เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65: ฮือๆๆ พวกแกนี่มันไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว

บทที่ 65: ฮือๆๆ พวกแกนี่มันไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว

บทที่ 65: ฮือๆๆ พวกแกนี่มันไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว


“โรงเรียนมัธยมหลิงอวิ๋นหนึ่งต้องสงสัยว่าใช้วิธีการสอนสุดโต่ง”

“นักเรียนจำนวนมากกินอุจจาระจนเสียชีวิต ผู้อำนวยการไป๋ฝูเซิงกำลังถูกสอบสวน?”

หลังจากปรุงยาฝึกฝนมาตลอดทั้งเช้า ฉินเจ๋อก็นั่งพักพลางเปิดดูข่าวของวันนี้ เขาถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ

โรงเรียนสมัยนี้มันไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว

ต่อให้จะอยากเพิ่มอัตราการสอบผ่านแค่ไหน ก็ไม่ควรใช้วิธีการสอนสุดโต่งแบบนี้สิ

นี่มันไม่เห็นหัวนักเรียนกันเลยนี่นา!

น่าผิดหวังเสียจริง

ฉินเจ๋อเบ้ปาก เขารู้สึกว่าในโลกยุทธ์ระดับสูงใบนี้ คนปกติอย่างเขามันช่างหาได้ยากเย็นเสียจริง

ขณะที่เขากำลังจะปรุงยาต่อ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

“ขอโทษครับ เภสัชกรฉินอยู่ไหมครับ”

“หุยชุนฟาร์มาอยากจะหารือเรื่องความร่วมมือกับคุณครับ”

ฉินเจ๋อชะงักไปเล็กน้อย

‘หุยชุนฟาร์มา?’

‘ฉันกับพวกเขาไม่น่าจะเคยมีเรื่องเกี่ยวข้องกันเลยนี่นา’

‘มีอะไรให้ร่วมมือกันด้วยเหรอ’

‘แล้วอีกอย่าง พวกเขาหาที่นี่เจอได้ยังไง’

ฉินเจ๋อที่เต็มไปด้วยความสงสัยมองผ่านตาแมวออกไปข้างนอก เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอันตรายใดๆ แล้วจึงเปิดประตู

นอกประตูมีชายวัยกลางคนร่างผอมในชุดสูทท่าทางสุภาพเรียบร้อยยืนอยู่

ชายคนนั้นสวมแว่นตาด้วยซ้ำ ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ฉินเจ๋อมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีพิษมีภัย

ต้องรู้ไว้ก่อนว่า แว่นตาในโลกใบนี้น่ะ ถือเป็นสิ่งที่หายากและพิเศษมาก

ไม่ใช่ว่ามันแพงหรอกนะ

แต่หลักๆ คือ ถ้าคุณใส่แว่น ก็เท่ากับแปะป้ายคำว่า ‘ฉันคือนักเรียนทุนพิเศษสายศิลป์’ ไว้บนหน้าผากเลย

ถึงขนาดที่ว่าหากเดินอยู่บนถนน ก็อาจถูกพ่อแม่บางคนชี้เป็นตัวอย่างในทางลบเพื่อสั่งสอนลูกว่า

‘ถ้าลูกไม่ตั้งใจฝึกยุทธ์ มัวแต่เอาเวลาไปศึกษาเรื่องไร้สาระอย่างคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี อนาคตก็จะเป็นไอ้ขี้แพ้เหมือนคนประเภทนี้’

“ฉันคือฉินเจ๋อ มีธุระอะไรงั้นเหรอ”

ฉินเจ๋อไม่มีทีท่าว่าจะเชิญอีกฝ่ายเข้าบ้าน เขาตั้งใจจะคุยกันแค่ที่หน้าประตู

หากบทสนทนานี้ทำให้เขารู้สึกเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาก็พร้อมจะปิดประตูใส่หน้าแล้วกลับไปปรุงยาทันที

เวลาเป็นเงินเป็นทองนะโว้ย

ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็เป็นคนตรงไปตรงมาเช่นกัน

เขายิ้มอย่างสุภาพ ไม่มีการทักทายจิปาถะให้เสียเวลา แต่เข้าเรื่องทันที

“ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมแซ่...”

ปัง!

ฉินเจ๋อปิดประตู

‘ใครจะไปสนว่านายแซ่อะไร’

‘เสียเวลาชะมัด’

ชายวัยกลางคนร่างผอม: ???

‘เดี๋ยวนะ อัจฉริยะสมัยนี้ใจร้อนกันขนาดนี้เลยเหรอ’

เขาไม่กล้าพูดมากอีกต่อไป รีบตะโกนผ่านประตูเข้าไปว่า

“ทางหุยชุนฟาร์มาของเรารวบรวมยาของคุณมาได้จำนวนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ และรู้สึกสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ”

“เลยอยากจะมาหารือเรื่องความร่วมมือกับคุณ”

ครู่ต่อมา ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง

ฉินเจ๋อถามอย่างสงสัย

“ยาของฉัน?”

“พวกคุณไปรวบรวมมาจากไหน”

ชายวัยกลางคนร่างผอมถอนหายใจอย่างโล่งอก

การที่เขายอมเปิดประตูอีกครั้งแสดงว่ายังพอคุยกันได้

“คลินิกสี่ไหลเล่อบนถนนอันหนิงติดต่อธุรกิจกับหุยชุนฟาร์มาของเรามาตลอดครับ”

“ทางนั้นเป็นคนรวบรวมยาของคุณได้ แล้วก็ส่งตัวอย่างยามาให้เรา”

‘คลินิกสี่ไหลเล่อ?’

ฉินเจ๋อลองนึกทบทวนในใจ

ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับที่นี่เลยสักนิด

เขาเริ่มคิดว่าอีกฝ่ายเป็นนักต้มตุ๋นและทำท่าจะปิดประตูอีกครั้ง

ชายวัยกลางคนร่างผอมมองออกถึงความคิดของฉินเจ๋อ จึงรีบหยิบยาหลายขวดออกมาจากกระเป๋า

“ยาพวกนี้เป็นยาที่คุณพัฒนาขึ้นมาเองใช่ไหมครับ”

ฉินเจ๋อรับยามาดู

กะโหลกแหลม, ยาฝ่ามือเหล็กเผาไหม้, ยาพอกนิ้วแข็ง...

ให้ตายสิ เป็นยาของฉันจริงๆ ด้วย

มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ

ชายวัยกลางคนร่างผอมยิ้มพลางพูดว่า

“หลังจากที่เราได้ยาพวกนี้มา เราก็เริ่มทำการวิจัยทันที และในที่สุดก็พบว่า”

“ยาของคุณพิเศษมาก แนวคิดในการพัฒนานั้นแตกต่างจากยาทุกตัวในท้องตลาดโดยสิ้นเชิง”

“บอกตามตรงนะครับ เราพยายามถอดรหัสวิธีการผลิตยาตัวนี้แล้ว”

“ถึงขนาดไปสืบประวัติการซื้อของของคุณ จนได้รายชื่อส่วนผสมมา”

“แต่ก็ยังลอกเลียนแบบไม่ได้อยู่ดี”

ฉินเจ๋อไม่แปลกใจเลยสักนิด

ในโลกใบนี้ เงินสามารถใช้จ้างผีโม่แป้งได้จริงๆ

อีกฝ่ายเป็นบริษัทยาขนาดใหญ่ การจะหาประวัติการซื้อของของฉันได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ในขณะเดียวกัน การที่อีกฝ่ายลอกเลียนแบบยาของฉันไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเช่นกัน

ต่อให้ได้สูตรยาไป ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปรุงมันออกมาได้สำเร็จ

ทั้งอัตราส่วนของส่วนผสมต่างๆ ลำดับการใส่ยา ล้วนมีข้อกำหนดที่เข้มงวด

พลาดเพียงนิดเดียว ผลลัพธ์ก็อาจผิดเพี้ยนไปไกลลิบ

แน่นอนว่า

ถ้าให้เวลาพวกเขาสักหน่อย ใช้การสุ่มหาไปเรื่อยๆ ก็น่าจะทำออกมาได้เหมือนกัน

เพียงแต่มันไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่

“แล้ว... พวกคุณมาหาฉันเพื่อ?”

“เราต้องการซื้อสูตรยาโดยละเอียดของคุณ ราคาคุณเสนอมาได้เลยครับ”

คราวนี้ฉินเจ๋อเริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว

“ฉันเสนอเท่าไหร่ก็ได้เหรอ”

“ใช่ครับ”

“แน่นอนว่า ทางเราเองก็เล็งเห็นถึงศักยภาพทางการตลาดของยาพวกนี้”

“ถ้าคุณเรียกราคาแบบขูดรีด เราก็คงไม่ตกลงด้วย”

“ดังนั้นก็ขอให้คุณแสดงความจริงใจด้วยนะครับ”

ฉินเจ๋อพยักหน้าแล้วเอ่ยขึ้นทันที

“สามแสน”

รอยยิ้มบนใบหน้าของชายวัยกลางคนร่างผอมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในใจกลับดูถูกเหยียดหยาม

‘พวกชนชั้นล่างก็ยังเป็นพวกชนชั้นล่างอยู่วันยังค่ำ’

‘ความจนมันจำกัดจินตนาการของเขาจริงๆ’

ทั่วประเทศมีนักเรียนที่ฝึกฝนวิชายุทธ์ระดับหนึ่งอยู่ตั้งมากมายมหาศาล

ถ้ายาพวกนี้สามารถวางขายได้ทั่วประเทศ มันจะสร้างผลกำไรมหาศาลขนาดไหน

ยาที่มีมูลค่าทางการตลาดขนาดนี้ ในสายตาของเขากลับมีค่าแค่สามแสนเองเหรอ

น่าขันสิ้นดี!

แม้ในใจจะดูแคลน แต่เขาก็ยังแสร้งทำเป็นลังเล

“สามแสนเหรอครับ... ราคานี้ก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะครับ”

“ผมจะลองไปคุยกับสำนักงานใหญ่ดู ถึงจะไม่รับประกันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็น่าจะผ่านได้...”

พูดไม่ทันจบประโยค ฉินเจ๋อก็ปิดประตูอีกครั้ง

ชายวัยกลางคนร่างผอมถึงกับตะลึงอีกรอบ

‘เดี๋ยวนะ อัจฉริยะสมัยนี้ใจร้อนกันขนาดนี้จริงๆ เหรอ!’

‘ฉันก็บอกไปแล้วไงว่าน่าจะผ่านได้น่ะ!’

เขาใช้สารพัดวิธีพูดจาหว่านล้อมอยู่หน้าประตู อยากจะเกลี้ยกล่อมให้ฉินเจ๋อเปิดประตูออกมาคุยกันอีกครั้ง

แต่ฉินเจ๋อแค่ใส่หูฟัง เปิดเพลง แล้วเริ่มปรุงยา

ที่เขาบอกราคาสามแสนไป ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะขายสูตรยาจริงๆ

เขาเพียงต้องการให้อีกฝ่ายมาเป็นนักแสดงประกอบฉากในการบันทึกเสียงของเขาก็เท่านั้น

เพราะว่าไฟล์เสียงนี้แสดงถึงการยอมรับในมูลค่าทางการตลาดของยาอย่างกะโหลกแหลมจากหุยชุนฟาร์มา ซึ่งเทียบเท่ากับการรับรองที่น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง

ฉินเจ๋อไม่จำเป็นต้องทดสอบเพื่อให้ได้ตัวเลขที่แน่ชัด

แค่ให้รู้ว่า ‘หุยชุนฟาร์มาน่าจะยอมจ่ายเงินสามแสนเพื่อซื้อสูตรยา’ ก็พอแล้ว

หลังจากปรุงยาฝึกฝนไปอีกสามชั่วโมง ฉินเจ๋อก็ลุกขึ้นมองออกไปนอกประตู

คนของหุยชุนฟาร์มาไปแล้ว

ฉินเจ๋อยิ้มเล็กน้อย หยิบมือถือขึ้นมาโทรออก

พอเสียงเรียกดังขึ้นแค่ครั้งเดียว อีกฝ่ายก็กดรับสายทันที

“เภสัชกรฉินครับ ช่วงสองสามวันที่คุณไม่อยู่เนี่ย ผมกระวนกระวายใจจะแย่แล้ว”

“ยากะโหลกแหลมของนักเรียนบางคนในห้องเราใกล้จะหมดแล้ว คุณจะหมดวันหยุดเมื่อไหร่ครับ!”

สายที่ฉินเจ๋อโทรไปนั้น แน่นอนว่าเป็นโจวต้าเหลียง

“แค่กๆ อาจารย์โจวครับ ฉันโทรมาเพื่อจะแจ้งเรื่องหนึ่งให้คุณทราบ”

“สูตรยากะโหลกแหลมของฉันรั่วไหลออกไปแล้ว”

“เป็นคนของหุยชุนฟาร์มายอมรับเองกับปากเลย ความเสียหายของฉันน่าจะอยู่ที่สามแสนขึ้นไป”

ปลายสายชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอย่างระมัดระวังว่า

“ความหมายของคุณคือ?”

“คุณลืมแล้วเหรอว่าคุณเคยเซ็นสัญญาไว้ให้ฉัน”

“ถ้าสูตรยาของฉันรั่วไหลออกไปไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ความเสียหายทั้งหมดคุณจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ”

“แน่นอนว่าฉันไม่ต้องการให้คุณชดใช้เป็นเงิน คุณก็จ่ายไม่ไหวหรอก แค่มาเป็นผู้ช่วยสอนให้ฉันตอนที่ฉันสอนวิชาเภสัชวิทยาก็พอ”

“คุณคงไม่อยากมีความผิดทางกฎหมายใช่ไหม”

“...”

โจวต้าเหลียงใจเสียอย่างหนัก

‘ผู้ช่วยสอนหมายความว่ายังไง’

‘คงไม่ใช่ว่าจะให้ฉันเป็นคนใช้ยาเพื่อสาธิตสรรพคุณให้นักเรียนดูหรอกนะ’

‘เดี๋ยวนะ เภสัชกรฉิน’

‘แกยังมีมนุษยธรรมอยู่บ้างไหมวะ’

จบบทที่ บทที่ 65: ฮือๆๆ พวกแกนี่มันไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว