- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่มต้น
- 185.ข่าวของภรรยาและความโกรธเกรี้ยวของเย่ซิน
185.ข่าวของภรรยาและความโกรธเกรี้ยวของเย่ซิน
185.ข่าวของภรรยาและความโกรธเกรี้ยวของเย่ซิน
ตูม!
เมื่อได้ยินเย่ซินยอมรับด้วยปากตนเองว่าเป็นผู้สังหารเทียนหลิงศิษย์รักของเขาผู้สูงสุดเทียนชางระเบิดกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
“เจ้าสังหารเทียนหลิงของข้าวันนี้เจ้าจะไม่มีวันหนีพ้นจากที่นี่ได้!”
“ข้าจะสังหารเจ้าให้ไปอยู่เป็นเพื่อนศิษย์รักของข้า!”
ผู้สูงสุดเทียนชางระเบิดจิตสังหารออกมา
พลังที่มองไม่เห็นอันน่าสะพรึงกลัวก่อตัวในความว่างเปล่ากลายเป็นฝ่ามือยักษ์ที่บดบังท้องฟ้า
จากนั้นโจมตีใส่เย่ซินอย่างรุนแรง
กระบวนท่าที่เปี่ยมด้วยความโกรธนี้มีพลังน่าสะพรึงกลัวแม้แต่มิติโดยรอบยังถูกทำลายเป็นเสี่ยงๆ
“ผู้สูงสุดขั้นสูงตัวเล็กๆกล้าลงมือกับนายท่านของข้าหาเรื่องตาย!”
จักรพรรดิอัคคีตะโกนด้วยความโกรธ
ตูม!
กลิ่นอายจักรพรรดิระเบิดออกมา
พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่มองไม่เห็นทำลายฝ่ามือยักษ์นั้นในทันที
“แย่แล้วก่อนหน้านี้ข้าสัมผัสได้ลางๆว่าชายชราชุดแดงผู้นี้ไม่ธรรมดาไม่นึกว่า…กลิ่นอายของเขาจะเหนือกว่าผู้สูงสุดชางหลานหรือว่า…เขาเป็นจักรพรรดิ?”
ผู้สูงสุดเทียนชางตื่นตระหนกในใจอย่างยิ่ง
ในขณะนั้นเขาหยุดการโจมตีหันหลังเตรียมหลบหนี
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับจักรพรรดิแม้แต่ราชันสวรรค์มังกรเพลิงที่มีพลังระดับกึ่งจักรพรรดิยังหนีไม่รอดแล้วเขาจะหนีได้อย่างไร?
“เจ้าไม่มีวันหนีพ้นตายซะ!”
พลังจักรพรรดิปกคลุมผู้สูงสุดเทียนชางในทันที
“อ๊าก! ไม่ ข้าไม่อยากตาย!”
ผู้สูงสุดเทียนชางสีหน้าเปลี่ยนไปตะโกนด้วยความหวาดกลัว
จากนั้นร่างกายและวิญญาณของเขากลายเป็นเถ้าธุลีภายใต้แรงกดดันของพลังจักรพรรดิ
พลังจักรพรรดินั้นน่าสะพรึงยิ่ง!
เพียงกลิ่นอายจักรพรรดิก็สามารถบดขยี้ผู้สูงสุดได้
เย่ซินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาและปราถนาอย่างยิ่งที่จะกลายเป็นจักรพรรดิ
หลังจากเก็บแหวนมิติของผู้สูงสุดเทียนชางทั้งสองมุ่งหน้าสู่แคว้นชิงคงต่อไป
…
สองปีผ่านไปเย่ซินและจักรพรรดิอัคคีเดินทางกลับถึงแคว้นชิงคง
ทั้งสองลงสู่ตำหนักหงโหลว
“นายท่านท่านกลับมาแล้วข้าดีใจยิ่งนัก!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเย่ซินซูหยิงพุ่งออกมาด้วยความตื่นเต้นเป็นคนแรก
ชุดยาวสีดำขลับทำให้นางดูเย็นชาและมีเสน่ห์เย้ายวนงดงามไร้ที่ติ
กลิ่นอายของนางยิ่งทรงพลังใกล้เคียงกับผ่านกู่ในอดีต
“คารวะนายท่าน”
จ้าวเต๋าอีเสินและสิงโตน้ำแข็งและเพลิงเดินออกมาคารวะเย่ซิน
“ไม่น่าเชื่อ สวรรค์! นายท่านทะลวงสู่ขอบเขตตัดเต๋ากลายเป็นปรมาจารย์ตัดเต๋าแล้ว!”
สิงโตน้ำแข็งและเพลิงคำรามด้วยความตกตะลึงไม่อยากเชื่อการรับรู้ของตน
“เพียงร้อยกว่าปีพี่เย่ทะลวงสู่ขอบเขตตัดเต๋าได้ท่านทำได้อย่างไร?”
หนิงเมิ่งฝานในชุดยาวสีเงินงดงามราวหยกเย็นเยียบดุจนางเซียน
ปากน้อยๆของนางอ้าค้างตกตะลึงถึงขีดสุด
เพียงร้อยกว่าปีที่ไม่ได้พบเย่ซินที่เพิ่งเข้าสู่ขอบเขตผู้บรรลุเต๋าก่อนจากไปกลับกลายเป็นปรมาจารย์ตัดเต๋าแล้ว
“โชคดีได้โอกาสสองสามครั้งเลยทะลวงสู่ขอบเขตตัดเต๋าได้”
เย่ซินยิ้มบางๆ
“ฮ่า ขอแสดงความยินดีกับปรมาจารย์จีเซี่ยที่พลังเพิ่มพูน!”
พร้อมเสียงหัวเราะดังชายวัยกลางคนผู้สง่างามเดินออกมา
นั่นคือผู้สูงสุดหยินเยวี่ยเจ้าสำนักหงโหลว
ทันใดนั้นสายตาของผู้สูงสุดหยินเยวี่ยมองไปที่จักรพรรดิอัคคี
สีหน้าเปลี่ยนไปตะโกนด้วยความตกใจ “นี่คือจักรพรรดิ!”
“คารวะจักรพรรดิ!”
เขารีบคารวะจักรพรรดิอัคคีด้วยความเคารพ
ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยมีภูมิหลังไม่ธรรมดาเป็นคนจากเผ่าวิญญาณจันทรา
บรรพบุรุษของเผ่าวิญญาณจันทรา จักรพรรดิโบราณแห่งจันทราผู้เป็นจักรพรรดิเต๋าโบราณ
นางคือยอดฝีมือไร้เทียมทานในขอบเขตจักรพรรดิผู้แข็งแกร่งที่สุดรองจากบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์
จึงคุ้นเคยกับกลิ่นอายของจักรพรรดิเป็นอย่างดี
“อะไร?ชายชราข้างนายท่าน…คือจักรพรรดิ!”
ซูหยิง,จ้าวเต๋าอีเสิน,และสิงโตน้ำแข็งและเพลิงตกตะลึงถึงขีดสุด
จักรพรรดิคือเป้าหมายสูงสุดของผู้ฝึกตนทุกคน
ราวกับขุนเขายักษ์ที่กดทับหัวใจทุกคนเป็นยอดฝีมือที่น่ายกย่อง!
บุคคลเช่นนี้ในสายตาพวกเขาควรมีตัวตนเพียงในตำนาน
ไม่นึกว่าวันนี้จักรพรรดิผู้สูงศักดิ์จะยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขา
ทั้งสามตื่นเต้นจนตัวสั่น
“คารวะจักรพรรดิ!”
ทั้งสองคนและหนึ่งสัตว์รีบคารวะ
“ไม่ต้องมากพิธีพวกเราเป็นผู้ติดตามของนายท่านทั้งสิ้น”
จักรพรรดิอัคคียิ้มให้พวกเขา
ทุกคนเป็นคนของนายท่านจักรพรรดิอัคคีจึงไม่เย็นชาหรือหยิ่งผยองเกินไป
“อะไร?จักรพรรดิเป็นผู้ติดตามของนายท่าน?”
“นายท่านแข็งแกร่งเกินไปแล้วถึงขนาดให้จักรพรรดิผู้ครองกาลเวลามาเป็นผู้ติดตาม!”
ซูหยิงและคนอื่นๆตาเบิกกว้างไม่อยากเชื่อถึงขีดสุด
นายท่านแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ!
จักรพรรดิยังยอมเป็นผู้ติดตามของเขา
“สวรรค์! ปรมาจารย์จีเซี่ยลึกลับยิ่งถึงขนาดให้จักรพรรดิยอมเป็นผู้ติดตามอย่างเต็มใจ”
ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยตะโกนด้วยความตกใจ
สำนักเทพสังหารทมิฬสืบหาตัวตนของเย่ซินได้ตำหนักหงโหลวจะสืบไม่ได้อย่างไร?
พวกเขารู้ว่าเย่ซินบินขึ้นมาจากแดนเทพมารโลกขนาดกลางไม่ได้มีภูมิหลังยิ่งใหญ่
การที่เขาทำให้จักรพรรดิยอมเป็นผู้ติดตามแสดงว่าเป็นความยินยอมโดยสมัครใจไม่ใช่การบังคับ
คำสาบานเต๋าสำหรับจักรพรรดินั้นเพียงจ่ายราคาเล็กน้อยก็ยกเลิกได้
นี่คือพลังจักรพรรดิที่ต้านทานพลังเต๋าสวรรค์ได้
จักรพรรดิอัคคียอมศิโรราบต่อเย่ซินอย่างแท้จริงและยินดีเป็นผู้ติดตาม
จากนั้นด้วยการเชื้อเชิญอย่างนอบน้อมของผู้สูงสุดหยินเยวี่ยทุกคนเข้าสู่ตำหนักหงโหลว
…
ในโถงต้อนรับแขกของตำหนักหงโหลว
เย่ซินนั่งบนตำแหน่งหลักซูหยิงยืนอยู่ข้างหลังราวสาวใช้ส่วนตัว
จักรพรรดิอัคคีและผู้สูงสุดหยินเยวี่ยนั่งด้านซ้ายและขวาของเขา
จักรพรรดิคือผู้ยิ่งใหญ่แม้ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยจะมีจักรพรรดิโบราณแห่งจันทราเป็นบรรพบุรุษเขาก็ไม่กล้าทำตัวไม่มีมารยาท
จึงไม่กล้านั่งตำแหน่งหลัก
ส่วนจักรพรรดิอัคคีเป็นผู้ติดตามของเย่ซินย่อมไม่นั่งตำแหน่งหลัก
ดังนั้นตำแหน่งหลักจึงตกเป็นของเย่ซิน
“ปรมาจารย์จีเซี่ยเมื่อครั้งที่บุตรสาวข้าสืบหาข่าวของภรรยาท่านพวกเราคอยติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด”
“ตอนนี้ในที่สุดก็มีเบาะแสแล้ว”
ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยกล่าว
ตลอดพันกว่าปีเขาคอยสืบหาข้อมูลของหลี่เยว่เอ๋อร์อย่างต่อเนื่อง
วันนี้ข้อมูลของหลี่เยว่เอ๋อร์ในที่สุดก็มาถึง
“จริงหรือ? ยอดเยี่ยม!”
เย่ซินนั่งแทบไม่อยู่ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น
นอกจากรู้ว่าภรรยาอยู่ในแคว้นฉี่หมิงเขาไม่รู้สถานการณ์อื่นเลย
ตอนนี้มือของเขากำที่วางแขนของเก้าอี้แน่นแสดงถึงความตึงเครียด
“นางเป็นอย่างไรบ้าง?”
เย่ซินสูดลมหายใจลึกจ้องผู้สูงสุดหยินเยวี่ยรอคำตอบ
การฝึกฝนของเขามีสองเป้าหมายหลัก
หนึ่งคือตามหาภรรยารวมครอบครัวให้เป็นหนึ่ง
สองคือรวบรวมลูกปัดแห่งเทพยกระดับพลังของตนจนสามารถบิดเบือนกาลเวลาฟื้นคืนชีพบุตรชายคนโตที่ตายไป
“จากข้อมูลดูเหมือนสถานการณ์ของภรรยาท่านจะไม่ดีนัก”
“อะไรนะ?”
ตูม!
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากร่างเย่ซิน
ทุกคนหน้าซีดด้วยความกลัว
เย่ซินตาแดงก่ำใบหน้าดุร้ายน่ากลัวยิ่ง
หากภรรยาเขาเกิดเรื่องเขาสาบานว่าจะเข่นฆ่าทั้งแคว้นฉี่หมิงให้เป็นเพื่อนนาง
เมื่อครั้งที่ทำให้ภรรยาทิ้งเขาไปเขารู้สึกผิดมาโดยตลอด
หากนางเกิดเรื่องจริงๆเขาจะต้องเสียสติแน่
“ปรมาจารย์จีเซี่ยสงบใจก่อนจากข้อมูลที่เราทราบภรรยาท่านยังไม่มีอันตรายถึงชีวิต”
เมื่อเห็นเย่ซินตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งผู้สูงสุดหยินเยวี่ยรีบกล่าว
จักรพรรดิอัคคีลงมือทันทีใช้พลังจักรพรรดิดึงเย่ซินกลับจากสภาวะคลุ้มคลั่ง
“จากข้อมูลนางบ่มเพาะจนถึงขอบเขตสูงสุดกลายเป็นนายหญิงแห่งวิหารฉี่หมิงผู้ครองแคว้นฉี่หมิง”
เมื่อรู้ว่าภรรยาไม่มีอันตรายถึงชีวิตเย่ซินถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาไม่แปลกใจที่ภรรยาบรรลุถึงขอบเขตสูงสุด
นางมีลูกปัดนั้นอยู่ในมือและมาถึงโลกใหญ่ก่อนเขานับพันปีการทะลวงสู่ขอบเขตสูงสุดจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
โลกใหญ่มีอัตราการบ่มเพาะที่เร็วกว่าโลกกลางมาก
หากเย่ซินบินขึ้นสู่โลกใหญ่ตั้งแต่แรกป่านนี้เขาอาจเป็นจักรพรรดิไปแล้ว
“เดิมทีนางเป็นธิดาแห่งสวรรค์มีสถานะสูงส่ง”
“แต่แล้ววันหนึ่งบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์เดินทางผ่านแคว้นฉี่หมิงเขาหลงรักภรรยาท่านต้องการแต่งงานกับนาง”
(พอตนี้มีทั่วไปจริงๆ555)
“การที่บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์ผู้สูงสุดท้าทายสวรรค์ที่อายุน้อยที่สุดในตำนานเลือกนางเป็นภรรยาถือเป็นเรื่องน่ายินดี”
“ทั้งวิหารฉี่หมิงสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่หวังจะผูกสัมพันธ์กับวังเซียนเก้าสวรรค์”
“แต่นางยอมตายดีกว่ายอมรับขัดขวางและต่อสู้กับบุตรศักดิ์สิทธิ์”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์เป็นอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้สูงสุดท้าทายสวรรค์ที่อายุน้อยที่สุด”
“เขาเป็นยอดฝีมือในยุครุ่นเยาว์ราวขุนเขายักษ์กดทับหัวใจทุกคนไม่มีผู้ใดในรุ่นเดียวกันกล้าท้าทายเขา”
“ภรรยาท่านย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
“สุดท้ายนางถูกบุตรศักดิ์สิทธิ์ทำร้ายหนักดูเหมือนจะใช้สมบัติบางอย่างหลบหนีไปขณะนี้ยังไม่ทราบที่อยู่”
“เพื่อไม่ให้ขัดใจบุตรศักดิ์สิทธิ์วิหารฉี่หมิงประกาศขับนางออกจากสำนักและส่งคนไล่ล่านาง”
ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยตื่นตะลึงในใจ
สามีเป็นอัจฉริยะที่ไม่เคยมีมาก่อนและภรรยาก็เป็นอัจฉริยะที่หายากยิ่ง
ถึงจะพ่ายต่อบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์แต่การหลบหนีจากเขาได้ก็นับว่าพลังน่าสะพรึงกลัวแล้ว
“บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์กล้าทำร้ายภรรยาข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
เย่ซินกำหมัดแน่นตาแดงก่ำคำราม
“ไปเดินทางไปแคว้นฉี่หมิงเดี๋ยวนี้!”
เย่ซินกังวลถึงความปลอดภัยของภรรยาอยากรีบไปแคว้นฉี่หมิงทันที
“ปรมาจารย์จีเซี่ยอย่าใจร้อนถึงใจร้อนก็ไร้ประโยชน์”
“แคว้นฉี่หมิงอยู่ห่างจากแคว้นชิงคงมากข่าวที่มาถึงนี้ล่วงเลยมาแล้วหลายร้อยปี”
“สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้”
“ยิ่งกว่านั้นแคว้นฉี่หมิงอยู่ไกลเกินไปท่านไปถึงในเวลาอันสั้นไม่ได้”
ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยรีบห้าม
ระยะทางไกลเกินไปข่าวสารย่อมล่าช้า
ข่าวที่เขาบอกเย่ซินเป็นเรื่องเมื่อหลายร้อยปีก่อน
ตอนนี้สถานการณ์ของหลี่เยว่เอ๋อร์เป็นอย่างไรไม่มีใครรู้
เย่ซินพยายามควบคุมอารมณ์แล้วนั่งลง
เขาถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผู้สูงสุดหยินเยวี่ย วังเซียนเก้าสวรรค์เป็นกองกำลังอะไรเมื่อเทียบกับวังเซียนจี๋เต้าล่ะ?”
“แน่นอนว่าเทียบวังเซียนจี๋เต้าไม่ได้แต่ก็เป็นกองกำลังอันดับหนึ่งในสิบกองกำลังสูงสุดรองจากสี่กองกำลังไร้เทียมทาน”
ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยตอบ
“นายท่านวังเซียนเก้าสวรรค์น่าสะพรึงกลัวยิ่ง”
“พวกเขาไม่เทียบเท่าสี่กองกำลังไร้เทียมทานเพราะไม่มีบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครอง”
“แต่ในระดับอื่นพลังของพวกเขาไม่ด้อยไปกว่าสี่กองกำลังไร้เทียมทานอาจแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ”
“เจ้าวังเซียนเก้าสวรรค์เป็นจักรพรรดิโบราณเก้าสวรรค์ผู้ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตจักรพรรดิรองจากบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น!”
ศัตรูคือวังเซียนเก้าสวรรค์แม้แต่จักรพรรดิอัคคีที่เป็นจักรพรรดิแล้วยังขมวดคิ้วแน่น
ต่อหน้าวังเซียนเก้าสวรรค์เขาในฐานะจักรพรรดิเพียงคนเดียวไม่ได้นับว่ายิ่งใหญ่
“ถูกต้องปรมาจารย์จีเซี่ยตอนนี้ท่านต้องไม่ใจร้อนวู่วามไปเสียการใหญ่”
“อย่าว่าแต่ท่านไปถึงแคว้นฉี่หมิงในเวลาสั้นไม่ได้ต่อให้เคลื่อนย้ายมิติไปถึง”
“ด้วยพลังของท่านตอนนีก็ไม่อาจต่อกรกับบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเซียนเก้าสวรรค์และวังของเขาได้”
ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยกล่าว
“นายท่านผู้สูงสุดหยินเยวี่ยพูดถูกเราต้องวางแผนระยะยาว”
“ข้าตอนนี้ยังไม่มีอาวุธจักรพรรดิหรือวิชาจักรพรรดิต่อให้เผชิญหน้ากับบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงสุดท้าทายสวรรค์ก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
จักรพรรดิอัคคีกล่าว
อาวุธจักรพรรดิและวิชาจักรพรรดิคือรากฐานของจักรพรรดิ
หากขาดสิ่งเหล่านี้เปรียบดังเสือไร้เขี้ยวเล็บพลังลดลงครึ่งหนึ่ง
“พวกเจ้าพูดถูกตอนนี้ข้าจะใจร้อนไม่ได้”
เย่ซินหน้าซีดกำหมัดแน่นครุ่นคิดแล้วกล่าว
ตอนนี้เขาใจเย็นลงแล้ว
ต่อให้ไปถึงแคว้นฉี่หมิงตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์
“มีเพียงการแข็งแกร่งขึ้นข้าถึงจะช่วยภรรยาได้ถึงจะทำลายวังเซียนเก้าสวรรค์ได้!”
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงระเบิดออกจากร่างเย่ซิน
เขาตระหนักว่าพลังของตนยังอ่อนแอเกินไป
ในยามที่ภรรยาต้องการการปกป้องเขากลับไร้ความสามารถ
ความรู้สึกนี้ทำให้เขาทรมานยิ่ง!
“ขอบคุณผู้สูงสุดหยินเยวี่ยที่ช่วยสืบหาข่าวภรรยาข้า”
เย่ซินประสานมือขอบคุณ
“ไม่เป็นไรท่านช่วยบุตรสาวข้าทะลวงสู่เทพผู้ปกครองขั้นสุดยอดแค่นี้เรื่องเล็กน้อย”
ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยยิ้ม
“นี่คือตราหงโหลวสามารถใช้เป็นแขกกิตติมศักดิ์ของตำหนักหงโหลวหากปรมาจารย์จีเซี่ยต้องการสืบหาข่าวใด สามารถไปยังสาขาหงโหลวในทุกแคว้นได้”
ผู้สูงสุดหยินเยวี่ยหยิบตราสีแดงที่มีสลักภาพมอบให้เย่ซิน
ด้วยตราหงโหลวตำหนักหงโหลวจะช่วยสืบหาข่าวให้เต็มที่
ในฐานะเจ้าสำนักหงโหลวแห่งแคว้นชิงคงเขามีสิทธิ์ออกตราหงโหลวได้สามชิ้น
เย่ซินกล่าวคำอำลาแล้วเข้าสู่ห้องพักแขกตามการจัดเตรียมของหนิงเมิ่งฝาน
“พี่เย่อย่ากังวลเกินไปข้าเชื่อว่าภรรยาท่านต้องมีโชควาสนาคุ้มครองจะไม่เป็นอะไร”
หนิงเมิ่งฝานปลอบใจ
“อืม ข้าก็เชื่อว่าเยว่เอ๋อร์จะไม่เป็นอะไรง่ายๆ”
เย่ซินพยักหน้า
ก่อนหน้านี้เขาจิตใจว้าวุ่นจึงแสดงออกอย่างหุนหัน
ตอนนี้ใจเย็นลงแล้วเขามั่นใจในความปลอดภัยของภรรยา
เขารู้ดีถึงพลังของลูกปัดลึกลับนั้น
ภรรยาที่ครอบครองลูกปัดย่อมไม่มีปัญหาในการปกป้องชีวิต
“พี่เย่พักผ่อนให้ดีข้าจะไม่รบกวนแล้ว”
หนิงเมิ่งฝานกล่าวคำอำลา
“ลาก่อน”
เมื่อหนิงเมิ่งฝานจากไปเย่ซินเรียกจักรพรรดิอัคคี,ซูหยิง,จ้าวเต๋าอีเสิน,และสิงโตน้ำแข็งและเพลิงมา
“อย่าขัดขืนข้าจะพาพวกเจ้าไปยังที่แห่งหนึ่ง”
เย่ซินสั่ง
ถึงไม่รู้ว่าเย่ซินจะทำอะไร
แต่ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเขาจึงไม่ขัดขืน
ทันใดนั้นร่างของสี่คนและหนึ่งสัตว์หายไปจากห้อง