เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 88 สาวผมทองลึกลับ (ฟรี)

บทที่ 88 สาวผมทองลึกลับ (ฟรี)

บทที่ 88 สาวผมทองลึกลับ (ฟรี)


เมื่อกลุ่มนักแสดงชุดสุดท้ายลงจากเวที ผู้ชมจำนวนมากในคอนเสิร์ตฮอลล์ก็ยังคงดื่มด่ำกับบรรยากาศ ไม่ยอมลุกไปไหน

หลายคนยังคงตื่นเต้นกับการแสดงเมื่อครู่ไม่หาย

ทุกคนลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมกับพูดคุยทบทวนการแสดงกันอย่างออกรส

“บ้าเอ๊ย การแสดงชุดสุดท้ายนั่น โคตรเท่เลย! นี่แม่มเป็นการแสดงที่สะเทือนอารมณ์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยดูมาเลย!!”

“ตอนที่พวกเขาเล่นไปจนถึงท่อนสุดท้าย ฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ เลย! โคตรฟิน!!”

“บอกตรงๆ นะ ตอนแรกฉันยังคิดอยู่เลยว่าพวกเขาอาจจะเป็น ‘แสงจันทร์และแมว’ ตัวจริงรึเปล่า แต่พอดูจบแล้วฉันมั่นใจเลยว่าไม่ใช่แน่นอน! ซิมโฟนีที่แสงจันทร์และแมวเล่นน่ะ เทียบไม่ติดแม้แต่ปลายเล็บของอาจารย์สองคนวันนี้เลย!”

“ไม่ต้องพูดกันแรงขนาดนั้นมั้ง! เวอร์ชั่นแสดงสดมันก็ต้องเพราะกว่าเวอร์ชั่นที่อัดในวิดีโออยู่แล้วไม่ใช่เหรอ! นี่มันยิ่งพิสูจน์ให้เห็นไม่ใช่รึไงว่าเพลงของแสงจันทร์และแมวสุดยอดแค่ไหน”

ในวันนี้ ผู้ชมวัยหนุ่มสาวจำนวนมากมาที่นี่ก็เพื่อหวังจะได้ฟังเพลงของ ‘แสงจันทร์และแมว’ เวอร์ชั่นแสดงสด ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีไม่น้อยที่เพิ่งเคยมาฟังคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรก

แต่ก็มีเรื่องน่ากระอักกระอ่วนใจอย่างหนึ่งเกิดขึ้น

นักดนตรีคนอื่นๆ ส่วนใหญ่บรรเลงบทเพลงคลาสสิกที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์

ซึ่งเป็นบทเพลงที่ในสายตาของคนหนุ่มสาวจำนวนมากถือว่าเป็นเพลง “ชั้นสูง” และ “ดูแพง”

แต่พอได้มาฟังในคอนเสิร์ตวันนี้แล้ว เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน

พวกเขากลับรู้สึกว่าบทเพลงของ ‘แสงจันทร์และแมว’ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเลยแม้แต่น้อย หรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ!

ความรู้สึกแบบนี้มันช่างย้อนแย้งในใจ

หลายคนในอดีตอาจจะเคยได้รับอิทธิพลจากฟิลเตอร์ของติ๊กต่อก มาตลอด ทำให้รู้สึกว่าแม้เพลงของ ‘แสงจันทร์และแมว’ จะไพเราะมากก็ตาม

แต่มันก็ไม่อาจสลัดภาพจำแบบเหมารวมว่าเป็น “เพลงเน็ตไอดอล” ไปได้

มักจะรู้สึกอยู่เสมอว่า เมื่อเทียบกับเพลงคลาสสิกอื่นๆ แล้ว

มัน “ด้อยกว่าหนึ่งระดับ”

แต่ในวันนี้ ณ เวทีเดียวกัน ภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกัน หลังจากได้ฟังเวอร์ชั่นแสดงสดแล้ว

ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ด้อยกว่าเลยนี่นา!

ดูเหมือนว่าเน็ตไอดอลบน ติ๊กต่อก คนนั้นจะพูดถูกจริงๆ!

พอได้นำบทเพลงของแสงจันทร์และแมวมาไว้ในคอนเสิร์ตฮอลล์...

ก็สามารถสัมผัสถึงคุณค่าของมันได้อย่างชัดเจนจริงๆ!

มันก็เหมือนกับคราฟต์เบียร์

ถึงรสชาติจะเหมือนกัน แต่พออยู่ในขวด มันกลับรู้สึกว่ายังขาดอะไรไป

แต่พอเทใส่แก้วทรงสูง ค่อยๆ ละเลียดชิม...

ความแตกต่างก็ปรากฏชัดขึ้นมาทันที!

แน่นอนว่าการที่ทำให้ทุกคนได้ลิ้มรสชาติเช่นนี้ได้ นักแสดงก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ท่ามกลางกลุ่มผู้ชมที่กำลังทยอยกลับ นักศึกษาชายคนหนึ่งตบอกตัวเองอย่างภาคภูมิใจแล้วพูดเสียงดังว่า

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมขอสมัครเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณกานเหยียนหยี่ไปอีกสิบปีเลย!!”

“นับฉันด้วยคน!”

“ฉันด้วย!”

กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยโดยรอบก็เริ่มส่งเสียงเฮฮาตามกัน

ทั้งสวย ทั้งเล่นเชลโล่เก่ง

นี่มันเทพธิดาในฝันชัดๆ!

“จะว่าไปแล้ว พี่ชายที่เล่นเปียโนประกอบนั่นแหละเท่ที่สุด!”

นักศึกษาชายอีกคนแสดงความเห็นที่แตกต่างออกไป “ตอนที่ขึ้นเวทีใหม่ๆ ดูเหมือนคนใกล้ตาย! ขอบตาดำคล้ำซะจนฉันที่นั่งอยู่แถวสามยังมองเห็น! ฉันกลัวเขาจะหัวใจวายตายตรงนั้นซะอีก!”

“แต่พอเริ่มเล่นเปียโนเท่านั้นแหละ โอ้โห สุดยอดไปเลย! นายรู้ไหมว่าเหมือนอะไร? เหมือนในนิยายกำลังภายใน ที่มีตาเฒ่าขี้เมาสติไม่ดีอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน แต่ความจริงแล้วเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่... จะว่าไปแล้ว ศิลปินมันก็ต้องเป็นแบบนี้สิ!”

นักศึกษาชายคนนั้นพูดอย่างออกรสออกชาติ ปลุกวิญญาณจูนิเบียวที่ลุกโชนของเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาทันที

“ใช่ๆๆ! เหมือนจะชื่อหลินเทียน แถมยังแซ่หลินด้วย! นี่มันพล็อตพระเอกชัดๆ!”

“ฉันว่านะ ถึงเขาจะเล่นเป็นแค่เปียโนประกอบ แต่ฝีมือก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณกานเหยียนหยี่เลย”

“จริงเหรอ นายฟังยังไงกัน เห็นๆ อยู่ว่าเสียงเชลโล่ดีกว่าเห็นๆ...”

“...”

“การจะตีความบทเพลงหนึ่งให้ออกมาได้ลึกซึ้งถึงระดับนี้... ขาดใครคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้หรอก”

ในตอนนั้นเอง เสียงหวานไพเราะของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้น

นักศึกษาชายหลายคนที่กำลังถกเถียงกันอยู่หันไปมองตามเสียง

บนที่นั่งไม่ไกลออกไป มีเด็กสาวผมทองในชุดเดรสผ้าชีฟองสีขาวดูสูงส่งนั่งอยู่

เด็กสาวสวมหมวกปีกกว้างทรงสูง ขอบหมวกถูกตกแต่งอย่างประณีตและอ่อนช้อย ปีกหมวกกว้างราวกับกลีบดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน ทำให้คนอื่นมองไม่เห็นใบหน้าของเธอได้ชัดเจน

“ผู้ชายที่เล่นเปียโนประกอบคนนี้ กานเหยียนหยี่คงจะเพิ่งรู้จักได้ไม่นาน ในช่วงเวลาสั้นๆ พวกเขาก็สามารถเล่นได้เข้าขากันขนาดนี้... อืม~ น่าสนใจจริงๆ”

เด็กสาวพูดด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่ยิ้ม ในน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความนัยลึกซึ้ง

“เธอเป็นใครวะ? ทำเป็นรู้ดีไปได้?”

นักศึกษาชายคนหนึ่งสบถออกมาอย่างหงุดหงิด

เขาเกลียดที่สุดเวลาที่ผู้ชายกำลังคุยอวดกัน แล้วมีผู้หญิงโผล่เข้ามาชิงพูดแทรก

“...”

แต่เด็กสาวกลับไม่ได้ร้อนรนหรือโมโหแต่อย่างใด เธอค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นั่ง

เธอเงยหน้าขึ้นมามองทุกคน

เพียงแค่การเงยหน้าครั้งนั้น ทุกคนก็ถึงกับตะลึงงัน

“เธอเป็นคนประเทศไหน?”

นักศึกษาชายคนนั้นกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วถามออกไป

ภายใต้ปีกหมวกอันกว้างใหญ่

คือใบหน้าลูกครึ่งที่งดงามราวกับผลงานศิลปะ

นัยน์ตาสีฟ้าใสดุจน้ำทะเล ดูราวกับมีมนต์สะกดที่สามารถจับจ้องชายทุกคนในสายตา... แล้วกักขังไว้ให้ตกเป็นเหยื่อของเธอ

ชายหนุ่มหลายคนต่างมองอย่างตกตะลึง

เด็กสาวผมทองไม่ได้ตอบคำถามของเขา เพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วหยิบของชิ้นมหึมาขึ้นมาจากที่นั่งข้างๆ

มันคือกระเป๋าใส่เชลโล่

เด็กสาวสะพายกระเป๋าเชลโล่ไว้บนหลัง จากนั้นจึงก้าวเดินออกไปด้วยท่วงท่าสง่างาม

ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มดุจผลเชอร์รี่ขยับพึมพำกับตัวเอง:

“กานเหยียนหยี่... ไม่คิดเลยว่านับตั้งแต่จากกันที่แมนเชสเตอร์ ผ่านไปแค่สองเดือน เธอจะเติบโตขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้...”

“ผู้ชายคนนั้น คือคู่หูที่เธอหามางั้นเหรอ?”

“น่าสนใจจริงๆ...”

….

กว่าหลินเทียนจะตื่นจากเตียง ก็เป็นเวลาห้าทุ่มของคืนวันพฤหัสบดีแล้ว

หลับรวดเดียว 20 กว่าชั่วโมง!

นี่เป็นการนอนหลับที่สบายที่สุดในชีวิตของหลินเทียนอย่างไม่ต้องสงสัย

ในขณะเดียวกัน เขาก็ลาหยุดได้อย่างสบายใจเช่นกัน

ตั้งแต่-วันอังคาร... ลายาวไปจนถึงวันศุกร์

ถ้าไม่ติดว่าผลการเรียนของหลินเทียนดีเป็นอันดับต้นๆ ของชั้นปี เขาคงไม่กล้าทำตัวสบายๆ แบบนี้

เมื่อเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือข้อความจากกานเหยียนหยี่

【ตื่นแล้วทักมานะ】

อ่า... ความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าโลกนี้ยังมีคนที่คิดถึงเราอยู่...

มันดีจริงๆ

【ตื่นแล้ว.】

หลินเทียนตอบข้อความของกานเหยียนหยี่แล้วลุกจากเตียง

เมื่อนึกย้อนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ มันเหมือนกับความฝันจริงๆ

ตั้งแต่สุดสัปดาห์จนถึงวันพฤหัสบดี ในที่สุดภารกิจสำคัญทั้งหมดก็เสร็จสิ้นลง ตอนนี้ควรจะทำอะไรดีนะ?

แน่นอนว่าต้อง...

หาหนังอาร์ตๆ สักเรื่องมาทำกิจกรรมเชิงศิลปะให้รางวัลชีวิตสักหน่อยสิ!

หลินเทียนเปิดคอมพิวเตอร์อย่างตื่นเต้น ในฐานะศิลปินคนหนึ่ง การหาภาพยนตร์แนวศิลปะสักเรื่องมาทำกิจกรรมเชิงศิลปะสักหน่อยถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

ทว่า หลินเทียนเพิ่งจะหาหนังเจอ

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”

ก็มีเสียงเคาะประตูขึ้น

เมื่อเปิดประตู ก็เห็นกานเหยียนหยี่ในชุดนักเรียนยืนอยู่หน้าประตู

“ไม่เจอกันนานนะ หลินเทียน”

“ก็แค่ยี่สิบกว่าชั่วโมงเอง” หลินเทียนบ่น “ดึกขนาดนี้แล้ว เธอมาทำอะไร?”

“วันนี้ฉันไปโรงพยาบาลมา ไปทำใบรับรองแพทย์เรียบร้อยแล้ว”

กานเหยียนหยี่เอียงคอเล็กน้อยแล้วยิ้มบางๆ “พรุ่งนี้ ฉันกลับไปเรียนได้แล้วนะ”

(จบบท)

*รบกวนช่วยเพิ่มเรื่องนี้เข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ*

จบบทที่ บทที่ 88 สาวผมทองลึกลับ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว