- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่มต้น
- 149.เริ่มต้นการชำระแค้นฝ่ามือเดียวกำราบจ้าวเต๋าเทียนหลิง
149.เริ่มต้นการชำระแค้นฝ่ามือเดียวกำราบจ้าวเต๋าเทียนหลิง
149.เริ่มต้นการชำระแค้นฝ่ามือเดียวกำราบจ้าวเต๋าเทียนหลิง
ตูม!
ทันใดนั้นพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้หัวใจสั่นไหวพุ่งเข้ามา
หมี่เฟย,ปรมาจารย์และคนอื่นๆต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวไม่สามารถเกิดความคิดต่อต้านได้แม้แต่น้อยมีเพียงความหวาดกลัวที่ครอบงำจิตใจ
พลังอำนาจนี้รุนแรงกว่าที่จ้าวเต๋าเทียนหลิงเคยมอบให้พวกเขาหลายเท่านัก
น่ากลัวเกินไป! พวกเขารู้สึกได้ว่าเจ้าของพลังนี้สามารถทำลายล้างพวกเขาด้วยเพียงความคิดเดียว
แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร!
“นี่...นี่คือพลังของพี่ใหญ่?แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
ปรมาจารย์ตื่นตระหนกอย่างยิ่งไม่คาดคิดว่าหลังจากการฟื้นคืนชีพพี่ใหญ่ของเขาจะมีพลังที่เพิ่มขึ้นถึงเพียงนี้
“บรรพบุรุษเต๋าคือตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดในเก้าสวรรค์สิบดินแดนเขาคือสิ่งที่พวกเราไม่อาจตามทันได้ตลอดชีวิต!”
เทพบรรพบุรุษปิงหลีถอนหายใจด้วยความชื่นชม
เมื่อครั้งอดีตตอนที่บรรพบุรุษเต๋าช่วยนางออกมาพลังของทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน
แต่บัดนี้นางถูกทิ้งห่างไปไกลโพ้น
ทันใดนั้น
ตูม!
เสียงดังสนั่นก้องประตูของตำหนักเปิดออกเอง
ชายหนุ่มในชุดดำที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ
ร่างที่คุ้นเคยพลังที่คุ้นเคยทำให้ทุกคนในที่นั้นน้ำตาคลอด้วยความตื่นเต้น
ชายผู้นั้น...ฟื้นคืนชีพแล้ว!
“เย่ซิน!”
“พี่ใหญ่!”
“ท่านพ่อ!”
“ท่านอาจารย์!”
“ท่านบรรพบุรุษเต๋า!”
หมี่เฟย,ปรมาจารย์และคนอื่นๆลุกขึ้นยืนพร้อมกันคำนับด้วยความเคารพ
“ทำให้ทุกคนเป็นห่วงแล้ว”
เย่ซินยิ้มกล่าวกับทุกคน
“พี่ใหญ่จากคำกล่าวของจ้าวเต๋าเทียนหลิงพลังของท่านถึงขั้นสุดยอดของเทพผู้ปกครองแล้วหรือ?”
ปรมาจารย์ถามด้วยความอยากรู้
“ไม่ใช่ขั้นสุดยอดของเทพผู้ปกครอง”
เย่ซินส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม
“พลังของพี่ใหญ่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้วยังไม่ถึงขั้นสุดยอดของเทพผู้ปกครองนี่มันยากเย็นถึงเพียงนี้เลยหรือไม่แปลกใจที่จ้าวเต๋าเทียนหลิงถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นเทพผู้ปกครองขั้นสูงสุด”
ปรมาจารย์กล่าวด้วยความประหลาดใจ
พลังของพี่ใหญ่ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากจริงๆ
“ถึงข้าจะไม่ใช่เทพผู้ปกครองขั้นสุดยอดแต่ข้าถึงเทพผู้ปกครองเหนือขีดจำกัดแล้ว”
เย่ซินยิ้มกล่าวต่อหน้าปรมาจารย์ที่ตื่นตะลึง
“เทพผู้ปกครองเหนือขีดจำกัด!”
“ไม่น่าเชื่อพี่ใหญ่ของข้าจะแข็งแกร่งเกินกว่าเทพผู้ปกครองที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเบื้องบนได้ช่างน่าทึ่ง!”
ปรมาจารย์กล่าวด้วยความตื่นเต้น
ที่แท้พี่ใหญ่ของเขาก็แกล้งเขา
ถึงแม้ว่าจ้าวเต๋าเทียนหลิงจะไม่เคยกล่าวถึง “เทพผู้ปกครองเหนือขีดจำกัด”
แต่เพียงคำว่า “เหนือ” ก็ชัดเจนแล้วว่าพลังของเขานั้นเกินกว่าขั้นสุดยอดของเทพผู้ปกครอง
จากคำกล่าวของจ้าวเต๋าเทียนหลิงขั้นสูงสุดที่เขาเอ่ยถึงคือเทพผู้ปกครองขั้นสุดยอด
คงจะเป็นการมีอยู่ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเบื้องบน
แต่พี่ใหญ่ของเขาได้ก้าวข้ามขั้นนั้นไปแล้ว
น่าทึ่งและยากจะเชื่อ!
“เย่ซินเหตุใดเจ้าถึงได้โดดเด่นและอัจฉริยะถึงเพียงนี้!”
แม้แต่หมี่เฟยก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
เย่ซินนั้นโดดเด่นและสมบูรณ์แบบเกินไป
ทันใดนั้นเย่ซินมองออกไปนอกจานแม่น้ำและขุนเขากล่าวอย่างช้าๆ
“ถึงเวลาออกไปจัดการกับจ้าวเต๋าเทียนหลิงแล้ว”
เมื่อจัดการจ้าวเต๋าเทียนหลิงได้เขาจะสามารถบินสู่โลกเบื้องบนได้
หลี่เยว่เอ๋อร์คือหญิงสาวที่อยู่ในใจของเขาเสมอ
ไม่ว่าเช่นไรเขาจะต้องไปยังมหาพันโลกเพื่อตามหาภรรยาของเขา
เพื่อให้ครอบครัวของเขากลับมารวมกันอีกครั้ง
จากนั้นเขากลายเป็นสายแสงพุ่งออกจากโลกของจานแม่น้ำและขุนเขา
หมี่เฟย,ปรมาจารย์และคนอื่นๆติดตามไปอย่างใกล้ชิด
ถูกขังอยู่ในจานแม่น้ำและขุนเขามานานนับพันปีตอนนี้ในที่สุดพวกเขาก็สามารถออกไปแก้แค้นได้
เพื่อระบายความแค้นที่สะสมมานานหลายปี
ทุกคนตื่นเต้นอย่างยิ่ง
การที่เย่ซินหลอมรวมร่างอมตะหงเหมิงเพื่อฟื้นคืนชีพนั้นใช้เวลานานเกือบห้าพันปี
---
สำนักจีเซี่ย
ในขณะนี้สำนักจีเซี่ยถูกแบ่งยึดครองโดยกองกำลังนับร้อยทั้งใหญ่และเล็ก
สำนักจีเซี่ยอันยิ่งใหญ่กลายเป็นสถานที่ฝึกบ่มเพาะของกองกำลังเหล่านี้
“ศิษย์พี่ได้ยินว่าที่นี่เคยเป็นสำหนักใหญ่ของสำนักจีเซี่ยเรายึดครองที่นี่ไม่กลัวพวกเขาจะมาหาเรื่องหรือ?”
หญิงสาวในชุดสีม่วงแสนสวยกล่าวกับชายหนุ่มในชุดสีเขียว
ทั้งสองเป็นศิษย์ของสำนักวายุอัสนีที่รับผิดชอบการลาดตระเวน
“หึ กลัวอะไร?”
“บรรพบุรุษเต๋าล่วงลับไปแล้วส่วนคนอื่นๆในสำนักจีเซี่ยถูกจ้าวเต๋าเทียนหลิงไล่ล่าจนไม่กล้าโผล่หน้าออกมา”
“สำนักจีเซี่ยไม่มีอะไรน่ากลัวอีกต่อไป”
“ที่นี่ช่างเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมปราณวิญญาณเข้มข้นราวกับหมอกหนาความเข้มข้นมากกว่าภายนอกเป็นร้อยเท่าการฝึกที่นี่เร็วเหลือเกิน”
ชายหนุ่มในชุดสีเขียวกล่าวด้วยความดูถูก
เมื่อหลายพันปีก่อนสำนักจีเซี่ยคือสถานที่ที่ไม่มีกองกำลังใดกล้าแตะต้อง
แต่บัดนี้แทบไม่มีกองกำลังใดกลัวพวกเขาอีก
บรรพบุรุษเต๋าจากไปคนอื่นๆถูกจ้าวเต๋าเทียนหลิงกดขี่จนไม่กล้าโผล่หน้า
“ศิษย์น้องนี่คือเม็ดยามังกรจะช่วยให้เจ้าก้าวสู่ขอบเขตเทพแท้ได้”
“ขอบคุณศิษย์พี่!”
หญิงสาวในชุดสีม่วงมีแววตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
“เรื่องของศิษย์น้องข้าจัดการให้เรียบร้อยแล้วสิ่งที่เจ้ารับปากไว้...”
“ศิษย์พี่ท่านช่างร้ายกาจ!”
“อืม...ศิษย์พี่ตั้งค่ายกลกั้นก่อนดีกว่า”
หญิงสาวในชุดสีม่วงกล่าวด้วยความเขินอาย
“แย่แล้ว! มีคนบุกเข้ามารีบสวมเสื้อผ้า!”
ทันใดนั้นชายหนุ่มในชุดสีเขียวหน้าซีดลงรีบลุกขึ้นจากร่างอันอ่อนนุ่มของหญิงสาว
“ผู้ใด! กล้าดีอย่างไรมาบุกรุกที่ของสำนักวายุอัสนี!”
ทั้งสองเปลี่ยนสีหน้าเมื่อเห็นเงาร่างนับสิบปรากฏต่อหน้าพวกเขา
พลังที่แผ่ออกมาจากร่างเหล่านั้นทำให้ทั้งสองตัวสั่นไม่หยุด
“คนที่เจ้าไม่แยแสและไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด”
เย่ซวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
สำนักจีเซี่ยอันยิ่งใหญ่ของเขาถูกมดปลวกในขอบเขตเทพแท้เยาะเย้ยดูถูก
ดูเหมือนว่าหลังจากเงียบสงบไปนับพันปีผู้คนมากมายลืมความยิ่งใหญ่ของสำนักจีเซี่ยไปแล้ว
“เจ้า...พวกเจ้าเป็นคนของสำนักจีเซี่ย?”
ชายหนุ่มไม่โง่เขาคาดเดาได้ทันที
ใบหน้าซีดขาวด้วยความหวาดกลัวร่างกายสั่นสะท้าน
เมื่อครู่ยังปากดีว่าไม่กลัวคนของสำนักจีเซี่ยแต่เมื่อเผชิญหน้ากับพวกเขาเขากลับหวาดกลัวจนแทบตาย
ในขณะนั้นพลังวายุและสายฟ้าพลุ่งพล่านในความว่างเปล่า
เจ้าสำนักของสำนักวายุอัสนีเทพบรรพบุรุษวายุอัสนีปรากฏตัวขึ้น
“คนของสำนักจีเซี่ย!”
เขาหน้าซีดลงทันทีเมื่อจำได้ว่าเป็นเย่ซวนและคนอื่นๆ
“พวกเจ้ากล้ามากกล้ายึดครองสำนักจีเซี่ย!”
เย่ซวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
พลังอันแข็งแกร่งของเขาได้ล็อกเป้าไปที่เทพบรรพบุรุษวายุอัสนีแล้ว
“คนของสำนักจีเซี่ยกล้ามากไม่กลัวจ้าวเต๋าเทียนหลิงท่านผู้ยิ่งใหญ่หรือ?”
“หากพวกเจ้าลงมือแน่นอนว่าพลังของพวกเจ้าจะถูกเปิดเผยและเมื่อนั้นจ้าวเต๋าเทียนหลิงจะลงมือกำจัดสำนักจีเซี่ยของพวกเจ้า!”
เทพบรรพบุรุษวายุอัสนีข่มขู่ด้วยน้ำเสียงดุดันแต่หวาดกลัวในใจ
คนของสำนักจีเซี่ยแม้ว่าทุกคนที่นี่รวมกันก็ไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ได้
เขาทำได้เพียงเดิมพันหวังว่าพวกเขาจะไม่กล้าลงมือเพื่อไม่ให้พลังของตนถูกเปิดเผย
“จริงหรือ? ข้าอยากเห็นนักว่าจ้าวเต๋าเทียนหลิงจะกำจัดสำนักจีเซี่ยของข้าได้หรือไม่?”
ในขณะนั้นเย่ซินก้าวออกมามองเทพบรรพบุรุษวายุอัสนีด้วยสายตาเย็นชา
“บรรพ...บรรพบุรุษเต๋า! ท่านยังไม่ตาย!”
เจ้าสำนักวายุอัสนีตื่นตระหนกจนแทบตาย
บรรพบุรุษเต๋ายังไม่ล่วงลับเขายังมีชีวิตอยู่และปรากฏตัวต่อหน้าเขา!
หากเป็นคนอื่นของสำนักจีเซี่ยเขายังพอมีจ้าวเต๋าเทียนหลิงเป็นที่พึ่ง
ทำให้คนของสำนักจีเซี่ยเกรงกลัวไม่กล้าลงมือเพื่อไม่ให้พลังถูกเปิดเผย
แต่เมื่อบรรพบุรุษเต๋าฟื้นคืนชีพจ้าวเต๋าเทียนหลิงจะสามารถกดขี่เขาได้หรือ?
เขาจำได้ว่าเมื่อครั้งอดีตบรรพบุรุษเต๋าใช้เพียงกระบวนท่าเดียวทำให้จ้าวเต๋าเทียนหลิงบาดเจ็บสาหัสและร่างกายของเขาถูกทำลายโดยเก้าสายฟ้าทำลายล้าง
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“ที่นี่ข้ามอบให้พวกเจ้าข้าจะไปชำระบัญชีกับจ้าวเต๋าเทียนหลิง”
เย่ซินกล่าวอย่างราบเรียบ
ตราบใดที่จ้าวเต๋าเทียนหลิงไม่ลงมือด้วยพลังของหมี่เฟยและคนอื่นๆไม่มีผู้ใดในเก้าสวรรค์สิบดินแดนจะเป็นคู่ต่อสู้ได้
“เย่ซิน~”
หมี่เฟยร้องเรียกด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วงจ้าวเต๋าเทียนหลิงในสายตาของข้าตอนนี้เปรียบเหมือนมดปลวก”
เย่ซินยิ้มให้หมี่เฟยอย่างมั่นใจ
เทพผู้ปกครองขั้นสุดยอดสามารถกดขี่จ้าวเต๋าธรรมดาได้
เทพผู้ปกครองเหนือขีดจำกัดนั้นแข็งแกร่งถึงเพียงใดเขายังไม่รู้เพราะยังไม่มีคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมให้ทดสอบ
แต่แม้จ้าวเต๋าเทียนหลิงในสภาพสมบูรณ์ก็มิอาจเทียบได้ในสายตาของเขา
เย่ซินมั่นใจว่าการลงมือเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะกดขี่ฟ้าดินนี้ได้
รวมถึงกฎเกณฑ์ของโลกอันสูงสุด
บัดนี้เขาคือยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในเก้าสวรรค์สิบดินแดนอย่างแท้จริง!
แม้แต่กฎเกณฑ์ของโลกนี้เขาก็สามารถกดขี่ได้!
“ระวังตัวด้วยเราจะรอเจ้ากลับมา”
หมี่เฟยยิ้มอย่างอ่อนโยน
“อืม”
เย่ซินยิ้มตอบและพยักหน้า
ความรักที่หมี่เฟยมีต่อเขาเขาเข้าใจดี
การที่เขาบุกเข้าไปในศาลเทพเพื่อช่วยนางและการบ่มเพาะจิตวิญญาณร่วมกันนับครั้งไม่ถ้วน
ทำให้นางกลายเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา
แต่ก่อนที่เขาจะตามหาหลี่เยว่เอ๋อร์ภรรยาของเขาให้พบเย่ซินจะไม่ก้าวข้ามขอบเขตความสัมพันธ์นี้
---
แดนสวรรค์เทพ-มาร ทางตะวันออก
มีเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ทอดยาวนับล้านลี้
ภายในเทือกเขามีหุบเขาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ภายในนั้นสร้างเมืองขนาดใหญ่ไว้นับไม่ถ้วนมีมนุษย์อาศัยอยู่นับร้อยพันล้าน
ที่นี่คือดินแดนของเผ่าเทียนหลิง
ในขณะนี้เผ่าเทียนหลิงได้เข้ามาแทนที่ตำแหน่งของสำนักจีเซี่ย
กลายเป็นสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง
ในขณะนั้นภายในตำหนักอันหรูหรา
หญิงงามนับไม่ถ้วนในชุดบางเบาโปร่งใสทั้งหญิงสูงศักดิ์และสาวน้อยผู้เปี่ยมชีวิตชีวากำลังปรนนิบัติบุรุษผู้หนึ่ง
จ้าวเต๋าเทียนหลิงในฐานะยอดฝีมือขอบเขตผู้บรรลุเต๋าไม่สามารถบ่มเพาะในโลกหมื่นดินแดนได้
เมื่อไม่มีอะไรทำเขาจึงใช้ชีวิตประจำวันด้วยการแสวงหาความสุข
เขากำลังรอรอให้อาจารย์ของเขากลายเป็นราชันเต๋าผู้ยิ่งใหญ่
เมื่อถึงตอนนั้นพลังและสถานะของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
และเขาจะสามารถกลับสู่โลกเบื้องบนได้
“ท่านบรรพบุรุษคนของสำนักจีเซี่ยปรากฏตัวแล้ว!”
ในขณะนั้นเหลียนจู่และบรรพบุรุษเทียนเซี่ยรีบวิ่งเข้ามาในตำหนักรายงานต่อจ้าวเต๋าเทียนหลิง
หัวใจของทั้งสองเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
ไอ้พวกน่ารังเกียจนั้นในที่สุดก็โผล่หน้าออกมา
“ไม่ยอมซ่อนตัวดีๆยังกล้ามาออกมาเพื่อส่งตัวตาย”
จ้าวเต๋าเทียนหลิงผลักหญิงงามในอ้อมแขนออกยิ้มเยาะอย่างเย็นชา
ในสายตาของเขา เย่ซวน,ปรมาจารย์และหมี่เฟยมีพรสวรรค์สูงมาก
และพวกเขาก็เกลียดเขาจนเข้ากระดูก
จ้าวเต๋าเทียนหลิงอยากกำจัดคนของสำนักจีเซี่ยให้สิ้นซาก
“ไปฆ่าพวกมันเดี๋ยวนี้เพื่อตัดรากถอนโคน!”
จ้าวเต๋าเทียนหลิงเผยรอยยิ้มโหดร้ายที่มุมปาก
ทันใดนั้นพลังอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งลงมาสู่ดินแดนของเผ่าเทียนหลิง
“ผู้ใด! กล้ามากที่มาบุกรุกที่ของเผ่าเทียนหลิง!”
เหลียนจู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
มีจ้าวเต๋าเทียนหลิงคุ้มครองนางไม่อาจนึกได้ว่าผู้ใดกล้ามาก่อความวุ่นวายในดินแดนของเผ่าเทียนหลิง
“ไม่ต้องลำบากพวกเจ้าข้ามาเองแล้ว”
ในขณะนั้นเสียงเย็นชาดังขึ้น
จากนั้นชายในชุดดำที่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่เย่ซินทำลายค่ายกลของเผ่าเทียนหลิงและปรากฏตัวในตำหนัก
“อะไร? เป็น... เป็นเจ้าเย่ซิน เจ้ายังไม่ตาย!”
เหลียนจู่หน้าซีดลงไม่อยากเชื่อสายตาที่มองเห็นเย่ซิน
นางไม่เคยฝันว่าเย่ซินจะยังไม่ล่วงลับ
“เจ้า...เจ้ายังรอดจากเก้าสายฟ้าทำลายล้างได้!”
แม้แต่จ้าวเต๋าเทียนหลิงก็หน้าซีดลง
แน่นอนว่าเขาเคยใช้สัมผัสอันน่าสะพรึงกลัวของจ้าวเต๋าตรวจสอบภายในรัศมีล้านลี้
ไม่มีร่องรอยของวิญญาณของเย่ซินเลย
เขาควรจะวิญญาณสลายไปแล้ว!
แต่เหตุใดวันนี้เขายังไม่ตาย?
“ข้าที่ยังไม่ตายคงทำให้พวกเจ้าผิดหวังหรือ?”
เย่ซินยิ้มกล่าวต่อจ้าวเต๋าเทียนหลิง
“เย่ซินเจ้ายังไม่ตายแล้วอย่างไรในช่วงหลายพันปีนี้ บาดแผลของข้าเกือบฟื้นฟูแล้ววันนี้จะฆ่าเจ้าอีกครั้งก็ง่ายดาย!”
จ้าวเต๋าเทียนหลิงยิ้มเยาะอย่างดูถูก
ถึงการที่เย่ซินยังมีชีวิตจะทำให้เขาตกใจอย่างมากแต่เขาไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด
เมื่อครั้งในผนึกเทียนซวีเขาหลับใหลเกือบตลอดเวลา
และสนามรบเทียนซวีนั้นเล็กและขาดแคลนทรัพยากร
บาดแผลของเขาจึงฟื้นฟูช้ามาก
แต่บัดนี้เผ่าเทียนหลิงครองแดนสวรรค์เทพ-มาร
ทรัพยากรทั้งหมดอยู่ในกำมือของพวกเขา
ด้วยทรัพยากรอันมหาศาลบาดแผลของจ้าวเต๋าเทียนหลิงฟื้นฟูไปถึงแปดหรือเก้าในสิบของพลังในช่วงรุ่งเรือง
“วันนี้ข้าจะสังหารเจ้า!”
หอกราชันโบราณปรากฏในมือของจ้าวเต๋าเทียนหลิงทันที
จากนั้นแสงหอกยาวนับสิบจั้งพุ่งออกมาด้วยพลังอันไม่อาจต้านทานของจ้าวเต๋ามุ่งไปยังเย่ซิน
“เจ้า—” จ้าวเต๋าเทียนหลิงตื่นตระหนกร่างกายสั่นสะท้าน
หอกของเขาถูกเย่ซินปัดป้องด้วยการโจมตีเพียงเล็กน้อย
เป็นไปได้อย่างไร?
“ถึงเจ้าเป็นเทพผู้ปกครองขั้นสุดยอดก็ไม่น่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”
จ้าวเต๋าเทียนหลิงมองเย่ซินด้วยความตื่นตะลึง
“เจ้าอ่อนแอเกินไป”
เย่ซินกล่าวอย่างเย็นชา
ฝ่ามือของเขากลายเป็นฝ่ามือยักษ์ที่บดบังท้องฟ้าเปล่งแสงเจิดจ้ากว่าดวงอาทิตย์มุ่งไปยังจ้าวเต๋าเทียนหลิง
ในตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้ค่ายกลกระบี่เก้าอสูรหรือพลังศักดิ์สิทธิ์ใดๆเพื่อจัดการกับจ้าวเต๋าเทียนหลิง
เพียงฝ่ามือเดียวก็เพียงพอที่จะกำราบเขาได้
“หนี!”
จ้าวเต๋าเทียนหลิงตื่นตระหนกเขารู้สึกถึงกลิ่นอายแห่งความตาย
แต่เขาค้นพบว่าความว่างเปล่ารอบตัวถูกผนึกไว้
ด้วยพลังของจ้าวเต๋าเขายังไม่สามารถทำลายผนึกนั้นได้
ในขณะนั้นฝ่ามือยักษ์ที่เปี่ยมด้วยพลังทำลายล้างฟ้าดินกำลังจะพุ่งลงมา
“เจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้อาจารย์ของข้าคือราชันเต๋าเทียนชางหากเจ้ามาฆ่าข้าเขาจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายจ้าวเต๋าเทียนหลิงกล่าวถึงชื่ออาจารย์ของตน
แต่เย่ซินไม่สนใจฝ่ามือของเขายังคงพุ่งลงมา
“ไม่!”
จ้าวเต๋าเทียนหลิงร้องตะโกนด้วยความสิ้นหวัง
ปัง!!
ทุกสิ่งรอบข้างแตกสลายในทันทีจ้าวเต๋าเทียนหลิงถูกฝ่ามือนี้บดขยี้กลายเป็นผงธุลีตายอย่างสมบูรณ์
จ้าวเต๋าแห่งขอบเขตผู้บรรลุเต๋าถูกมนุษย์จากโลกเบื้องล่างกำราบด้วยฝ่ามือเดียว
หากเรื่องนี้เกิดในโลกเบื้องบนคงไม่มีผู้ใดเชื่อ
เหลียนจู่และบรรพบุรุษเทียนเซี่ยตื่นตระหนกจนปากค้าง หวาดกลัวถึงขีดสุด
พวกเขาไม่เคยฝันว่าท่านบรรพบุรุษของตนผู้เป็นจ้าวเต๋า จะถูกสังหารอย่างง่ายดายเช่นนี้!