีเป็นผู้ติดตามของเย่ซินย่อมไม่นั่งตำแหน่งหลัก

ดังนั้นตำแหน่งหลักจึงตกเป็นของเย่ซิน

“ปรมาจารย์จีเซี่ยเมื่อครั้งที่บุตรสาวข้าสืบหาข่าวของภรรยาท่านพวกเราคอยติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด”

“ตอนนี้ในที่สุดก็มีเบาะแสแล้ว”

ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยกล่าว

ตลอดพันกว่าปีเขาคอยสืบหาข้อมูลของหลี่เยว่เอ๋อร์อย่างต่อเนื่อง

วันนี้ข้อมูลของหลี่เยว่เอ๋อร์ในที่สุดก็มาถึง

“จริงหรือ? ยอดเยี่ยม!”

เย่ซินนั่งแทบไม่อยู่ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น

นอกจากรู้ว่าภรรยาอยู่ในแคว้นฉี่หมิงเขาไม่รู้สถานการณ์อื่นเลย

ตอนนี้มือของเขากำที่วางแขนของเก้าอี้แน่นแสดงถึงความตึงเครียด

“นางเป็นอย่างไรบ้าง?”

เย่ซินสูดลมหายใจลึกจ้องผู้สูงสุดหยินเยวี่ยรอคำตอบ

การฝึกฝนของเขามีสองเป้าหมายหลัก

หนึ่งคือตามหาภรรยารวมครอบครัวให้เป็นหนึ่ง

สองคือรวบรวมลูกปัดแห่งเทพยกระดับพลังของตนจนสามารถบิดเบือนกาลเวลาฟื้นคืนชีพบุตรชายคนโตที่ตายไป

“จากข้อมูลดูเหมือนสถานการณ์ของภรรยาท่านจะไม่ดีนัก”

“อะไรนะ?”

ตูม!

กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากร่างเย่ซิน

ทุกคนหน้าซีดด้วยความกลัว

เย่ซินตาแดงก่ำใบหน้าดุร้ายน่ากลัวยิ่ง

หากภรรยาเขาเกิดเรื่องเขาสาบานว่าจะเข่นฆ่าทั้งแคว้นฉี่หมิงให้เป็นเพื่อนนาง

เมื่อครั้งที่ทำให้ภรรยาทิ้งเขาไปเขารู้สึกผิดมาโดยตลอด

หากนางเกิดเรื่องจริงๆเขาจะต้องเสียสติแน่

“ปรมาจารย์จีเซี่ยสงบใจก่อนจากข้อมูลที่เราทราบภรรยาท่านยังไม่มีอันตรายถึงชีวิต”

เมื่อเห็นเย่ซินตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งผู้สูงสุดหยินเยวี่ยรีบกล่าว

จักรพรรดิอัคคีลงมือทันทีใช้พลังจักรพรรดิดึงเย่ซินกลับจากสภาวะคลุ้มคลั่ง

“จากข้อมูลนางบ่มเพาะจนถึงขอบเขตสูงสุดกลายเป็นนายหญิงแห่งวิหารฉี่หมิงผู้ครองแคว้นฉี่หมิง”

เมื่อรู้ว่าภรรยาไม่มีอันตรายถึงชีวิตเย่ซินถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เขาไม่แปลกใจที่ภรรยาบรรลุถึงขอบเขตสูงสุด

นางมีลูกปัดนั้นอยู่ในมือและมาถึงโลกใหญ่ก่อนเขานับพันปีการทะลวงสู่ขอบเขตสูงสุดจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

โลกใหญ่มีอัตราการบ่มเพาะที่เร็วกว่าโลกกลางมาก

หากเย่ซินบินขึ้นสู่โลกใหญ่ตั้งแต่แรกป่านนี้เขาอาจเป็นจักรพรรดิไปแล้ว

“เดิมทีนางเป็นธิดาแห่งสวรรค์มีสถานะสูงส่ง”

“แต่แล้ววันหนึ่งบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์เดินทางผ่านแคว้นฉี่หมิงเขาหลงรักภรรยาท่านต้องการแต่งงานกับนาง”

(พอตนี้มีทั่วไปจริงๆ555)

“การที่บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์ผู้สูงสุดท้าทายสวรรค์ที่อายุน้อยที่สุดในตำนานเลือกนางเป็นภรรยาถือเป็นเรื่องน่ายินดี”

“ทั้งวิหารฉี่หมิงสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่หวังจะผูกสัมพันธ์กับวังเซียนเก้าสวรรค์”

“แต่นางยอมตายดีกว่ายอมรับขัดขวางและต่อสู้กับบุตรศักดิ์สิทธิ์”

“บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์เป็นอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้สูงสุดท้าทายสวรรค์ที่อายุน้อยที่สุด”

“เขาเป็นยอดฝีมือในยุครุ่นเยาว์ราวขุนเขายักษ์กดทับหัวใจทุกคนไม่มีผู้ใดในรุ่นเดียวกันกล้าท้าทายเขา”

“ภรรยาท่านย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”

“สุดท้ายนางถูกบุตรศักดิ์สิทธิ์ทำร้ายหนักดูเหมือนจะใช้สมบัติบางอย่างหลบหนีไปขณะนี้ยังไม่ทราบที่อยู่”

“เพื่อไม่ให้ขัดใจบุตรศักดิ์สิทธิ์วิหารฉี่หมิงประกาศขับนางออกจากสำนักและส่งคนไล่ล่านาง”

ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยตื่นตะลึงในใจ

สามีเป็นอัจฉริยะที่ไม่เคยมีมาก่อนและภรรยาก็เป็นอัจฉริยะที่หายากยิ่ง

ถึงจะพ่ายต่อบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์แต่การหลบหนีจากเขาได้ก็นับว่าพลังน่าสะพรึงกลัวแล้ว

“บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์กล้าทำร้ายภรรยาข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”

เย่ซินกำหมัดแน่นตาแดงก่ำคำราม

“ไปเดินทางไปแคว้นฉี่หมิงเดี๋ยวนี้!”

เย่ซินกังวลถึงความปลอดภัยของภรรยาอยากรีบไปแคว้นฉี่หมิงทันที

“ปรมาจารย์จีเซี่ยอย่าใจร้อนถึงใจร้อนก็ไร้ประโยชน์”

“แคว้นฉี่หมิงอยู่ห่างจากแคว้นชิงคงมากข่าวที่มาถึงนี้ล่วงเลยมาแล้วหลายร้อยปี”

“สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้”

“ยิ่งกว่านั้นแคว้นฉี่หมิงอยู่ไกลเกินไปท่านไปถึงในเวลาอันสั้นไม่ได้”

ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยรีบห้าม

ระยะทางไกลเกินไปข่าวสารย่อมล่าช้า

ข่าวที่เขาบอกเย่ซินเป็นเรื่องเมื่อหลายร้อยปีก่อน

ตอนนี้สถานการณ์ของหลี่เยว่เอ๋อร์เป็นอย่างไรไม่มีใครรู้

เย่ซินพยายามควบคุมอารมณ์แล้วนั่งลง

เขาถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผู้สูงสุดหยินเยวี่ย วังเซียนเก้าสวรรค์เป็นกองกำลังอะไรเมื่อเทียบกับวังเซียนจี๋เต้าล่ะ?”

“แน่นอนว่าเทียบวังเซียนจี๋เต้าไม่ได้แต่ก็เป็นกองกำลังอันดับหนึ่งในสิบกองกำลังสูงสุดรองจากสี่กองกำลังไร้เทียมทาน”

ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยตอบ

“นายท่านวังเซียนเก้าสวรรค์น่าสะพรึงกลัวยิ่ง”

“พวกเขาไม่เทียบเท่าสี่กองกำลังไร้เทียมทานเพราะไม่มีบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครอง”

“แต่ในระดับอื่นพลังของพวกเขาไม่ด้อยไปกว่าสี่กองกำลังไร้เทียมทานอาจแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ”

“เจ้าวังเซียนเก้าสวรรค์เป็นจักรพรรดิโบราณเก้าสวรรค์ผู้ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตจักรพรรดิรองจากบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น!”

ศัตรูคือวังเซียนเก้าสวรรค์แม้แต่จักรพรรดิอัคคีที่เป็นจักรพรรดิแล้วยังขมวดคิ้วแน่น

ต่อหน้าวังเซียนเก้าสวรรค์เขาในฐานะจักรพรรดิเพียงคนเดียวไม่ได้นับว่ายิ่งใหญ่

“ถูกต้องปรมาจารย์จีเซี่ยตอนนี้ท่านต้องไม่ใจร้อนวู่วามไปเสียการใหญ่”

“อย่าว่าแต่ท่านไปถึงแคว้นฉี่หมิงในเวลาสั้นไม่ได้ต่อให้เคลื่อนย้ายมิติไปถึง”

“ด้วยพลังของท่านตอนนีก็ไม่อาจต่อกรกับบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์และวังของเขาได้”

ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยกล่าว

“นายท่านผู้สูงสุดหยินเยวี่ยพูดถูกเราต้องวางแผนระยะยาว”

“ข้าตอนนี้ยังไม่มีอาวุธจักรพรรดิหรือวิชาจักรพรรดิต่อให้เผชิญหน้ากับบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงสุดท้าทายสวรรค์ก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”

จักรพรรดิอัคคีกล่าว

อาวุธจักรพรรดิและวิชาจักรพรรดิคือรากฐานของจักรพรรดิ

หากขาดสิ่งเหล่านี้เปรียบดังเสือไร้เขี้ยวเล็บพลังลดลงครึ่งหนึ่ง

“พวกเจ้าพูดถูกตอนนี้ข้าจะใจร้อนไม่ได้”

เย่ซินหน้าซีดกำหมัดแน่นครุ่นคิดแล้วกล่าว

ตอนนี้เขาใจเย็นลงแล้ว

ต่อให้ไปถึงแคว้นฉี่หมิงตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์

“มีเพียงการแข็งแกร่งขึ้นข้าถึงจะช่วยภรรยาได้ถึงจะทำลายวังเซียนเก้าสวรรค์ได้!”

กลิ่นอายอันน่าสะพรึงระเบิดออกจากร่างเย่ซิน

เขาตระหนักว่าพลังของตนยังอ่อนแอเกินไป

ในยามที่ภรรยาต้องการการปกป้องเขากลับไร้ความสามารถ

ความรู้สึกนี้ทำให้เขาทรมานยิ่ง!

“ขอบคุณผู้สูงสุดหยินเยวี่ยที่ช่วยสืบหาข่าวภรรยาข้า”

เย่ซินประสานมือขอบคุณ

“ไม่เป็นไรท่านช่วยบุตรสาวข้าทะลวงสู่เทพผู้ปกครองขั้นสุดยอดแค่นี้เรื่องเล็กน้อย”

ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยยิ้ม

“นี่คือตราหงโหลวสามารถใช้เป็นแขกกิตติมศักดิ์ของตำหนักหงโหลวหากปรมาจารย์จีเซี่ยต้องการสืบหาข่าวใด สามารถไปยังสาขาหงโหลวในทุกแคว้นได้”

ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยหยิบตราสีแดงที่มีสลักภาพมอบให้เย่ซิน

ด้วยตราหงโหลวตำหนักหงโหลวจะช่วยสืบหาข่าวให้เต็มที่

ในฐานะเจ้าสำนักหงโหลวแห่งแคว้นชิงคงเขามีสิทธิ์ออกตราหงโหลวได้สามชิ้น

เย่ซินกล่าวคำอำลาแล้วเข้าสู่ห้องพักแขกตามการจัดเตรียมของหนิงเมิ่งฝาน

“พี่เย่อย่ากังวลเกินไปข้าเชื่อว่าภรรยาท่านต้องมีโชควาสนาคุ้มครองจะไม่เป็นอะไร”

หนิงเมิ่งฝานปลอบใจ

“อืม ข้าก็เชื่อว่าเยว่เอ๋อร์จะไม่เป็นอะไรง่ายๆ”

เย่ซินพยักหน้า

ก่อนหน้านี้เขาจิตใจว้าวุ่นจึงแสดงออกอย่างหุนหัน

ตอนนี้ใจเย็นลงแล้วเขามั่นใจในความปลอดภัยของภรรยา

เขารู้ดีถึงพลังของลูกปัดลึกลับนั้น

ภรรยาที่ครอบครองลูกปัดย่อมไม่มีปัญหาในการปกป้องชีวิต

“พี่เย่พักผ่อนให้ดีข้าจะไม่รบกวนแล้ว”

หนิงเมิ่งฝานกล่าวคำอำลา

“ลาก่อน”

เมื่อหนิงเมิ่งฝานจากไปเย่ซินเรียกจักรพรรดิอัคคี,ซูหยิง,จ้าวเต๋าอีเสิน,และสิงโตน้ำแข็งและเพลิงมา

“อย่าขัดขืนข้าจะพาพวกเจ้าไปยังที่แห่งหนึ่ง”

เย่ซินสั่ง

ถึงไม่รู้ว่าเย่ซินจะทำอะไร

แต่ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเขาจึงไม่ขัดขืน

ทันใดนั้นร่างของสี่คนและหนึ่งสัตว์หายไปจากห้อง

จบบทที่ 185.ข่าวของภรรยาและความโกรธเกรี้ยวของเย่ซิน

คัดลอกลิงก์แล้ว