เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 ความยากลำบากของชาวนา II

ตอนที่ 6 ความยากลำบากของชาวนา II

ตอนที่ 6 ความยากลำบากของชาวนา II


ตอนที่ 6 ความยากลำบากของชาวนา II

ลีและเฒ่าเธนเดินตามถนนสายหลักที่อยู่ข้างๆกระท่อมของพวกเขา มันพาออกจากประตูหลักของริเวียร่าและเข้าไปในป่าใหญ่ที่มีชื่อเรียกว่า วินเทอร์วูดส์ ที่ถูกขนานนามเช่นนั้นก็เพราะความหนาวเหน็บอย่างผิดธรรมชาติของป่าแห่งนี้ในช่วงฤดูหนาว

“เธอควรจะรู้สึกถึงหญ้า ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้นะ” เฒ่าเธนกล่าวขณะที่เขากำลังลากเกวียนไปด้วย มันบรรทุกเต็มไปด้วยผลเบอร์รี่ รองเท้าบูทของเขาบดขยี้พุ่มหญ้าสูงหนาอยู่ข้างใต้ในแต่ละก้าวที่ย่างเดินไป "นักผจญภัยบางคนออกมาที่นี่และจำเป็นต้องตัดเท้าของตัวเองทิ้ง ความหนาวเย็นทำให้พวกมันกลายเป็นสีดำ แข็งและเปราะเหมือนน้ำแข็ง"

“แล้วคุณทำอย่างไร?” ลีถาม โรคเน่าเย็นเท่าที่ลีสามารถบอกได้จากอาการที่เขาได้ยินและอ่านมา นั่นคือสิ่งที่ผู้คนในโลกนี้เรียกว่าเนื้อตาย เขาเดินตามเฒ่าเธนและรู้สึกไม่ค่อยดีเล็กน้อยที่เขาไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลยนอกเสียจากคอยเฝ้าดูแล แต่ชายชราใจแข็งเกินกว่าจะปล่อยมือออกจากเกวียนไปได้

"ฉันมาจากทางเหนือ ไอ้หนู" เฒ่าเธนกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ "เราทนอยู่ในหน้าหนาวที่โหดร้ายกว่าสิ่งที่พวกลูกหมาทางใต้พวกนี้หอนเยอะ"

เฒ่าเธนกัดฟัน เขาเร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้นขณะที่เขาลากเกวียนผ่านวินเทอร์วูดส์ โดยปกติแล้วเขามักจะพูดมากตอนที่กำลังเดินอยู่ แต่ตอนนี้เขาตั้งใจเดินไปยังโมเดสต์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้ไปถึงโดยเร็วที่สุด

ลีสังเกตเห็นว่าสำเนียงของเฒ่าเธนนั้นแตกต่างจากที่อื่นมาก ในแง่ชีวิตจริงสำเนียงของเฒ่าเธนฟังดูเหมือนสำเนียงของชาวสก็อตในขณะที่ชาวริเวียร่าส่วนใหญ่มีสำเนียงฝรั่งเศสอย่างหนักแน่น สำเนียงของลีนั้นค่อนข้างคมคาย ฟังดูเหมาะสมและสื่อออกมาเหมือนคนชนชั้นสูง

ลีไม่มีโอกาสที่จะได้สำรวจโลกใบนี้อย่างจริงๆจังๆสักที เพราะเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการทำฟาร์ม ดังนั้นเขาจึงยังคงได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างในขณะที่เขาออกมาข้างนอกนี่ เขาแทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับใครเลยนอกจากเฒ่าเธน และตามคำแนะนำของชายชรา สวมฮู้ดทุกครั้งเมื่อออกไปข้างนอกเพื่อป้องกันไม่ให้คนสังเกตเห็นว่าเขาเป็นคนต่างชาติ ยิ่งไปกว่านั้นเขาได้เปลี่ยนเสื้อผ้าระดับฟ้าประทานของเขาให้กลายมาเป็นชุดโกโรโกโสธรรมดาๆเพื่อสวมใส่

แต่ที่จริงแล้ว เขาก็ไม่ได้สนใจโลกใบนี้เท่าไหร่นัก - โลกใบเดียวของเขาคือฟาร์ม

การเดินทางไปยังโมเดสต์ใช้เวลาเดินเท้ากว่า 2 ชั่วโมง แต่เพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ก็มีปัญหาเกิดขึ้นเสียแล้ว

ถนนถูกปิด

ไม่ใช่จากกลุ่มโจร โชคดีไป แต่เป็นจากอัศวิน อัศวินสามคนยืนเฝ้าอยู่บนถนน พร้อมกับดาบและโล่ที่ถูกดึงออกมา ชุดเกราะของพวกเขาเปล่งประกายสีเงินภายใต้แสงจันทร์ พร้อมกับหมวกเหล็กทรงถัง

ด้านหลังพวกเขา คือป่าที่ถูกถางกว้างจนเพียงพอที่จะสร้างค่ายพักย่อมๆได้ มีเต็นท์อยู่แปดหลังประดับด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่มีดอกกุหลาบสีม่วง ตราเครื่องหมายตระกูลขุนนางของริส ปกครองตระกูลในริเวียร่า หนึ่งในสี่ของตระกูลขุนนางที่ยิ่งใหญ่ภายใต้ดัชเชสวิเวียน

กลางเต็นท์มีกองไฟที่ลุกโชติช่วงพร้อมหม้อสตูว์ที่กำลังเดือดดาดอยู่ด้านบน ท่ามกลางม้านั่งชั่วคราวที่ถูกตัดออกมาจากท่อนซุงที่หักโค่น มีอัศวินอีกหกคนนั่งคุยและดื่มกันโดยถอดชุดเกราะออก

"หยุด" อัศวินผู้พิทักษ์คนหนึ่งกล่าวอย่างเฉื่อยชา เห็นได้ชัดว่าเขาค่อนข้างเหนื่อย "ถนนถูกปิดตามคำสั่งของลอร์ดดูลาน์ซ ริส"

“ไร้สาระ!” เฒ่าเธนอุทาน เขาทิ้งเกวียนแล้วเดินไปหาอัศวิน อัศวินตัวแข็งทื่อขึ้นเล็กน้อย แต่ผ่อนคลายลงเมื่อเขารู้ว่าเฒ่าเธนตาบอด "ด้วยเหตุอะไร?"

"เราได้รับมอบหมายจากราชวงศ์ ให้ถางป่าไม้เหล่านี้ของทหารหนีทัพดรอซโซ่และกลุ่มโจรของเขา" อัศวินมองไปที่เฒ่าเธนด้วยสายตาที่แสดงความสงสาร "หากคุณปรารถนาที่จะค้างคืนในแคมป์ของเรา และมุ่งหน้ากลับไปอย่างปลอดภัยภายใต้แสงของดวงอาทิตย์ ก็ย่อมได้"

"ข้อเสนอดี เพื่อนยาก แต่ขอเถอะ บอกหน่อยว่าถนนนี้จะถูกปิดไปนานแค่ไหน?" เฒ่าเธนกล่าว คิ้วของเขาขมวดขึ้นด้วยความวิตกกังวล

"โจรกระจอกที่นี่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างทวีคูณและซ่อนตัวได้เหมือนหนูท่อ ลอร์ดริสตั้งใจที่จะขุดรากถอนโคนพวกอันธพาลทุกคนและแขวนพวกมันไว้ในนามของดัชเชสที่ดี"

"นานแค่ไหน?"

อัศวินขยับตัวอย่างไม่สบายใจ "อาจจะอีกสองสัปดาห์ หรืออาจจะนานกว่านั้น แต่อย่ากลัวเลย พวกเรา อัศวินแห่งริสนั้นมีชื่อเสียงด้านการต่อสู้ อีกไม่นานท่านจะเดินไปบนถนนสายนี้โดยไม่มีใครมารุกรานได้อีก"

เฒ่าเธนส่ายหัวและกลับมาหาลี "นี่มันแย่มาก"

"ทำไม?" ลีกล่าว "เราค่อยกลับมาในอีกสัปดาห์ หรือตอนที่เรื่องนี้จบลงแล้วไม่ได้เหรอ?"

"อาหารของเรา ลี ตอนที่ฉันเจอเธอ นั้นก็เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้วตั้งแต่ฉันออกเดินทางครั้งสุดท้าย อาหารของเรากำลังร่อยหรอลง เราจะต้องแลกเปลี่ยนของที่ริเวียร่า แต่ผลเบอร์รี่ของฉันคงจะแลกได้ไม่กี่เหรียญ ขนาดที่จะซื้อขนมปังให้พอประทังชีวิตไปสองวันยังยากเลย "

ลีเข้าใจได้ เขาไม่ได้สนใจว่าอาหารกำลังจะหมดเพราะเขาไม่ได้ต้องการมันเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่รอด เฒ่าเธนอาจคิดว่าลีแค่เป็นคนสุภาพ ลีรู้สึกผิดขึ้นมาที่เขาไม่ได้นึกถึงเลยว่าเฒ่าเธนเป็นเพียงมนุษย์ธรรมาดาเท่านั้น

“อีกสองสัปดาห์ หรืออาจจะนานกว่านั้น – เราสองคนต้องอยู่ต้องกิน เราคงจะไม่มีเหลือ” เฒ่าเธนกังวลใจ "ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันอาจจะต้องขายไร่และเลิกทำฟาร์ม"

ตัดสินใจแล้ว เป็นเวลาเกือบสามสิบปี ที่เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นชาวนาและตอนนี้เขาก็ใช้ชีวิตตามความฝัน ฟาร์มเป็นความปรารถนาของเขา เป็นสมบัติทองคำของเขา และเป็นศิลปะของเขา

ไม่มี ไม่มีอะไรเลย ที่จะมาคั่นกลางอยู่ระหว่างลีและฟาร์ม ไม่ใช่ลอร์ด ไม่ใช่ราชา ไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่พระเจ้า แต่กลับเป็นพวกโจร

ลีเอื้อมมือไปบีบไหล่ของเฒ่าเธน "ไม่ต้องห่วง ท่านเฒ่า คุณไม่จำเป็นต้องเสียสละอะไรไปเลย พักค้างคืนที่ค่ายนี้เถอะ ที่นี่คุณจะปลอดภัย"

เฒ่าเธนคว้าแขนของลีด้วยมือที่สั่นเทา “อย่าทำอะไรโง่ๆนะ ไอ้หนุ่ม”

"ไม่ต้องเป็นห่วง" ลียิ้มขณะที่เขาดึงมือของเฒ่าเธนออกไป เขาตบหลังชายชราและร่าย [เมล็ดชนวน บุหงามรณะ] เขาวางเมล็ดสีดำเล็กๆที่ดูไม่สะดุดตาลงบนเสื้อ หากชายชราถูกทำร้าย เมล็ดพันธุ์ก็จะงอกขึ้นมาเป็นเกราะกำบังเถาวัลย์เพื่อปกป้องให้เขาปลอดภัย

"ผมขอให้สัญญากับคุณ" ลีกล่าว ในขณะที่เขาเริ่มเดินจากไปสู่ท้องถนนย่างกรายเข้าสู่ความมืด "คุณอยากให้ฟาร์มของคุณยังอยู่ต่อไปได้ยาวนานกว่าตัวเอง ใช่ไหม? เพื่อส่งต่อมาให้ผมและได้เห็นผลงานตลอดชีวิตของคุณดำเนินต่อไป ถ้าอย่างนั้น ผมขอสาบานกับคุณว่าฟาร์มของคุณจะไม่มีวันล่มสลายไป"

มีบางอย่างครอบงำลี คำพูดของเขาให้ความรู้สึกแปลกไป เหมือนวิญญาณจะออกจากร่าง ราวกับว่าคนอื่นกำลังพูดแทนเขา แต่เขารู้ดีว่าคำพูดเหล่านั่นคือคำที่เขาต้องการพูด

“งานของคุณจะเอาชนะบททดสอบของกาลเวลา

มันจะผลิบานแม้อาณาจักรเหี่ยวเฉา

มันจะยืนหยัดแม้เทพเจ้าล่มสลาย

เมื่อวัฏจักรวิภาสและชีวิตรุ่งโรจน์ งานของคุณจะสัมฤทธิ์ผลมากกว่ามนุษย์ที่น่าเกรงขามและสัตว์ร้าย

เมื่อวัฏจักรวินาศและชีวิตร่วงโรย งานของคุณจะยังคงสดใหม่และเขียวชอุ่มอยู่เหนือความตาย

จากนี้และตลอดไป

ผมสัญญา"

อะไรก็ตามที่เข้ามาครอบงำเขา ได้ออกไปแทบจะทันทีที่มันเกิดขึ้น และลีออกมาจากเฒ่าเธนในสภาพที่สับสนอย่างเข้าใจได้ ลีเข้าใจว่าเขาจะต้องอธิบายสิ่งที่เขาทำและสิ่งที่เขาพูดในภายหลัง แต่ตลอดหนึ่งเดือนที่ได้อยู่ร่วมกับเฒ่าเธน เขาเชื่อใจว่าชายชราแสนดีผู้นี้คงไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ไปถึงหูคนอื่นแน่

ตอนนี้ ลีมีงานกำจัดศัตรูพืชที่ต้องไปทำ

------------------------------------

ติดตามตอนล่าสุดได้ที่เพจ: ว่างๆก็เลยเอานิยายมาแปลไทย

จบบทที่ ตอนที่ 6 ความยากลำบากของชาวนา II

คัดลอกลิงก์แล้ว