เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 วิชาการชำระล้างร่างกายของเทพอสูรโบราณ

ตอนที่ 24 วิชาการชำระล้างร่างกายของเทพอสูรโบราณ

ตอนที่ 24 วิชาการชำระล้างร่างกายของเทพอสูรโบราณ


‘ไปเอาภาพวาดมาให้ได้งั้นเหรอ?’

ซู ชางหยู ตกตะลึงเล็กน้อย.

เขามองไปที่ นักพรตไต้ หัวด้วยความสงสัย.

“ท่านอาจารย์ ท่านต้องการให้ข้าไปเอาภาพมาเพิ่มหรือ? ข้าเกรงว่าเราอาจกระตุ้นความสงสัยของน้องเล็กได้นะขอรับ.”

ซูชางหยูเคยคิดที่จะให้เย่ปิงวาดภาพต่อไปด้วย แต่ถ้าเขาเริ่มทำเช่นนั้น เขาอาจจะกระตุ้นให้เกิดความสงสัยเอาได้.

"แหงสิ. ภาพวาดเพียงภาพเดียวที่เย่ปิงวาดสามารถนำเงินมาให้ได้มากกว่าที่สำนักใช้เวลาหลายร้อยปีเสียอีก. ชางหยู ถ้าสำนักของเราต้องการพัฒนา เราก็จำเป็นต้องมีเงินนา.”

“นอกเหนือจากเรื่องอื่นๆแล้ว ยาเม็ดถือเป็นของสำคัญ น้องเล็กของเจ้าต้องฝึกตนใช่ไหมล่ะ? ยาปรับแต่งพลังปราณมีราคาสิบตำลึงทองต่อเม็ด ด้วยความสามารถของเขาเจ้าคิดว่าเขาต้องใช้ยากี่เม็ดเพื่อที่จะไปถึงขั้นขัดเกลาพลังปราณได้กัน?”

“เราอาจจะทนเจ็บและทนอดอยากได้ แต่น้องเล็กของเจ้าทนทุกข์ไม่ได้นา. ถ้าเราทำลายเขาสักวันหนึ่ง มันจะไม่ผิดต่อมโนธรรมของเจ้าเหรอ?”

นักพรตไต้ หัวไม่ได้เสแสร้งจริงๆ.

ใช่แล้ว พวกเขาต้องการเงินเพื่อพัฒนาสำนักและเพื่อการฝึกตนของเย่ปิงด้วย. เย่ปิงยังไม่ได้เริ่มฝึกตนอย่างเป็นทางการและเป็นเพียงการฝึกฝนการใช้กระบี่เท่านั้น. ถ้าเย่ปิงเริ่มฝึกตนจริงๆ เขาจะต้องเสริมด้วยยาเนื่องจากความสามารถและพรสวรรค์ของเขา.

สำนักชิงหยุนเต๋าไม่สามารถซื้อยาจำนวนมากได้ ดังนั้นทางออกเดียวคือใช้เย่ปิงเพื่อสร้างรายได้ให้มากขึ้น.

“นั่นก็จริงขอรับ. ก็ได้ข้าจะคิดหาวิธีดูขอรับ”

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซู ชางหยูก็รู้สึกว่าคำพูดของเขามีเหตุผลอยู่บ้าง.

“อย่าลืมล่ะ ห้ามทำตัวอยากออกนอกหน้าเกินไป. เพียงแค่ไปสะกิดเขาเวลาที่เหมาะๆเท่านั้น. อีกเรื่องนึงสอน เต๋ากระบี่ให้เขาอย่างดีในช่วงสองเดือนนี้ด้วยล่ะ. ข้าตั้งใจที่จะให้เขาเข้าร่วมใน งานรวมตัวเต๋ากระบี่ชิงโจว”

นักพรตไต้ หัวกล่าวอย่างเคร่งขรึม.

“งานรวมตัวเต๋ากระบี่ชิงโจว?”

ซู ชางหยู รู้สึกประหลาดใจจริงๆ ในครั้งนี้.

“อาจารย์ ท่านสับสนหรือเปล่า? น้องเล็กจะมีส่วนร่วมในงานรวมตัวเต๋ากระบี่ชิงโจวได้อย่างไร. เขาอาจมีพรสวรรค์มากใน เต๋ากระบี่แต่เขายังไม่ได้เริ่มฝึกตนเลยนะขอรับ. เขาจะไปขายหน้าตัวเองเปล่าๆนะขอรับ?”

ซู ชางหยู รู้สึกประหลาดใจ.

เขาโชคดีที่ได้มีส่วนร่วมใน งานรวมตัวเต๋ากระบี่ชิงโจว ครั้งหนึ่ง โดยพื้นฐานแล้วชนชั้นสูงทั้งหมดของ ชิงโจว จะเข้าร่วมงานด้วย. ตอนนั้นเขาเพียงอยู่ที่นั่นเพื่อเติมที่ว่างเฉยๆ แต่เขากลับโชคดีที่ผ่านเข้ารอบไปสู่500 อันดับได้. ทว่าการปล่อยเย่ปิงไปจะเป็นหายนะโดยสิ้นเชิง.

“เจ้าไม่เข้าใจ. ไว้ข้าจะอธิบายให้ฟังในภายหลัง. เอาเป็นว่าสอนเขาให้ดีในช่วงเวลานี้. ข้าเพิ่งมีความคิดที่จะให้เขาเข้าร่วมใน งานรวมตัวเต๋ากระบี่ชิงโจว. เราค่อยตัดสินใจทีหลังว่าควรจะให้เขามีเข้าร่วมจริงๆ หรือไม่”

“จำไว้ล่ะ. อย่าบอกน้องสาวและน้องชายของเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ แค่บอกพวกเขาว่าข้าได้รับเงินคืนทั้งหมดที่ข้าถูกโกงไปแล้วก็พอ. อย่าพูดถึงสิ่งอื่นอีกเลย เข้าใจไหม?”

นักพรตไต้ หัวไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพราะพวกเขากำลังจะไปถึงสำนักในไม่ช้า.

"ขอรับ."

ซู ชางหยู พยักหน้า ดูทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย.

เขาเข้าใจว่า นักพรตไต้ หัวเพียงต้องการพัฒนาสำนักซึ่งเป็นแผนตลอดชีวิตของเขาอย่างกระตือรือร้น ทว่าซูชางหยูรู้สึกว่า นักพรตไต้ หัวมีความกระตือรือร้นมากเกินไป.

ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรเลยระหว่างทาง ในไม่ช้า พวกเขาก็กลับมาถึงสำนักชิงหยุนเต๋าแล้ว.

มันเป็นเวลาเที่ยงคืนในตอนนั้น.

ที่หน้าผาด้านหลังของสำนักชิงหยุนเต๋า

เย่ปิงนั่งอยู่บนพื้น โดยยังคงจ้องมองรอยกระบี่อย่างตั้งใจ

เขาได้เข้าใจวิชากระบี่อัสนีฤดูใบไม้ผลิแล้ว และตอนนี้เขาก็ได้เข้าใจวิชากระบี่อัสนีฤดูร้อนแล้วด้วย

วิชาสี่กระบี่อัสนีนั้นเข้าใจยากและลึกซึ้ง, พวกมันคือวิชาควบคุมสายฟ้าทั้งสี่ฤดูกาล ทำให้เกิดพลังของกระบี่ที่แตกต่างกัน.

พลังของท่ากระบี่อัสนีวสันตฤดูนั้นมีความต่อเนื่อง.

พลังของท่ากระบี่อัสนีคิมหันตฤดูนั้นมีความดุดันและน่าเกรงขาม.

พลังของท่ากระบี่อัสนีสารทฤดูนั้นมีความนิ่งสงบ.

พลังของท่ากระบี่อัสนีเหมันตฤดูนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร.

ในขณะนี้ เย่ปิงกำลังจะเข้าใจวิชากระบี่อัสนีฤดูร้อนแล้ว.

หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป เย่ปิงก็ลืมตาขึ้นมา.

เขาหยิบกิ่งไม้ที่อยู่ด้านข้างและสร้างรอยกระบี่ขึ้นมา.

ในขณะนั้น ฟ้าร้องก็ดังก้องและต้นไม้โบราณที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มส่งเสียงกรอบแกรบ.

เขาได้รู้แจ้งพลังแห่งกระบี่อัสนีแห่งฤดูใบไม้ร่วงแล้ว.

เขาควบแน่นพลังของกระบี่เข้าด้วยกัน.

ท่ามั่วๆของเขาจะมีวิชากระบี่ทั้งหมดอยู่ในนั้น.

ในตอนนั้นเอง ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นไม่ไกลนัd.

ภายใต้แสงจันทร์ ซูชางหยูจ้องมองเย่ปิงอย่างเงียบๆ.

ใบหน้าที่ภาคภูมิใจและหล่อเหลาของเขาสงบ แต่ลึกๆ ในใจของเขาเต็มไปด้วยความละอายใจอย่างยิ่ง.

แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีพรสวรรค์มากนักในเต๋ากระบี่แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่า เย่ ปิงได้เข้าใจพลังของวิชากระบี่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว.

แค่วันเดียวเอง.

เขาได้เข้าใจพลังของกระบี่วิชากระบี่อัสนีแห่งฤดูใบไม้ร่วงแล้ว

เขาจะไม่รู้แจ้งเรื่องคลื่นกระบี่ของวิชาสี่กระบี่อัสนีในอีกสองสามวันข้างหน้าหรือ?.

'ข้ารู้สึกขมขื่นนัก’

'ข้าอิจฉาจังเลย'

แม้จะรู้สึกไม่สบายใจ ซูชางหยูยังคงต้องเดินไปหาเย่ปิงโดยแสร้งทำสีหน้านิ่งๆ.

“น้องเล็ก”

ซูชางหยูเรียกออกไป.

ไม่ไกลนัก เย่ปิงก็หลุดจากอารมณ์ที่ตื่นเต้นของเขาแล้วมองไปที่ซูชางหยู เพียงเพื่อเผยให้เห็นใบหน้าประหลาดใจ.

“พี่ใหญ่ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรขอรับ?”

เย่ปิงไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นซูชางหยู และรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“ข้ามาส่งของให้เจ้า”

ซูชางหยูเดินไปแล้ววางขวดหยกไว้ข้างหน้าเย่ปิง “น้องเล็ก ในนี้บรรจุยาบำรุงพลังปราณที่จะบำรุงร่างกายของเจ้าหลังจากที่เจ้ากินมัน พวกมันจะเติมพลังให้เจ้าเป็นเวลาห้าวันและดีต่อร่างกายของเจ้า”

“ยาบำรุงพลังปราณ? หลังจากทานไปแล้วข้าจะสามารถอยู่ต่อไปได้ห้าวันโดยไม่มีอาหารและพักผ่อนได้หรือไม่ขอรับ?”

เย่ปิงหยิบขวดหยกออกไปและดูอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย

"ใช่."

ซู ชางหยู พยักหน้าทันที

นักพรตไต้ หัวดีกับ เย่ ปิงมากจริงๆ แม้ว่าเงินจะมาจากภาพวาดของ เย่ ปิงแต่ นักพรตไต้ หัวก็ไม่ได้จ่ายเงินแม้แต่สลึงเดียวให้กับตัวเอง เขาใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับเย่ปิง ในขณะที่ลูกศิษย์คนอื่นๆ ได้รับประโยชน์บางอย่างจากมัน ซู ชางหยู อาจได้เปรียบมากที่สุดแต่ผู้รับผลประโยชน์หลักยังคงเป็น เย่ปิงอยู่ดี.

มิฉะนั้น ซู ชางหยู คงไม่กดดันตัวเองด้วยการอ่านคัมภีร์กระบี่และเรียนรู้วิชากระบี่ชวนเหอ ก่อนที่เขาจะได้เชี่ยวชาญวิชาสี่กระบี่อัสนี.

“ขอบคุณขอรับ พี่ใหญ่”

เย่ปิงกล่าวขอบคุณ

ด้วยยาดังกล่าว เขาจะสามารถประหยัดเวลาได้อีกสี่ชั่วโมงต่อวัน.

“เจ้าสำนักต้องการให้ข้ามอบกระบี่นี้ให้กับเจ้าด้วย จากนี้ไป เจ้าจะได้ฝึกกับมัน.

ซู ชางหยู มอบกระบี่ให้เย่ปิง.

“ขอบคุณขอรับ พี่ใหญ่”

เย่ปิงขอบคุณเขาอย่างสุดซึ้ง

ซู ชางหยู เพียงพยักหน้าให้.

หลังจากนั้นไม่นาน ซูชางหยูก็เริ่มพูดและทำลายความเงียบ.

“น้องเล็ก การฝึกฝนกระบี่เป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับเจ้าตอนนี้หรือเปล่า?”

“ศิษย์พี่ มันไม่น่าเบื่อเพราะข้าสามารถพัฒนาได้ทุกวันขอรับ.”

เย่ปิงส่ายหัว.

เขาจะพบว่ามันน่าเบื่อจริงๆ หากเขาไม่สามารถเข้าใจได้ ทว่าเขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถเข้าใจมันได้อย่างต่อเนื่อง.

เขากำลังพูดความจริง แต่คำพูดเหล่านั้นทำให้ซูชางหยูอารมณ์เสีย.

‘เจ้าบ้านี่ข่มกันเหรอ?’

หลังจากถูกต่อว่า ซูชางหยูก็ลุกขึ้นยืน หวังจะไปหาความสงบสุข.

“พี่ใหญ่ ทำไมถึงถามล่ะขอรับ?”

เย่ปิงอยากรู้อยากเห็น และสงสัยว่าซูชางหยูถามคำถามนั้นเพื่ออะไร.

“ไม่มีอะไร ข้าแค่คิดว่าถ้าเจ้าเบื่อ ข้าสามารถให้คัมภีร์ลับอีกเล่มแก่เจ้าเพื่อรู้แจ้งได้เร็วๆ”

ซู ชางหยู่ไม่มีอารมณ์จะพูด เพราะเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส.

คัมภีร์ลับ?

ทว่าเย่ปิงรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากหลังจากได้ยินคำนั้น

'เขาจะมอบคัมภีร์ลับให้ข้าเหรอ?'

'เขาควรจะบอกให้เร็วว่านี้สิ.'

เย่ปิงรู้สึกตื่นเต้นทันทีและพูดว่า “ศิษย์พี่ ข้าไม่พบว่ามันน่าเบื่อในตอนแรก แต่หลังจากที่ท่านพูดถึงมัน ข้าก็รู้ว่าบางทีมันก็น่าเบื่ออยู่ขอรับ.”

เย่ปิงไม่กลัวที่จะอับอายอีกต่อไป

รอยกระบี่ของซูชางหยูทำให้เขาเข้าใจวิชากระบี่ทันที.

'เขาจะให้คัมภีร์ลับการฝึกตนเป็นเซียนแก่ข้าหรือเปล่า'

'นั่นคงจะเหลือเชื่อมาก'

หลังจากได้ยินคำพูดของเย่ปิง ซู ชางหยูก็หยุดดึงท่าแล้วมอบคัมภีร์ลับให้แก่เย่ปิงไป.

เย่ปิงคว้ามันไว้ได้ทัน.

เขาใช้แสงจันทร์เป็นไฟ เขาอ่านมันและตกตะลึงในไม่ช้า

คัมภีร์ลับนั้นหนาและมีอักษรโบราณหลายฉบับเขียนอยู่

มันเขียนไว้อย่างชัดเจนในคัมภีร์ลับว่า....

“วิชาการชำระล้างร่างกายของเทพอสูรโบราณ”

จบบทที่ ตอนที่ 24 วิชาการชำระล้างร่างกายของเทพอสูรโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว