เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสจ้าว

บทที่ 15 ขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสจ้าว

บทที่ 15 ขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสจ้าว


บทที่ 15 ขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสจ้าว

“พี่ใหญ่ จะมัวเสียเวลาพูดกับพวกนางไปทำไม จับตัวส่งให้มหาอาจารย์เสีย”

หนิงเซี่ยองค์ชายรองสะบัดมือ กองทัพอากาศาวายุเพลิงพลันพุ่งตรงเข้าหาหลิวเหยาและหานหลิงเอ๋อร์พร้อมแรงกดดันไร้เทียมทาน

เปลวเพลิงของกองทัพอากาศาวายุเพลิงราวกับจะระเหยผืนฟ้าให้มลาย มวลเพลิงไร้สิ้นสุดลุกโชนไปทั่วฟ้า

“ไม่ดีแล้ว อย่าให้กองทัพอากาศาวายุเพลิงทำลายค่ายกลป้องกันนิกายของเราได้”

หลิวเหยากับหานหลิงเอ๋อร์เห็นสถานการณ์แล้วรีบทะยานหลบหนีไปทันที

“คิดจะหนีรึ” หนิงเซี่ยแค่นเสียงเย็นชา

เขาสะบัดมืออีกครั้ง กองทัพอากาศาวายุเพลิงไล่ตามติดไปทันที

ทั้งสองพุ่งหนีไปไกลจนหยุดยืนได้

“ไยไม่หนีต่อเล่า” หนิงโปจ้องพวกนางด้วยแววตาเยียบเย็น

“หนิงโป ข้าเตือนเจ้าด้วยความหวังดี อย่าได้สมรู้ร่วมคิดกับผู้ชั่วเลย”

“เจ้ามีคุณสมบัติจะตักเตือนข้ารึ”

กองทัพอากาศาวายุเพลิงล้อมหลิวเหยากับหานหลิงเอ๋อร์ไว้แน่นหนา

“วันนี้ข้าจะให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสความร้ายกาจของกองทัพอากาศาวายุเพลิง”

ทันทีที่หนิงโปพูดจบ กองทัพอากาศาวายุเพลิงทั้งหมดก็รวมพลังเข้าด้วยกัน

เปลวเพลิงมหาศาลพวยพุ่งจากร่างทหารทุกนาย ไหลรวมกลายเป็นอากาศาวายุเพลิงตนมหึมา

มันแผ่ปีกคำรามก่อนจะพ่นเปลวเพลิงใส่หลิวเหยา

หลิวเหยารู้สึกหายใจติดขัดจากแรงกดดันอันมหาศาลและความร้อนแรงเกินทานทน แต่ตอนนี้นางอยู่ในระดับเฟินเสินขั้นเก้าแล้ว พลังเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่า มิหนำซ้ำอีกฝ่ายก็เป็นเพียงเปลวเพลิงแปรสภาพ

“กระบี่หลิวหลี่”

เมื่อทั้งหลิวเหยาและหานหลิงเอ๋อร์ตะโกนพร้อมกัน พลังกระบี่ไม่มีที่สิ้นสุดแผ่กระจายไปรอบกาย

กระบี่พลังเหล่านั้นพุ่งทะลวงใส่อากาศาวายุเพลิงโดยตรง ทำให้มันสลายหายไปในพริบตา

“ระดับเฟินเสินขั้นเก้า”

หนิงโปกับหนิงเซี่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

หากไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งระดับเฟินเสินขั้นเก้าก็ยากจะฝ่าอากาศาวายุเพลิงไปได้ พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่านิกายเล็กอย่างหลิวหลี่จะมีผู้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้

“ไปกันเถอะ เราจะพาหนิงไห่ไปพบกับผู้อาวุโสจ้าว”

แม้หลิวเหยาจะใช้กระบวนท่าฝ่าเปลวเพลิงมาได้ แต่นางก็ตระหนักว่ากองทัพอากาศาวายุเพลิงนั้นแข็งแกร่งเหนือคาด ตนเพียงแค่ต้านทานได้ชั่วครู่ หากยื้อยาวเกรงว่าจะพ่ายแพ้ในไม่ช้า

ทั้งแคว้นหนิง เกรงว่ามีเพียงผู้อาวุโสจ้าวแห่งขุนเขาหมื่นอสูรเท่านั้นที่จะต่อต้านนิกายเพลิงอัคคีได้

หลิวเหยากับหานหลิงเอ๋อร์รีบนำหนิงไห่และอีกสองคนบินตรงไปยังขุนเขาหมื่นอสูร

“หึ คิดจะหนี? พวกเจ้าหนีได้รึ”

หนิงโปโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ พวกเขาได้รับมอบหมายภารกิจจากนิกายเพลิงอัคคี หากงานเล็กน้อยเช่นนี้ยังทำไม่สำเร็จ แล้วจะมีหน้าวางตัวในนิกายได้อย่างไร?

“ตามไป”

หนิงโปและหนิงเซี่ยนำกองทัพอากาศาวายุเพลิงติดตามไปทันที

กลางเวหา เมฆเพลิงมหึมาค่อย ๆ เร่งรุดไปยังเบื้องหน้า

ทุกหนทุกแห่งที่กองทัพนี้ผ่านพ้น อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นหลายสิบองศา พืชพรรณร่วงโรย

“นั่นใช่กองทัพอากาศาวายุเพลิงหรือไม่?”

“กองทัพอากาศาวายุเพลิง นั่นคือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นหนิง”

“แต่กองทัพนี้มิได้ประจำอยู่ในเมืองหลวงหรอกหรือ ไยจึงมาปรากฏที่นี่”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นทั่วท้องนภา ก่อนจะมีผู้คนตะโกนออกมา

“ดูสิ เบื้องหน้ากองทัพเหมือนจะมีคน”

ทุกสายตาจับจ้องไปข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ทุกคนมัวแต่ตกตะลึงกับกองทัพจนลืมมองผู้ที่อยู่ด้านหน้า ครั้นมีคนชี้ให้เห็นจึงตระหนักได้ทันที

“นั่นใครกันแน่ ถึงกับทำให้กองทัพอากาศาวายุเพลิงต้องไล่ล่า”

“นั่นมันเจ้านิกายหลิวหลี่กับนักพรตหญิงศักดิ์สิทธิ์และองค์ชายสามหนิงไห่”

“ว่าอย่างไรนะ เป็นคนของนิกายหลิวหลี่กับองค์ชายสาม แล้วเหตุใดกองทัพถึงไล่ฆ่าราชนิกูลกันเอง”

ไม่มีผู้ใดเข้าใจ เหตุใดกองทัพของแคว้นจึงไล่ฆ่าผู้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง

ณ นิกายเพลิงอัคคี ฮั่วเต๋อนั่งอยู่บนบัลลังก์สูงส่งในท้องพระโรง

“ขอรายงานเจ้านิกาย ยามนี้ทั้งแคว้นหนิง เหลือเพียงราชวงศ์หนิงกับนิกายหลิวหลี่เท่านั้นที่ยังไม่ยอมจำนนต่อเรา”

ศิษย์นิกายเพลิงอัคคีผู้หนึ่งคุกเข่ารายงาน

ทว่าฮั่วเต๋อไม่ได้แสดงความยินดีแต่อย่างใด เขาย่อมทราบดีว่าผู้อาวุโสเบื้องหลังนิกายหลิวหลี่นั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด

ต่อให้เขาแข็งแกร่งเพียงใดก็ยากต้านทาน เกรงว่าจะต้องพึ่งพานายเหนือหัวของตนอีกครา

“รายงาน ไม่ทราบเหตุใด กองทัพอากาศาวายุเพลิงของราชวงศ์หนิงกลับไล่ล่านิกายหลิวหลี่กับองค์ชายสามหนิงไห่”

“เจ้านิกายหลิวหลี่กำลังหลบหนีสู่ขุนเขาหมื่นอสูร”

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าฮั่วเต๋อก็เปลี่ยนทันที เขาครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะหายวับไปราวภูตผี

เขาจะไปดูให้รู้แน่ชัดว่าผู้อาวุโสเบื้องหลังนิกายหลิวหลี่นั้นเก่งกาจเพียงใด

“เจ้านิกายหลิวเหยา ข้างหน้านั่นคือขุนเขาหมื่นอสูรแล้ว” หนิงไห่มองเห็นขุนเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกนางจึงมุ่งหน้าไปยังที่อันตรายถึงเพียงนั้น

ขุนเขาหมื่นอสูรคือดินแดนต้องห้ามแห่งทวีปหลิงอู่ มิเคยมีผู้ใดเข้าไปแล้วรอดกลับมาได้

“องค์ชายสาม ขุนเขาหมื่นอสูรนี้ มีผู้อาวุโสอยู่ท่านหนึ่ง น่าจะสามารถช่วยชีวิตท่านได้” หลิวเหยาอธิบายพลางบินตรงเข้าไป

หนิงไห่ได้ฟังยังคงไม่อยากเชื่อเพราะตอนนี้จินตันของเขาแตกสลายไปแล้ว กลายเป็นคนไร้พลังโดยสมบูรณ์ ใต้หล้าไหนเลยจะมีสิ่งใดเยียวยาเขาได้

หานหลิงเอ๋อร์เห็นสีหน้าไม่เชื่อขององค์ชายก็อธิบายว่า “องค์ชายสาม ผู้อาวุโสผู้นั้นมีพลังเกินจินตนาการของเรา ข้าเองเมื่อคราก่อนจินตันแตกสลายก็ได้รับการช่วยเหลือจากท่าน”

“ว่าอย่างไรนะ”

หนิงไห่ตกใจยิ่งนัก มองหน้าหานหลิงเอ๋อร์อย่างมีความหวัง

ยามนี้ หุบเขาลึกลับแห่งขุนเขาหมื่นอสูรกลับมิได้หายไปแต่อย่างใด

หลิวเหยาพาหนิงไห่พุ่งเข้าสู่หุบเขาในทันใด

ด้านนอก หนิงโปกับหนิงเซี่ยนำกองทัพมาถึง

“พี่ใหญ่ พวกมันหนีเข้าขุนเขาหมื่นอสูรไปแล้ว จะเอาอย่างไรดี” หนิงเซี่ยถาม

หนิงโปก็รู้สึกประหลาดใจ เขาคาดไม่ถึงว่าหลิวเหยาจะกล้าเสี่ยงชีวิตเช่นนั้น

“ไล่ตามเข้าไป หัวของหลิวเหยากับหานหลิงเอ๋อร์คือของกำนัลแรกเพื่อเข้าสู่นิกายเพลิงอัคคี พวกเราต้องฆ่าพวกมันให้ได้”

ทั้งสองนำกองทัพบุกเข้าไปในขุนเขาหมื่นอสูรโดยไม่ลังเล

ทันทีที่พวกเขาเข้าไป ฮั่วเต๋อก็มาถึงบริเวณนอกหุบเขา

เขาจ้องเข้าไปอย่างลึกซึ้ง คิดจะตามเข้าไปแต่ก็ลังเล

ยามนึกถึงกระบี่มารที่ถูกกดไว้ได้อย่างง่ายดาย เขาก็ใจฝ่อจนไม่กล้าขยับ

สุดท้ายเพียงยืนรอผลลัพธ์อยู่ภายนอก

ณ หมู่บ้านเหล่าปิ่ง จ้าวเสี่ยวเป่ยเพิ่งกินข้าวกลางวันเสร็จ กำลังจูงเสี่ยวเฮยเดินเล่น

ชาวบ้านต่างก็รู้จักเขาดี

“เสี่ยวเป่ย มานี่สิ มาเล่นหมากรุกกับพวกเราหน่อย” ตาเฒ่าหลายคนที่กำลังเล่นหมากรุกพากันเรียกเขา

จ้าวเสี่ยวเป่ยตาเป็นประกาย “ได้เลย ท่านตาให้ข้ามานะ”

แล้วเขาก็ลูบหัวเจ้าเสี่ยวเฮยเบา ๆ “เจ้าไปเล่นเองเถอะ เจ้านายของเจ้าจะไปเล่นหมากรุกแล้ว”

จบบทที่ บทที่ 15 ขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสจ้าว

คัดลอกลิงก์แล้ว