- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่มต้น
- 3.เขายังมีชีวิตอยู่!
3.เขายังมีชีวิตอยู่!
3.เขายังมีชีวิตอยู่!
“เทพน้อยแห่งโลกมนุษย์ในเมื่อเจ้าได้ทุ่มเทสุดกำลังแล้วบัดนี้ถึงเวลาที่ข้าจะส่งเจ้าไปสู่การเวียนว่ายตายเกิด!”
เย่ซินยืนมือไพล่หลังกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมยราวเทพหรือปีศาจสูงส่งผู้ตัดสินชะตากรรมของมนุษย์ดุจมดปลวกใต้ฝ่าเท้า
ตูม!
เย่ซินยังคงนิ่งเฉยอยู่ที่เดิมแต่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากร่างของเขาพุ่งตรงไปยังติงซิ่ว
“ไม่!”
ใบหน้าของติงซิ่วเปลี่ยนไปอย่างมากเขากรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
ชั่วขณะต่อมาร่างกายทั้งร่างของติงซิ่วถูกพลังที่มองไม่เห็นฉีกกระชากแปรสภาพเป็นอนุภาคเล็กที่สุดในโลกและสลายหายไปไร้ร่องรอย
แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิตติงซิ่วยังไม่อาจเชื่อว่าเขาผู้เป็นกระบี่เทวะที่เขย่าทวีปจะถูกสังหารในพริบตาโดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องขยับร่างกายเลย
“อะไรกัน? กระบี่เทวะติงซิ่วถูกฆ่าตายง่ายดายเช่นนั้นแม้แต่เนื้อและเลือดยังสลายหายไปสิ้น?”
“สวรรค์! พลังของเขาน่าสะพรึงกลัวเพียงใดกันเขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร!”
เมื่อเห็นภาพนี้ชายชราทั้งสี่ตื่นตะลึงจนไม่อาจเชื่อสายตาตัวเอง
พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าติงซิ่วหายไปไร้ร่องรอยได้อย่างไรเมื่อชายหนุ่มลึกลับผู้นี้ไม่แม้แต่จะขยับตัว
ในโลกนี้มีวิชาอันน่าหวาดกลัวและไร้เทียมทานเช่นนี้อยู่จริงหรือ?
“พวกเจ้าทั้งสี่ข้าต้องขออภัยที่ทำให้ผิดหวังกระบี่เทวะที่พวกเจ้าฝากความหวังไว้ถูกข้าบดขยี้ตายโดยไม่ได้ตั้งใจ”
“บัดนี้ข้าจะส่งพวกเจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนกระบี่เทวะผู้นี้เพื่อไม่ให้เขาต้องเหงาในเส้นทางสู่แม่น้ำหวงเฉวียน”
เย่ซินยิ้มจางๆ
เย่ซินเป็นผู้ที่เด็ดขาดในการสังหารมาโดยตลอดเมื่อตัดสินใจลงมือเขาจะไม่มีความปราณี
แม้แต่มดปลวกตัวเล็กน้อยเขาก็จะบดขยี้ให้ตาย
“ท่าน...ท่านผู้สูงศักดิ์พวกเราผิดไปแล้วขอท่านโปรดไว้ชีวิต!”
ชายชราทั้งสี่หวาดกลัวจนตัวสั่นหัวใจแทบแตกสลายพวกเขาคุกเข่าลงขอร้องอภัย
พลังของเย่ซินทำให้พวกเขาหมดหวังอย่างสิ้นเชิงหน้าตาและศักดิ์ศรีกลายเป็นเพียงเมฆหมอกลอยผ่านเมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย
ครืน!
ในขณะนั้นกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่รุนแรงกว่ากลิ่นอายของกระบี่เทวะติงซิ่วเมื่อครู่ถึงสิบเท่าพุ่งตรงมายังยอดเขามรกต
ใบหน้าของชายชราทั้งสี่ฉายแววดีใจผู้มาใหม่มีพลังแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขาคาดคิด
ชีวิตของพวกเขาดูเหมือนจะมีโอกาสรอด!
“ไม่เลวมดตัวนี้แข็งแกร่งขึ้นมาหน่อย”
เย่ซินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองไปยังทิศทางที่กลิ่นอายพุ่งมา และยิ้มจางๆ
ไม่นานชายชราผอมแห้งราวฟืนลงสู่ยอดเขามรกตแม้เขาจะอยู่ในวัยใกล้ฝั่งแต่ร่างกายของเขากลับเต็มไปด้วยความผันผวนของพลังอันน่าสะพรึงกลัว
“สวรรค์! นั่นคือท่านหลี่เต้าจงผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักหนึ่งสวรรค์ สำนักใหญ่แห่งแคว้นศักสิทธิ์และเป็นหนึ่งในยอดฝีมืออันดับต้นของโลก!”
“นี่คือสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวในขอบเขตโชคชะตา!”
“ตำนานเล่าว่าเขาล่วงลับไปเมื่อห้าสิบปีก่อนคิดไม่ถึงว่าเขายังมีชีวิตอยู่บ่มเพาะอย่างสันโดษในภูเขาคุนหลุน!”
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ชายชราทั้งสี่อุทานด้วยความประหลาดใจ
เห็นได้ชัดว่าพลังของบุคคลผู้นี้ต้องเป็นยอดฝีมือที่เขย่าโลกในทวีปนี้
ขอบเขตมนุษย์สวรรค์แบ่งออกเป็นห้าขั้น:รู้แจ้ง,จิตตั้งมั่น,ไร้ความสับสน,โชคชะตา,และก้าวข้ามกฎเกณฑ์
หลี่เต้าจงอยู่ในขอบเขตโชคชะตาภายในขอบเขตมนุษย์สวรรค์
“ท่านหลี่เต้าจงสมบัติศักสิทธิ์อยู่ในมือของเจ้าหนุ่มนี่เขาเพิ่งสังหารกระบี่เทวะติงซิ่ว!”
ชายชราทั้งสี่ราวกับพบเส้นทางแห่งความหวังชี้ไปยังเย่ซินด้วยความตื่นเต้น
แม้ว่าเย่ซินจะแข็งแกร่งแต่พวกเขามีความมั่นใจในหลี่เต้าจงยอดฝีมือที่ติดอันดับหนึ่งในห้าของโลกมากกว่าพวกเขาเชื่อว่าเขาจะต้องสังหารชายหนุ่มลึกลับผู้นี้ได้
และด้วยเหตุนี้พวกเขาจะรอดชีวิต
เมื่อได้รับการเตือนจากทั้งสี่ดวงตาอันเฉียบคมและเต็มด้วยพลังของหลี่เต้าจงหันไปมองเย่ซิน
สมบัติศักสิทธิ์คือสิ่งที่เขาตั้งใจจะครอบครองในการเดินทางครั้งนี้เป็นความหวังในการทะลวงขีดจำกัดอายุขัยของเขา
หากเทพขวางหน้าเขาจะสังหารเทพ
หากปีศาจขวางทางเขาจะกำจัดปีศาจ
เย่ซินก็มองไปยังมดที่แข็งแกร่งขึ้นผู้นี้สายตาของทั้งคู่ประสานกันในอากาศ
“ท่านหลี่เต้าจงรีบลงมือสังหารเจ้าหนุ่มนี่เสีย!”
ชายชราทั้งสี่ร้องตะโกนในใจด้วยความบ้าคลั่ง
วิธีการสังหารของเย่ซินเมื่อครู่ทำให้พวกเขาหวาดกลัวยิ่งนักมีเพียงเมื่อเย่ซินตายความหวาดกลัวนี้ถึงจะหายไป
โครม!
ทันใดนั้นสิ่งที่ทำให้ชายชราทั้งสี่ตกตะลึงจนไม่อาจเชื่อคือ หลี่เต้าจงยอดฝีมือที่พวกเขายกย่องผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักหนึ่งสวรรค์กลับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและคุกเข่าลงด้วยเสียงดัง
นี่คือสิ่งที่พวกเขาไม่อาจเชื่อได้
“ท่าน...ท่านหลี่เต้าจงเสียสติไปแล้วหรือเขาคุกเข่าต่อหน้าชายหนุ่มผู้นี้!”
ชายชราผู้มีใบหูใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
เขาไม่เคยคาดคิดถึงการพลิกผันครั้งใหญ่เช่นนี้
“ชายหนุ่มผู้นี้มีภูมิหลังที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใดถึงทำให้ท่านหลี่เต้าจงยอมคุกเข่า!”
ชายชราอีกสามคนหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวหัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังความหวังในการรอดชีวิตที่เพิ่งรู้สึกได้เมื่อครู่ดับสูญลงเช่นนั้นหรือ?
ในขณะนั้นหลี่เต้าจงหวาดกลัวจนเหงื่อเย็นไหลท่วมกายวิญญาณของเขาราวกับหลุดออกจากร่าง
สวรรค์! เขายังมีชีวิตอยู่!
จอมปีศาจที่ทำให้ทุกสำนักในโลกหวาดกลัวและยอมจำนน จักรพรรดิมนุษย์แห่งราชวงศ์ต้าเซียผู้หายตัวไปนานพันปีและมีข่าวลือว่าเสียชีวิตแล้วยังคงมีชีวิตอยู่!
เมื่อนึกถึงความน่าสะพรึงกลัวของจอมปีศาจผู้นี้เมื่อพันปีก่อนหลี่เต้าจงอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ตัวตนที่อ่อนแอเหมือนเมื่อพันปีก่อนแต่เมื่อนึกถึงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวนั้นเขายังคงไร้ความมั่นใจว่าจะต้านทานได้แม้ในตอนนี้
เมื่อพันปีก่อนเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจักรพรรดิมนุษย์แห่งราชวงศ์ต้าเซียยิ่งเมื่อเวลาผ่านไปพันปีเขาจะเป็นคู่ต่อสู้ได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้นความหวาดกลัวต่อจักรพรรดิมนุษย์เย่ซินหลังจากกระบี่นั้นมันได้ฝังลึกในกระดูกของเขาไม่อาจสลัดออกได้
“เจ้ารู้จักข้า?”
เย่ซินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเขาไม่คาดคิดว่าหลี่เต้าจงจะคุกเข่าต่อหน้าเขาอย่างกะทันหัน
“ข้าผู้ต่ำต้อยหลี่เต้าจงขอคารวะฝ่าบาทจักรพรรดิมนุษย์แห่งราชวงศ์ต้าเซีย”
หลี่เต้าจงทำการคารวะด้วยการคุกเข่าอย่างนอบน้อม
“เมื่อพันปีก่อนในศึกที่เขาเทียนเซียข้าผู้ต่ำต้อยเป็นศิษย์แท้จริงของสำนักหนึ่งสวรรค์และมีโชคได้เห็นกระบี่ทำลายโลกของฝ่าบาทและท่วงท่าอันน่าเกรงขามที่กดข่มทุกสำนักในโลก”
เมื่อนึกถึงศึกในวันนั้นหลี่เต้าจงจมลงในความหวาดกลัวไร้สิ้นสุดทันที
ในวันนั้นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดหนึ่งร้อยแปดแห่งบนทวีปรวมตัวกันที่เขาเทียนเซียเพื่อก่อตั้งพันธมิตรต่อต้านต้าเซีย
ร่างอันสง่างามในชุดเกราะทองผู้เดียวด้วยกระบี่เล่มเดียวฝ่าฟันเมฆจากระยะหมื่นลี้และขึ้นสู่เขาเทียนเซีย
จักรพรรดิมนุษย์แห่งราชวงศ์ต้าเซียด้วยกระบี่เพียงหนึ่งเล่มทำให้ฟ้าดินพังทลาย ผืนดินแยกออก ลมและเมฆเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
แสงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมทั่วทั้งเขาเทียนเซียสมาชิกสำนักนับหมื่นยอดฝีมือในยุคนั้นนับไม่ถ้วนล้วนล่มสลายภายใต้แสงกระบี่อันไร้เทียมทานโดยไร้พลังต่อต้าน
แม้แต่เขาเทียนเซียยังถูกผ่าครึ่ง
พันปีต่อมารอยกระบี่อันไร้เทียมทานนั้นยังคงอยู่กลายเป็นสถานที่ที่นักกระบี่นับไม่ถ้วนปรารถนาจะไปเพื่อสัมผัสเจตนากระบี่อันสูงส่ง
หลี่เต้าจงเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คนจากหุบเขาเทียนเซียในครั้งนั้นเขาหวาดกลัวกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวนั้นจนอยู่ในภวังค์นานถึงสามปีเต็มก่อนจะค่อยๆฟื้นตัว
ตั้งแต่นั้นมาใบหน้าอันเย่อหยิ่งและผยองของจักรพรรดิมนุษย์แห่งราชวงศ์ต้าเซียและแสงกระบี่อันไร้เทียมทานนั้น ได้ฝังลึกในจิตใจของเขาตลอดชีวิต