- หน้าแรก
- สยองขวัญสไตล์แอนะล็อก : กฎมรณะ 4016
- บทที่ 1 ระเบียบนักศึกษา
บทที่ 1 ระเบียบนักศึกษา
บทที่ 1 ระเบียบนักศึกษา
[เรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการ แต่งขึ้นในโลกสมมติ ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล เหตุการณ์ หรือสิ่งของจริง ๆ แต่อย่างใด]
[ถ้ามันโดนเซ็นเซอร์… ก็เอาเถอะ ถือว่าซวยไปค่ะ 55+]
ข้อควรระวัง สำหรับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยเฉพาะพวกเด็กหอ
โปรด!
อ่าน!
อย่าง!
ระมัดระวัง!
[「ใuเwวลึๅกแห่nหมoกแລະควๅมมืด ผู้ล่าไล่จ:ตๅมวิญญาJที่หฺลJทๅJ… เงๅแห่Jผี」]
-- ข้อความ --
กลางเดือนพฤษภาคม ปี X999 กลุ่มนักปีนเขากลุ่มหนึ่งได้ออกเดินทางผ่านภูเขาใกล้เมือง S และบังเอิญเจอกับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
ตามคำบอกเล่าของผู้ที่เกี่ยวข้อง บ้านในหมู่บ้านถูกจัดเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย มีเสื้อผ้าและผ้าห่มตากอยู่กลางแดด มีพืชผลอย่างถั่วเหลืองวางผึ่งไว้ แต่ที่น่าขนลุกคือ… ไม่มีผู้คนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
ด้วยความรู้สึกผิดสังเกต พวกเขาตั้งใจจะออกไปทันที แต่พอพระอาทิตย์ตก ความมืดใกล้เข้ามา หลังจากปรึกษากันแล้ว จึงตัดสินใจตั้งเต็นท์นอนนอกหมู่บ้าน รอเช้าแล้วค่อยออกเดินทางต่อ
ทว่าในคืนนั้นเอง ภายในหมู่บ้านที่ควรจะรกร้างกลับมีผู้คนเคลื่อนไหวไปมาอย่างไร้สาเหตุ แสงจันทร์สลัวลอดผ่านผ้าเต็นท์ ทำให้พวกนักเดินป่าเห็นร่างของใครบางคนเดินแข็งทื่ออยู่เต็มไปหมด… ภาพนั้นทำให้พวกเขาตกใจจนขนหัวลุก
แต่ชาวบ้านเหล่านั้นไม่ได้ออกห่างจากหมู่บ้านมากนัก ทำให้กลุ่มนักเดินป่าสามารถหลบเลี่ยงหายนะไปได้
เมื่อรุ่งเช้า พวกเขาก็รีบเก็บของและหนีลงจากภูเขา ทว่าเส้นทางเดิมที่ใช้ กลับเต็มไปด้วย ‘รูปปั้นมนุษย์’ ที่ดูเหมือนจริงราวกับมีชีวิต โดยไม่มีใครรู้ว่ามันปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไร
หลังจากออกมาได้ พวกเขาก็รีบรายงานเหตุการณ์นี้ทันที แต่ถึงแม้จะมีการสืบสวนอย่างเป็นทางการ ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปใด ๆ ได้
ต้นเดือนมิถุนายน ปี X999 พื้นที่ชานเมือง S ก็ถูกปิดตายทั้งหมดโดยอ้างว่าเพื่อการวางผังที่ดินของรัฐ…
-- เอกสารลับ HX-S1--
....
วันที่ 6 พฤษภาคม ปี X023
บนทางหลวงหมายเลข 103 ที่คดเคี้ยวผ่านภูเขา รถโค้ชสีน้ำเงินคันหนึ่งแล่นช้าๆ ท่ามกลางฝนปรอยเบาๆ
เมื่อรถเข้าสู่ภูเขาลึก หมอกหนาเริ่มปกคลุม ทำให้ต้องเปิดไฟหน้า แสงสีเหลืองคู่เล็ก ๆ นั้นพยายามแหวกทะลุหมอกหนาอย่างยากลำบาก
แกร๊ก… ครืด…
รถโค้ชสีน้ำเงินกระแทกหลุมบ่อบนถนนภูเขาอันขรุขระ ทำให้หลินอี้ที่งีบอยู่ท้ายรถสะดุ้งตื่น
เขายีผมยุ่งๆ ของตัวเอง ขยี้ตา แล้วก้มมองนาฬิกาข้อมือ
17:13
หลินอี้หายใจรดกระจกจนเป็นฝ้า แล้วใช้มือเช็ด ก่อนจะเอาหน้าพิงกระจกมองออกไปนอกหน้าต่าง
ฝนปรอยผสมกับหมอกสีเทาปกคลุมไปทั่วทิวทัศน์ ต้นไม้สองข้างทางทอดเงาบิดเบี้ยวราวกับปีศาจที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เสียงดาบปะทะกันดังมาจากภาพยนตร์กำลังภายใน เขาหันไปมองจึงเห็นว่ามันฉายอยู่บนทีวีที่ฝังอยู่ในรถโดยสาร
แต่จู่ ๆ ภาพยนตร์ก็ดับหายไป กลายเป็นคลื่นสัญญาณรบกวน ก่อนจะมีเสียงประกาศเวียนซ้ำแทรกเข้ามา
“อีกครึ่งชั่วโมง รถจะถึงมหาวิทยาลัยเมือง S ผู้โดยสารที่ยังไม่ได้ท่องจำ ‘กฎระเบียบนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเมือง S’ กรุณารีบท่องให้ขึ้นใจ หากจำไม่ได้ โปรดพกติดตัวไว้เสมอ…”
เสียงประกาศทำให้ผู้โดยสารเริ่มตื่นขึ้นทีละคน
“ในที่สุดก็ใกล้ถึงแล้ว” เว่ยเหลียง เพื่อนร่วมชั้นของหลินอี้หาวพลางมองออกไปยังสายหมอก “ภูเขามันก็แบบนี้แหละ ฝนกับหมอกเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีอากาศแปลกๆ ก็อย่าออกไปไหน อยู่แต่ในอาคาร รับรองปลอดภัย”
“อืม” หลินอี้พยักหน้า
ว่าด้วยมหาวิทยาลัยเมือง S ที่เต็มไปด้วยความลี้ลับนั้น ข่าวลือในโลกออนไลน์มีมากมาย หลายเรื่องก็ดูเกินจริงจนเหนือธรรมชาติ แต่ก็ไม่อาจหยุดเหล่า ‘นักศึกษาทดลอง’ ได้
เหตุผลนั้นง่ายมาก แค่อยู่ครบเจ็ดวัน ก็ได้เงินตอบแทนก้อนใหญ่
ต่างจาก ‘ค่ายประสบการณ์ชีวิต’ อื่น ๆ ที่ต้องเสียเงินเอง และมักจะโดนองค์กรต่าง ๆ หล่านั้นหลอกลวง เพราะการทดลองใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเมือง S นั้น ค่าใช้จ่าย ‘ฟรีทั้งหมด’
ว่ากันว่า แค่ปฏิบัติตามระเบียบนักศึกษา และเอาชีวิตรอดในมหาวิทยาลัยได้หนึ่งสัปดาห์ ก็จะได้เงินถึงสามหมื่น
ตอนแรกที่ประกาศนี้แพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ต ทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องตลก จนกระทั่งยูทูบเบอร์และบล็อกเกอร์ชื่อดังหลายคนลองไปจริง และกลับมาพร้อมเงินรางวัลก้อนโต ทำให้จำนวนนักศึกษาที่ทดลองหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด
ตอนแรกหลินอี้ก็ไม่เชื่อ แต่พอเว่ยเหลียงรับเงินจริงมาให้ดู เขาจึงต้องยอมรับ
วันนี้เว่ยเหลียงใส่ฮู้ดดี้สีเทาธรรมดากับหมวกเบสบอล ปีกหมวกบังเงาหน้าทำให้ดูอ่อนเพลียกว่าเดิม
เว่ยเหลียงคือ ‘ผู้เล่นขาประจำ’ มหาวิทยาลัยเมือง S ไม่เพียงไม่ห้าม แต่กลับสนับสนุนให้คนที่เคยมาแล้วกลับมาอีกด้วย
เว่ยเหลียงเพิ่งทำภารกิจจบไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้ง และหลินอี้ซึ่งกำลังขัดสนเงินก็ถือโอกาสมาลองด้วย
เขามาพร้อมกับเพื่อนร่วมห้องอีกสี่คน เหมาเฟยหยางที่ผอมเหมือนลิง, เว่ยซานที่อ้วนกลม, เทียนปู้ฝานที่ตัวใหญ่เหมือนหมี, และไคว้หงจีที่สูงโปร่งแต่หน้าซีดเหมือนคนป่วย
หลินอี้หันไปมองท้ายรถ เห็นสี่คนนั้นนอนกรนคร่อกเหมือนซากหมู
“นายท่องกฎระเบียบได้หมดรึยัง?” เว่ยเหลียงยกสมุดเล่มเล็กขึ้นมาเคาะแขนหลินอี้เบาๆ
หลินอี้พยักหน้า “ท่องได้แล้ว… แต่บอกตรงๆ มันก็แปลกนะ ที่กฎระเบียบเหมือนกับที่เผยแพร่กันบนเน็ตเป๊ะๆ”
เว่ยเหลียงพูดอย่างจริงจัง “มันอาจจะลึกลับก็จริง แต่ฉันต้องบอกนายไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามละเมิดกฎระเบียบนักศึกษาเด็ดขาด!”
“แล้วหลังจากได้บัตรนักศึกษามา ก็ควรพกติดตัวพร้อมกับกฎระเบียบเสมอ”
“ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ อย่างแรกคือต้องหยิบขึ้นมาถือไว้”
“หา?” หลินอี้ขมวดคิ้ว เขาเพิ่งสังเกตว่า ตั้งแต่เข้าถนนภูเขามา เว่ยเหลียงดูเหมือนจะพูดมากผิดปกติ