เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 89 การฝึกฝนเพื่อยืดชีวิตระดับ 1 !

บทที่ 89 การฝึกฝนเพื่อยืดชีวิตระดับ 1 !

บทที่ 89 การฝึกฝนเพื่อยืดชีวิตระดับ 1 !


บทที่ 89 การฝึกฝนเพื่อยืดชีวิตระดับ 1 !

หลังจากพูดเสร็จ เป่ยเฟิงก็เดินจากไป หลิวจี้และคนอื่น ๆ มุมปากกระตุกเล็กน้อยเมื่อมองไปที่จินรองที่น่าสงสาร

"เป็นการตบที่โหดร้ายจริง ๆ .. ฉันคิดว่าครึ่งหน้าเลยมั่งที่โดนไป ?"

"ฮ่า ! เป็นการตบที่ยอดเยี่ยม ! เขาไม่มีทางได้เป็นหัวหน้าได้หรอก เพราะเขามันน่ารำคาญ !"

"ยอดเยี่ยม ! เพื่อนคนนี้เดินไปในอากาศด้วยความมั่นใจแบบ 'สวรรค์หมายเลข 1 โลกหมายเลข 2 และฉันคือหมายเลข 3' ถ้าไม่ใช่เขา แล้วใครละที่สมควรโดนตบ ?"

"นี้คือสิ่งที่เรียกว่า 'คนป่วยมันต้องถูกทรมานด้วยคนป่วยด้วยกัน' เพื่อนคนนี้กำลังป่วย แต่เขากลับโดนไอ้หนุ่มนั่นทรมานซะยิ่งกว่าคนป่วย ! แต่ไม่รู้ทำไมฉันรู้สึกดีใจเหมือนกับว่าได้ระบายความโกรธ ?"

สมาชิกในทีมคนอื่น ๆ ล้อมรอบเป็นวงกลมอยู่รอบ ๆ จินรองพร้อมกับชี้ตำหนิเขาด้วยความไม่พอใจเพราะว่าเขาเห็นจินรองทำตัวตลกแบบนี้มานานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเขาแล้วละก็ มันไม่มีทางเลยที่เขาจะได้มาเป็นรองหัวหน้าทีมนี้จริงไหม ?

"หัวหน้า สถานการณ์แบบนี้เอาไงดี ?"

หนานเทียนหันกลับไปมองที่หลิวจี้

"ปล่อยเขาไป ! เขายังดูหนุ่มอยู่ แต่เขากลับอยู่ในระดับเจียงวิวัฒนาการ ต่อให้พ่อของจินรองมาด้วยตัวเองก็ตาม เขาก็ยังคงทำอะไรเจ้าหนุ่มนี้ไม่ได้ ! ไอ้โง่นี่มันคงคิดจริง ๆ มันสามารถทำอะไรใครก็ได้ตราบใดที่มันมีพ่อที่ดีของมันอยู่ !"

"ก็ดี สำหรับการตบในวันนี้มันก็ยังดีกว่าถูกคนบ้าที่ไหนก็มารู้มาฆ่าเอา คงได้แต่หวังว่าจินรองจะเก็บบทเรียนครั้งนี้ไว้ในใจของเขา"

หลิวจี้ถอนหายใจออกมาอย่างหน่าย แม้ว่าระดับเจียงแห่งความมืดจะอยู่ห่างจากเจียงแห่งวิวัฒนาการเพียงขั้นเดียว แต่มันไม่ได้เกินจริงเลยว่าทั้งสองมันได้แตกต่างราวกับสวรรค์และโลก !

เส้นทางการฝึกฝนของนักสู้นั่นเริ่มจาก เจียงแห่งแสงสว่าง หลังจากที่ผ่านไปได้ก็จะเข้าสู่ระดับต่อไปคือ เจียงแห่งความมืด จากนั่นหากผสานทั้งแสงสว่างและความมืดได้ รวมทั้งทำความเข้าใจมันได้ทั้งคู่ เขาก็สามารถเข้าสู่ระดับเจียงแห่งวิวัฒนาการได้ !

สำหรับผู้ที่ได้ก้าวมาถึงระดับเจียงแห่งวิวัฒการได้แล้ว เขาจะมีความสามารถแข็งแกร่งกว่าคนปกติถึง 100 คน ! ต่อให้ 10 ผู้เชี่ยวชาญของเจียงแห่งความมืดมาเอง มันไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะอยู่ระดับสูงแค่ไหน ตราบใดที่เขาไม่มีปืนหรืออาวุธอื่น ๆ เพียงเขาก็ได้แต่ยอมรับชะตากรรมที่จะกลายเป็นของเคี้ยวเล่นให้กับผู้ที่อยู่ในระดับเจียงวิวัฒนาการ !

แต่ทั้งนี้พื้นฐานการฝึกฝนมีแค่หลิวจี้ที่เข้าใจ สำหรับเป่ยเฟิงตั้งแต่เขาเริ่มต้นการฝึกการต่อสู้เขาอยู่เพียงแค่ระดับเจียงแห่งแสงเท่านั้น !

เขาได้ฝึกฝนเส้นทางนี้เป็นเส้นเดียว ถ้าจะให้พูดคือ ทุกถนนนั้นสามารถนำทางไปสู่โรมได้ เจียงแห่งแสงก็สามารถทำให้บุคคลที่ฝึกฝนไปถึงเส้นทางแห่งชีวิตได้เช่นกัน !

เป่ยเฟิงนั่นไม่รู้อะไรที่เรียกว่าเจียงแห่งความมืดหรือเจียงแห่งวิวัฒนาการ สำหรับเขาแล้ว เขารู้เพียงแค่ว่าเส้นทางที่เขาฝึกอยู่นี้มันสุดยอดที่สุด !

เลือดและฉีในร่างเขามันราวเตาเผาที่ลุกไหม้ กล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดา !

พวกมันซ่อนอยู่ภายใต้ผิวหนังของเขาเช่นเดียวกับการซ่อนตัวของวัวแก่ !

ในขณะที่เฝ้าดูเป่ยเฟิงและคนอื่น ๆ ค่อย ๆ หายไปจากระยะไกล หนานเทียนยังคงอ้าปากค้างราวกับว่าไม่รู้จะพูดอะไรดี

"ฉันรู้ว่านายอยากพูดอะไร แต่นายรู้ไหมว่าคนหนุ่มแบบนี้ที่ก้าวมาถึงระดับเจียงแห่งวิวัฒนาการได้ราวกับว่าเขาปรากฏตัวออกมาจากอากาศเฉย ๆ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่มีผู้มีอำนาจสนับสนุนเขา ! ดูเหมือนว่าทรัพยาการที่ใช้ไปจะไม่น้อยเลยที่จะเลี้ยงดูสัตว์ประหลาดน่ากลัวแบบนี้ได้ !"

หลิวจี้มองไปที่หนานเทียนแล้วส่ายหัว เขาพูดออกมาอย่างจริงจัง

"แล้ว .. เรื่องของจินรอง ?"

"ไม่จำเป็นต้องห่วงเขา ถ้าหากเขายังไม่เข้าใจถึงการตบนี้แล้วยังคิดที่จะแก้แค้นละก็ ปล่อยเขาไป ไฟที่ลุกไหม้ในประตูเมืองสุดท้ายมันก็จะกลายเป็นภัยพิบัติสำหรับปลาที่อยู่ในคูเมือง ! อย่าไปสนใจหากเขาอยากจะทำร้ายตัวเอง" [1]

หลิวจี้พอใจกับหนานเทียนอย่างมาก แม้ว่าเขาอาจจะดูโง่เล็กน้อยในบางครั้ง แต่เขาก็เป็นคนที่มีความรับผิดชอบที่ดี ดังนั่นเขาจึงให้คำแนะนำเล็กน้อย

"อืม ผมเข้าใจแล้ว"

หนานเทียนพยักหน้า หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำความสะอาดรอบ ๆ พร้อมกับนำซากศพของมะห์มุดและจินร่องที่สลบอยู่หายไปจากภูเขา

***

เป่ยเฟิงอยู่ในอารมณ์ที่หงุดหงิดมาก เขาเพิ่งได้ใส่ชุดใหม่ตัวนี้เป็นครั้งแรก และเขาก็ถูกบังคับให้ทิ้งมันหลังจากที่ใส่ได้เพียงครั้งเดียว

เมื่อเป่ยเฟิงและที่เหลือกลับมาที่บ้าน พวกเขาก็ได้กลิ่นหอมลอยออกมาจากในครัว

'ไป่เซียงตื่นแล้ว ทำไมเขาตื่นเช้าขนาดนี้ได้วันนี้ ?'

เป่ยเฟิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ปกติไป่เซียงจะไม่ลุกจนกว่าจะ 8 หรือ 9 โมงเช้า ในความจริงเขาเหมือนกับนายน้อยมากกว่าคนรับใช้ซะอีก

แต่เขาก็แปลกใจเล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะไม่สนใจแล้วเดินไปอาบน้ำ เมื่อถึงเวลาไป่เซียงก็ทำโจ๊กเสร็จเรียบร้อย

เนื้อของซาราแมนเดอร์ยักษ์ถูกสับระเอียดใส่ลงในโจ๊ก มีผักดองอยู่เล็กน้อยข้าง ๆ พร้อมกับเกลือ

สำหรับผักดองนี้เป็นสิ่งที่เป่ยเฟิงทำขึ้นมาเอง มันทำให้โจ๊กอร่อยและน่ากินมากขึ้น

แม้ว่ารสชาติจะไม่ดีเท่ากับการทำด้วยหม้อสมุนไพร แต่ก็ถือว่ามีรสชาติใช้ได้

หลังจากกินอาหารเช้าแล้ว อารมณ์ของเป่ยเฟิงดีขึ้นอย่างมาก เขากลับมาเป็นเถ้าแก่ผู้ใช้นิ้วสั่งอย่างเดียวอีกครั้ง เขาเดินจากไปโดยมอบหมายงานให้กับลึกลับที่ 2 และ 3 ในการทำความสะอาด

"อ่า อากาศวันนี้ไม่เลว มันเป็นวันที่ดี !"

เป่ยเฟิงพึมพำขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วมองไปที่ท้องฟ้าสีคราม

"ร้านอาหารเปิดให้จองวันนี้ จำกัดเพียงแค่ 4 โต๊ะเท่านั้น ราคาอยู่ที่ 3,200 หยวน !"

เป่ยเฟิงดึงโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโพสต์ข้อความลงในกลุ่มสนทนานักชิม

"เร็ว ! เถ้าแก่มาแล้ว ! ใครที่อยากกินรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ !"

มีคนโพสต์ข้อความถึง '@everyone' เพื่อปลุกกลุ่มสนทนาที่เหมือนตายแล้วนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง !

"โว้ว ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาบอกมาว่าอาหารนี้มันราวกับเป็นอาหารจากสวรรค์มันทำให้ฉันเกือบจะตายจากความหิวเพราะแค่จิตนาการถึงรสชาติของมัน คราวนี้แหละฉันจะต้องได้ไป !"

"ฮ่า ! นายช้าไปแล้วพวก ฉันโอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว !"

"แล้วไง ? สุดท้ายเถ้าแก่ก็เป็นคนที่เลือกคนที่จะได้ไปอยู่ดี !"

ในตอนนี้ได้มีข้อความปรากฏขึ้นมาถึง '+99' เป่ยเฟิงส่ายหัวกับบนสนทนา ก่อนที่เขาจะอ่านอีกข้อความ มันก็มี 7-8 ข้อความโผล่มาอีกครั้ง

เป่ยเฟิงวางโทรศัพท์ลงไป เขาไม่สนใจที่จะติดตามการสนทนานี้อีก

"อืม ฉันเป็นคนหนึ่งที่เคยไปมาก่อน ฉันขอเตือนก่อนนะว่าร้านอาหารส่วนตัวของเป่ยเฟิงมันอยู่ในสถานที่ไกลมาก ๆ มันต้องเดินอย่างน้อย 40 นาทีกว่าจะไปถึง อีกทั้งต้องระวังตัวเป็นพิเศษในตอนที่กำลังกินด้วย"

เจียงจุนมองความวุ่นวายในกลุ่มก่อนจะส่งข้อความออกไป

"บัดซบ ! มันไกลขนาดนั่นจริงดิ ? ถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงไม่ไปแล้ว ... ฉันจะขอเงินคืนได้ไหม ?"

"นายหมายความว่ายังไง 'ระวังตัวเป็นพิเศษในตอนที่กำลังกิน' เป็นไปได้ไหมว่ามันคือโรงเตี๊ยมสีดำ ? หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก่อนที่จะเช็คบิล ?"

กลุ่มสนทนาตกอยู่ในความวุ่นวายครั้งใหญ่

"ฉันจะส่งรูปไปให้พวกนายตัดสินใจกันเอง"

เจียงจุนเลื่อนดูแกลเลอรี่รูปภาพในโทรศัพท์ของเขาแล้ววางลงในกลุ่มสนทนา

'หึ ไอ้พวกมันฝรั่ง ... แกพยายามจะสู้กับฉัน ? แค่นี้ก็ทำให้พวกมันถอดใจได้แล้วใช่ไหม ? ฮี่ฮี่ ฉันนี่ฉลาดจริง ๆ ! ด้วยเหตุนี้ฉันจะได้เพิ่มโอกาศในการจองมากเพิ่มขึ้น !'

หลังจากวางโทรศัพท์ลง เจียงจุนก็เดินออกไปสูบบุหรี่ แล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมาอีกครั้งแล้วดูที่หน้าจอ

"ว้าว โลลิน่ารักอะไรขนาดนี้ !"

"ใช่แล้ว หัวใจฉันมันละลายไปกับความน่ารักนี้แล้ว !"

"พี่น้อง ใจเย็น ๆ ! อย่าลืมว่า 3 ปีเชียวน่า !"

"มีอะไรต้องกลัว 3 ปี ในคุกเอง ถึงมันจะเป็นโทษประหารชีวิตมันก็คุ้มค่า ! อย่าห้ามฉันอีกเลยฉันจะโอนเงินมัดจำแล้วตอนนี้ !"

"เอ๊ะ ? มีบางอย่างไม่ถูกต้อง !"

เจียงจุนสับสนอย่างมาก ทุกคอมเม้นมันเหมือนกับพูดถึงสาวน้อยน่ารักคนหนึ่ง !

ผ่านไปซักพักเขาถึงได้มองเห็นว่าเขาโพสต์รูปอะไรไป

"บัดซบ ! ฉันส่งรูปผิด ..."

เจียงจุนรู้สึกอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา รูปที่เขาส่งไปมันคือรูปโลลิน้อยน่ารักที่กำลังยิ้มแย้มให้กับกล้อง

"ฉันส่งผิดรูป นี้ต่างหากของจริง !"

คราวนี้เจียงจุนตรวจสอบความแน่ใจก่อนที่จะส่งไปอีกรูป

ภาพนี้คือภาพของลึกลับที่ 1 ยังคงยิ้มให้กับกล้อง แต่แตกต่างกันที่ว่ามีคนอยู่ใต้เท้าของเธอ

"บัดซบ ภาพนี้ตัดต่อได้เยี่ยมจริง ๆ ! มันไม่มีที่ติเลย !"

"ฮ่า ๆ ใช่แล้ว มันดูสมจริงมากจริง ๆ !"

"พี่ชาย นายเป็นคนดีจริง ๆ ! นายช่วยตัดต่อภาพฉันให้ดูเท่หน่อยได้ไหม ?"

"ภาพนี้มันทำให้ฉันรู้สึกแปลก ๆ .. ไม่เลว ไม่เลว ! นายทำให้ฉันหัวเราะได้ทั้งวัน !"

เจียงจุนเปิดปากจนเกือบจะถึงพื้น นี้มันเรื่องบัดซบอะไรกัน ?

***

[1] TL/N : วลีของจีนประมาณว่านายไม่มีทางหนีกับสิ่งที่นายทำลงไปได้หรอก

จบบทที่ บทที่ 89 การฝึกฝนเพื่อยืดชีวิตระดับ 1 !

คัดลอกลิงก์แล้ว