- หน้าแรก
- มือโปรย้อนวัย ขยี้ใจเด็กมัธยม
- บทที่ 5 - การแข่งขันคัดเลือกตัวเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 5 - การแข่งขันคัดเลือกตัวเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 5 - การแข่งขันคัดเลือกตัวเริ่มต้นขึ้น
◉◉◉◉◉
“พวกทีมโรงเรียนมากันแล้ว”
“นี่มันคัดเลือกนักกีฬาใหม่ไม่ใช่เหรอ พวกเขามาทำอะไรกัน?”
ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
ฉินฮ่าวมองไปแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่ผู้เล่นในทีมโรงเรียนยังไม่มีใครเปลี่ยนไป ยังคงเป็นคนกลุ่มเดิมที่อยู่ในความทรงจำของเขา กัปตันทีมกัวข่าย, ตัวทำคะแนนอันดับหนึ่งหยวนเสี่ยวกัง, แล้วก็ยังมีจ้าวไห่, หวังเฉิงอวี่, ฟู่เฉียง, หลูจวิน, จ้าวเสวียปิง, เหลยอวี่ชวน, หวงซวี่ตง พวกรุ่นพี่ ม.6 จบการศึกษาไปแล้วไม่กี่คน ก็เลยเหลืออยู่แค่เก้าคนนี้
กลุ่มนักกีฬาจากทีมโรงเรียนก็กำลังสำรวจคนที่มาเข้าร่วมการคัดเลือกเช่นกัน สายตากวาดมองไปก็จะหยุดอยู่ที่เจียงเฟิงกับหวังเหล่ยชั่วครู่ เจียงเฟิงหล่อเกินไป ส่วนหวังเหล่ยก็ตัวใหญ่เกินไป
ส่วนฉินฮ่าวน่ะเหรอ ก็ถูกมองข้ามไปอีกตามเคย
“ดูเหมือนว่านักกีฬาใหม่ปีนี้จะใช้ได้เลยนะ คนที่หล่อจนน่าหมั่นไส้คนนั้น กับคนที่ยิ้มซื่อ ๆ คนนั้นน่ะ” หวังเฉิงอวี่พูดจบก็อดหัวเราะไม่ได้ สองคนนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริง ๆ ส่วนสูงก็ดี คนหนึ่งหล่อพอ อีกคนก็ตัวใหญ่พอ แค่ไม่รู้ว่าจะเป็นพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอมรึเปล่า
“ฉันว่าไอ้หมอที่ใส่เสื้อโคบีนั่นแหละสวยแต่รูปจูบไม่หอมชัวร์ ทั้งชุดแข่งของแท้ รองเท้าก็ AJ ถ้าหาผ้าคาดหัวมาใส่อะไรพวกนั้นอีกหน่อยนะ คงจะเหมือนเข้าไปใหญ่” ฟู่เฉียงก็พูดพลางหัวเราะไปด้วย ปกติแล้วพอเห็นพวกที่อุปกรณ์จัดเต็ม แถมยังชอบเชิดหน้าอยู่ตลอดเวลาก็เดาได้เลยว่าเป็นพวกมือสมัครเล่น มาเล่นเอาสนุกเฉย ๆ
แต่หยวนเสี่ยวกังที่อยู่ข้าง ๆ กลับส่ายหน้าแล้วพูดอย่างหงุดหงิดว่า “อย่าไปสนเลยว่าจะเป็นพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอมรึเปล่า สรุปก็คือเขาหล่อจริง เทพธิดาเจียงเสว่ของเราโดนฉกไปแล้ว”
“พูดมั่ว” จ้าวเสวียปิงเป็นคนที่เตี้ยที่สุดในกลุ่ม แต่ก็ยังสูงถึง 178 เซนติเมตร เล่นตำแหน่งพอยต์การ์ด ความสามารถในการคุมเกมและการชู้ตก็ไม่เลว เมื่อกี้เขาเพิ่งไปสืบมา เลยบอกกับพวกกัวข่ายว่า “เขาเป็นพี่น้องกันแท้ ๆ พวกนายไม่เห็นเหรอว่าหน้าตาคล้ายกันจะตาย?”
“เออ จริงด้วย”
“อ้าว ที่แท้ก็เป็นพี่น้องกัน ฉันว่าแล้วไงว่าพ่อหนุ่มรูปหล่อคนนั้นดูไม่ธรรมดา ดูออร่า ดูอุปกรณ์สิ ต้องเป็นยอดฝีมือแน่ ๆ”
หลายคนคุยกันจอแจจนกัปตันทีมกัวข่ายขมวดคิ้วแล้วตะคอกเสียงต่ำว่า “เลิกพล่ามได้แล้ว ทำตัวจริงจังหน่อย โค้ชมาแล้ว”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา ผู้คนต่างพากันหลีกทางให้ เขาสวมแว่นตากรอบทอง ดูสุภาพเรียบร้อย แต่ส่วนสูงเกือบ 190 เซนติเมตร เขาคือโค้ชของทีม เจียงฟางผิง
พวกกัวข่ายรีบเดินเข้าไป
“โค้ชครับ”
“สวัสดีครับโค้ช”
ทุกคนต่างพากันทักทาย
เจียงฟางผิงพยักหน้า แล้วมองไปยังกลุ่มของฉินฮ่าวที่มาเข้าร่วมการคัดเลือก จากนั้นก็กวักมือเรียกเจียงเสว่ “เจียงเสว่ มาขานชื่อหน่อย คนที่ไม่ได้ลงชื่อให้ออกจากสนามไป ส่วนคนที่ลงชื่อแล้วให้มาเข้าแถวตรงนี้”
เจียงเสว่หยิบสมุดบันทึกออกมาแล้วเริ่มขานชื่อ
ไม่นานนัก ฉินฮ่าว, หวังเหล่ย, เจียงเฟิง และคนอื่น ๆ อีกหกคน รวมทั้งหมดเก้าคนที่เข้าร่วมการคัดเลือกก็มายืนเข้าแถวต่อหน้าเจียงฟางผิง
เจียงฟางผิงกล่าวว่า “ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อน ผมชื่อเจียงฟางผิง เป็นโค้ชทีมบาสเกตบอลของโรงเรียนเรา ตอนนี้พวกคุณจะเรียกผมว่าอาจารย์เจียงก็ได้ แต่ถ้าผ่านการคัดเลือกเข้ามาอยู่ในทีมแล้ว ก็ต้องเรียกผมว่าโค้ช เอาล่ะ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว ผมจะอธิบายกติกาการคัดเลือก”
กติกาการคัดเลือกนั้นง่ายมาก คนที่เข้าร่วมการคัดเลือกจะรวมกันเป็นทีมหนึ่ง คือทีมขาว และแข่งกับทีมแดง (ซึ่งก็คือทีมโรงเรียน) หนึ่งนัด ในการแข่งขันครั้งนี้ ใครในทีมขาวที่ทำผลงานได้โดดเด่นพอ ก็มีโอกาสที่จะได้รับเลือกเข้าทีมโรงเรียน
เรื่องนี้ตรงกับในความทรงจำของฉินฮ่าว
เพียงแต่คนอื่น ๆ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้คาดคิดว่าจะเป็นแบบนี้ ต่างคนต่างมองหน้ากัน ในแววตาเต็มไปด้วยความกังวลและไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
ถ้าเป็นการทดสอบทีละอย่าง เช่น การเลย์อัพ, การชู้ต, การเลี้ยงบอล พวกเขาก็มั่นใจว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องมาแข่งด้วยกันแบบนี้ แถมยังไม่รู้จักกันเลย ก็คงจะลำบากหน่อย
การแข่งขันเป็นเรื่องของทีมเวิร์ค นอกจากว่าใครคนใดคนหนึ่งจะเก่งกว่าคนอื่น ๆ มากมายจนไม่ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนอื่นก็สามารถเล่นได้ดีแล้วล่ะก็ การประสานงานกันระหว่างเพื่อนร่วมทีมก็ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก
แต่พอมองดูคนข้าง ๆ แล้ว ไม่รู้จักกันเลยสักคน แล้วจะไปประสานงานกันได้ยังไง?
“เอ่อ... งั้นเรามาแนะนำตัวกันก่อนดีไหม?” เด็กผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาก่อน “ผมชื่อสวี่ไคไหล สูง 178 เซนติเมตร อยู่ ม.4/8”
นี่เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก อย่างน้อยก็ต้องทำความรู้จักกันก่อน เพราะตอนนี้ก็ถือว่าเป็นทีมเดียวกันแล้ว
ฉินฮ่าวพยักหน้าแล้วก็แนะนำตัวเองบ้าง จากนั้นก็เป็นหวังเหล่ย และคนอื่น ๆ เฉินตง, หวงฮ่าว, เจิ้งไห่เฟิง...
ทีมขาวมีทั้งหมด 9 คน มากกว่าจำนวนคนที่เข้าร่วมการคัดเลือกในความทรงจำของฉินฮ่าวอยู่สองคน ทุกคนต่างแนะนำตัวเองกันไปทีละคน สุดท้ายก็ถึงตาของเจียงเฟิง เจียงเฟิงยังคงทำหน้าตาเย็นชาเหมือนเดิม พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “เจียงเฟิง สูง 190”
แค่นั้นแหละ!
ทุกคนเบ้ปาก
สวี่ไคไหลพูดขึ้นอีกว่า “แล้วเดี๋ยวใครจะลงเล่นก่อนล่ะ?”
ทุกคนมองไปที่เจียงเฟิงกับหวังเหล่ยแวบหนึ่ง เฉินตงพูดว่า “ก็เรียงตามส่วนสูงแล้วกัน เดี๋ยวค่อยสลับกันลง แบบนี้ทุกคนจะได้มีโอกาสโชว์ฝีมือ”
“ได้”
“งั้นก็ตามนั้น”
คนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครคัดค้าน เจียงเฟิงทำหน้าไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว ยังไงเขาก็สูง 190 เซนติเมตร ในทีมขาวก็มีแค่หวังเหล่ยที่สูงกว่าเขานิดหน่อยเท่านั้น ยังไงก็ได้เป็นตัวจริงแน่นอน
ฉินฮ่าวก็ไม่สนใจเหมือนกัน ถ้าเรียงตามส่วนสูงเขาก็จะเป็นคนสุดท้าย แต่นั่นก็ดีเหมือนกัน จะได้มีเวลาสังเกตการณ์เพื่อนร่วมทีมฝั่งทีมขาวก่อน ดูว่าฝีมือของพวกเขาเป็นยังไง
ฝีมือของหวังเหล่ย, สวี่ไคไหล, เฉินตง และคนอื่น ๆ อีกสองสามคน ฉินฮ่าวพอจะรู้บ้าง เพราะเคยเข้าร่วมการคัดเลือกด้วยกันมาก่อน แต่เจิ้งไห่เฟิงกับเจียงเฟิงสองคนนี้เขาไม่คุ้นเคยเลย ไม่รู้ว่าฝีมือเป็นยังไง
อีกอย่างก็คือ ในเมื่อมี "ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก" แล้ว ทุกอย่างก็ไม่สามารถตัดสินจากความทรงจำเพียงอย่างเดียวได้ ต้องเห็นด้วยตาตัวเองก่อนถึงจะแน่ใจได้
“ปรี๊ด”
เสียงนกหวีดดังขึ้น การแข่งขันกำลังจะเริ่มแล้ว
ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเดินลงสนาม ทีมแดง (ซึ่งก็คือทีมโรงเรียน) ส่งผู้เล่นลงสนามคือ ฟู่เฉียง เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ (สูง 190 เซนติเมตร); จ้าวไห่ เล่นตำแหน่งเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด (สูง 189 เซนติเมตร); เหลยอวี่ชวน เล่นตำแหน่งสมอลล์ฟอร์เวิร์ด (สูง 185 เซนติเมตร); หลูจวิน เล่นตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ด (สูง 184 เซนติเมตร); จ้าวเสวียปิง เล่นตำแหน่งพอยต์การ์ด (สูง 178 เซนติเมตร)
นี่ไม่ใช่ผู้เล่นชุดหลักของพวกเขา กัปตันทีมกัวข่าย, ตัวทำคะแนนหลักหยวนเสี่ยวกัง, สมอลล์ฟอร์เวิร์ดตัวหลักหวังเฉิงอวี่ ทั้งสามคนนี้ไม่ได้ลงเล่น เพราะคู่ต่อสู้เป็นแค่นักกีฬาใหม่ที่มาเข้าร่วมการคัดเลือก ไม่จำเป็นต้องส่งผู้เล่นชุดหลักลงมา
เมื่อเทียบกับทีมแดงแล้ว ทีมขาวดูอ่อนกว่าอย่างเห็นได้ชัด และไม่มีการแบ่งตำแหน่งที่ชัดเจน ใครสูงก็เล่นวงใน ใครเตี้ยก็เล่นวงนอก ผู้เล่นที่ลงสนามคือหวังเหล่ย, เจียงเฟิง, สวี่ไคไหล, เฉินตง, เจิ้งไห่เฟิง
ในจำนวนนี้ หวังเหล่ยสูง 191 เซนติเมตร, เจียงเฟิง 190, สวี่ไคไหลสูง 178, เฉินตงกับเจิ้งไห่เฟิงสูงแค่ 175 เซนติเมตร แค่เรื่องส่วนสูงทีมขาวก็เป็นรองทีมแดงอยู่มากโขแล้ว
การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น
เริ่มจากการจัมป์บอล หวังเหล่ยกับฟู่เฉียงเป็นคนกระโดด ทั้งสองคนสูงใกล้เคียงกัน แต่พลังกระโดดและแรงระเบิดของหวังเหล่ยดีกว่าฟู่เฉียงมาก เขาปัดบอลไปด้านหลังได้อย่างง่ายดาย สวี่ไคไหลคว้าบอลได้แล้วก็รีบพาบอลบุกขึ้นไปแดนหน้า การเลี้ยงบอลของเขาถือว่ามั่นคงดี พอมาถึงแดนหน้าแล้วเห็นจ้าวเสวียปิงเข้ามาประกบ เขาก็เริ่มประหม่าขึ้นมา
ตอนนั้นเองพอเห็นเจียงเฟิงส่งสัญญาณขอบอล สวี่ไคไหลก็รีบส่งบอลไปให้ทันที
◉◉◉◉◉