เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 ความฝันที่เป็นจริง

ตอนที่ 4 ความฝันที่เป็นจริง

ตอนที่ 4 ความฝันที่เป็นจริง


ตอนที่ 4: ความฝันที่เป็นจริง

ลีและชายชราเดินไปพลางคุยไปพลางระหว่างทางเดินไปที่เมือง หรืออย่างที่เคยรู้ๆกันชายชรา – เขาถูกเรียกว่า เฒ่าเธน เพราะดูเหมือนว่าอายุที่มากขึ้น ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของเขาเสียแล้ว - เป็นผู้พูดและลีเป็นผู้ฟัง เฒ่าเธนชอบพรรณนาพาที

บางทีอาจเป็นเพราะเขาตาบอด แต่เขาก็แสดงสีหน้าอย่างออกรสออกชาติขณะพูดคุย สองมือของเขาแสดงท่าทางอย่างรุนแรงและคิ้วของเขาก็ขมวดโดดขึ้นและดิ่งลง ถ่ายทอดได้ทุกอารมณ์ที่หลากหลายได้อย่างแม่นยำ

ตอนที่เฒ่าเธนกล่าวถึงช่วงเวลาแห่งการผจญภัยในวัยเยาว์ของเขา ลีมองเห็นได้ว่าเขายกคิ้วขึ้นและกัดริมฝีปากของเขาอย่างไร ในการศึกต่อสู้เพื่อสังหารหัวหน้าเผ่าออร์ค

และตอนที่เขาเล่าเรื่องราวของภรรยาผู้ล่วงลับ ว่าเธอจากไปอย่างไรในฤดูหนาวอันเลวร้ายโดยเฉพาะเมื่อลมหนาวพัดผ่านมาพร้อมความเฉียบเย็นราวกับคมมีด ความโศกเศร้าเพราะเวลาและความรักที่สูญเสียไปก็ปรากฏให้เห็น ดั่งรอยสลักที่แฝงอยู่ในรอยยับย่นของตีนกาและน้ำเสียงสะอึกสะอื้นตรอมตรม

เฒ่าเธนยังกล่าวถึงมากกว่าแค่เรื่องของตน เขาพูดถึงเรื่องของโลกใบนี้ การทะเลาะวิวาทและเหตุการณ์ต่างๆ ตอนนี้พวกเขาอยู่ในดัชชี*แห่งโซเลย์ที่ปกครองโดยดัชเชสวิเวียน

ดัชชีเคยเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐมาก่อน ซึ่งตอนนี้เป็นอาณาจักรทางตอนเหนือ แต่การก่อกบฏเมื่อสิบปีก่อนทำให้ที่นี่เป็นดินแดนอิสระที่มีขนาดใหญ่พอๆกับอาณาจักร

สาธารณรัฐเป็นสภาหลากเชื้อชาติของเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันโดยมีเอลฟ์เป็นประธาน มนุษย์เคยครองที่นั่งในสภาเช่นกัน แต่ได้ถอนตัวออกมาอย่างเป็นทางการและสร้างโซเลย์ ณ ตอนนี้ดินแดนทั้งสองอยู่ในสถานะของมิตรภาพที่ตึงเครียด มีการค้าขายสินค้าและการทูต แต่พร้อมสู้รบปรบมือกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะต่อสู้กันที่ใดที่ด้วยข้อพิพาทที่ไร้สาระระหว่างดินแดน

สถานที่ที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปคือเมืองที่ชื่อว่าริเวียร่า ชุมชนขนาดพอประมาณตั้งอยู่ในดินแดนทางตะวันตกของโซเลย์  มันเป็นสถานที่ที่เงียบสงบตราบเท่าที่ทุกสิ่งจะเป็นดำเนินไปได้ โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับชายแดนที่มีการปะทะกับสาธารณรัฐไปทางเหนือ ปัญหาเดียวของที่นี่คือโจรและสัตว์ประหลาด แต่อัศวินของดัชเชสมักจะจัดการพวกมันให้เสมอ

เฒ่าเธนหยุดเคลื่อนเกวียนเมื่อแสงจากดวงจันทร์ส่องสว่างที่สุด เขาเช็ดเหงื่อบางๆออกจากหน้าผากและสูดอากาศยามรัตติกาลที่เย็นสดชื่นอย่างหิวกระหาย ลีก็ทำเช่นเดียวกัน พิสมัยกับอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับหมอกควันในโลกของเขา

“งั้น พ่อหนุ่ม หรือฉันควรจะเรียกเธอด้วยชื่อของเธอดีกว่า ลี เธอผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้างละ? ชื่อของเธอฟังดูเหมือนคนต่างชาตินะ เธอคงผจญภัยมาเยอะพอสมควรเลยสิ”

“ผมมาจากดินแดนที่ห่างไกล” ลีเริ่มพูด เขาเลือกใช้คำพูดอย่างระมัดระวัง

“จากทางตะวันออกใช่ไหม? นั่นคือที่มาของชื่อเธอสินะ” เฒ่าเธนลูบเคราสีเทาที่ไม่เป็นทรง "ฉันได้ยินมาว่า ที่นั่นเป็นสถานที่ลึกลับ ที่ซึ่งทั้งสามอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ แห่งหยก ทองคำ และไข่มุก ต่อสู้กันในสงครามอย่างไม่รู้จักจบสิ้นเพื่อเป็นผู้ครอบครองทั้งหมด นิทานของนักผจญภัยในสมัยก่อนกล่าวว่า พวกนั้นมีมังกรขนาดใหญ่เท่าภูเขาที่โปรยเป็นทองคำและโชคดีลงมาดั่งเม็ดฝนสำหรับทุกคนที่อธิษฐานถึง พวกเขายังกล่าวอีกว่ากษัตริย์ของพวกเขาอาศัยอยู่ในหอคอยที่สูงจนแตะถึงท้องฟ้า"

"พูดกันตามตรง ความทรงจำของผมเกี่ยวกับเรื่องที่บ้านเกิดค่อนข้างเลือนลางมากๆ" ลีพูดอย่างช้าๆ เขาไม่รู้จักอะไรในโลกนี้เลย แต่เขาให้เหตุผลว่าเขาน่าจะปลอดภัยที่สุด ถ้าเขาพยายามแสร้งทำเป็นเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่ชอบทำตัวโดดเด่น ไม่ได้เป็นคนพิเศษอะไรในโลก

“โอ้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นละ?”

ลีจำรายละเอียดทั้งหมดของเอลเดน เวิลด์และตำนานของที่นั่นได้ แต่จากสิ่งที่เขาเห็น เขาพอบอกได้เลยว่าโลกนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ในเกมไม่มีโซเลย์หรือสาธารณรัฐ แต่ดูเหมือนว่าแม้ว่าโลกนี้จะใช้ระบบเวทมนตร์ของเกม แต่เรื่องราวของประวัติศาสตร์ก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เขาเร่งก้าวฝีเท้าเพื่อเดินให้เร็วขึ้นและพยายามโกหกโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของตน

แค่ใช้เรื่องราวที่คลุมเครือและเศร้าสร้อยอย่างพอเหมาะ เพื่อให้เขาไม่ต้องโดนถามมากนัก

"ผมถูกเนรเทศตั้งแต่อายุยังน้อย ผมหวาดกลัว พ่อแม่ของผมก่ออาชญากรรมต่อรัฐ และด้วยความเมตตาอันน้อยนิด ผมจึงเป็นคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากเมืองทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่"

ลีพยักหน้ากับตัวเอง ด้วยวิธีนี้เขาสามารถทำให้ตนเองดูไม่น่าสงสัยจากการไม่รู้อะไรเรื่องราวเกี่ยวกับตะวันออก และในขณะเดียวกันก็มีข้ออ้างที่ดูน่าเชื่อถือหากจะไม่รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับตะวันตก นอกจากนี้เขายังตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดที่พอจะมีได้ในโลกออกไป ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องของครอบครัวหรือเพื่อนฝูง

เฒ่าเธนส่ายหัว "ถูกเนรเทศ? เธออายุเท่าไหร่เนี่ย? ถ้าตัดสินจากเนื้อเสียงของเธอ มันไม่ได้ฟังดูราวกับว่าเธอผ่านมาแล้วยี่สิบฤดูร้อนสักหน่อยนะ"

"ผมอายุยี่สิบปี" ลีกล่าว อายุในชีวิตจริงของเขาคือยี่สิบเก้า แต่ยิ่งอายุน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น นั่นหมายความว่าเขาไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับโลกใบนี้มากนัก และเขามักจะพูดเสียงเบาๆ และเขาเดาว่าเพราะแบบนั้นเฒ่าเธนถึงคิดว่าเขายังเด็ก

"ยี่สิบ? และมันคงต้องใช้เวลาหลายต่อหลายปี ในการเดินทางจากตะวันออกอันห่างไกลจนกว่าจะมาถึงที่นี่ เด็กชายคนหนึ่งถูกทิ้งไว้ในป่า และถูกโยนไปยังดินแดนที่ไม่รู้จัก เธอคงต้องเรียนรู้การต่อสู้จากบนท้องถนน ช่างทนทุกข์ทรมานมากมายเพราะบาปของพ่อแม่เธอ" เฒ่าเธนก้มศีรษะของเขา "บอกฉันสิ ว่าเธอมีอะไรเกี่ยวกับชื่อของเธอหรือเปล่า? มีที่ไหนที่จะไปไหม? บอกชื่อมาเลย?"

“ไม่” ลีพูดอย่างเรียบเฉย "ผมไม่มีอะไรเลย ผมคงจะต้องหาทางของตัวเองแถวๆนี้ แล้วค่อยคิดว่าอยากจะทำอะไร”

เฒ่าเธนขมวดคิ้วขณะที่จ้องมองไปยังพื้นดิน เขาครุ่นคิดอย่างหนักและเป็นแบบนั้นอยู่พักหนึ่ง

"มากับฉันสิ ลี ฉันมีฟาร์มเล็กๆอยู่ข้างนอกถัดจากริเวียร่า ฉันคงทำงานในไร่นาอย่างที่เคยไม่ได้แล้วแหละ ทั้งตาที่มองไม่เห็นและแขนที่เปราะบางลงไปเรื่อยๆทุกปีๆ ไม่ช้าก็เร็วเมื่อวันเวลาผันผ่านไป อีกไม่นานฉันก็คงต้องลงหลุมแล้ว

และเมื่อเป็นเช่นนั้น ฉันต้องการมีเด็กหนุ่มที่ยังแข็งแรง ที่ฉันจะพอฝากฝังพื้นที่แห่งนี้ไว้ด้วยได้ ฉันไม่ได้มีลูกชายไว้สืบสกุล เพราะอย่างนั้นฉันเข้าใจว่านี่มันไม่ได้มากอะไร ในตอนที่ฉันก้าวไปสู่ชีวิตหลังความตาย สิ่งที่ฉันคงให้ได้คือหลังคาและฟาร์ม เอาละ ตอนนี้เธออยากจะพูดอะไร? "

“ผมคงไม่ต้องการอะไรอีกแล้วในโลกนี้” ลีกล่าวด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นกับข้อเสนอที่กะทันหัน

นี่คือความฝันของเขา ราวกับว่าโชคชะตาของจักรวาลได้ยินคำอธิษฐานของเขา ตอนนี้เขาจะได้เป็นชาวนา สิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ในชีวิตของเขาเมื่ออดีตแต่ตอนนี้เขาเป็นแล้ว เขาสามารถปลูกและดูแลชีวิตให้เติบโตได้ ชีวิตจริงๆที่ไม่ใช่แค่พิกเซลในวิดีโอเกม ได้เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลขณะที่ชีวิตรอบตัวของเขาได้เติบโตขึ้น

นี่เป็นครั้งแรกหลังพ่อแม่ของเขาจากไป ที่เขารู้สึกมีความสุข มีความสุขอย่างแท้จริง ถูกเติมเต็มในระดับลึกเกือบถึงจิตวิญญาณ

เฒ่าเธนหัวเราะ "ไม่ต้องการอะไรในโลกอีกแล้วเหรอ? เธอนี่มีความทะเยอทะยานน้อยจริงๆนะ เพื่อนเอ๋ย แต่ฉันชอบนะ มันไม่ดีเลยที่จะแบกความฝันอันหนักอึ้งไปด้วย มาเถอะ ไปที่ริเวียร่ากัน หลังแก่ๆของฉันรอคอยที่จะได้พักผ่อน กับเด็กหนุ่มที่แข็งแรงอย่างเธอจะได้ไปไถนา"

จากนั้นพวกเขาจึงเดินทางไป เริ่มต้นเรื่องราวของชาวนาหนุ่มหน้าตามีเอกลักษณ์ที่มาพร้อมกับพลังเขย่าโลก

***

ดัชชี(duchy) - ดินแดนในความปกครองของท่านดยุกหรือภรรยาท่านดยุก

------------------------------------

ติดตามตอนล่าสุดได้ที่เพจ: ว่างๆก็เลยเอานิยายมาแปลไทย

จบบทที่ ตอนที่ 4 ความฝันที่เป็นจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว