เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ (ฟรี)

บทที่ 71 เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ (ฟรี)

บทที่ 71 เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ (ฟรี)


ไม่ทิ้งการเรียนงั้นเหรอ?

สำหรับหลินเทียนที่ช่วงนี้ยุ่งอยู่กับเรื่องดนตรีมาตลอด นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

อย่างน้อยที่สุด หลินเทียนก็คงจะขี้เกียจเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว

แต่เมื่อคิดดูแล้ว แค่เพียงอดทนต่อไปได้ เดือนหน้าก็จะได้วันลาหยุดทั้งเดือนเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าสาขาศิลป์...

“ครับ”

หลินเทียนตอบตกลง

“อืม”

จางเจวียนพยักหน้า จากนั้นก็บอกให้หลินเทียนนั่งลง

แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและเปี่ยมความหมายว่า

“หลินเทียน ถึงครูจะไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงอยากจะเบนสายไปเรียนดนตรี แต่ครูก็เข้าใจความฝันของเธอนะ แล้วก็หวังว่าเธอจะเข้าใจครูด้วยเหมือนกัน”

“เธอเป็นนักเรียนคนสำคัญที่โรงเรียนจับตามองเป็นพิเศษ ถ้าผลการเรียนของเธอตกลงไป ในฐานะครูประจำชั้น ฝ่ายวิชาการจะเรียกครูไปคุยด้วย เพราะฉะนั้น หวังว่าเธอจะเข้าใจความลำบากของครูด้วยนะ”

“เข้าใจแล้วครับ คุณครูจาง.”

หลินเทียนแสดงความเข้าใจอย่างเต็มที่

พูดตามตรง จากประสบการณ์ชีวิตมัธยมปลายทั้งสองชาติ คุณครูจางถือเป็นครูประจำชั้นที่ยอดเยี่ยมมากคนหนึ่งแล้ว

สิ่งที่หลินเทียนทำได้ คือการให้คำมั่นสัญญากับคุณครูจางว่า

“ผมจะไม่ทำให้คุณครูผิดหวังครับ”

หลังจากออกมาจากห้องพักครู

แสงแดดตอนเที่ยงวันสาดส่องลงบนสนาม เพื่อนนักเรียนที่เลิกเรียนตอนพักกลางวันกลับกันไปเกือบหมดแล้ว บรรยากาศจึงดูเงียบเหงา

หลินเทียนและฉีหย่งเดินอยู่บนสนาม

เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องพักครูเมื่อครู่ ฉีหย่งก็เอ่ยปากขึ้น

“สรุปว่า วิทยาลัยดนตรีจงหัวก็คือตัวเลือกของมึงสินะ?”

“ใช่”

“ไปกับกานเหยียนหยี่?”

“อือ”

“เขาชวนมึงเหรอ?”

“ตาทิพย์เหรอ?”

หลินเทียนประหลาดใจที่ฉีหย่งเดาได้แม่นขนาดนี้

“ก็ตอนที่กูถามมึงว่าอยากเข้ามหาลัยอะไร ดูท่าตอนนั้นมึงยังสับสนอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”

ฉีหย่งเอามือประสานไว้ที่ท้ายทอย ทำท่าสบายๆ

“ตอนนี้กลับแน่วแน่ขึ้นมาซะแล้ว นอกจากผู้หญิงแล้ว กูก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะมีอะไรที่ทำให้ผู้ชายเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้”

“ถึงที่มึงพูดมันจะฟังดูไร้สาระไปหน่อย แต่สำหรับกูแล้วมันก็ถูกเผงเลยว่ะ”

หลินเทียนยิ้มโดยไม่ปฏิเสธ

เขายอมรับกับตัวเองว่า ในบางแง่มุม กานเหยียนหยี่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเขาไปจริงๆ

แต่ก็สมแล้วที่เป็นฉีหย่งที่ในหัวมีแต่เรื่องผู้หญิง

นานๆ ทีจะพูดจาจริงจัง แต่ก็ยังเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังต้องตกตะลึงได้

“แล้วมึงไม่รู้สึกเหรอว่าช่วงนี้มึงเปลี่ยนไปเยอะเลย”

“เปลี่ยนไปยังไง?”

“นิสัยดีขึ้นเยอะ”

“อยู่ต่อหน้ามึง ใครๆ ก็คงต้องลดระดับมารยาทลงมาบ้างล่ะมั้ง?”

“อย่างมากกูก็แค่ปากดี แต่มึงอะ เมื่อก่อนน่ะโหดจริงนะเว้ยหลินเทียน”

ทันใดนั้นฉีหย่งก็จมดิ่งลงในความทรงจำ แล้วพูดว่า

“มึงลืมเรื่องนักเรียนหญิง ม.4 คนนั้นที่ท้องแล้วไปคลอดลูกในห้องน้ำหอพัก จนลูกเกือบตกลงไปในท่อแล้วเหรอ พวกเราเอามาเล่นมุกตลกร้ายกันลับหลังก็ว่าไปอย่าง แต่มึงดันไปเจอเธอระหว่างทางแล้วถามว่า ‘ไอ้ตัวทนแรงกระแทกที่คลอดออกมาไปไหนแล้วล่ะ’”

“...”

เรื่องแบบนี้ที่เข้าไปบวกซึ่งๆ หน้า ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เขาชอบทำอยู่จริงๆ

“แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว พี่เทียนดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะเลย ปากดีน้อยลง แถมไม่ได้มาทดสอบฝีน้ำลายกับกูนานแล้วด้วย...”

“ถ้ามึงอยากวัด กูก็จัดให้ได้นะ”

“อันนั้นก็ไม่ถึงขนาดนั้น...”

ฉีหย่งรีบ “แค่กๆ” แกล้งไอออกมาสองที

แม้ว่าตัวเขาเองจะเป็นเจ้าพ่อแห่งการปากดี แต่ถ้าต้องมาปะทะกันจริงๆ ต่อหน้าหลินเทียนแล้ว สารบบตระกูลของเขาต้องทนการแช่งไม่ไหวเกินสองรอบแน่ๆ

ต่อให้หลินเทียนจะยอมต่อให้เขาสองทะเบียนบ้านก่อนแล้วก็ตาม

เพียงแต่เมื่อเห็นว่าตอนนี้หลินเทียนก็มีเป้าหมายของตัวเองแล้ว เดือนหน้าก็จะต้องไปเตรียมตัวสอบเข้าสาขาศิลป์ จากนั้นก็จะเดินไปในเส้นทางที่แตกต่างจากตนเองโดยสิ้นเชิง

ฉีหย่งก็พลันรู้สึกอาวรณ์ขึ้นมาเล็กน้อย ในอนาคต คงจะยากที่จะได้มานั่งคุยกันดีๆ แบบนี้อีกแล้ว

“กูแค่รู้สึกว่า...ช่วงนี้มึงอ่อนโยนขึ้นน่ะ...”

“มึงนี่พูดจาน่าขยะแขยงขึ้นทุกวันแล้วนะเว้ย”

“จริงๆ สถานการณ์แบบนี้กูเคยเห็นมาก่อน”

ฉีหย่งพูดอย่างจริงจัง “ผู้ชายที่ไม่ค่อยปกติคนหนึ่ง อยู่ๆ ก็กลายเป็นคนอ่อนโยนขึ้นมาอะไรแบบนี้...”

“เป็นไปได้สูงว่า...กำลังมีความรัก”

“...”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลินเทียนก็หยุดฝีเท้ากะทันหัน

ฉีหย่งก็หยุดเดินเช่นกัน

ต่างคนต่างมองหน้ากัน

บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นพิลึกพิลั่นในทันที

ฉีหย่งถามอย่างสงสัย

“มึงไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยเหรอ?”

“กู...ไม่เคยคิดเลย.”

“แต่เรื่องที่พวกมึงสองคนทำอยู่ตอนนี้ มันไม่เหมือนคู่รักกันเหรอ”

“เราเป็นพาร์ทเนอร์กัน มากกว่านะ?”

“มึงไม่รู้สึกอะไรกับเขาบ้างเลยเหรอ?”

“...”

หลินเทียนเงียบไป

หลินเทียนในวัย 18 ปี กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลัง...ช่างมันเถอะ ลูกผู้ชายจนวันตายก็ยังคงเป็นเด็กหนุ่ม

เขาจะไม่เคยคิดได้ยังไง

โดยเฉพาะเมื่อสองวันก่อน ตอนที่กานเหยียนหยี่ป่วยกะทันหันครั้งนั้น ทั้งสองคนได้เกิดเรื่องที่ค่อนข้างคลุมเครือต่อกัน...

พูดตามตรง

หลินเทียนก็ค่อนข้างเพลิดเพลินกับมัน

ไม่มีใครปฏิเสธฟิกเกอร์ขนาดใหญ่ได้หรอก

แต่เรื่องความรักอะไรทำนองนี้ เขายังไม่เคยคิดถึงมัน

ไม่ใช่แค่ตัวเขาเอง

หลินเทียนรู้สึกว่า กานเหยียนหยี่เองก็คงไม่ได้คิดไปในทางนั้นเช่นกัน

เพราะก่อนหน้านี้เธอย้ำนักย้ำหนาว่าทั้งสองคนห้ามทำเรื่องที่เกินเลยเด็ดขาด ที่ผ่านมาต่อหน้าเขา เธอก็ระมัดระวังตัวมาตลอด...แม้ว่านี่อาจจะเกี่ยวข้องกับนิสัยของเธอด้วยก็ตาม

แต่ที่สำคัญที่สุดคือ

ทั้งสองคนมีเรื่องที่ต้องทำมากมาย ทั้งการสร้างสรรค์ผลงาน ดนตรี การแข่งขัน...

ดูเหมือนว่าแต่ละเรื่องที่หยิบยกขึ้นมา ล้วนสำคัญกว่าการมานั่งคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้

ทั้งสองคนต่างกำลังพยายามอย่างสุดชีวิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน

หากมีใครคนใดคนหนึ่ง เอาแต่คิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อยู่ในหัว

สำหรับอีกคนหนึ่งแล้ว มันย่อมเป็นการทำร้ายกันอย่างแน่นอน

“กูว่าถ้ามึงไม่ชอบเขา ก็คงไม่ทำอะไรให้มากมายขนาดนั้นหรอกมั้ง?”

แม้ฉีหย่งจะไม่รู้เรื่องราวภายใน ไม่รู้ความคิดของหลินเทียน

แต่จากข้อมูลเพียงน้อยนิดที่เขารับรู้มาในช่วงนี้ หลินเทียนน่าจะทุ่มเทให้กับผู้หญิงคนนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

“มึงคิดมากไปแล้ว”

หลินเทียนเดินนำหน้าไป พลางหันกลับมาพูดกับเพื่อนรักที่ในสมองมีแต่เรื่องผู้หญิงคนนี้

เขาชูนิ้วชี้ขึ้น แล้วพูดทีละคำอย่างชัดเจนว่า

“ความรักเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้น”

“บนโลกใบนี้ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าการมีความรักอีกเยอะแยะ”

การสอบคณิตศาสตร์ในช่วงบ่าย แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

โชคดีที่คณิตศาสตร์เป็นวิชาถนัดของหลินเทียนมาตลอด ถึงแม้ช่วงนี้จะขี้เกียจทำโจทย์ไปบ้าง แต่ตราบใดที่สมองยังไม่พัง พอถึงเวลาสอบจริงก็ยังคิดได้ทัน และสามารถทำคะแนนได้

หลังเลิกเรียน หลินเทียนสะพายกระเป๋ากลับบ้าน

แต่เมื่อมาถึงหน้าประตูบ้าน เขากลับเห็นร่างที่คุ้นเคย

กานเหยียนหยี่ในชุดลำลองกำลังนั่งยองๆ อยู่หน้าประตูบ้านของเขา

ถ้าเป็นคนอื่น หลินเทียนคงต้องคิดแล้วว่ามาหาเรื่องตบทรัพย์หรือเปล่า

“เธอมาทำอะไร?”

หลินเทียนตะลึงไปชั่วขณะ

“หลินเทียน ในที่สุดนายก็กลับมาแล้ว!”

กานเหยียนหยี่รีบลุกขึ้นจากพื้น

แต่ดูเหมือนว่าการนั่งยองๆ นานเกินไปจะทำให้ขาชา ตอนที่ลุกขึ้นพรวดพราด ขาของเธอจึงอ่อนแรงกะทันหัน

“โอ๊ย!”

เด็กสาวโซซัดโซเซไปข้างหน้าสองก้าว

โชคดีที่หลินเทียนรีบยื่นมือทั้งสองข้างไปประคองกานเหยียนหยี่ไว้ได้ทัน เธอจึงไม่ล้มลงไป

“ทำอะไรของเธอ?”

หลินเทียนถึงกับหลุดขำกับภาพที่น่าขันนี้

“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”

สีหน้าของกานเหยียนหยี่ปรากฏความตื่นตระหนกอย่างถึงขีดสุด เธอลนลานหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา

“นะ...นายดูวิดีโอที่เราลงไปเมื่อวานหรือยังน่ะ?”

“ยังเลย...มีอะไรเหรอ?”

หลินเทียนชอบดองไว้ดูทีเดียวเยอะๆ แล้วค่อยเปิดอ่านความคิดเห็น ซึ่งเรื่องนี้กานเหยียนหยี่ก็รู้ดี

ตอนนี้ พอเห็นท่าทางของกานเหยียนหยี่แล้ว หลินเทียนก็พลันรู้สึกกังวลขึ้นมา

คงไม่ได้โดนด่าหรอกนะ?

จนกระทั่งเด็กสาวเปิดหน้าคอมเม้นขึ้นมาได้ในที่สุด แล้วยื่นมาตรงหน้าหลินเทียน

กานเหยียนหยี่เบิกตากว้าง กัดนิ้วชี้ของตัวเอง

“ตอนนี้ในเน็ตมีแต่คนบอกว่าเราสองคนเป็นแฟนกันน่ะสิ!!”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 71 เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว