เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 105 แม่จ๋า ดู ลุงคนนั่นส่องแสงได้ !

บทที่ 105 แม่จ๋า ดู ลุงคนนั่นส่องแสงได้ !

บทที่ 105 แม่จ๋า ดู ลุงคนนั่นส่องแสงได้ !


บทที่ 105 แม่จ๋า ดู ลุงคนนั่นส่องแสงได้ !

ที่ด้านล่างของเชิงเขา ชูวและคนที่เหลือที่ถูกปล้นชุดไป พวกเขาเริ่มรู้สึกตัวแล้ว พวกเขากรีดร้องแล้วหันไปรอบ ๆ ทันทีที่เห็นสภาพตัวเอง อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ฟื้นสติอย่างรวดเร็วก่อนที่จะรู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก

ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงไม่ใช่เพราะความอาย แต่เพราะความโกรธ !

พวกเขาไม่แม้แต่จะได้เห็นเป้าหมาย แต่กลับตกลงไปในกับดักของอีกฝ่ายแทน นอกจากนี้ยังโดนปล้นเสื้อผ้าแล้วโยนมาข้างล่างนี้อีก ! พวกเขาโกรธจนถึงขนาดมีควันออกจากจมูกของพวกเขา

"อ่า ! เจ็บหัวชิบ ! ไอ้บัดซบตัวไหนมันกล้าตีฉัน !"

คนที่หัวโดนประตูรู้สึกโกรธอย่างมาก หัวของเขามันโนขนาดที่ว่าใหญ่เท่ากำปั้นเด็กอยู่หลังหัวของเขา

ชูวรู้สึกชาที่หลังของเขาอย่างมาก เมื่อเขาหันไปมองรอบ ๆ ตัว เขาเห็นรอยแผลจำนวนมากบนร่างกายของเขา !

ชูวส่งเสียงกรีดร้องเหมือนเด็กสาวออกมา จนนกและสัตว์แถวนั้นหนีออกไป

"หัวหน้า เราจะทำยังไงดี ?" คนพวกนี้โกรธอย่างมาก พวกเขาไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้ !

"กลับกันก่อน ! เราต้องรักษาตัวเองก่อนแล้วค่อยกลับมาแก้แค้น ... ฉันขอสาบานว่าถ้าฉันไม่แก้แค้นฉันจะไม่ขอเป็นคน !"

ชูวเหมือนกับวิญญาณพยาบาทที่คลานออกมาจากนรก น้ำเสียงของเขามันให้ความรู้สึกอันตรายอย่างมาก

ด้วยความพยายามของพวกเขา ในที่สุดพวกเขาก็ปีนขึ้นมาจนถึงถนนสายหลักได้

"บัดซบ ! ฉันบอกแล้วว่าอย่ามาที่ไกล ๆ แบบนี้ ดูสิ นอกจากภูเขาแล้วมันก็มีแต่ภูเขา มันไม่มีอะไรดีซักอย่าง ไม่มีแม้แต่ร้านเน็ต"

เหยียนบ่นออกมาจากด้านหลังรถ

"เอาน่า อยากน้อยถือว่ามันเป็นการพักผ่อนร่างกาย"

"น่าเสียดายที่เราไม่มีแฟนเหมือนชาวบ้านเขา" มีเสียงหัวเราะจากอีกคนดังออกมา

ทั้งกลุ่มหัวเราะกันอย่างไม่หยุด ทันใดนั้นเหยียนก็ชี้ไปด้านหน้า "พี่ใหญ่ มีใครอยู่ข้างหน้า"

"เอี๊ยด !"

ลัวเจียหรี่ตามองด้านหน้าแล้วเหยียบเบรค

พวกที่ไม่ได้เตรียมตัวด้านหลังถูกกระแทกไปยังเบาะหน้าอย่างแรง โชคดีที่ไม่มีคนได้บาดเจ็บ

"บัดซบ ! พวกมันเล่นอะไรแบบนี้กัน พวกมันอยากจะหลอกให้เด็ก ๆ กลัว ?"

"ว้าว พี่ชาย พวกพี่นี่สุดยอดมาก ! พวกพี่ชายคงจะถอดเสื้อผ้าทิ้งไปแล้วโทรหาตำรวจแล้วบอกว่าโดนเราชนแล้วเสื้อผ้าก็หายไปใช้ไหม ?"

คนอื่น ๆ ก็ลงมาจากรถแล้วหัวเราะเยาะสภาพของพวกชูว

พวกเขาเป็นชายกลุ่มวัยรุ่นและมีจำนวนไม่ได้น้อยไปกว่าพวกชูว เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่กลัว พวกเขาเลยรีบออกมาจากรถเพื่อเยาะเย้ยพวกชูว

ชูวและพวกที่เหลือไม่ได้ตอบอะไรทั้งนั่น พวกเขาเพียงแค่เดินเข้าไปหาก่อนที่จะใช้สันมือสับข้างหลังพวกเขา จากนั้นก็ขโมยเสื้อผ้าแล้วเดินขึ้นรถไป

***

"ดิ๊ง ! ความสามารถของคำสาปจาก จิ้งจอก หายนะจากธรรมชาติของมนุษย์ ได้ถูกลบล้างแล้ว โฮสต์มีภูมิคุ้มกันความสามารถของ จิ้งจอก หายนะจากธรรมชาติของมนุษย์ !"

เสียงหุ่นยนต์ที่ตอนนี้เหมือนจะกลายเป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดในโลกดังออกมา มันทำให้เป่ยเฟิงมีความสุขอย่างมากราวกับว่าเขาได้ยกหินก้อนใหญ่ในใจทิ้งไป

เขาไม่กล้าคิดว่าตัวเองยังเหลือความโชคดีอยู่หากคำสาปนี้ยังติดตัวเขาต่อไป !

บางทีมันอาจจะมีอุกกาบาตหล่นลงมาจากฟ้าแล้วฆ่าเขาก็ได้ มันอาจจะเป็นโศกนาฏกรรมของเขาที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ ...

เป่ยเฟิงรู้สึกว่าหมอกที่ปกคลุมร่างกายเขาตั้งแต่เมื่อวานได้หายไปแล้ว พลังจิตของเขากลับมาสมบูรณ์และความสามารถในการรับรู้รอบด้านก็กลับมาแล้วแม้แต่ต้นหญ้าที่แกว่งไปมาเขาก็รู้สึกถึงมันได้

"ไม่น่าแปลกใจทำไมเมื่อคืนฉันถึงไม่รู้ว่ามีไฟไหม้ ! มันมีบางอย่างปกคลุมทำให้ฉันไม่สามารถรับรู้อะไรได้ ?"

ความสุขของเขาผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง เมื่ออำนาจทางจิตของเขากลับมา และตอนนี้เหมือนกับว่าพลังจิตของเขามันเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิมราวกับเรือที่ลอยมาพร้อมกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

ทันใดนั้นเขารู้สึกได้ว่ากำแพงที่กั้นไว้ได้หายไป เขากำลังก้าวเข้าสู้ขอบเขตใหม่ !

"บรรลุเคล็ดการหายใจด้วยแสงระดับสูง !"

เป่ยเฟิงรู้สึกเหมือนคนที่มองจากด้านนอก เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเอง ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกี่ยวกับพลังจิตของเขา

เมื่อเทียบก่อนหน้านี้แล้ว พลังจิตก่อนหน้านี้ของเขามันเหมือนกับน้ำธรรมดา แต่ตอนนี้มันเหมือนกับปรอทอย่างมาก !

นอกจากพลังที่สูงขึ้นแล้ว เขาสามารถใช้พลังออกมาจากร่างกายได้ !

แม้ว่าจะระดับมันจะใช้ทำอะไรไม่ค่อยได้ แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ! [1]

นอกจากนี้ ประโยชน์ของพลังจิตที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้จำกัดแค่พลังจิตเท่านั้น พลังฉีและจิตวิญญาณของเขาก็ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เมื่อพลังทั้ง 2 เพิ่มขึ้น มันก็ได้ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น ! นอกจากนี้เขายังสามารถควบคุมมันได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

ภายใต้พลังจิตที่เพิ่มขึ้นนี้ เป่ยเฟิงสามารถหาได้แม้แต่บาดแผลที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเขาได้ และเขาก็ยังไม่ต้องกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกต่อไป

"แม่ ลุงคนนั้นยืนตรงนั่นมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว เขาไม่ร้อนหรอ ?"

เด็กหญิงตัวน้อย ๆ ถามขึ้นในขณะที่เธอดึงมือแม่ของเธอเหมือนอยากจะขยับเข้าไปใกล้ ๆ

ครึ่งชั่วโมงก่อนแม่ลูกคู่นี้ได้เดินผ่านจุดนี้และได้เห็นเป่ยเฟิงยืนอยู่ตรงนี้ หลังจากที่พวกเธอซื้อของเสร็จแล้วเมื่อพวกเธอเดินกลับมา พวกเธอก็ยังเห็นเขายืนอยู่ที่เดิม นอกจากนี้มันยังมีรอยยิ้มแปลก ๆ บนหน้าของเขาอีก

"ย๋าย๋า ลุงแปลก ๆ คนนั้นเขาไม่กลัวร้อนหรอก แต่ว่าเรารีบไปกันเถอะ !"

หญิงสาวคนนี้มองไปที่เป่ยเฟิงด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนที่จะดึงเด็กน้อยเดินจากไป

"ที่นี่คือเมืองใหญ่ มันมีคนเยอะมากในเมืองนี้ ใครจะไปรู้ว่ามันจะมีคนบ้ากี่คนที่อยู่ในเมืองนี้กัน ? มันไม่เป็นไรถ้าเขาจะยืนอยู่ตรงนั้น แต่ว่าไม่เห็นเขาจะขยับเลย ... ไม่เป็นไร ฉันต้องรีบพาย๋าย๋าไปก่อน !" ผู้หญิงคนนั้นพึมพำออกมาในขณะที่รีบจากไป จากที่เธอเห็นมันไม่มีทางที่คนสติดี ๆ จะไปยืนตากแดดเป็นเวลานานได้หรอก

ตอนเที่ยงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงขนาดนี้ มันจะมีซักกี่คนกันที่จะยอมตากแดดแทนที่จะหลบไปในร่มแทน

"หู้วว หู้วว !"

เป่ยเฟิงพ่นลมหายใจออกมาราวกับเป่าใบไม้ ดวงตาของเขาเปิดออกมาและมันมีแสงสว่างอยู่ในตาของเขาราวกับมันต้องการออกมาจากดวงตาของเขา !

ทุกครั้งที่เขาพ่นลมหายใจออกมา มันจะมีลำแสงสีทองที่ขนาดเท่าแขนเด็กพุ่งมาจากด้านบนหัวของเขาราวกับลูกศร มันได้ถูกดูดซึมเข้าไปในร่างของเขา

ช่วงเวลาที่ลำแสงสีทองได้เข้าไปในร่างของเขา มันได้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายและเลือดของเป่ยเฟิง หากเทียบกับแสงแรกของดวงอาทิตย์กับมันละก็ มันดูเหมือนกับแกะน้อยที่เชื่องอย่างมาก !

แม้แต่เย็นสุดขั้วก็ไม่กล้าที่จะปลดปล่อยพลังฉีธาตุน้ำแข็งออกมา มันได้ซ่อนตัวอยู่ภายในตันเถียนอย่างเงียบ ๆ

"หืม ? เหมือนฉันจะตาฝาดเพราะอ่านมากเกินไป ? อย่างที่คิด เราไม่ควรจะอ่านหนังสือมากเกินไปจริง ๆ ..."

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใกล้ ๆ ลูบดวงตาของเขาอย่างช้า ๆ ในขณะที่เงยหน้าจากหนังสือ บางทีอาจเป็นเพราะเขาลูบตาของเขามากเกินไปมันจึงทำให้เขาสับสนเล็กน้อย มันจะเป็นไปได้ไงที่จะมีแสงบางอย่างจากดวงอาทิตย์ได้ตกลงมาแล้วถูกดูดซึมเข้าไปในร่างของคนได้ เขาหลับตาลงแล้วสวดมนต์ ตามที่คิดไว้เมื่อเขาเงยหน้ามองไปอีกครั้ง มันไม่มีคนยืนตรงนั่นอีกแล้ว 'มันต้องเป็นภาพหลอนแน่ ๆ' เขาสรุปกับตัวเองก่อนจะวางหนังสือ

แสงสีทองจาง ๆ มันได้แผ่ออกมาจากร่างของเป่ยเฟิง เขาไม่สามารถที่จะหยุดมันให้ออกมาได้ !

"แม่จ๋า ดู ลุงคนนั้นส่องแสงได้ !"

เด็กสาวตัวน้อย ๆ หันหลังกลับไปมองลุงแปลก ๆ ด้วยสายตาที่เบิกกว้างในขณะที่จับมือแม่ของเธอ

"เด็กโง่ ลุงคนนั้นเขาไปตั้งนานแล้ว" ผู้หญิงคนนั้นก้มลงแล้วลูบหัวเด็กน้อยก่อนจะชี้ไปจุดที่ว่างเปล่า

"เอ๊ะ ? ทำไมไม่มีใครอยู่อะ ?"

เมื่อเธอหันกลับไปมองตรงที่เดิม มันไม่มีใครอยู่จริง ๆ ลุงแปลก ๆ คนนั้นไปไหนแล้ว ? เธอจำได้ว่าเธอเห็นเขาจริง ๆ นะ !

เด็กหญิงตัวน้อยมองไปตรงที่ว่างเปล่าก่อนจะมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัยบนใบหน้าของเธอ ตอนนี้มันดูน่ารักอย่างมากเมื่อมองไปที่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนของเธอ

ในช่วงเวลาที่แสงสีทองแผ่ออกมาจากร่างกาย เป่ยเฟิงก็รีบเดินออกมาจากสวนในทันที เขาแค่ลองฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสง แต่ใครจะคิดว่ามันจะดึงดูดความสนใจของดวงอาทิตย์ได้ขนาดนี้กัน ?

ช่วงเวลาที่เขาได้ยินเสียงของเด็กหญิงตัวน้อย เขาก็รีบเดินจากออกมาทันที โชคดีที่มีคนอยู่ไม่เยอะมากในสวน ไม่อย่างงั้นเป็นไปได้ว่าเขาจะต้องตกเป็นหนึ่งในหัวข้อข่าวดังในวันพรุ่งนี้ !

ความร้อนที่แผดเผาอยู่ภายในตัวเขา มันได้ส่งคลื่นไอน้ำออกมาจากร่างกายของเขา !

"ตู้มม !"

เป่ยเฟิงถอดเสื้อทิ้งแล้วกระโดดลงไปในทะเลสาปใกล้ ๆ น้ำเย็น ๆ ในทะเลสาบค่อย ๆ พัดผ่านร่างของเขา มันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างมากแต่มันก็แค่ไม่กี่วินาทีก่อนที่ร่างของเขามันจะเกิดบางอย่างขึ้น ตอนนี้สีผิวของเขาได้เปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับกุ้งที่ถูกต้มในน้ำร้อน

[1] ED/N : น่าจะเหมือน ESP หรือ เทเลคิเนซิส

จบบทที่ บทที่ 105 แม่จ๋า ดู ลุงคนนั่นส่องแสงได้ !

คัดลอกลิงก์แล้ว