เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 110: ริมแม่น้ำ (1)

ตอนที่ 110: ริมแม่น้ำ (1)

ตอนที่ 110: ริมแม่น้ำ (1)


"เดี๋ยวก่อน มีข้าเพียงคนเดียวในโรงเรียนที่ตัดสินใจช่วยใช่ไหม" แองเจเลหรี่ตาและถาม

เคลลี่ไม่ได้พยายามซ่อนอะไรจากแองเจเล่ "เอาล่ะ เจ้าพูดถูก แต่เจ้าก็ต้องการสูตรใช่ไหม"

"ที่จริงแล้วข้าไม่ได้รับประโยชน์มากนักจากสูตร มีอะไรที่เจ้าเสนอให้ข้าได้อีกไหม" แองเจเล่พูดเสียงเบา เขาตัดสินใจที่จะขอเพิ่มดังนั้นเคลลี่จึงไม่ได้สงสัยอะไร เคลลี่อาจจะรู้อยู่แล้วว่าอัตราความสำเร็จในการปรุงยาฝันร้ายมันต่ำแต่เธอก็ไม่รู้ว่าแองเจเล่มีชิปที่คอยช่วยเหลือเขาในการเพิ่มอัตราความสำเร็จ

เคลลี่ไม่รู้สึกประหลาดใจกับคำถามของแองเจเล่ เธอพยักหน้า "ข้าจะมอบหินเวทมนต์ปกติ 500 ก้อนเป็นรางวัล เจ้าคิดว่าอย่างไร"

'หินเวทมนต์ 500 ก้อน' แม้ว่าแองเจเล่จะมีบัตรดำสี่ใบเขาก็รู้สึกประหลาดใจ เขาไม่ได้คาดหวังว่าเคลลี่จะเสนอหินเวทมนต์มากขนาดนี้

แองเจเล่ทำงานอย่างหนักเพื่อได้รับหินเวทมนต์ก่อนที่สงครามจะเริ่มและครั้งนี้เขาเกือบตายจากการได้รับวัสดุหายากเหล่านั้น แม้ว่าเขาจะตกใจกับข้อเสนอแต่การแสดงออกของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยน

"ตกลง ส่งข้อความมาหาข้าเมื่อเจ้าพร้อม"

แองเจเล่ดึงรูนรูปงูขนาดใกล้เคียงกับไข่ในอากาศขณะที่เขาพูด มันดูเหมือนงูที่กำลังจะฉกไปข้างหน้า

จากนั้นเขาก็ผลักรูนไปด้วยนิ้วของเขา รูนเปลี่ยนเป็นแสงสีดำและเข้าไปในชุดคลุมสีเทาของเคลลี่

เคลลี่รีบดึงรูนที่มีแมลงรูปร่างแปลกๆออกมาในอากาศและผลักไปในชุดคลุมของแองเจเล่เช่นกัน

"ดี ตอนนี้เราได้แลกเปลี่ยนสัญลักษณ์รูนของเราแล้ว" แองเจเล่พยักหน้า "เราสามารถติดต่อกันได้โดยตรง"

"ข้าจะคุยกับเจ้าในเร็วๆนี้" เคลลี่ยิ้ม

**************

แองเจเล่ตรวจสอบเวลาโดยใช้ซีโร่หลังจากที่ออกจากห้องทดลอง มันเป็นเวลาบ่ายสาม แผนของเขาคือมุ่งหน้ากลับไปที่ห้องของเขาและพักผ่อนก่อนที่จะศึกษาหนังสือที่เก็บไว้ในชิป อย่างไรก็ตามทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่รู้ว่าขั้นของพ่อมดมีอะไรบ้างดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะใช้เวลาในห้องสมุดให้มากขึ้นก่อน

ในขณะนี้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในห้องสมุด สถานที่นี้ว่างเปล่า แองเจเล่เดินผ่านตู้หนังสือขนาดใหญ่สองตู้และเริ่มตรวจสอบตู้หนังสือที่ส่องแสง ตู้สีแดงผู้อ่านต้องมีความสามารถทางจิตของพ่อมดฝึกหัดขั้นที่สามในขณะที่ตู้สีดำสามารถอ่านได้เฉพาะพ่อมดทางการเท่านั้น

แองเจเล่ตรวจสอบชั้นหนังสือสีแดงก่อนและในที่สุดเขาก็พบหนังสือที่เขาต้อการ

เขาสัมผัสแสงสีแดงด้วยนิ้วของเขาอย่างระมัดระวัง มีรูปรากฏขึ้นที่บาเรียซึ่งพอดีกับมือของแองเจเล่ เขาคว้าไปที่หนังสือที่มีปกสีดำอย่างง่ายดาย เขาไม่ได้เอาหนังสือเล่มนี้ไปที่โต๊ะเพียงแค่ยืนอยู่ข้างตู้ในขณะที่เริ่มอ่าน

ผิวของหนังสือมีหนูสีเทาที่มีตากำลังเรืองแสงสีน้ำเงิน มันดูเหมือนว่าจะโจมตีใครก็ตามที่จะอ่านหนังสือ ตาสีน้ำเงินเกือบจะเหมือนเปลวไฟและมีควันออกมาจากดวงตาของมัน

แองเจเล่สังเกตหนูแปลกๆนี้ เขาลูบดวงตาของมันด้วยมือซ้ายของเขา

ชี่

มือของแองเจเล่ได้รับบาดเจ็บจากความร้อน มันหมายความว่าเปลวไฟเป็นของจริง

เขาตกใจ เปลวไฟดูเหมือนจะเป็นเปลวไฟที่ช้างเรืองแสงสร้างขึ้น ความแตกต่างของมันมีเพียงแค่สี เขาเปิดหนังสือและเริ่มตรวจสอบระดับของพ่อมด

'พ่อมดสามารถควบคุมพลังและกฎของธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตที่เข้าใจพลังและกฎนี้จะถูกเรียกว่าพ่อมด'

นั่นคือประโยคแรกในหน้าแรก แองเจเล่อ่านต่อไป

'6,000 ปีก่อนเผ่าต่างๆได้เริ่มสงครามกันเนื่องจากความเกลียดชังระหว่างพวกเขา 300 ปี สงครามนับครั้งไม่ถ้วนถูกประกาศโดยมนุษย์ กึ่งมนุษย์ เมอร์โฟล์คและอมนุษย์ มีมนุษย์และพ่อมดจำนวนมากที่ต้องตายไป พ่อมดที่แข็งแกร่งตัดสินใจที่จะสร้างมาตราวัดความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ นั่นคือต้นแบบของระบบจัดอันดับ การวัดสามารถใช้ได้กับทุกเผ่าโบราณ นอกจากนี้มันยังถูกใช้สำหรับวัดระดับของพ่อมด'

'3,000 ปีก่อนมาตราวัดถูกปรับปรุงเนื่องจากการสูญหายของหลายเผ่า พ่อมดมนุษย์แข็งแกร่งที่สุดในเวลานั้นดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนระบบการจัดอันดับเพื่อให้มันดียิ่งขึ้นสำหรับพ่อมด'

'และมาตราวัดที่ใช้อยู่นี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1429'

แองเจเล่ขมวดคิ้ว '1249 นั่นมันหนึ่งร้อยปีก่อน หนังสือเล่มนี้เก่าแก่ขนาดไหน....'

เขาคิดชั่วครู่และเริ่มอ่านต่อ

'ชื่อของพ่อมด'

'อันดับพ่อมดขึ้นอยู่กับจำนวนคาถาที่สามารถร่ายได้โดยไม่มีปฏิกิริยาสะท้อนกลับ โดยขึ้นอยู่กับระดับของคาถาที่มีเก้าระดับ'

เขาเห็นแผนภูมิภายใต้คำอธิบาย ระบบเก้าระดับได้รับการอธิบายอย่างละเอียดข้างแผนภูมิ รายละเอียดเกี่ยวกับแต่ละระดับถูกเขียนขึ้นภายในแผนภูมิ

มีคาถาเอกลักษณ์แต่ละขั้นซึ่งใช้ในการวัดระดับของพ่อมด นอกจากนี้พลังของพ่อมดที่มีระดับเดียวกันก็มีความแตกต่างกันเนื่องจากคาถาพิเศษที่พวกเขามี

ความแตกต่างระหว่างระดับนั้นห่างกันมาก คาถาเดียวกันมีความเสียหายเพิ่มมากขึ้นถึง 10 หรือ 20 เท่าเมื่อถูกร่ายโดยพ่อมดที่มีระดับสูงกว่า นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพ่อมดระดับต่ำถึงแสดงความเคารพต่อพ่อมดระดับสูง พวกเขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพ่อมดระดับสูงโกรธ

พ่อมดมีเก้าระดับแต่ละระดับมีความแตกต่างกันในวิธีที่พวกเขาสื่อสารและวิธีที่พวกเขาให้ความเคารพต่อพ่อมดที่อยู่ระดับสูงกว่า แองเจเล่อ่านหนังสือจบอย่างรวดเร็ว เขาข้ามบางเรื่องไปแต่เขาก็มีความคิดทั่วไปเกี่ยวกับการจัดอันดับของพ่อมด

'เก้าระดับและเก้าระดับชั้น....' แองเจเล่นำหนังสือเล่มนี้กลับไปที่ชั้นและเริ่มคิด ท้ายเล่มของหนังสือนี้มันกล่าวถึงพ่อมดที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ 6,000 ปี พวกเขาทั้งหมดเป็นพ่อมดระดับเจ็ดแต่พวกเขาก็ห่างจากจุดสูงสุด แม้ว่าพวกเขาจะไม่ถึงระดับสูงสุดแต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับพ่อมดเหล่านี้รู้ชื่อของพวกเขา

จากข้อมูลทั้งหมดที่แองเจเล่รวบรวมมาเมื่อไม่นานมานี้เขาก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับเขตแดนมากขึ้น วิทยาลัยแรมโซด้า ลิเลียโด้ ซานเตียโก้และพันธมิตรแดนเหนือ บรรดาองค์กรพ่อมดเหล่านี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของแผ่นดิน พวกเขาอยู่ใกล้กับชายฝั่งและพวกเขาทั้งหมดมีอาณาเขตเป็นของตนเอง

10% ของแผ่นดินถูกควบคุมโดยองค์กรพ่อมด ตรงข้ามกับจักรวรรดิแรมโซด้าเป็นทะเลทรายขนาดใหญ่และเมื่อข้ามทะเลทรายผู้คนก็จะเข้าถึงองค์กรพ่อมดที่ทางเหนือของแผ่นดินได้ การติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรพ่อมดทางใต้และองค์กรพ่อมดทางเหนือนั้นเป็นเรื่องยากเนื่องจากระยะทางที่ไกล

พื้นที่ที่แองเจเล่อยู่ตอนนี้ถูกเรียกว่าดินแดนมืดของพ่อมดโดยพ่อมดจากพื้นที่อื่น มันหมายความว่าสถานที่นี้เหมาะสำหรับพ่อมดที่มุ่งมั่นกับการทำลาย แรมโซด้าและพันธมิตรแดนเหนือชอบชื่อเล่นนี้เพราะความเสียหายคาถาที่พวกเขาสร้างมีพลังมากกว่าคาถาที่สร้างโดยองค์กรพ่อมดอื่นๆ

แองเจเล่นึกถึงวันที่เขาอยู่บนเรือ พวกเขาหยุดหลายท่าเรือและพ่อมดฝึกหัดก็ไปยังองค์กรที่แตกต่างกัน ยูริไปสถานที่ที่เรียกว่าปราสาทเขี้ยวขาวมันห่างจากแรมโซด้ามากและแองเจเล่จะใช้เวลาเป็นปีในการไปถึงที่นั่นด้วยการเดินเท้า

มันดูเหมือนว่ามีองค์กรพ่อมดจำนวนมากบนแผ่นดินนี้แต่พวกเขาไม่สามารถสื่อสารกับองค์กรจากพื้นที่อื่นได้เนื่องจากระยะทางที่ไกล

แองเจเล่คิดชั่วครู่และเริ่มสงสัยว่าพ่อมดฝึกหัดที่เขาพบบนเรือกำลังทำอะไร กูดี้ กาย ยูริ อันรูลี่ แนนซี่ จาเร็ดที่มีพรสวรรค์ แลนโด้ ลุคและเวลเว็ต พวกเขาทั้งหมดไปยังองค์กรที่แตกต่างกัน

มีความเหงาจากภายใน เขาแทบจะไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนนี้ เบเนดิกเป็นคนที่แองเจเล่คุยด้วยมากที่สุดแต่เขาก็มาจากองค์กรอื่น

'ข้าไม่มีใครให้พูดด้วยที่นี่....' แองเจเล่มองไปรอบๆและคิด

เขามองไปรอบๆ ห้องสมุดยังคงเงียบอยู่ แองเจเล่คิดถึงวันที่เขาใช้เวลาอยู่ในดินแดนของบารอนและวันที่เขาอยู่ท่าเรือมารัว เขาตัดสินใจที่จะตามเป้าหมายคนเดียวแต่บางครั้งเขาก็สงสัยว่าเขาเลือกถูกหรือไม่

แองเจเล่ส่ายหัว "วันหนึ่งข้าจะพบพวกเขาอีกครั้ง" เขาพึมพำ

เขาออกจากห้องสมุดและตัดสินใจที่จะตรวจสอบทุกพื้นที่ของโรงเรียน เขาต้องการเรียนรู้เพิ่มเกี่ยวกับโรงเรียนนี้ตั้งแต่เขาถูกยอมรับแต่เขาไม่มีเวลาให้ทำเช่นนั้น โถงหลักสามารถเข้าได้โดยพ่อมดทางการเท่านั้น มีบาเรียสีดำกั้นทางเข้าไว้ พ่อมดฝึกหัดไม่สามารถมองเข้าไปข้างในได้

มีคนขายอยู่เพียงสามคนที่พื้นที่ซื้อขาย หนึ่งในนั้นคือคนที่แองเจเล่ซื้อชุดอุปกรณ์ปรุงยาชุดแรกของเขา

โถงภารกิจเป็นสถานที่ที่เขารับคำขอ มันว่างเปล่าเช่นกันแต่ก็ยังมีรายการคำขอบนกระดาน โรงเรียนมีขนาดใหญ่มากและมันสามารถรองรับพ่อมดฝึกหัดได้มากกว่าหมื่นคน

มีหลายสาขาในโรงเรียนและมีรายการจำนวนมากที่ถูกนำเสนอจากแต่ละสาขา ตัวอย่างเช่นสาขาปรับเปลี่ยนพลังงานมากกว่าสิบรายการที่แตกต่างกัน สาขาเวทมนต์และศาสตร์แห่งความตายมีมากกว่าสิบสองรายการ อย่างไรก็ตามรายการส่วนใหญ่ไม่มีนักเรียนและอาจารย์จะถูกส่งไปสอนเมื่อมีนักเรียนลงทะเบียนเพียงพอ หลังจากสงครามอาจารย์และนักเรียนจำนวนมากยังไม่ได้กลับมา แองเจเล่สงสัยว่าหลักสูตรยังคงถูกนำเสนอโดยสาขา

ห้องสมุด แผนกยา พื้นที่ทดลองและแผนกบริการคือสถานที่ที่แองเจเล่เคยไปมาแล้ว หอพักถูกแยกออกจากกันตามสาขา

พื้นที่สวนสุดท้ายที่แองเจเล่อยากไปคือสวน

 

สำหรับคนที่ไม่รู้ว่ากึ่งมนุษย์แตกต่างกับอมนุษย์อย่างไรจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ

กึ่งมนุษย์ก็คือสิ่งมีชีวิตที่มีสายเลือดของมนุษย์

อมนุษย์ก็คือสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์(สองขาสองแขน)แต่ไม่มีสายเลือดของมนุษย์พวกออร์ค ก็อบลิน

จบบทที่ ตอนที่ 110: ริมแม่น้ำ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว