เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12: ฝึกวิชายุทธ์ระดับต่ำแค่นี้ ถึงกับหมดตัวเลยเหรอ?

บทที่ 12: ฝึกวิชายุทธ์ระดับต่ำแค่นี้ ถึงกับหมดตัวเลยเหรอ?

บทที่ 12: ฝึกวิชายุทธ์ระดับต่ำแค่นี้ ถึงกับหมดตัวเลยเหรอ?


ที่เรียกว่าไข้ ก็คือตอนที่ร่างกายติดเชื้อหรือได้รับบาดเจ็บ ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิจะปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้น

เพื่อให้ได้ผลในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและยับยั้งเชื้อโรค

และการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของวิชาฝ่ามือทรายเหล็กนั้น แค่ต้องทำสามอย่าง

อย่างแรก ผู้ใช้จะต้องติดเชื้อหรือได้รับบาดเจ็บเพื่อทำให้เกิดไข้

อย่างที่สอง ควบคุมขอบเขตของผลการเพิ่มอุณหภูมิให้อยู่แค่บริเวณฝ่ามือ

อย่างที่สาม เพิ่มผลในเชิงบวกเข้าไปอีกส่วนหนึ่ง เพื่อหาช่องโหว่ของกฎเกณฑ์

เมื่อมีแนวทางแล้ว บวกกับความรู้และสูตรยาที่ระบบมอบให้ ฉินเจ๋อทำการวิจัยง่ายๆ ไม่นานก็ประสบความสำเร็จในการปรุงยาตัวใหม่ออกมา—【ยาฝ่ามือเหล็กเผาไหม้】!

ฉินเจ๋อมองยาที่เป็นสีแดงเพลิงในมือแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ

สมบูรณ์แบบ!

แบบนี้ ความต้องการของฝั่งเฉียนจิ้นก็ได้รับการตอบสนองแล้ว

แต่ตอนนี้เป็นเวลานอกงาน ฉินเจ๋อติดต่อเฉียนจิ้นไม่ได้

เขาจึงทุ่มเทให้กับแผนการฉีดยาฝึกฝนของตัวเองต่อไป

...

วันนี้ มีคนคนหนึ่งดีใจเป็นพิเศษ

เมื่อตอนเช้า เขายังเต็มไปด้วยความมั่นใจ

แต่ตอนนี้ เขากลับกระหยิ่มยิ้มย่อง อารมณ์ดีเป็นที่สุด

“พ่อครับ ผมกลับมาแล้ว!”

“กลับมาแล้วเหรอ! ฟังจากน้ำเสียงแล้วคะแนนสอบประจำเดือนคงดีสินะ แก...

“อ๊าก!!!!”

หลิวเหมิ่งเห็นสภาพของลูกชายตัวเองก็ถึงกับหน้าซีดเผือด

“พ่อครับ ผมเอง!”

หลิวหยางอยากจะเอามือปิดหู แต่กลับพบว่าหูของเขาอยู่บนส่วนครึ่งบนของศีรษะ

เขาเอื้อมไม่ถึง

“แก... แกคือหลิวหยางเหรอ?

“หัวแกไปโดนอะไรมา?!”

แม้รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไป แต่เสียงยังคงเดิม พอหลิวเหมิ่งจำได้ว่าเป็นลูกชาย ก็ถามออกไปด้วยใจที่ยังไม่หายขวัญเสีย

ดังนั้น หลิวหยางจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด

รวมทั้งเรื่องที่เขาเอาเงินค่าเรียนพิเศษไปซื้อยาด้วย เขาสารภาพหมดเปลือก

“ดี! สมแล้วที่เป็นลูกฉัน มีสายตาที่มองเห็นโอกาส และมีความกล้าที่จะคว้าโอกาสไว้!”

พอรู้ว่าลูกชายได้คะแนนเต็มในการสอบประจำเดือน หลิวเหมิ่งก็ตื่นเต้นสุดๆ

ไอ้โรงเรียนกวดวิชาบ้าบออะไรนั่น?

ไปลงนรกซะเถอะ!

ต่อให้เรียนพิเศษหนักแค่ไหน จะทำให้ลูกชายตัวเองได้ที่หนึ่งในการสอบประจำเดือนได้หรือไง?

“มาๆๆ คืนนี้เราไปกินหม้อไฟเนื้อสังเคราะห์ข้างนอกกัน ฉลองกันให้เต็มที่!

“กินเสร็จแล้วเรามาดูกันว่าแกจะเลือกวิทยาลัยอาชีวะที่ไหนเป็นอันดับแรกดี

“อ้อ จริงสิ พอแกได้เป็นที่หนึ่งของประเทศตอนสอบเข้ามหาลัยแล้ว ยังต้องให้สัมภาษณ์อีก ต้องเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าด้วย”

หลิวเหมิ่งอยากจะคิดเผื่อไว้ทุกเรื่องเลยทีเดียว

แต่หลิวหยางกลับพูดอย่างใจเย็นว่า

“สอบเข้าวิทยาลัยอาชีวะน่ะไม่มีปัญหาแน่ แต่เรื่องที่หนึ่งของประเทศน่ะเลิกคิดไปได้เลย

“ผมมียา คนอื่นก็มียาเหมือนกัน”

ทันใดนั้น ร่างของหลิวเหมิ่งก็สะท้านขึ้นมา สีหน้าเคร่งขรึมลงทันที

“แกหมายความว่า เพื่อนร่วมห้องของแกก็มีคนอื่นฉีดกะโหลกแหลมแล้วเหรอ?”

“ใช่ครับ โจวน่านาห้องเราจ่ายเงินหนึ่งพันห้าร้อยซื้อข้อมูลจากผม เงินนั่นพอให้ผมฉีดยากะโหลกได้ตั้ง 15 เข็มแน่ะ

“รอบนี้กำไรเละเลย!”

“กำไรบ้านแกสิ!”

หน้าของหลิวเหมิ่งดำคล้ำ สายตาที่มองหลิวหยางนั้นมีแต่ความรู้สึกผิดหวังที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ

“แกรู้ไหมว่าเรื่องสำคัญจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเก็บเป็นความลับ!

“แค่เงินพันห้า แกก็ขายข้อมูลสำคัญขนาดนี้ออกไปแล้วเหรอ?

“แบบนี้แล้วความได้เปรียบของแกจะอยู่ตรงไหน? เก็บยากะโหลกแหลมไว้ใช้คนเดียวไม่ดีกว่ารึไง?

“สอบติดวิทยาลัยอาชีวะกับได้เป็นที่หนึ่งของประเทศ คุณค่ามันเทียบกันได้ที่ไหน!”

พอหลิวหยางได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

เขาไม่เคยคิดการณ์ไกลขนาดนี้มาก่อนเลย

ก่อนหน้านี้ที่เขาไม่อยากให้โจวน่ารารู้เรื่องยากะโหลกแหลม ก็แค่เพื่อรักษาคะแนนสอบประจำเดือนของตัวเองเท่านั้น

ตอนนี้พอได้ฟังคำพูดของหลิวเหมิ่ง ในใจก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

“พ่อครับ แล้วตอนนี้จะทำยังไงดี?

“หม้อไฟเนื้อสังเคราะห์ยังจะกินอยู่ไหมครับ?”

“กินหัวแกสิ! รู้จักแต่กิน!”

หลิวเหมิ่งนั่งกลับลงบนโซฟา หยิบมือถือออกมาทันที แล้วเริ่มทำอะไรบางอย่าง

หลิวหยางชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความสงสัย แล้วก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี

“พ่อครับ นี่พ่อจะกู้สินเชื่อวิชายุทธ์เหรอ?!

“บ้านเราถึงจะไม่ใช่เศรษฐีอะไร แต่ก็ถือว่าเป็นครอบครัวมีอันจะกิน จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอครับ?”

หลิวเหมิ่งทั้งพยักหน้า ส่ายหน้า กะพริบตา อ้าปากไปพลาง พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“แกไม่เข้าใจคุณค่าของการเป็นที่หนึ่งของประเทศเลย

“สอบติดวิทยาลัยอาชีวะ แกก็แค่ได้สิทธิ์ไปยืนอยู่บนจุดสตาร์ตเดียวกับผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ

“และในอนาคต พอแกกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง เรียนรู้วิชายุทธ์ที่ปล่อยพลังปราณออกนอกร่างกายได้แล้ว ความได้เปรียบของวิชาหัวเหล็กก็จะน้อยลงเรื่อยๆ

“แต่ถ้าแกได้เป็นที่หนึ่งของเมืองหลิงอวิ๋นในการสอบเข้ามหาลัยเมื่อไหร่ แกจะกลายเป็นอัจฉริยะที่วิทยาลัยอาชีวะต่างๆ แย่งกันปั้น

“อนาคตของแกจะราบรื่น หรือกระทั่งก้าวกระโดดข้ามชนชั้นได้เลย อะไรสำคัญกว่ากันล่ะ?!

“เอามือถือแกมาให้ฉัน!”

เมื่อได้ฟังการวิเคราะห์ของหลิวเหมิ่ง หลิวหยางก็กัดฟัน และในที่สุดก็ยอมยื่นมือถือให้

สองพ่อลูกนั่งอยู่บนโซฟา พยักหน้าส่ายหน้ากันไปมา

พวกเขาจำนองอวัยวะทุกส่วนในร่างกายที่จำนองได้ กู้สินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกันทุกประเภท บวกกับเงินเก็บของที่บ้าน

ในที่สุดสองพ่อลูกก็รวบรวมเงินก้อนโตมาได้ถึงสามหมื่นแปดพันหกร้อยหยวน!

หลิวเหมิ่งโอนเงินทั้งหมดในมือถือของเขาไปยังมือถือของหลิวหยางอย่างเคร่งขรึม

“บ้านเราจะรุ่งเรืองได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับแกแล้ว

“แกต้องขยันฉีดยานะ ต่อไปนี้ห้ามมัวเมาอยู่กับการฝึกฝนจนเสียผู้เสียคนล่ะ”

ในวินาทีนั้น หลิวหยางรู้สึกราวกับว่าพ่อของเขาแก่ลงไปสิบกว่าปี

ส่วนตัวเขาเอง ก็เริ่มรู้สึกถึงภาระที่แบกอยู่บนบ่า

ดวงตาของหลิวหยางมีน้ำตาคลอ เขาเม้มปากแน่น แล้วชูสามนิ้วขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังไม่แพ้กัน

“พ่อครับ ผมขอสาบาน

“จากนี้ไป ผมจะฉีดยาให้มากที่สุดทุกวัน

“จะจัดสรรยากะโหลกแหลมสามร้อยแปดสิบหกเข็มนี้อย่างเหมาะสม

“จนกว่าจะถึงขีดจำกัด... ไม่!

“ผมจะทะลุขีดจำกัดของตัวเองให้ได้!”

แม้หลิวเหมิ่งและหลิวหยางจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง แต่บนใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม และในใจก็เปี่ยมสุข

เพราะพวกเขาคิดว่า ตระกูลหลิวของพวกเขากำลังจะรุ่งโรจน์แล้ว

โดยหารู้ไม่ว่า ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ได้เกิดขึ้นในบ้านของนักเรียนห้องสามทุกคนแล้ว

เพียงแต่ว่า ระดับความทุ่มเทของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน

บางครอบครัวที่ค่อนข้างลำบาก หลังจากคำนวณคะแนนที่ต้องใช้เพื่อสอบเข้าวิทยาลัยอาชีวะแล้ว ก็ควักเงินออกมาเพียงส่วนน้อย

ส่วนครอบครัวที่ค่อนข้างร่ำรวย บรรยากาศกลับไม่ได้จริงจังขนาดนั้น

แค่หยิบเงินให้ลูกสองสามพัน แล้วบอกให้ลูกไปซื้อยากะโหลกแหลมเพิ่มในวันพรุ่งนี้

ใช้หมดแล้วค่อยซื้อใหม่ก็แค่นั้น

คืนหนึ่งผ่านไป เหล่านักเรียนห้องสามไม่แม้แต่จะไปที่ห้องเรียน ต่างมุ่งตรงไปยังห้องพยาบาลของโรงเรียนโดยไม่ได้นัดหมาย

ฉินเจ๋อมองกองธนบัตรตรงหน้าจนตาค้างไปเลย

นักเรียนพวกนี้ คนที่เอามาเยอะก็หลายหมื่น คนที่เอามาน้อยก็หลายพัน

ประเมินคร่าวๆ รวมกันแล้วน่าจะเกือบล้านได้!

เดี๋ยวนะ ไอ้พวกนี้มันบ้าไปแล้วรึไง?

ทางการเพิ่งจะทำสถิติปีนี้

โดยเฉลี่ยแต่ละครอบครัวมีเงินฝากห้าแสน

แต่คนที่รู้ก็รู้ดีว่านี่คือค่าเฉลี่ย

ถ้าหักพวกนายทุนกับตระกูลใหญ่ๆ ออกไปแล้ว ครอบครัวธรรมดาๆ มีเงินในบัญชีสักหมื่นสองหมื่นก็ถือว่ามีอันจะกินแล้ว

แค่ฝึกวิชายุทธ์ระดับต่ำห่วยๆ อย่างวิชาหัวเหล็กเนี่ย จำเป็นต้องทุ่มจนหมดเนื้อหมดตัวขนาดนี้เลยเหรอ?

แต่ว่า มันจะไปเกี่ยวอะไรกับฉินเจ๋อล่ะ?

เขารู้แค่ว่า ตอนนี้เขาจะได้เปิดฉากขายยาครั้งใหญ่แล้ว!

จบบทที่ บทที่ 12: ฝึกวิชายุทธ์ระดับต่ำแค่นี้ ถึงกับหมดตัวเลยเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว