เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ระเบียบนักศึกษา

บทที่ 1 ระเบียบนักศึกษา

บทที่ 1 ระเบียบนักศึกษา


[เรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการ แต่งขึ้นในโลกสมมติ ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล เหตุการณ์ หรือสิ่งของจริง ๆ แต่อย่างใด]

[ถ้ามันโดนเซ็นเซอร์… ก็เอาเถอะ ถือว่าซวยไปค่ะ 55+]

ข้อควรระวัง สำหรับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยเฉพาะพวกเด็กหอ

โปรด!

อ่าน!

อย่าง!

ระมัดระวัง!

[「ใuเwวลึๅกแห่nหมoกแລະควๅมมืด ผู้ล่าไล่จ:ตๅมวิญญาJที่หฺลJทๅJ… เงๅแห่Jผี」]

-- ข้อความ --

กลางเดือนพฤษภาคม ปี X999 กลุ่มนักปีนเขากลุ่มหนึ่งได้ออกเดินทางผ่านภูเขาใกล้เมือง S และบังเอิญเจอกับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

ตามคำบอกเล่าของผู้ที่เกี่ยวข้อง บ้านในหมู่บ้านถูกจัดเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย มีเสื้อผ้าและผ้าห่มตากอยู่กลางแดด มีพืชผลอย่างถั่วเหลืองวางผึ่งไว้ แต่ที่น่าขนลุกคือ… ไม่มีผู้คนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว

ด้วยความรู้สึกผิดสังเกต พวกเขาตั้งใจจะออกไปทันที แต่พอพระอาทิตย์ตก ความมืดใกล้เข้ามา หลังจากปรึกษากันแล้ว จึงตัดสินใจตั้งเต็นท์นอนนอกหมู่บ้าน รอเช้าแล้วค่อยออกเดินทางต่อ

ทว่าในคืนนั้นเอง ภายในหมู่บ้านที่ควรจะรกร้างกลับมีผู้คนเคลื่อนไหวไปมาอย่างไร้สาเหตุ แสงจันทร์สลัวลอดผ่านผ้าเต็นท์ ทำให้พวกนักเดินป่าเห็นร่างของใครบางคนเดินแข็งทื่ออยู่เต็มไปหมด… ภาพนั้นทำให้พวกเขาตกใจจนขนหัวลุก

แต่ชาวบ้านเหล่านั้นไม่ได้ออกห่างจากหมู่บ้านมากนัก ทำให้กลุ่มนักเดินป่าสามารถหลบเลี่ยงหายนะไปได้

เมื่อรุ่งเช้า พวกเขาก็รีบเก็บของและหนีลงจากภูเขา ทว่าเส้นทางเดิมที่ใช้ กลับเต็มไปด้วย ‘รูปปั้นมนุษย์’ ที่ดูเหมือนจริงราวกับมีชีวิต โดยไม่มีใครรู้ว่ามันปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไร

หลังจากออกมาได้ พวกเขาก็รีบรายงานเหตุการณ์นี้ทันที แต่ถึงแม้จะมีการสืบสวนอย่างเป็นทางการ ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปใด ๆ ได้

ต้นเดือนมิถุนายน ปี X999 พื้นที่ชานเมือง S ก็ถูกปิดตายทั้งหมดโดยอ้างว่าเพื่อการวางผังที่ดินของรัฐ…

-- เอกสารลับ HX-S1--

....

วันที่ 6 พฤษภาคม ปี X023

บนทางหลวงหมายเลข 103 ที่คดเคี้ยวผ่านภูเขา รถโค้ชสีน้ำเงินคันหนึ่งแล่นช้าๆ ท่ามกลางฝนปรอยเบาๆ

เมื่อรถเข้าสู่ภูเขาลึก หมอกหนาเริ่มปกคลุม ทำให้ต้องเปิดไฟหน้า แสงสีเหลืองคู่เล็ก ๆ นั้นพยายามแหวกทะลุหมอกหนาอย่างยากลำบาก

แกร๊ก… ครืด…

รถโค้ชสีน้ำเงินกระแทกหลุมบ่อบนถนนภูเขาอันขรุขระ ทำให้หลินอี้ที่งีบอยู่ท้ายรถสะดุ้งตื่น

เขายีผมยุ่งๆ ของตัวเอง ขยี้ตา แล้วก้มมองนาฬิกาข้อมือ

17:13

หลินอี้หายใจรดกระจกจนเป็นฝ้า แล้วใช้มือเช็ด ก่อนจะเอาหน้าพิงกระจกมองออกไปนอกหน้าต่าง

ฝนปรอยผสมกับหมอกสีเทาปกคลุมไปทั่วทิวทัศน์ ต้นไม้สองข้างทางทอดเงาบิดเบี้ยวราวกับปีศาจที่กำลังคืบคลานเข้ามา

เสียงดาบปะทะกันดังมาจากภาพยนตร์กำลังภายใน เขาหันไปมองจึงเห็นว่ามันฉายอยู่บนทีวีที่ฝังอยู่ในรถโดยสาร

แต่จู่ ๆ ภาพยนตร์ก็ดับหายไป กลายเป็นคลื่นสัญญาณรบกวน ก่อนจะมีเสียงประกาศเวียนซ้ำแทรกเข้ามา

“อีกครึ่งชั่วโมง รถจะถึงมหาวิทยาลัยเมือง S ผู้โดยสารที่ยังไม่ได้ท่องจำ ‘กฎระเบียบนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเมือง S’ กรุณารีบท่องให้ขึ้นใจ หากจำไม่ได้ โปรดพกติดตัวไว้เสมอ…”

เสียงประกาศทำให้ผู้โดยสารเริ่มตื่นขึ้นทีละคน

“ในที่สุดก็ใกล้ถึงแล้ว” เว่ยเหลียง เพื่อนร่วมชั้นของหลินอี้หาวพลางมองออกไปยังสายหมอก “ภูเขามันก็แบบนี้แหละ ฝนกับหมอกเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีอากาศแปลกๆ ก็อย่าออกไปไหน อยู่แต่ในอาคาร รับรองปลอดภัย”

“อืม” หลินอี้พยักหน้า

ว่าด้วยมหาวิทยาลัยเมือง S ที่เต็มไปด้วยความลี้ลับนั้น ข่าวลือในโลกออนไลน์มีมากมาย หลายเรื่องก็ดูเกินจริงจนเหนือธรรมชาติ แต่ก็ไม่อาจหยุดเหล่า ‘นักศึกษาทดลอง’ ได้

เหตุผลนั้นง่ายมาก แค่อยู่ครบเจ็ดวัน ก็ได้เงินตอบแทนก้อนใหญ่

ต่างจาก ‘ค่ายประสบการณ์ชีวิต’ อื่น ๆ ที่ต้องเสียเงินเอง และมักจะโดนองค์กรต่าง ๆ หล่านั้นหลอกลวง เพราะการทดลองใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเมือง S นั้น ค่าใช้จ่าย ‘ฟรีทั้งหมด

ว่ากันว่า แค่ปฏิบัติตามระเบียบนักศึกษา และเอาชีวิตรอดในมหาวิทยาลัยได้หนึ่งสัปดาห์ ก็จะได้เงินถึงสามหมื่น

ตอนแรกที่ประกาศนี้แพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ต ทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องตลก จนกระทั่งยูทูบเบอร์และบล็อกเกอร์ชื่อดังหลายคนลองไปจริง และกลับมาพร้อมเงินรางวัลก้อนโต ทำให้จำนวนนักศึกษาที่ทดลองหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด

ตอนแรกหลินอี้ก็ไม่เชื่อ แต่พอเว่ยเหลียงรับเงินจริงมาให้ดู เขาจึงต้องยอมรับ

วันนี้เว่ยเหลียงใส่ฮู้ดดี้สีเทาธรรมดากับหมวกเบสบอล ปีกหมวกบังเงาหน้าทำให้ดูอ่อนเพลียกว่าเดิม

เว่ยเหลียงคือ ‘ผู้เล่นขาประจำ’ มหาวิทยาลัยเมือง S ไม่เพียงไม่ห้าม แต่กลับสนับสนุนให้คนที่เคยมาแล้วกลับมาอีกด้วย

เว่ยเหลียงเพิ่งทำภารกิจจบไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้ง และหลินอี้ซึ่งกำลังขัดสนเงินก็ถือโอกาสมาลองด้วย

เขามาพร้อมกับเพื่อนร่วมห้องอีกสี่คน เหมาเฟยหยางที่ผอมเหมือนลิง, เว่ยซานที่อ้วนกลม, เทียนปู้ฝานที่ตัวใหญ่เหมือนหมี, และไคว้หงจีที่สูงโปร่งแต่หน้าซีดเหมือนคนป่วย

หลินอี้หันไปมองท้ายรถ เห็นสี่คนนั้นนอนกรนคร่อกเหมือนซากหมู

“นายท่องกฎระเบียบได้หมดรึยัง?” เว่ยเหลียงยกสมุดเล่มเล็กขึ้นมาเคาะแขนหลินอี้เบาๆ

หลินอี้พยักหน้า “ท่องได้แล้ว… แต่บอกตรงๆ มันก็แปลกนะ ที่กฎระเบียบเหมือนกับที่เผยแพร่กันบนเน็ตเป๊ะๆ”

เว่ยเหลียงพูดอย่างจริงจัง “มันอาจจะลึกลับก็จริง แต่ฉันต้องบอกนายไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามละเมิดกฎระเบียบนักศึกษาเด็ดขาด!”

“แล้วหลังจากได้บัตรนักศึกษามา ก็ควรพกติดตัวพร้อมกับกฎระเบียบเสมอ”

“ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ อย่างแรกคือต้องหยิบขึ้นมาถือไว้”

“หา?” หลินอี้ขมวดคิ้ว เขาเพิ่งสังเกตว่า ตั้งแต่เข้าถนนภูเขามา เว่ยเหลียงดูเหมือนจะพูดมากผิดปกติ

จบบทที่ บทที่ 1 ระเบียบนักศึกษา

คัดลอกลิงก์แล้ว