- หน้าแรก
- เภสัชกรเทพพลิกสวรรค์: คนหนึ่งกล้าขาย คนหนึ่งกล้ากิน
- บทที่ 34: ปกป้องก้นสุดชีวิต
บทที่ 34: ปกป้องก้นสุดชีวิต
บทที่ 34: ปกป้องก้นสุดชีวิต
กรรมการคุมสอบสามคนที่อยู่ด้านหน้าต่างก็มีสีหน้าลำบากใจ
ผู้เข้าสอบที่ชื่อฉินเจ๋อนี่มัน... ไม่เห็นหัวใครเกินไปหน่อยหรือเปล่า?
คิดว่าตัวเองมีเส้นสายแล้วจะทำเหมือนคนอื่นเป็นคนโง่ได้งั้นเหรอ?
อย่างน้อยก็ไว้หน้ากันบ้างสิ!
กรรมการคุมสอบอยากจะระเบิดอารมณ์แล้วไล่ฉินเจ๋อออกจากห้องสอบเดี๋ยวนั้นเลย
แต่ก็นั่นแหละ
เพราะอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็มีเบื้องหลัง ถ้าเกิดเป็นคนใหญ่คนที่โตที่ล่วงเกินไม่ได้ขึ้นมา ก็เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวไม่ใช่หรือไง?
ส่วนเรื่องการสอบ
จะให้ผ่านเพิ่มอีกสักคนหรือน้อยลงสักคน ก็ไม่ได้มีผลดีผลเสียอะไรกับพวกเขาอยู่แล้ว
ทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งไปเสียดีกว่า
เมื่อคิดได้ดังนั้น กรรมการที่นั่งอยู่ตรงกลางจึงกระแอมเบาๆ แล้วพูดขึ้น
“ไม่นึกเลยว่าเภสัชกรฉินจะเชี่ยวชาญยาหลายชนิดขนาดนี้
“คลื่นลูกใหม่น่ากลัวจริงๆ ไม่เลวเลย ไม่เลว
“แล้วก็ เภสัชกรหลี่ว์ทำทรัพย์สินของสนามสอบเสียหาย สอบเสร็จแล้วกรุณาชดใช้ตามราคาด้วย”
หลี่ว์หมิง: ???
เดี๋ยวนะ เขาบอกว่าเขาเชี่ยวชาญยาทุกประเภท
แถมยังปรุงยาได้ตั้งสามพันกว่าชนิด!
คำพูดโอเวอร์ขนาดนี้พวกคุณยังทนได้
แต่กลับทนที่ผมหักมุมโต๊ะไม่ได้เนี่ยนะ???
แม้หลี่ว์หมิงจะไม่พอใจ แต่ก็ทำได้แค่เก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ
เมื่อเห็นดังนั้น กรรมการจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า
“ในเมื่อทุกคนแนะนำตัวเองกันเรียบร้อยแล้ว งั้นก็เริ่มสอบกันเลย
“ขอให้ผู้เข้าสอบทุกท่านปรุงยาระดับ 1 ที่แตกต่างกันห้าชนิด ที่โต๊ะปรุงยาด้านข้าง ไม่จำกัดประเภท
“จำกัดเวลา 3 ชั่วโมง”
พอได้ยินแบบนั้น หลี่ว์หมิงก็กลับมายิ้มอย่างมั่นใจได้อีกครั้ง
การสอบใบรับรองเภสัชกรจะไม่มีการออกข้อสอบเฉพาะทาง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเภสัชกรคนไหนเชี่ยวชาญยาทุกชนิดบนโลก
สำหรับเขาที่ปรุงยาได้ถึงแปดชนิด การสอบครั้งนี้ก็เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
และเป้าหมายของเขาก็ไม่ใช่แค่การสอบผ่านเท่านั้น
เขาอยากจะทำลายสถิติการสอบใบรับรองเภสัชกรระดับ 2 ของเมืองหลิงอวิ๋น เพื่อสร้างชื่อให้ตัวเอง!
ถ้าทำได้ล่ะก็ เขาคงจะถูกบริษัทยาใหญ่ๆ ทาบทามให้ไปเป็นพนักงานชั่วคราว
พนักงานชั่วคราวน่ะสามารถทำงานล่วงเวลาได้ตามใจชอบ
ไม่ว่าจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานหรือหาเงินค่าโอที ก็สะดวกสบายสุดๆ
มันจะยอดเยี่ยมแค่ไหนกัน!
ถ้าเขาจำไม่ผิด สถิติสูงสุดคือ 1 ชั่วโมง 45 นาที 36.8 วินาที
สถิตินี้ ถ้าหลี่ว์หมิงทุ่มสุดตัวล่ะก็ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะทำลายมันลงได้
เขาค่อยๆ เดินไปที่โต๊ะปรุงยา หลับตาลงแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วก็หันไปมองกรรมการแล้วพูดว่า
“ผมพร้อมแล้ว เริ่มได้ทุกเมื่อครับ”
กรรมการชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะชี้ไปทางฉินเจ๋อที่กำลังปรุงยาอยู่อีกฝั่งแล้วพูดว่า
“ฉันไม่ได้บอกว่าต้องรอฉันประกาศเริ่มนี่นา นายยังจะยืนบื้ออยู่ทำไม?”
หลี่ว์หมิง: ???
ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้วะ?!
หลี่ว์หมิงไม่กล้าเสียเวลาบ่น เขารีบเริ่มลงมือปรุงยาอย่างเร่งรีบ
สารสกัดลั่วซานหง 10 กรัม, แก่นแท้หญ้าจิ่วหยวน 5 กรัม, รากไผ่คราม 3.4 กรัม...
เขาทยอยใส่ส่วนผสมต่างๆ ลงในบีกเกอร์แล้วคนด้วยความเร็วสม่ำเสมอ
หลี่ว์หมิงมีสมาธิจดจ่ออย่างมาก การใส่ส่วนผสมแต่ละครั้งมั่นคงและแม่นยำ ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่นิดเดียว
หลังจากใส่ส่วนผสมสิบสองชนิดติดต่อกันและคนจนเข้ากันดีแล้ว หน้าผากของหลี่ว์หมิงก็เริ่มมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย
เขาเงยหน้าขึ้นมองเวลา เพิ่งผ่านไปแค่สิบแปดนาทีเองเหรอ?
เหอะ การสอบใบรับรองเภสัชกรระดับ 2 ก็แค่นี้เอง
ดูทรงแล้ว ต่อให้ตอนแรกจะเสียเวลาไปสองสามวินาทีก็ไม่เป็นไร
ขอแค่เขารักษาความเร็วระดับนี้ไว้ได้ เจ้าของสถิติคนใหม่ก็คือเขาแล้ว
ไม่ถึง 20 นาที หลี่ว์หมิงก็วางยาขวดแรกลงบนแผงหลอดทดลอง
ในตอนนี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง
เขานึกภาพออกเลยว่าพวกกรรมการคงจะทึ่งในฝีมือและความเร็วของเขาไปแล้ว
ป่านนี้บนใบหน้าคงเต็มไปด้วยความชื่นชมและนับถือสินะ...
เมื่อคิดดังนั้น หลี่ว์หมิงก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองกรรมการทั้งสามคน
ทว่า กรรมการทั้งสามกลับไม่มีใครมองมาทางหลี่ว์หมิงเลยสักคน แต่กลับมองไปอีกทางด้วยสีหน้าตกตะลึง
หลี่ว์หมิงชะงักไปเล็กน้อย
พวกเขากำลังมองอะไรกัน?
หรือว่ากำลังมองเภสัชกรที่ชื่อฉินเจ๋อคนนั้น?
ก็คงใช่ล่ะมั้ง ไอ้พวกใช้เส้นสายแบบนั้นจะมีฝีมือจริงได้ยังไง?
ป่านนี้คงทำโต๊ะปรุงยาเละเทะไปหมดแล้วล่ะสิ
หลี่ว์หมิงอดไม่ได้ที่จะมองตามสายตาของกรรมการทั้งสามไป
วินาทีต่อมา เขาก็ถึงกับอ้าปากค้าง
สิ่งที่เห็นคือฉินเจ๋อกำลังวางยาขวดที่ห้าลงบนแผงหลอดทดลองพอดี ก่อนจะหันไปมองกรรมการทั้งสาม
“เสร็จแล้วครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมไปก่อนได้ไหม?”
“เอ่อ... คือ จะไปก็ได้อยู่หรอก แต่ยาพวกนี้ยังต้องตรวจสอบประสิทธิภาพก่อนว่าผ่านมาตรฐานหรือเปล่า
“แล้วก็... นายไม่รอรับใบรับรองเภสัชกรเหรอ?”
ฉินเจ๋อพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่เป็นไรครับ พวกคุณก็ค่อยๆ ตรวจไปสิ
“ส่วนใบรับรอง ผมไม่ซีเรียสหรอก ขอแค่ในรายชื่อเภสัชกรระดับ 2 ของพวกคุณมีชื่อผมก็พอแล้ว”
กรรมการทั้งสามคนถึงกับพูดไม่ออก
หลักการมันก็ใช่
แต่... ที่นายมาสอบก็เพื่อใบรับรองไม่ใช่เรอะ!
ปกติแล้วเภสัชกรเวลาหางานก็ต้องมีใบรับรองติดตัวไปด้วย หรือว่าจะให้บริษัทที่จ้างงานไปตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานควบคุมยาเองหรือไง?
เมื่อเห็นว่ากรรมการทั้งสามไม่ได้โต้แย้งอะไร ฉินเจ๋อก็พยักหน้าแล้วพูดว่า
“งั้นผมไปก่อนนะครับ”
พูดจบก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองหลี่ว์หมิงแล้วโบกมือให้
“สู้ๆ นะ”
จากนั้น เขาก็เดินจากไปจริงๆ
หลี่ว์หมิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่
เมื่อครู่เขายังรู้สึกกดดันเรื่องเวลาอยู่เลย
แต่ตอนนี้ เขาไม่รีบแล้ว
เพราะเขาเห็นได้ชัดว่ายาทุกขวดที่ฉินเจ๋อทำออกมานั้นมีคุณภาพดีเยี่ยม
ในตัวยาแทบจะมองไม่เห็นสิ่งเจือปนเลยแม้แต่น้อย
การจะทำได้ถึงระดับนี้ นอกจากสูตรยาที่ถูกต้องแล้ว ยังต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย
เทคนิคการใส่ส่วนผสม เทคนิคการคน จังหวะการใส่ส่วนผสมแต่ละชนิด และอื่นๆ อีกมากมาย
ถ้าไม่มีความเข้าใจในศาสตร์แห่งยาถึงขั้นปรมาจารย์ล่ะก็ ไม่มีทางทำได้แน่นอน
ที่สำคัญกว่านั้นคือ
การปรุงยาที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ถึงห้าขวด ฉินเจ๋อใช้เวลาไปแค่ 20 นาทีเท่านั้น
เร็วกว่าเขาถึงห้าเท่า!
ในตอนนี้ หลี่ว์หมิงเพิ่งจะตระหนักได้ว่า
ความมั่นใจและความหยิ่งผยองก่อนหน้านี้ของตัวเองมันน่าหัวเราะเยาะแค่ไหน
...
เมื่อฉินเจ๋อกลับมาถึงห้องพยาบาลของโรงเรียนมัธยมหลิงอวิ๋นสาม เขาก็ถึงกับตะลึงไปเลย
หน้าห้องพยาบาลมีคนมารวมตัวกันอยู่หลายสิบคน และเป้ากางเกงของทุกคนก็นูนตุงออกมา
พอเห็นภาพนี้ ฉินเจ๋อก็หันหลังกลับแล้วเดินหนีทันที ไม่กล้าเข้าใกล้แม้แต่น้อย
ใครจะไปรู้ว่าคนพวกนี้คิดจะทำอะไรกัน กลางวันแสกๆ มารวมตัวกันแข็งทื่อแบบนี้!
แต่เพิ่งจะเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากข้างหลัง
“ฉินเจ๋ออยู่นั่น!”
ฉินเจ๋อใจหายวาบ
เดี๋ยวนะ เป้าหมายคือฉันจริงๆ เหรอ?!
แต่พวกคุณเป็นผู้ชายกันหมดเลยนะ!
ฉินเจ๋อรีบโคจรพลังหยวนในร่างกายไปรวมไว้ที่ขาทั้งสองข้าง แล้วออกตัววิ่งทันที
ถึงแม้จะเร็วไม่เท่าวิชาตัวเบาระดับมืออาชีพ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี
แต่แล้ว ก็มีเสียงตะโกนก้องดังมาจากข้างหลัง
ตามมาด้วยเสียงตึงตังๆ ติดต่อกัน จากนั้นร่างหนึ่งก็พุ่งแซงจากด้านหลังมาขวางหน้าฉินเจ๋อไว้
ฉินเจ๋อตกใจสุดขีด รีบหยิบเข็มฉียาสองอันที่ซ่อนไว้ออกมา
นี่คือยาพิษที่เขาเตรียมไว้รับมือกับหลิวเหมิ่งก่อนหน้านี้ ตอนนั้นยังคิดว่าเสียเงินเปล่าอยู่เลย
ไม่นึกเลยว่าจะได้ใช้เร็ขนาดนี้
“อย่าเข้ามานะ ระวังฉันจะแทงให้ตายเลย!”
ฉินเจ๋อระแวดระวังเหมือนนกที่ตื่นธนู เขามองคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง ขณะเดียวกันก็คอยป้องกันคนที่ไล่ตามมาจากข้างหลังด้วย
ท่าทางเหมือนพร้อมจะสู้ตายเพื่อปกป้องพรหมจรรย์ รักษาประตูหลังของตัวเองไว้ให้ได้
“เภสัชกรฉิน ท่านจะวิ่งหนีทำไม พวกเรามาหาท่านเพื่อซื้อยานะครับ!
“ว่าแต่... ท่านไปสอบใบรับรองเภสัชกรระดับ 2 มาเหรอครับ??”
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหู ฉินเจ๋อก็ชะงักไปเล็กน้อย
เหมือนจะเป็นพ่อของเจี่ยงซานชวนคนนั้น?