เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 86: ใจเย็น (1)

ตอนที่ 86: ใจเย็น (1)

ตอนที่ 86: ใจเย็น (1)


แองเจเล่กำลังยืนอยู่ห่างจากชายผมสีเงินไปหลายเมตรชายผมสีเงินกำลังนอนอยู่ที่พื้น ทั้งสองคนหยุดเคลื่อนไหวและจ้องไปที่กันและกัน

"เจ้าหนูจองหอง!" แองเจเล่หัวเราะเยาะ "เจ้าบอกว่าเจ้าจะฆ่าญาติทั้งหมดของข้างั้นหรือ เกิดอะไรขึ้นทำไมเจ้าถึงนอนที่พื้นเหมือนหมา เจ้ากำลังพยายามร้องขอชีวิตงั้นหรือ"

"ฆ่าข้าถ้าเจ้าทำได้" การแสดงออกของชายผมสีเงินไม่ได้เปลี่ยนไป เขายังดูสงบ "คนไม่เอาถ่านเช่นเจ้าจะสามารถทำร้ายข้าได้งั้นหรือ เข้ามา!"

แองเจเล่ปาดาบกางเขนไปที่ชายผมสีเงินโดยเล็งไปที่หน้าอกแต่ชายผมสีเงินก็เอียงตัวไปทางซ้ายและดาบก็ปักมือขวาของเขาตรึงไว้บนพื้น หญ้ารอบๆมือของเขาได้โชกไปด้วยเลือด

"เจ้ากำลังยั่วยุข้า" แองเจเล่หรี่ตา "ข้าจะถลกหนังของเจ้าทั้งเป็นและจะลากร่างกายของเจ้าไปที่หลุมที่เต็มไปด้วยหนอน"

"เจ้าลองสิ" ชายผมสีเงินพูดเสียงเบา

เขาเสียเลือดไปมากและสีหน้าของเขาก็ซีดลงแต่แองเจเล่ก็มองเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของเขา ชายผมสีเงินจ้องมาที่แองเจเล่เหมือนเหยี่ยวจากนั้นเขาก็ดึงดาบกางเขนออกมาจากพื้นและรีบเอายาเขียวออกมาจากกระเป๋าของเขาแล้วเทบนบาดแผลอย่างระมัดระวัง มันหยุดเลือดทันทีหลังจากที่ของเหลวสัมผัสบาดแผล

แองเจเล่ยังยืนอยู่ที่นั่นและจ้องไป เขาเป็นอัมพาตหลังจากที่พลังงานเชิงลบหายไป

ชายผมสีเงินก็อ่อนแอเช่นกัน เขากำลังนอนที่พื้นหลังจากที่รักษาบาดแผล

เวลาได้ผ่านไปแต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้ขยับ คนหนึ่งยืนอยู่และอีกคนกำลังนอนอยู่ที่พื้น

"เจ้าลิงเจ้ารู้สึกอย่างไร เจ้าคนอ่อนแอ เจ้าเสียเลือดจำนวนมากและไม่มีมานาเหลืออยู่ ข้าเดาว่าหัวของเจ้าก็กำลังปวดด้วยเช่นกัน" แองเจเล่มองดูด้วยความพอใจ

"เจ้าเป็นอัมพาตและร่างกายของเจ้ากำลังถูกกัดกร่อนโดยพลังงานเชิงลบ มันทำให้ข้าแปลกใจที่เจ้ายังสามารถพูดได้"

ชายผมสีเงินไม่สนใจเรื่องที่แองเจเล่เพิ่งพูด

"ตอนนี้เราสองคนไม่สามารถขยับได้" แองเจเล่พูด

"ไอ้งี่เง่า!"

ชายผมสีเงินกรอกตา

"ไอ้ปัญญาอ่อน"

ทั้งสองคนกำลังโต้เถียงเหมือนเด็กๆ

เวลาได้ผ่านไปและมันเริ่มมืด มีเสียงแปลกๆดังมาจากป่าและมีเสียงนกกำลังร้อง มีกองเห็ดเงาขาวเติบโตภายใต้ต้นไม้ทำให้ป่าสว่าง

"ถ้าข้าไม่ได้เป็นอัมพาต...."

แองเจเล่จ้องไปที่ชายผมสีเงิน

"ถ้าข้าไม่ได้หลงกลไปกับการโกหกของเจ้าและร่ายคาถาของข้าเสร็จ...." ชายผมสีเงินที่นอนอยู่บนพื้นพูดเสียงเข้ม

"เจ้า...!"

แองเจเล่รู้สึกแย่มาก มันเป็นครั้งแรกที่เขาพบคนที่ดื้อรั้นแบบนี้

"เข้ามาจัดการข้า!" ชายผมสีเงินพูดเสียงสบายๆ "ทำไมเจ้าถึงใช้พลังงานเชิงลบเพื่อเพิ่มความต้านทานเวทมนต์ของเจ้า เจ้าโชคดีที่เจ้ารอดชีวิตจากควันดำได้"

"เจ้าโชคดีที่ไม่ได้เป็นบ้าหลังจากที่ฝืนความสามารถทางจิตของเจ้าร่ายคาถาสุดท้าย"

แองเจเล่ไม่ต้องการแพ้สงครามคำพูด

เวลายังคงผ่านไปแต่พวกเขาทั้งสองคนยังไม่ฟื้นตัว พวกเขายังคงอ่อนแอมากและไม่ได้มีกำลังที่จะต่อสู้

"ข้าได้ฆ่าพ่อมดฝึกหัดมาแล้วมากกว่า 8 คนและเจ้าเป็นคนแรกที่รอดชีวิตจากการโจมตีของข้า" ทันใดนั้นชายผมสีเงินก็พูดขึ้น

"ดี ทำไมเจ้าไม่ปล่อยให้ข้าจัดการเจ้าล่ะ ข้าไม่ต้องการเสียเวลาอีกต่อไป"

แองเจเล่มองไปที่ชายผมสีเงิน

พวกเขาทั้งสองคนหยุดพูดอีกครั้ง ทั้งสองคนพยายามฟื้นตัวให้ดีที่สุด

เวลาได้ผ่านไปสองชั่วโมงและในที่สุดทั้งสองคนก็สงบลงเล็กน้อย

ชายผมสีเงินลังเลครู่หนึ่งแล้วก็ถามว่า "เฮ้ ข้าเพิ่งตระหนักได้ว่าข้าไม่รู้จักชื่อของเจ้า ข้าไม่ต้องการที่จะยอมรับแต่เจ้าก็เป็นคู่ต่อสู้ที่คุ้มค่าและหลังจากที่ข้าได้ฆ่าเจ้า ข้าจะทำให้แน่ใจว่าจะเขียนชื่อเจ้าลงในหนังสือของข้า"

"ข้าจะมีชีวิตนานกว่าเจ้าดังนั้นเจ้าควรบอกชื่อเจ้าให้ข้าฟังก่อนที่จะมาถามชื่อของข้า"

"ไอ้คนไม่เอาถ่าน...." ชายผมสีเงินส่ายหัว "ชื่อของข้าคือเบเนดิก ข้าเดาว่าเจ้ารู้อยู่แล้วว่าคาถาหนักของข้าคือสายฟ้า เจ้ามาจากที่ไหน เจ้าค่อนข้างเก่ง"

"ข้าแองเจเล่และคาถาหลักของข้าคือศาสตร์แห่งความตาย" แองเจเล่พูดเสียงเบา

"ศาสตร์แห่งความตาย....และเจ้าใช้พลังงานลมงั้นหรือ" เบเนดิกพูดไม่ออก "ดี.....บางทีเจ้าอาจจะมีพรสวรรค์แต่อย่าบอกข้านะว่าเจ้ารู้เพียงแค่สองคาถาเท่านั้น ข้าไม่เห็นเจ้าใช้คาถาอื่นเลยนอกเหนือจากคาถาทั้งสองที่เป็นคาถาระยะประชิด"

"จริงๆแล้ว.....มันประหลาด!" เบเนดิกไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอีก

"...." แองเจเล่ไม่รู้ว่าจะตอบอะไร

หัวของเบเนดิกยิ่งแย่ลง เขามองไปที่แองเจเล่อย่างแปลกใจ

"เฮ้! แองเจเล่เจ้ามาจากวิทยาลัยแรมโซด้างั้นหรือ"

"เจ้ารู้จักแรมโซด้าด้วยงั้นหรือ" แองเจเล่พยักหน้า "ข้าไม่ได้คาดหวังว่าพ่อมดฝึกหัดจากแมนเชสเตอร์จะปรากฏตัวในจักรวรรดิแรมโซด้า"

"ข้ามาจากท่าเรือและข้าวางแผนที่จะมุ่งหน้ากลับไปที่โรงเรียนหลังจากที่เอาหัวใจของช้างไปแล้ว แต่ข้าไม่รู้ว่าข้าจะได้พบกับตัวประหลาดเช่นเจ้า" เบเนดิกถอนหายใจและสูดลมหายใจเข้าไป "เจ้ารู้ไหมว่าตั้งแต่ที่เราทั้งสองไม่สามารถขยับได้ถ้ามีพวกโจรหรือสัตว์ร้ายมาที่นี่จะเป็นอย่างไร พวกมันสามารถจัดการพวกเราได้อย่างง่ายดายและสองพ่อมดในอนาคตก็จะตาย พ่อมดฝึกหัดขั้นที่สามสองคนถูกฆ่าโดยพวกโจรในป่า มันจะกลายเป็นข่าวที่ใหญ่ที่สุดในหมู่องค์กรในปีนี้"

แองเจเล่ไม่ได้พูดอะไร

หลังจากนั้นหลายวินาทีการแสดงออกของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

"ไอ้....ไอ้ตัวบัดซบ!" เขาเกือบจะตะโกน

"ไม่มีทาง...." เบเนดิกได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังใกล้เข้ามาและเขาก็มีรอยยิ้มขมขื่นบนใบหน้า

"เฮ้ เจ้ายังอัมพาตอยู่งั้นหรือ" เบเนดิกถามเสียงเบา

"ใช่ อัมพาตทั้งตัวแล้วตอนนี้จะเอายังไง"

แองเจเล่จ้องไปที่เขา

"หัวของข้ายังปวดอยู่และข้าไม่สามารถทำห่าอะไรได้เลยในตอนนี้แต่ข้าจะตายอย่างสมเกียรติ!" สีหน้าของเบเนดิกเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังและเขาก็เอาม้วนสีเหลืองออกมาจากกระเป๋าอย่างช้าๆ

"ม้วนคาถาที่แท้จริง...." แองเจเล่อ้าปากค้าง "เนื่องจากมันเป็นม้วนคาถาอย่างน้อยมันก็ต้องเป็นคาถาระดับหนึ่ง ทำไมเจ้าถึงไม่ใช้มันก่อนหน้านี้"

"ข้าตายแน่นอนถ้าข้าใช้มัน" เบเนดิกตอบ "มันเป็นหนึ่งในคาถาระดับหนึ่งที่กระหายความสามารถทางจิตมากที่สุดและตอนนี้ข้าไม่มีความสามารถทางจิตพอที่จะเปิดม้วนคาถาและร่ายมัน ข้าทำได้เพียงปลดปล่อยมันและเราทุกคนจะกลายเป็นเป้าหมายของมัน"

แองเจเล่พูดไม่ออก

"เดี๋ยวก่อน เจ้าอาจจะรอดด้วยความต้านทานเวทมนต์ของเจ้า ถ้าเจ้ารอดช่วยอะไรข้าหน่อยได้ไหม" เบเนดิกถาม

"พูด"

"บอกเจ้าหญิงลิเดียของซานเตียโก้ว่าไม่ต้องรอข้ากลับไป"

"ข้าจะทำถ้าข้ารอด" แองเจเล่ไม่ได้โกรธอีกต่อไป เขารู้สึกสงสารแทนว่าพ่อมดฝึกหัดที่แข็งแกร่งจะจบชีวิตแบบนี้ "แต่ถ้าข้าตายด้วยเราก็จะกลายเป็นเรื่องตลกสำหรับพ่อมดฝึกหัดคนอื่นๆ"

"ช่างน่าเศร้า ข้าอยากจะกลับไปที่บ้านเกิดและเฝ้าดูดวงดาว" เบเนดิกดูเศร้าและเหงาเล็กน้อยขณะที่วางมือลงบนม้วนคาถา

"เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน มันดูเหมือนว่าความฝันของเจ้าจะเป็นจริง" แองเจเล่รีบบอกเขาให้หยุดปลดปล่อยคาถา "พวกเราโชคดี พวกเขาไม่ใช่โจร พวกเขาเพิ่งผ่านไปโดยไม่ได้สังเกตเห็นพวกเรา"

หลังจากนั้นหลายนาทีพวกเขาก็ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าอีกต่อไป

"เอาล่ะ....มันน่าอึดอัด" เบเนดิกพูด "เจ้ารู้ไหมว่าเราควรจะปล่อยเรื่องนี้ไปและหยุดต่อสู้"

"เจ้าลิงสายฟ้าปัญญาอ่อน เจ้าคิดว่าข้าจะมีสภาพแย่เช่นนี้หรือ" แองเจเล่หัวเราะเยาะ "ถ้าข้ารู้คาถามากขึ้นเจ้าจะตายภายในไม่กี่วินาที เจ้าคิดแม้แต่ว่าข้ามาจากแมนเชสเตอร์จริงๆ เจ้ามันไร้เดียงสาแค่ไหน"

เบเนดิกเริ่มอาย "เจ้าตูดหมึกบัดซบ เจ้าเป็นพ่อมดฝึกหัดขั้นที่สามและเจ้ารู้เพียงแค่สองคาถา เจ้ากำลังล้อข้าเล่นหรือ" เขารู้สึกกระวนกระวายและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอีก

"กำลังสรรเสริญข้างั้นหรือ" แองเจเล่ยิ้ม "หรือว่าเจ้ายอมรับแล้วว่าเจ้าปัญญาอ่อน ข้ารู้เพียงสองคาถาและข้าเกือบฆ่าเจ้าได้"

"เจ้า...!" เบเนดิกโมโหแต่มันเป็นความจริงที่เขาเกือบจะตายโดยพ่อมดฝึกหัดที่รู้เพียงสองคาถาเท่านั้น เขายังได้ยกเลิกคาถาที่สำคัญเพราะเขาเชื่อคำพูดของแองเจเล่

พวกเขาโต้เถียงกันหลายชั่วโมงและมันก็ถึงเวลาเที่ยงคืนแล้ว

ทันใดนั้นทั้งสองคนก็หยุดพูดพร้อมกัน

เบเนดิกพูดขึ้นมาอีกครั้ง "จริงๆแล้ว.....ข้าชอบเจ้า"

"ดี เจ้าไม่ได้ปัญญาอ่อนเหมือนที่ข้าคิด"

แองเจเล่ยิ้ม

พวกเขาทั้งสองต่างตระหนักได้และเริ่มจ้องกันขณะที่หัวเราะ

"เจ้าไม่จำเป็นต้องทำมากเช่นนั้นสำหรับคนจากเมืองวาเดอร์ เราทั้งสองจะกลายเป็นพ่อมดในอนาคตแต่ตอนนี้เราต่อสู้กันเพื่อวัสดุที่ไร้ค่า มันคุ้มค่ากับความพยายามหรือไม่" แองเจเล่ถามขณะที่หัวเราะ

"ข้าสามารถพูดเช่นเดียวกันกับเจ้า เราเป็นคนแปลกหน้าและไม่มีเรื่องที่เราต้องฆ่ากัน ข้าไม่รู้ว่าทำไมข้าอยากฆ่าเจ้าตอนที่ข้าเห็นเจ้ากลับมาที่นั่น" เบเนดิกหัวเราะ "ดีใจที่ได้พบเจ้าแองเจเล่" เขายิ้ม "เจ้าแข็งแกร่งพอที่จะเป็นเพื่อนของข้า"

"ข้าจะไม่มีวันเสียเวลาของข้ากับคนอ่อนแอ"

แองเจเล่ยิ้ม

ทันใดนั้นเขาก็พุ่งไปหาเบเนดิกแล้วหยิบดาบกางเขนที่พื้นและฟันไปที่เบเนดิก

จบบทที่ ตอนที่ 86: ใจเย็น (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว