เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 61: ความเงียบสงบ (2)

ตอนที่ 61: ความเงียบสงบ (2)

ตอนที่ 61: ความเงียบสงบ (2)


"ข้าเอาหนึ่งกล่อง" แองเจเล่พยักหน้าขณะที่วางหินเวทมนต์อีกก้อนลง เจ้าของร้านมองไปที่หินเวทมนต์ก่อนที่จะยื่นกล่องดำให้เขา

"ข้าเอาหนึ่งกล่องด้วยเช่นกัน" พ่อมดฝึกหัดผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างแองเจเล่พูด เขามีผมสีบลอนด์ มีหน้าตาธรรมดาๆและตาแคบ มันดูเหมือนว่าเขาอายุประมาณ 20 ปี

"ล้มเหลวอีกแล้ว? หากไม่มีใครสอนเจ้าเจ้าก็จะเสียเงินจนหมด" เจ้าของร้านมองไปที่เขาและให้กล่องไม้ พ่อมดฝึกหัดผู้ชายยิ้มแต่ไม่รู้สึกรำคาญอะไร เขาหยิบกล่องและวางหินเวทมนต์ หลังจากที่เขาไปพ่อมดฝึกหัดผู้หญิงข้างหลังเขาก็เริ่มดูของที่ร้าน

แองเจเล่มองพ่อมดฝึกหัดผู้ชายที่จากไปพร้อมกับสีหน้าที่กำลังครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ถือทุกอย่างกลับไปที่ห้องของเขา มีสาขาอยู่มากมายในโรงเรียนนี้และทุกๆสาขามีพ่อมดฝึกหัดประมาณ 20 คน พื้นที่ใต้ดินมีขนาดใหญ่พอๆกับเมืองขนาดกลาง แองเจเล่แทบจะไม่รู้จักคนจากสาขาอื่นๆ เขาเพียงคุ้นเคยกับคนที่เรียนหลักสูตรเดียวกันกับเขาเท่านั้น เขาได้ยินมาว่าพ่อมดฝึกหัดขั้นที่สามจะเรียนในพื้นที่อื่น หลังจากที่อลูพาเขาดูรอบโรงเรียนแองเจเล่ก็ไม่เห็นอีกเลย

แองเจเล่กลับไปที่ห้องของเขาพร้อมกับอุปกรณ์ที่เขาซื้อ หลังจากที่เขาเพิ่งนั่งลงก็มีใครบางคนมาเคาะประตู

"แองเจเล่ เจ้าอยู่หรือไม่" เสียงของแอนเซ็ตดังมาจากนอกประตู

"อยู่" แองเจเล่ลุกขึ้นยืนและเปิดประตู

"จดหมายของเจ้าจากปราสาทเขี้ยวขาว" แอนเซ็ตพูดแล้วยื่นจดหมายให้เขา เธอน่าดึงดูดมากในชุดล่าสัตว์สีดำของเธอ แองเจเล่มองไปที่จดหมายและเห็นว่ามันมาจากยูริ

"ยูริ......ขอบคุณแอนเซ็ต" แองเจเล่จำเด็กผู้ชายผมบลอนด์ที่ชอบยิ้มบ่อยๆได้

"ไม่ต้องห่วง เจ้าไม่ได้อยู่ที่นี่เมื่อคนส่งจดหมายมาดังนั้นข้าจึงรับมันให้เจ้า" แอนเซ็ตพูด สายตาของเธอมองไปที่อุปกรณ์ปรุงยาขณะที่เธอปิดประตู

"แองเจเล่ข้าได้ยินว่าเจ้าเข้าร่วมภารกิจของเคดิร่าใช่ไหม" เธอนั่งลงบนเก้าอี้อย่างนุ่มนวล

"ใช่ ข้าเพิ่งกลับมา เจ้าได้ยินแล้วหรือว่าเกิดอะไรขึ้น" แองเจเล่พยักหน้า เขานั่งลงบนเตียงของเขาแอนเซ็ตได้ยึดเก้าอี้เพียงตัวเดียวของห้องนี้ไปแล้ว

"ข้าได้ยินมาว่ากลุ่มของเจ้าได้ปะทะกับพ่อมดของพันธมิตรแดนเหนือ มันเป็นความจริงหรือ" แอนเซ็ตถาม เธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธออยากรู้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพ่อมด

"ใช่ ข้าคิดว่ารายงานภารกิจจะมีการเปิดเผยสู่สาธารณะในอีกหลายวัน" แองเจเล่มองไปที่แอนเซ็ตและสังเกตว่าเธอมีแรงจูงใจในการมาที่นี่

"แองเจเล่เจ้าได้มาถึงขั้นที่สองไม่นานที่ผ่านมาใช่ไหม เร็วๆนี้เจ้าก้าวหน้าแค่ไหนแล้ว" แอนเซ็ตถามแต่ก็ปั่นป่วนหลังจากที่เห็นการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของแองเจเล่

"ขอโทษ" เธอขอโทษ เธอรู้ว่ามันไม่สุภาพที่จะถามคำถามที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ พ่อมดฝึกหัดและพ่อมดไม่ชอบให้คนอื่นๆสำรวจพวกเขาเมื่อมันอาจจะละเมิดความเป็นส่วนตัวของพวกเขา

"ไม่เป็นไร" แองเจเล่พูด เขารู้จักแอนเซ็ตดีแต่เขาก็สับสนเมื่อแอนเซ็ตถามคำถามแบบนั้นแบบทันทีทันใด

"ถ้าเจ้าต้องการความช่วยเหลือของข้าก็แค่พูดออกมา" แองเจเล่จะช่วยเธอถ้าเขาทำได้เนื่องจากพวกเขาเป็นเพื่อน

"ข้าอาจจะต้องออกจากโรงเรียนนี้...." ขณะที่พูดแบบนี้สีหน้าของแอนเซ็ตก็เปลี่ยนไป

"ทำไม" แองเจเล่ถามด้วยเสียงประหลาดใจ

"ข้ายังอยู่ขั้นที่หนึ่ง ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อไหร่ข้าจะไปถึงขั้นที่สอง ตระกูลของข้าต้องการให้ข้ากลับไปแต่งงาน" แอนเซ็ตตอบด้วยท่าทางเศร้าหมอง

"ข้ามีพรสวรรค์เพียงระดับหนึ่งไม่เหมือนเจ้าและมาเนส ข้าอายุ 18 ปีแล้วเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะไปถึงขั้นที่สามก่อนวันเกิดปีที่ 19 ของข้า ข้าจะไม่มีวันกลายเป็นพ่อมดถ้าข้าไม่สามารถเข้าสู่ขั้นที่สามก่อนอายุ 18 ปี ข้าคิดว่าเจ้ารู้ว่าต้องใช้เงินและทรัพยากรมากแค่ไหนเพื่ออยู่ในโรงเรียนนี้ ไม่มีทางที่ข้าสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมได้ด้วยตัวเอง" แอนเซ็ตพูดเสียงอ่อน

"ดังนั้นตระกูลของเจ้าจะไม่สนับสนุนเจ้าอีกต่อไปถ้าเจ้าปฏิเสธที่จะกลับใช่ไหม" แองเจเล่ถามขณะที่เขาขมวดคิ้ว เขาต้องการที่จะช่วยแต่ก็ไม่มีอะไรที่เขาสามารถช่วยได้ในเรื่องนี้ แอนเซ็ตต้องการไปถึงขั้นที่สามภายในระยะเวลาหนึ่งปีและมันต้องทำด้วยตัวเอง แม้ว่าแองเจเล่จะสามารถบอกเธอถึงความรู้ที่เขามีแต่เธอก็ยังต้องเรียนรู้และเข้าใจด้วยตัวเอง นอกจากนี้ตัวเธอเองก็จะต้องหาวิธีนำอนุภาคพลังงานเข้าไปในร่างกายของเธอเพื่อให้เธอไปถึงขั้นที่สอง

"ที่จริงแล้วถ้าข้าสามารถหาใครสักคนที่สามารถช่วยข้าในการสนับสนุนชื่อตระกูลของข้า....ข้าก็จะสามารถอยู่ได้" แอนเซ็ตพูดด้วยสีหน้าซึมเศร้า แองเจเล่ยังคงนิ่งเงียบแต่เขาก็ขมวดคิ้ว

"มาเนสมีคู่หมั้นที่มีพรสวรรค์ระดับสูงกว่าเมื่อเทียบกับข้า" แอนเซ็ตเงยหน้าและมองไปที่แองเจเล่

"ข้าจะไม่หมั้นกับเจ้า ข้าจะกลับไปบ้านเกิดของข้าในอนาคตดังนั้นข้าไม่สามารถสัญญากับเจ้าได้ การเป็นคู่หมั้นของข้าจะไม่ช่วยให้ตระกูลของเจ้าดีขึ้น" แองเจเล่พูด

"พวกเราไม่ต้องแต่งงานกัน เพียงแค่บอกทุกคนว่าข้าเป็นคนรักของเจ้าและตระกูลของข้าจะให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการเพื่อกลายเป็นพ่อมด เจ้าก็รู้ว่าข้ามาจากตระกูลคาร์เตอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าตระกูลระดับสูงในโรงเรียนนี้ ข้าคิดว่าควรพิจารณาข้อเสนอของข้า" แอนเซ็ตส่ายศีรษะและพูด

"เจ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่พ่อมดฝึกหัดคนเดียวที่ส่งมาที่นี่โดยตระกูลของเจ้าหรือ" หลังจากที่คิดสักครู่แองเจเล่ก็ถาม

"ใช่ มีอีกสองคนแต่พวกเธอก็เหมือนกันกับข้า มีพ่อมดฝึกหัดไม่มากนักที่มาถึงขั้นที่สามก่อนที่จะอายุ 18 ปี" แอนเซ็ตตอบ

"ทำไมต้องเป็นข้า" แองเจเล่ถาม

"เจ้าอายุเพียง 15 ปีแต่เจ้าก็กำลังจะถึงขั้นที่สามขณะที่มาเนสยังอยู่ขั้นที่สอง นอกจากนี้เจ้ายังรอดชีวิตในภารกิจที่อันตรายเช่นนั้น ข้าคิดว่าเจ้าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับข้า" แอนเซ็ตพูด

"เซ็นสัญญากับข้าและสาบานจากนั้นข้าและผู้หญิงคนอื่นๆจะเป็นของเจ้า ข้าสามารถรับประกันได้ว่าผู้หญิงคนอื่นๆก็ยัง....มีเสน่ห์" แอนเซ็ตพูดต่อ

แองเจเล่ยังคงมองไปที่เธอ ข้อเสนอที่เธอมอบให้เป็นสิ่งที่เขาควรพิจารณา เพราะเขาต้องการการสนับสนุนจากตระกูลท้องถิ่นและเขาต้องการหินเวทมนต์ เขายังสามารถเล่นกับผู้หญิงที่น่าสนใจได้อีกสองคน นี่เป็นข้อเสนอที่เขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

"นี่เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ แต่ข้าสงสัยว่าทำไมเจ้าถึงมาหาข้า" แองเจเล่ถาม

"เจ้าเป็นพ่อมดฝึกหัดที่มีพรสวรรค์มากที่สุดที่ข้ารู้จัก" แอนเซ็ตตอบ

"มีพ่อมดฝีกหัดหลายคนในโรงเรียนของเราที่ไปถึงขั้นที่สามก่อนที่จะอายุ 15 ปี เจ้าไม่ได้เป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่สุดแต่เจ้าถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในพ่อมดฝึกหัดที่ดีที่สุดในแรมโซด้า" เธอพูดต่อ

"ข้าคิดว่าอลูถึงขั้นที่สามเมื่อเขาอายุ 14 ปี" แองเจเล่พูด

"เขานั้นต่างออกไป ผู้คนเหมือนเขามีพ่อมดชั้นสูงในตระกูลของพวกเขาเพิ่มระดับพรสวรรค์ของพวกเขาโดยใช้วิธีพิเศษ เราเรียกพวกเขาว่า’ผู้สืบทอดโลหิต’ แต่ลูกของพวกเขาจะไม่มีพรสวรรค์เหมือนที่พวกเขามี ตระกูลของข้าไม่ต้องการให้เด็กของพวกเขาแต่งงานกับผู้สืบทอดโลหิต" แอนเซ็ตส่ายศีรษะ

"ดี ข้าเห็นประโยชน์ในข้อเสนอของเจ้า ข้าจะเซ็นสัญญา" แองเจเล่พยักหน้า

"เยี่ยมเลย! ข้าสามารถอยู่ในโรงเรียนนี้ได้แล้ว" แอนเซ็ตเอาสัญญาออกมาจากกระเป๋าอย่างมีความสุข เห็นได้ชัดว่าเธอเตรียมมา

"นี่เป็นสัญญา เจ้าสามารถดูได้" แอนเซ็ตยื่นสัญญาไปให้แองเจเล่

"เจ้ากำลังทำการเซ็นสัญญาเช่นเดียวกับคนอื่นๆใช่ไหม ข้าหมายถึงคนอื่นๆจากตระกูลของเจ้า" แองเจเล่ตรวจสอบสัญญาและพบว่าไม่มีอะไรน่าสงสัย

"ใช่ มีสาวสวยมากมายในองค์กรพ่อมดที่มาจากตระกูลของข้า ถ้าพวกเธอไม่สามารถไปถึงขั้นที่สูงได้พวกเธอจะพยายามแต่งงานกับคนที่มีพรสวรรค์ เจ้าคงไม่รู้ว่าตระกูลของข้าใหญ่แค่ไหน" แอนเซ็ตพยักหน้า

"อย่างไรก็ตามเจ้าจะเป็นคนแรกในวิทยาลัยแรมโซด้าถ้าตอนนี้เจ้าเซ็นสัญญา ข้าและผู้หญิงคนอื่นๆจะย้ายเข้ามาในห้องของเจ้าในวันพรุ่งนี้" แอนเซ็ตพูดขณะที่กำลังเขินอาย

"เจ้าสามารถทิ้งสัญญาไว้ได้หรือไม่ ข้าจะอ่านอย่างระมัดระวังในคืนนี้ ข้าจะเซ็นสัญญาในวันพรุ่งนี้ถ้าข้าไม่เห็นกฎแปลกๆที่ข้าต้องทำตาม" แองเจเล่โบกมือที่มีสัญญาในอากาศ

"แน่นอน" แอนเซ็ตโค้งให้แองเจเล่ด้วยท่าทางโล่งใจ

"ข้าหวังไว้กับเจ้า" เธอเดินเข้ามาใกล้แองเจเล่และกอดเขา แองเจเล่สามารถรู้สึกได้ถึงขนาดหน้าอกของเธอ

"อย่าทำให้ข้ารอ" แอนเซ็ตกระซิบ แองเจเล่เริ่มตื่นเต้น เขาพยายามคลำหาก้นของเธอแต่เธอถอยออกไปก่อนที่มือของเขาจะไปถึง เธอโค้งอีกครั้งก่อนที่จะจากไป แองเจเล่ปิดประตูและวางสัญญาลงในขณะที่กำลังยิ้ม

ความคิดของเขายังคงล่องลอยอยู่กับความตื่นเต้นที่ถูกกระตุ้นด้วยหน้าอกที่อ่อนนุ่มของเธอ ความคิดของแองเจเล่ยุ่งวุ่นวายเกี่ยวกับภารกิจตั้งแต่ที่เขากลับมา แต่เนื่องจากสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ความคิดที่ผูกมัดไว้ก็หมดไปจากใจของเขา เขาสงบลงและมองไปที่อุปกรณ์บนโต๊ะของเขาก่อนที่จะดึงเก้าอี้มาและนั่งลง

แองเจเล่เปิดกล่องไม้สีดำ มีสมุนไพรสองชนิดอยู่ภายใน ด้านซ้ายเป็นสมุนไพรสีแดงที่ชื่อว่า’รากหญ้าแห้ง’ อีกต้นที่อยู่ทางด้านขวาเป็นผลไม้ที่คล้ายกับส้ม ผลไม้เหล่านี้ได้ถูกตัดครึ่งมองเห็นสีที่ตัดกันของผิวสีเหลืองอ่อนและภายในสีแดงเลือด สมุนไพรทั้งสองนี้แห้งอยู่แล้ว

แองเจเล่เอาชุดอุปกรณ์ออกมา มีขวดแก้วคอยาวหนึ่งขวด อุปกรณ์ต้มกลั่นปากงอหนึ่งชิ้น รางท่อแก้วหนึ่งชุด หลอดทดลองและถ้วยแก้วหลายใบ พวกมันถูกวางไว้ในถุงผ้าลินินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยฝ้ายเมื่อแองเจเล่ซื้อชุด

เขารวบรวมทุกอย่างไว้บนโต๊ะ

'ซีโร่แสดงข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการปรุงยาและจำลองกระบวนการสร้างของยาห้ามเลือด' แองเจเล่สั่ง

[สร้างภารกิจ เริ่มการจำลอง ระยะเวลา: 2 ชั่วโมง 15 นาที อัตราความสำเร็จ 15%] ซีโร่รายงาน

'15%' แองเจเล่พอใจกับอัตราความสำเร็จ

'ข้าไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายเนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกของข้าที่จำลองการปรุงยา' แองเจเล่คิด

อัตราความสำเร็จคำนวณจากความสามารถทางจิตในปัจจุบันของแองเจเล่รวมถึงมานาและเงื่อนไขอื่นๆ ด้วยความช่วยเหลือของชิปและสูตรที่เหมาะสมแองเจเล่ก็มีอัตราความสำเร็จสูงมาก พ่อมดฝึกหัดที่เรียนรู้ยาทั่วไปมีอัตราความสำเร็จ 5% ขณะที่แองเจเล่มีอัตราความสำเร็จ 15% เนื่องจากชิป

มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือรอผลของการจำลอง ชิปจะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จหลังจากที่จำลองเสร็จสิ้น หลังจากนั้นเขาก็จะมีอัตราความสำเร็จที่สูงขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 61: ความเงียบสงบ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว