เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ความน่ากลัวที่แท้จริงของต้นผีดูดเลือด

บทที่ 24 ความน่ากลัวที่แท้จริงของต้นผีดูดเลือด

บทที่ 24 ความน่ากลัวที่แท้จริงของต้นผีดูดเลือด


บทที่ 24 ความน่ากลัวที่แท้จริงของต้นผีดูดเลือด

กลุ่มของโจคังเมื่อตอนติดอยู่บนภูเขานั่น สิ่งที่พวกเขากินได้มีแค่อาหารแห้งและขนมขบเคี้ยวเท่านั้น ทันทีที่เป่ยเฟิงนำอาหารร้อน ๆ อร่อย ๆ พวกเขาทั้งสามก็สูญเสียจิตสำนึกของมนุษย์ทันที พวกเขาแทบจะหลีกเลี่ยงการกัดลิ้นตัวเองไม่ได้เลยเมื่อตอนกินอาหาร

'เขาคนนี้เป็นใครกัน ?' พวกเขาทั้งหมดสงสัย

เวลาแห่งความสุขผ่านไปเร็วเสมอ กลุ่มของโจคังหลังจากได้รับการต้อนรับอย่าง 'สุภาพ' พวกเขาก็ออกจากบ้านทันทีที่กินอาหารของพวกเขาเสร็จแล้ว

ขณะกำลังเดินไปตามโคลนแห้ง โจคังรู้สึกขัดแย้งอย่างมากบนใบหน้าของเขา เมื่อเขาได้เจอกับเป่ยเฟิง เขาไม่ได้รู้สึกประทับใจตัวเขาเลย แต่อย่างไรก็ตามในพริบตาเขาก็ถูกพิชิตลงด้วยอาหารที่ถูกทำจากเขา

โจคังค่อย ๆ เดินห่างออกจากบ้านไปช้า ๆ หลังจากเขาหันกลับมาดูบ้านหลังนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว เขาก็ถอนหายใจอย่างหนัก แล้วเดินต่อไป

สำหรับเป่ยเฟิงเขากำลังล้างจานอย่างเงียบ ๆ ถึงมันจะเป็นงานง่าย ๆ แต่เขาก็ยังทำมันอย่างตั้งใจ

'ฮะ ? ทำไมมีหนูตายมากขนาดนี้กัน ?'

เป่ยเฟิงเดินผ่านต้นไทรแล้วเขาก็มาหยุดตรงที่เขาฝังรากของต้นผีดูดเลือดไว้

กลุ่มของหนูเจ็ดถึงแปดตัวมันถูกกองซ้อนขึ้นมา มันดูแห้งเหี่ยวเหลือแต่เนื้อหนังกับกระดูกเท่านั้น

'หนูพวกนี้ไม่ได้ตายที่นี่เมื่อวาน ...'

เป่ยเฟิงมั่นใจอย่างมากในเรื่องนี้ ยังไงก็ตามเท่าที่เขาเห็นเหมือนว่าพวกมันได้ตายไปนานแล้ว !

มันลึกลับอย่างมาก เป่ยเฟิงกำลังมองรากของต้นผีดูดเลือดอย่างรอบคอบ ถ้ามันมีอะไรแตกต่างจากเมื่อวานคงจะเห็นได้จากรากของต้นถูกดูดเลือดที่มันเหมือนได้ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง มาวันนี้มันกลับดูดีขึ้นมาก ! มันมีสีแดงแล้วยังมีจุดที่เหมือนจะมีเลือดไหลออกมานั่นอีก !

'รากของต้นผีดูดเลือดทำมัน ?'

เป่ยเฟิงรีบจับจักจั่น เขาเด็ดปีกของมันแล้ววางไว้หน้ารากของผีดูดเลือด [1]

เรื่องนี้ต้องตรวจสอบให้ดี ! ไม่อย่างงั้นเขาคงนอนไม่หลับเมื่อตกกลางคืน

1 นาทีผ่านไป จักจั่นผู้โชคร้ายเริ่มขยับไปมา มันดูเหมือนกำลังร้องไห้ ต่อสู้ดิ้นรนอยู่ต่อหน้ารากของต้นผีดูดเลือด

สามนาทีผ่านไป จักจั่นโดดเดี่ยวตัวน้อยดิ้นรนอย่างหนัก โดยจะเห็นได้ว่ามีความสิ้นหวังอยู่ในสายตาของมัน

"ดูเหมือนฉันจะระแวงมากเกินไป อุฟ ฮ่าฮ่าฮ่า !"

เป่ยเฟิงไม่สามารถหยุดหัวเราะได้เนื่องจากเขาคิดว่าที่เขากำลังคิดมันเป็นเรื่องตลก ในขณะที่เขากำลังหัวเราะอยู่ทั่วลานกว้าง ต้นผีดูดเลือดก็เริ่มขยับ !

รากกลวงนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากพื้นดินด้วยความไวแสง มันแทงทะลุร่างข้างจักจั่นในพริบตา มันแทงเข้าไปในท้องของจั๊กจั่นที่ถูกแบนราบอย่างเห็นได้ชัด ! [2]

หลังจากกินอาหารว่างเสร็จแล้ว ต้นผีดูดเลือดก็เริ่มส่ายรากของมันด้วยความมีชีวิตชีวาในอากาศด้วยท่าทางมีความสุขและพึงพอใจ

เป่ยเฟิงหรี่ตาของเขาในขณะที่มองรากของต้นผีดูดเลือดด้วยความกังวล จากนั่นเขาก็รีบหยิบจักจั่นมาจากพื้น เขาชั่งน้ำหนักบนฝ่ามือของเขา

'มันดูว่างเปล่า สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเปลือกนอกเท่านั้น นี้มันดูเหมือนกับหนูพวกนั่น !'

เป่ยเฟิงดึงร่างของจักจั่นออกจากกัน และพบว่ามันว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย ! นี้ทำให้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความกลัว

'จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ถ้าฉันหลับคืนนี้ !'

เป่ยเฟิงรู้สึกหนาวเหน็บที่หลัง เขารู้สึกอยากจะทำลายต้นผีดูดเลือดอย่างมากในใจของเขา !

เขารีบไปที่ห้องครัว เป่ยเฟิงหยิบห่อหญ้าแห้งและนำมันมากระจายรอบ ๆ ต้นผีดูดเลือด จากนั้นเขาก็เอาไฟแช็คออกจากกระเป๋าเตรียมที่จะเผาหญ้าแห้งไปพร้อมกับต้นผีดูดเลือด

อย่างไงก็ตามในขณะนั่น เป่ยเฟิงเริ่มลังเลใจ มือของเขายังคงถือไฟแช็คอยู่

เป่ยเฟิงกำลังต่อสู้ในใจของเขา ด้านนึงกล่าวว่า "เผามัน ! ฆ่ามันด้วยไฟซะ !"

ในขณะที่อีกด้านนึงกล่าวว่า "อย่าเผามันเลย ! ผลเลือดต้นกำเนิดแค่ผลเดียวยังทำให้นายมาถึงขนาดนี้ได้ แล้วจะเป็นยังไงถ้ามันมีให้นายเต็มคันรถละ ?"

หลังจากต่อสู้ในใจเป็นเวลานาน เป่ยเฟิงก็ตัดสินใจอย่างเต็มที่ "ฉันเลือกทางที่ 2 ! นี้เป็นเพราะผลเลือดต้นกำเนิดจากแกหรอกนะ !"

แม้ว่าเป่ยเฟิงไม่เคยกินโสมอายุร้อยปีมาก่อน แต่เขาก็แน่ใจว่าผลเลือดต้นกำเนิดมันแสดงผลการบำรุงที่ดีกว่าโสมอายุหลายศตวรรษ !

เกี่ยวกับการคุกคามของรากต้นผีดูดเลือด มันไม่สามารถเอาโสมมาเทียบได้ ถึงแม้ว่าจะเริ่มทดลองด้วยหนูกับจั๊กจั่น แต่ใครจะรู้ว่ารากของต้นผีดูดเลือดชอบเลือดมนุษย์หรือไม่ ? และแม้ว่าจะไม่ต้องการ แต่ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่ามันจะไม่มีเปลี่ยนคิดไม่วันใดวันหนึ่ง [3]

หลังจากเผชิญหน้ากับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเป็นเวลานาน เป่ยเฟิงก็ตัดสินใจที่จะไม่สนใจรากของต้นผีดูดเลือดอีกต่อไป เขาลองกล้าได้กล้าเสีย

'ตราบใดที่มันได้อาหารทุก ๆ วัน มันคงไม่เป็นอันตราย ใช่ไหม?' ดวงตาเป่ยเฟิงสว่างขึ้นเมื่อเห็นทางออกที่ยอดเยี่ยม 'อืม.. ฉันไม่รู้ว่าที่ฉันคิดมันถูกหรือเปล่า'

เป่ยเฟิงค่อย ๆ เก็บไฟแช็คของเขาแล้วหันไปรอบ ๆ มองซ้าย มองขวา เขาเดินจากไป เขากลัวว่าหากเขายังอยู่ เขาจะไม่สามารถเพิกเฉยต่อความกังวัลของเขาได้ เขาอาจจะใช้ไฟเผาต้นผีดูดเลือดขึ้นมาก็ได้

หลังจากเอาเรื่องของรากของต้นผีดูดเลือดไฟในส่วนที่ลึกของใจแล้ว เขาก็โพสข้อความของเขาเกี่ยวกับเรื่องการจองโต๊ะของในวันนี้บน WeChat

ในชั่วพริบตาเงินฝากมากกว่า 200 แห่งถูกฝากเข้าบัญชีของเป่ยเฟิง ทำให้เขาต้องเปิดปากด้วยความตกใจ

'ทำไมถึงมีคนขอจองมาเยอะขนาดนี้กัน ?'

เป่ยเฟิงเลื่อนขึ้นและตรวจสอบประวัติการแชท ปรากฏว่าหวังจุนได้รับการยกย่องอย่างมากจากการที่เขาได้ไปทดลองเป็นกลุ่มแรกในการชิมอาหารของเป่ยเฟิงให้ทุกคนได้ฟัง

เขาอัพโหลดภาพของหวังเจียนโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อมาทานอาหารกลางวันที่นี้ มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความสับสนวุ่นวายอย่างมากในกลุ่มสนทนา

แม้แต่นักธุรกิจเช่นหวังเจียนยังนั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเพื่อมากินอาหารที่นั่น ! นอกจากนี้ หวังเจียนยังนำอาหารที่เหลือขึ้นไปกินบนฟ้าด้วย ที่เป็นผลทำให้ทุกคนร้อนใจจนต้องการไปตรวจสอบด้วยตัวเอง

เป่ยเฟิงไม่รู้ว่าเขาควรจะร้องไห้หรือหัวเราะดีในสถานการณ์นี้ คนพวกนี้มีศรัทธาในภาพลักษณ์อย่างมาก พวกเขารู้สึกว่าการที่คนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองชิงเฉิงมากินอาหารที่นี่โดยเครื่องบินส่วนตัวแล้ว มันต้องเป็นอะไรที่สุดยอดมากแน่ ๆ !

'เนื่องจากกิจการกำลังไปได้สวย มันจะเป็นอะไรหรือเปล่าที่จะรับลูกค้าเพิ่มอีกไม่กี่คนต่อวัน ?'

ทันที่ที่ความคิดนี้โผล่ขึ้นมาในใจของเป่ยเฟิง เขาก็สลัดมันทิ้งทันที เขารู้สึกว่าเขาไม่มีเวลามากพอที่จะทำอะไรได้มากนักต่อให้มีแค่ 4 โต๊ะต่อวันก็ตาม

ตอนนี้เขาอยู่คนเดียว และเขาทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เรื่องค่าใช้จ่ายก็มีแค่เขาตัวคนเดียว ในทางตรงกันข้าม เป่ยเฟิงสนใจเกี่ยวกับการฝึกฝนของเขาซะมากกว่า !

ความรู้สึกของการที่ร่างกายทุเลาลงจากการบาดเจ็บมานาน ทีละน้อย ๆ และจากนั้นก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ให้แข็งแรงและดีขึ้นกว่าเดิม มันทำให้เขาหมกมุ่นพวกมันอย่างมาก

หลังจากเลือกสุ่มไม่กี่คน เขาก็ยอมรับเงินฝากของพวกเขา เป่ยเฟิงไม่ใส่ใจกับการสนทนาพวกนี้ และจากนั่นเขาก็ออกไปที่หมู่บ้าน

ตอนนี้เวลายังไม่ถึง 9 โมงเช้า และสภาพอากาศก็ค่อนข้างเย็น จึงมีคนจำนวนมากเดินบนถนน

มีคนขายของจำนวนมากที่แสดงสินค้าในตลาดกลางแจ้ง เหล่าคนเดินเท้าก็มักจะแวะไปดูสินค้าของพวกเขา ด้วยสายตาของพวกเขา จะพิจารณาและต่อรองราคามัน

ขณะเดียวกัน เป่ยเฟิงก็เริ่มมองหาสินค้าของเหลือ เขาจะเอาของที่ไม่มีใครหยิบหรือก็คือพวกผักหรือผลผลิตของเหลือ

"เถ้าแก่ มีเลือดหมูไหม ?"

เป่ยเฟิงมองที่ร้านขายเนื้อใกล้ ๆ และถาม

คนขายเนื้อเป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อไม่มีแขน ใส่เสื้อผ้ากันเปื้อนน้ำมันผูกติดอยู่รอบเอว เป่ยเฟิงไม่รู้จักเขา เพราะเขาน่าจะเป็นคนจากหมู่บ้านใกล้เคียงนี้

"มันพอมีเหลืออยู่ ต้องการมากแค่ไหนละ ?" พ่อค้าเนื้อถามเป่ยเฟิงด้วยความจริงจัง

"ฉันขอเลือดสด ๆ ฉันไม่ต้องการเลือดที่มันแข็งแล้ว ขอบคุณ!"

เป่ยเฟิงเห็นพ่อค้าหยิบเลือดหมูที่หมักไว้ในอ่างน้ำ เขารีบบอกพร้อมส่ายหัวทันที

"เลือดสด ? หืมม วันนี้มันไม่เหลือแล้ว ถ้านายอยากได้ก็มาพรุ่งนี้ละกัน ฉันจะเก็บไว้ให้นายเอง" หลินฮุ้ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเป่ยเฟิงต้องการเลือดสดไปทำไม แต่เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธธุรกิจในการขายของเขา

"แน่นอน เก็บไว้ให้ผมด้วย ผมจะจ่ายเท่าที่คุณต้องการ" เป่ยเฟิงวาง 200 หยวนบนเคาร์เตอร์และกล่าวตอบ

"ไม่มีปัญหา ! ฮี่ ๆ หมูพวกนี้ฉันเป็นคนเลี้ยงเองกับมือ พวกมันไม่เคยกินอาหารหมูจากโรงงานด้วยซ้ำ เลือดพวกนี้มันต้องอร่อยและดีแน่นอน !"

ดวงตาของหลินฮุ้ยสว่างไสวขึ้นในขณะที่เขาหัวเราะอย่างสนุกสนาน เขารีบคว้าเงินไว้ด้วยมือที่มีแต่ไขมันของเขาและวางไว้ในตะกล้าเงินที่วางไว้ใกล้ ๆ

เป่ยเฟิงทำได้แค่ยิ้มเท่านั้น มันจะมีหมูซักกี่ตัวกันที่เขาเลี้ยงที่บ้าน ? ไม่อย่างงั้นเขาจะมาเปิดร้านขายเนื้อทุกวันได้ยังไง ?

เนื่องจากเขาไม่ได้ซื้อมากินเอง เป่ยเฟิงจึงไม่จำเป็นที่จะต้องพิถีพิถันมากนัก หลังจากปักหลักที่นี่เพื่อจะเอาเลือดกับอีกฝ่าย แต่สุดท้ายของก็กลับบ้านโดยมือเปล่า

"บอส ! เจ้าของบ้านเก่า ๆ คนนั่นกลับมาแล้ว !"

ภายในอาคารสูง มีชายคนหนึ่งก้มหัวรายงาน

"หืม ดี ส่งคนไปคุยกับเขา พยายามโน้มน้าวให้เขาขายบ้านเก่า ๆ นั้นให้เรา"

เหว่ยฮุ้ยดูดซิการ์ราคาแพงและพูดเบา ๆ

"บอส ทำไมเราต้องทำกันขนาดนี้ด้วย ? เมื่อสองปีก่อนเราโยนเงินจำนวนไม่กี่แสนหยวนให้เจ้าเด็กนั่น แต่มันก็ไม่ยอมรับที่จะตกลงสัญญาของเราด้วยซ้ำ" ชายคนนั้นถามด้วยความสับสน

"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่แกสมควรรู้ ที่แกต้องทำคือรีบ ๆ จัดงานเรื่องนี้ซะ !" ใบห้าของเหว่ยฮุ่ยเย็นชาและพูดด้วยเสียงหนาวเย็น

"ครับบอส !" ชายคนนั้นรู้สึกกระวนกระวายใจ เขารีบก้มหัวในทันที

*****

[1] TL/N : ตระกูลจักจั่นกำลังเผชิญหน้าวิกฤติครั้งใหญ่ ! ประชาการของประเทศกำลังลดอย่างรวดเร็ว ! ไม่มีกลุ่มคนที่มีคุณธรรมเพื่อออกมาปกป้องจั๊กจั่นลยงั้นหรือ ? ใครพร้อมจะยืนขึ้นเพื่อปกป้องจักจั่นกันบ้าง ?!

ED/N : ผมเคยเห็นแต่การเหยียวผิวบางคน แต่ใน CN นี้เป็นครั้งแรกที่จักจั่นถูกเลือกปฏิบัติ

จบบทที่ บทที่ 24 ความน่ากลัวที่แท้จริงของต้นผีดูดเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว