เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 เส้นนี้ให้นายแล้วกันนะ (ฟรี)

บทที่ 76 เส้นนี้ให้นายแล้วกันนะ (ฟรี)

บทที่ 76 เส้นนี้ให้นายแล้วกันนะ (ฟรี)


“มึง....มึง...”

เด็กสาวคนนั้นถูกตอกกลับจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าอีกฝ่ายสักฉาด แต่เมื่อสัมผัสได้ว่าหลินเทียนตัวสูงกว่าเธอถึงสองช่วงศีรษะ เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองอาจจะโดนอีกฝ่ายตบจนปลิวไปเสียมากกว่า จึงได้แต่ชะงักค้าง

มือข้างนั้นจึงค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอย่างน่าอึดอัด ไม่กล้าฟาดลงไป

ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันกลับทำตัวเหมือนล่องหนไปในบัดดล ได้แต่ยืนมองนิ่งๆ ไม่พูดอะไรสักคำ

“ไอ้เด็กเฮี้ยเอ๊ย!!!”

ในที่สุด เด็กสาวคนนั้นก็ลดมือลงและสบถออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

“...”

หลินเทียนหัวเราะหยันออกมาเบาๆ

ผู้หญิงประเภทนี้ก็คือพวกที่พอจะมีสมองอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่มีไม่เยอะ อารมณ์ก็ร้อนกำลังดี

ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น ถ้าไม่ฉลาดพอที่จะไม่พูดจาเหลวไหลแบบนั้น ก็คงไม่โดนหลินเทียนด่า

หรือถ้าไม่ก็คงเป็นพวกไม่มีสมองเลย เหมือนผู้หญิงอารมณ์ร้อนส่วนใหญ่ที่พอเลือดขึ้นหน้าปุ๊บก็คงตบหลินเทียนไปแล้ว

แต่สาวคนนี้กลับติดอยู่ตรงกลาง ทำอะไรไม่ถูก

ทั้งโดนด่าไปหนึ่งชุด แถมยังรู้ตัวว่าลงมือไม่ได้

จะไปต่อก็ไม่ได้ จะถอยก็ไม่เชิง เพื่อนก็ยืนดูเป็นตัวประกอบ.

ดูเหมือนตัวตลกคนหนึ่งเลย

น่าสมเพชจริงๆ

“ไปกันเถอะ ไปกันเถอะ...”

เพื่อนที่มาด้วยกันดึงแขนของเด็กสาวคนนั้นลากออกไปเพื่อหาทางลงให้

ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ขณะที่เดินจากไป สาวคนนั้นก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาตะโกนด่าหลินเทียน

“คนบ้าอะไรวะ?! โคตรปากจัด!”

“ปกป้องกานเหยียนหยี่ขนาดนี้ เป็นแฟนมึงรึไง?”

“...”

เสียงค่อยๆ ห่างออกไป

หลินเทียนชี้ไปยังทิศทางที่เด็กสาวคนนั้นเดินไป แล้วหันกลับมาส่งยิ้มให้กานเหยียนหยี่

“หัวร้อนไปแล้ว”

“บุ่มบ่ามเกินไปแล้วนะ หลินเทียน”

เมื่อเห็นหลินเทียนกลับสู่โหมดปกติได้ในวินาทีเดียว กานเหยียนหยี่กลับไม่ได้มีท่าทีดีใจ เธอกระซิบเสียงเบา

“เรื่องแบบนั้น ไม่เห็นต้องเข้าไปเถียงเลย... ไม่ใช่แค่สองคนนั้นที่พูดแบบนี้หรอก ข้างนอกเขาก็ลือกันไปทั่ว...”

“แต่ฉันได้ยินแล้วทนไม่ได้นี่”

หลินเทียนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“คนที่ไม่รู้จักเธอเลยสักนิด มาทำท่าเหมือนรู้จักเธอดีไปซะทุกอย่าง ฉันจะทนได้ยังไง?”

“...”

เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของหลินเทียน กานเหยียนหยี่ก็ยิ่งก้มหน้าต่ำลง

เมื่อครู่ ตอนที่หลินเทียนจู่ๆ ก็เดินเข้าไป เธอตกใจมากจริงๆ

เธอไม่คิดเลยว่าหลินเทียนที่ปกติเอาแต่หัวเราะคิกคักกับเธอทุกวัน จะมีมุมที่จริงจังได้ถึงขนาดนั้น

เธอยังไม่เคยเห็นหลินเทียนในตอนที่โกรธจริงๆ เลยสักครั้ง

อันที่จริง...ก็แอบดีใจอยู่หน่อยๆ

แต่ก็อดเป็นห่วงหลินเทียนไม่ได้

“เงยหน้าขึ้น!”

หลินเทียนกดไหล่ของหญิงสาวไว้

“อะ...อื้อ”

กานเหยียนหยี่เงยหน้าขึ้นพรวด

เธอมองเข้าไปในดวงตาของหลินเทียนอย่างเหม่อลอย

“เธอนี่นะ เป็นแบบนี้ตลอดเลย พอเจอเรื่องอะไรเข้าก็เอาแต่ก้มหน้า ไม่เล่นนิ้วตัวเองก็เล่นผม มันต่างอะไรกับกระสอบทรายให้คนอื่นระบายอารมณ์ล่ะ?”

“แถมเธอก็ออกจะน่ารักอยู่แล้ว พอทำท่าก้มหน้าแบบนี้ ใครเห็นก็อยากจะแกล้งทั้งนั้น! ทำตัวเหมือนน่ารังแกให้คนทั้งโลกเห็นไปได้!”

“...”

ใบหน้าของหญิงสาวพลันแดงก่ำ

เมื่อกี้ยังพูดจาจริงจังอยู่เลยแท้ๆ ผ่านไปไม่กี่ประโยค ก็มาชมว่าคนอื่นน่ารักซะแล้ว...

“จำไว้ คราวหน้าถ้าเจอใครมาพูดจาแขวะเธอต่อหน้า ก็สวนกลับไปเลย!” หลินเทียนชูนิ้วชี้ขึ้น

“ฉันด่าคนไม่ค่อยเป็น กลัวว่าจะเถียงสู้เขาไม่ได้”

“?”

หลินเทียนลูบคาง “งั้นตอนนี้เธอลองด่าฉันสักสองสามคำสิ”

“หลินเทียนหมูโง่”

“อ๊า~”

“อย่าส่งเสียงแปลกๆ สิ”

กานเหยียนหยี่หน้าแดงก่ำ รีบใช้ขาอ่อนๆ ของเธอกระทุ้งหลินเทียน

“ขอโทษๆ”

หลินเทียนเกาหัวและรีบขอโทษ

ช่วยไม่ได้จริงๆ เสียงของกานเหยียนหยี่มันช่างนุ่มนวลเหลือเกิน

เผลอแป๊บเดียวก็แอบฟินไปซะแล้ว

“...”

“เธอด่าให้แรงกว่านี้หน่อยสิ ปกติฉันก็หยาบให้เธอได้ยินบ้างไม่ใช่เหรอ? ลองเลียนแบบดู” หลินเทียนบอก

“ไอ้ควายหลินเทียน”

“คำนี้อย่าเลียนแบบเลยดีกว่า”

หลินเทียนเหงื่อตก

สมแล้วที่เป็นคำด่าของจีนที่ตรงไปตรงมา สะท้านใจ และไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดที่สุด

แม้จะหลุดออกมาจากปากของกานเหยียนหยี่ ก็ยังฟังแล้วสมองตื่นจนน่าตกใจ ทำเอาเขาไปต่อไม่เป็นเลยทีเดียว

“สรุปก็คือ นักดนตรีที่ยอดเยี่ยมจะไม่มีอารมณ์โกรธเลยไม่ได้”

หลินเทียนดึงบทสนทนากลับมา

“เธอโดนคนอื่นดูถูกแบบนี้อยู่เรื่อยๆ แต่เธอก็ไม่คิดจะโต้ตอบ นานวันเข้าก็จะยิ่งรู้สึกแย่ลงเรื่อยๆ...”

ถ้าเป็นคนอื่น หลินเทียนอาจจะแนะนำไปว่า ‘เธอทำให้ทุกคนชอบเธอไม่ได้หรอก คิดซะว่าคำพูดของพวกเขาเป็นแค่ลมตดก็พอ’

แต่สำหรับกานเหยียนหยี่ หลินเทียนจะไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้นเด็ดขาด แต่กลับสนับสนุนให้เธอสวนกลับไป!

กานเหยียนหยี่เป็นคนเก่ง แต่กลับขาดความมั่นใจอยู่เสมอ

นี่เป็นปัญหาที่ทำให้หลินเทียนกลัดกลุ้มมาตลอด

เดิมทีก็ร่างกายอ่อนแอ ขี้โรค เหมือนหลินไต้หยูอยู่แล้ว

ถ้าหากนิสัยยังจะเหมือนหลินไต้หยูอีก ก็คงกลายเป็นกายเทพแห่งการถูกรังแกโดยกำเนิดแล้ว

“แล้วถ้าเกิดลงไม้ลงมือกันขึ้นมา ฉันสู้พวกเขาไม่ได้จะทำยังไงล่ะ?” กานเหยียนหยี่ถามต่อ

“นั่นสินะ ร่างกายเธอก็อ่อนแอเกินไป” หลินเทียนครุ่นคิด “แถมผมเธอยังยาวอีก เวลาโดนดึงผมเธอจะเสียเปรียบ หรือไม่เธอก็เอาเชลโล่ฟาดหัวพวกนั้นให้ตายไปเลย...”

“ไม่ได้นะ เชลโล่เอาไปฟาดไม่ได้”

พอได้ยินว่าจะให้แตะต้องเชลโล่ของเธอ กานเหยียนหยี่ก็รีบโบกมือส่ายหน้าทันที

“อาจารย์กาน ผมล้อเล่นน่ะ”

หลินเทียนยิ้ม “ถ้าเจอเรื่องแบบนี้จริงๆ เธอก็มาหาฉันดีกว่า ใครแกล้งเธอ ฉันจะช่วยไปอัดมันให้”

“นายจะไปดึงผมพวกนั้นเหรอ...”

ถ้าเป็นเขาลงมือล่ะก็ คงไม่ใช่แค่ดึงผมแล้ว

ดึงให้โล่งเตียนไปเลย

“...”

ขณะที่บทสนทนาของทั้งสองเริ่มจะหลุดโลกมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะไปถึงเรื่องศิลปะการต่อสู้แล้ว

กานเหยียนหยี่ก็เหลือบมองเวลา

“แย่แล้ว คอนเสิร์ตจะเริ่มแล้ว”

“ยังไม่ได้เข้าห้องน้ำเลย เร็วเข้าๆ”

“...”

ทั้งสองรีบเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

หลังจากบทสนทนาเมื่อครู่ เรื่องแย่ๆ ที่เกิดจากเด็กสาวคนนั้นก็ถูกปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้น

แต่หลินเทียนรู้ดี

ว่าข่าวลือแย่ๆ แบบนั้น จะไม่หายไปเพียงเพราะเขาไประบายอารมณ์กับคนสองคน

และกานเหยียนหยี่ ก็จะไม่เกิดความมั่นใจขึ้นมาเพียงเพราะคำพูดปลอบใจของเขา

ทุกสิ่งทุกอย่าง ยังคงต้องใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์

นั่นก็คือคอนเสิร์ตในเดือนหน้า

ต้องใช้ฝีมือตบหน้าคนพวกนั้นอย่างรุนแรง นั่นถึงจะเป็นทางออกที่ถูกต้อง

เมื่อเดินเข้ามาในฮอลล์

หอประชุมที่ตกแต่งอย่างหรูหรา

แสงไฟสีนวลตาที่สร้างบรรยากาศอันอบอุ่น

บนเวที วงดนตรีกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์และปรับจูนเสียง ด้านล่างมีผู้คนเริ่มทยอยเข้ามานั่งประปราย

“สมกับเป็นวันพุธจริงๆ คนไม่เยอะเท่าไหร่เลยแฮะ”

หลินเทียนพึมพำเสียงเบาขณะนั่งลงที่แถวที่สองพร้อมกับกานเหยียนหยี่

“คอนเสิร์ตปกติก็ไม่ได้มีคนดูเยอะขนาดนั้นหรอก นี่ก็ไม่น้อยแล้วนะ”

กานเหยียนหยี่พูด “อีกอย่าง คอนเสิร์ตสัปดาห์นี้ไม่ใช่รอบสำคัญ สัปดาห์หน้าคนจะเยอะกว่านี้อีก...”

ขณะที่กานเหยียนหยี่กำลังพูด

หลินเทียนก็สังเกตเห็นว่าผมของหญิงสาวถูกปล่อยสยายลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทั้งที่เมื่อครู่เธอยังมัดผมหางม้าอยู่เลย

“ทำไมเธอปล่อยผมล่ะ?”

“เมื่อกี้ที่ห้องน้ำน่ะ”

กานเหยียนหยี่หันมา พร้อมกับชี้ไปที่ผมบริเวณข้างหูของเธอ

บนนั้นมีกิ๊บติดผมรูปแกะน้อยน่ารักอยู่

“คราวก่อนนายบอกว่าฉันยังขาดกิ๊บอีกอันไม่ใช่เหรอ ฉันเลยตั้งใจไปซื้อมาเลยนะ...”

หลินเทียนยังคงนิ่งอึ้ง

“ยื่นมือมา” กานเหยียนหยี่บอก

หลินเทียนยื่นมือออกไป กานเหยียนหยี่ก็จัดการอะไรบางอย่างบนข้อมือของเขาทันที

พอยกมือขึ้นดู

ยางรัดผมสีแดงที่หญิงสาวใช้มัดผมหางม้า ถูกผูกเข้ากับข้อมือของเขา

“ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม สำหรับเรื่องเมื่อกี้นี้ ขอบคุณนายมากนะ...”

กานเหยียนหยี่เอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆ

“ฉันไม่มีอะไรจะตอบแทนนายเลย ยางรัดผมเส้นนี้ก็ให้นายแล้วกันนะ”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 76 เส้นนี้ให้นายแล้วกันนะ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว